ข่าวเรื่องการหมั้นระหว่างองค์ชายแปดหยางจี้กับคุณหนูถิงหลันบุตรีราชครูและเหตุการณ์ที่เกิดในท้องพระโรงต่างถูกเล่าขานกันทั่วทั้งเมืองจนหลายๆ คนอดไม่ได้ที่จะมองหาบุตรีราชครูถิงว่างดงามเพียงใดแต่เด็กหญิงกลับมิได้สนใจกลับดำเนินการทำเหลาสุราให้เสร็จทันการ
“อาเถาเหลาสุราดำเนินการไปถึงไหนแล้ว”
หลันหลันเดินทางไปสำรวจเหลาสุราของตนและพูดคุยกับอาเถาอย่างเป็นกันเอง
“เรียนคุณหนูตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามที่คุณหนูต้องการทุกอย่างขอรับ”
“เจ้าอย่าลืมเรื่องค่าจ้างและอาหารของคนที่มาด้วยนะส่วนของเจ้าก็หักตามที่เราตกลงกันไว้ได้เลย”
“ขอรับคุณหนู”
เมื่อสั่งการและสำรวจทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเด็กหญิงจึงได้ชวนจางจูและจางอี้ไปเดินเล่นตลาดในเมืองทั้งสามเดินผ่านร้านเครื่องประดับแต่เด็กหญิงกลับมิได้จะสนใจเข้าไปดูแม้แต่น้อย
“คุณหนูมิชอบดูเครื่องประดับหรือเจ้าคะจางจูไม่เคยเห็นคุณหนูสนใจอยากจะเข้าไปดูแม้แต่น้อย”
หลันหลันหันไปมองร้านเครื่องประดับก่อนจะส่ายหัวเบาๆ ‘เครื่องประดับที่ฉันซื้อมาสวยงามและเบากว่านี้ตั้งเยอะแต่ของพวกนี้ถึงแม้จะสวยแต่ก็ดูหนัก ๆ พิกล’
“ไม่ล่ะข้าไม่ค่อยชอบเครื่องประดับหนักหัวพวกนี้มากนัก”
ขณะที่เด็กหญิงกำลังจะเดินผ่านไปนั้นกลับถูกใครบางคนชนจนเกือบกระเด็นหญิงสาวหันไปมองคนที่มาชนตนด้วยความสงสัยแต่กลับพบสตรีหน้าตางดงามมองกลับมาด้วยแววตาเหยียดหยาม
“ก็นึกว่าใครที่แท้คุณหนูถิงนี่เอง”
เด็กหญิงรีบค้นหาความทรงจำเกี่ยวกับสตรีเบื้องหน้าแต่กลับมิพบข้อมูลใดๆ แม้แต่น้อย หลันหลันจึงหันไปมองจางจูและจางอี้แต่หญิงรับใช้ทั้งสองกลับส่ายหัวไปมาเช่นกัน
“เจ้าชนกับองค์หญิงสี่หยางโหย่วแล้วยังไม่รีบคุกเข่าขอโทษอีกเหรือ”
เมื่อพูดถึงชื่อนี้หลันหลันถึงกับนึกขึ้นมาได้‘นี่มันองค์หญิงที่ทุกคนควรต้องหลีกหนีนี่นาแย่ล่ะสิ’ แต่ถึงอย่างนั้นหลันหลันหลับมิได้ทำตามสตรีที่ยืนอยู่ข้างองค์หยฺงนั้นแม้แต่น้อย
“ที่ข้าพูดเจ้าไม่ได้ยินหรอกหรือ”
สตรีที่มีใบหน้าน่ารักอายุราวๆ 15-16 ไม่ต่างจากองค์หญิงหยางโหย่วเอ่ยขึ้นในทันที
“ข้ามิได้เป็นคนชนองค์หญิงจำเป็นด้วยหรือที่ต้องคุกเข่า เป็นเจ้าหรือเปล่าที่ควรคุกเข่าขอโทษข้า”
“ทำไมข้าต้องทำเช่นนั้น”
“คุณหนูคงจะทราบแล้วว่าข้าหมั้นหมายกับองค์ชายแปดดังนั้นข้าที่เป็นว่าที่พระชายาองค์ชายแปดย่อมต้องมีตำแหน่งสูงกว่าคุณหนูเช่นเจ้าอีกทั้งข้ายังมีตำแหน่งเป็นถึงพี่น้องร่วมสาบานขององค์ชายรองดินแดนเหมันต์อีกเช่นนี้แล้วตำแหน่งข้ามิยิ่งสูงกว่าคุณหนูเช่นท่านอีกหรือ”
“นี่เจ้า”
ใบหน้าน้อย ๆแดงขึ้นด้วยความอับอาย รอบ ๆตัวพวกนางตอนนี้ต่างถูกชาวบ้านมุงดูว่าสตรีทั้งสองฝ่ายใครจะเป็นผู้ชนะ
“อีกอย่างข้ามิได้เป็นคนชนองค์หญิงสี่เหตุใดข้าจะต้องขอโทษนางด้วย บ้านเมืองมีกฎระเบียบข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าองค์หญิงจะเอาผิดข้าด้วยข้อหาอันใดกัน”
