“ใช่ท่านผู้อาวุโสข้าน้อยตามหาคนชื่อชุนเชียนกับชุนหลินสองพี่น้องขอรับ”
“เจ้าตามหาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองทำไมอย่างนั้นหรือหรือว่าเจ้ารู้จักเขา?”
“ข้าน้อยไม่เคยพบเขาหรอกแต่เป็นผู้อาวุโสชุนฉือขอร้องให้พวกเราตามทั้งสองกลับไปกลับพวกเราว่าแต่ท่านผู้อาวุโสรู้จักพวกเขาแล้วรู้ไหมว่าพวกเขาอยู่ที่ไหนกัน”
“เช่นนี้เอง.... พวกเรารู้จักทั้งสองพวกเจ้าไม่ต้องไปตามหาเขาหรอก อีกประมาณสิบวันเขาก็จะเดินทางมาที่เผ่าของพวกเรา”
“เช่นนั้นพวกเราต้องรบกวนผู้อาวุโสแล้วพวกเราขอพักที่เผ่าของท่านจนกว่าผู้อาวุโสชุนเชียนกับชุนหลิน ทั้งสองจะกลับมาข้าน้อยเฟิ่งหยู ส่วนนี่อานฉวน และอานหมิงขอรับ”
“ได้สิหากเป็นคนของผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองพวกเรายินดีต้อนรับพวกท่าน ข้าเจ๋อเจียงไห่ผู้นำเผ่าจิ้งจอกหิมะ”
“ท่านปู่!... ท่านปู่!.... พวกเราไปพบต้นหัวใจอสูรที่ป่าทางด้านตะวันออกขอรับ ท่านปู่มันมีตั้งห้าต้นเลยนะท่านปู่ผลของมันใกล้จะสุกแล้วพวกเรารีบไปกันเถอะท่านปู่”
“จริงหรือพวกเจ้าไปเจอต้นหัวใจ อสูรจริงๆอย่างนั้นหรือ?”
“จริง ๆ ท่านปู่ พวกเราไปเที่ยวเล่นแถวนั้นพอดีไปเจอเข้ายังไม่มีใครพบมันตอนนี้ พี่ใหญ่กับพี่รองเฝ้าอยู่ตรงนั้นรอให้พวกเราไปสมทบท่านปู่รีบส่งคนไปที่นั่นโดยเร็ว ก่อนที่เผ่าอื่นจะมาแย่งชิงไป”
“ได้ ได้ ได้ พวกเจ้าตามเจ๋ออู่ไป หากเป็นต้นหัวใจอสูรจริงนับเป็นโชคของเผ่าจิ้งจอกหิมะของพวกเราแล้วผลหัวใจอสูรสามารถนำไปผลิตโอสถเพื่อเพิ่มพลังปราณให้