องค์หญิงสี่หยางโหย่วถึงกับชักสีหน้าใส่หลันๆ เพราะนางมิเคยมีใครกล้าต่อปากต่อคำกับนางมาก่อนขณะที่หญิงสาวกำลังจะอ้าปากพูดนั้นกลับมีเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลังของพวกนางในทันที
“เกิดอันใดขึ้นกัน”
ทุกคนหันไปทางต้นเสียงนั้นทันทีบุรุษที่หลันหลันคุ้นหน้าปรากฏด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเหมือนเช่นทุกที
“พี่รอง”
“องค์ชายรอง”
บุรุษผู้เข้ามาใหม่เดินผ่านองค์หญิงสี่และเหล่าบุตรีขุนนางที่มาเดินตลาดด้วยกันอย่างมิไยดีก่อนจะเดินมาหยุดอยู่หน้าหลันหลันที่มององค์ชายรองเช่นกัน
“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่”
“หลันหลันมิเป็นไรเพคะว่าแต่องค์ชายรองมาที่นี่ได้อย่างไรกันเพคะ”
“ข้าบังเอิญผ่านมาพบเจ้าพอดีในเมื่อไม่มีอะไรเช่นนั้นเราก็ไปกันเถอะ องค์รัชทายาทพี่ใหญ่กับพี่รองของเจ้ารออยู่”
“เพคะ”
พูดจบองค์ชายรองและหลันหลันเดินจากไปในทันทีโดยมิสนใจองค์หญิงสี่และคุณหนูที่ยืนรอการทักทายอยู่ตรงนั้นทำให้พวกนางกลายเป็นที่หัวเราะขบขันของชาวบ้านแทนสตรีที่ถูกทิ้งไว้ตรงนั้นถึงกับทำหน้าไม่ถูกก่อนจะรีบเดินกลบไปจากตรงนั้น
“องค์ชายรองไม่กลัวองค์หญิงสี่เคืองเรื่อง....”
“เรื่องที่ข้าทิ้งนางแล้วมากับเจ้างั้นหรือ”
“เพคะ”
หลันหลันเอ่ยขึ้นขณะกำลังเดินไปหาองค์รัชทายาทถิงโม่หานและถิงอู่ที่กำลังยืนคุยกันอยู่ข้างรถม้า
“น้องสี่เป็นสตรีที่ค่อนข้างเอาแต่ใจไม่เกรงกลัวผู้ใดและเป็นคนที่เจ้าควรอยู่ให้ห่าง”
“หลันหลันจะจำไว้เพคะ”
หลันหลันคิดพลางทบทวนเนื้อเรื่องที่ได้ยินเซียวเซ่าและฮัวหู่เอ่ยขึ้นแต่ในเนื้อเรื่องที่เหล่าเพื่อนพยาบาลของหลันหลันเล่านั้นกลับไม่มีเรื่ององค์หญิงสี่แม้แต่น้อง‘หรือเป็นเพราะบทไม่เด่นมากจึงทำให้ไม่เป็นที่กล่าวขานกันนะแต่ระวังตัวไว้ก็ดี ดูเหมือนเรื่องวันนี้จะทำให้นางแค้นใจไม่น้อยเลยทีเดียว’
“พวกเจ้ามาด้วยกันได้อย่างไรกัน”
องค์รัชทายาทเอ่ยถามหยางเฉิงหรือองค์ชายรองอย่างอารมณ์ดี
“หลันหลันมาดูอะไรนิดเหน่อยเพคะบังเอิญพบองค์ชายรองพอดีเพคะ”
หลันหลันยิ้มตอบก่อนจะมองไปทางถิงโม่หานและถิงอู่ที่จ้องมาทางเด็กหญิงเช่นกัน
“พี่ใหญ่และพี่รองจะไปที่ใดกันหรือเพคะ”
“เจ้ามาได้ถูกเวลาพอดีดูเหมือนพี่ใหญ่อยากซื้อเครื่องประดับให้พี่สะใภ้ แต่ไม่รู้จะเลือกอย่างไรดีมีเจ้ามาช่วยเลือกเช่นนี้ก็คงจะดี”
หลันหลันมองไปทางถิงโม่หานที่ตอนนี้ใบหูเริ่มเห่อแดงอย่างช่วยไม่ได้หญิงสาวในร่างเด็กหญิงอมยิ้มก่อนจะหันไปตอบถิงอู่
“เรื่องนี้หลันหลันคงมิอาจช่วยพี่ใหญ่ได้แต่หลันหลันสามารถช่วยชี้แนะได้”
หลันหลันอมยิ้มก่อนจะกล่าวต่อไปอีกว่า
“ของทุกอย่างหากให้ด้วยใจมิว่าจะเป็นสิ่งใดใจอีกดวงย่อมสัมผัสได้เจ้าค่ะ”
บุรุษทั้งสี่มองเด็กหญิงตรงหน้าอย่างอดทึ่งไม่ได้ทุกคนต่างมองนางด้วยความคิดที่แตกต่างกันออกไปซึ่งเป็นความคิดที่หลันหลันมิอาจรู้มีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้
“ขอบใจเจ้ามาก”
ถิงโม่หานพยักหน้าก่อนจะลูบศีรษะหลันหลันอย่างเอ็นดูพลันทำให้เกิดสายตาแห่งความอิจฉาปรากฏเพียงชั่วครู่ก่อนจะถูกเก็บไว้อย่างรวดเร็วโดยมิมีใครทันสังเกต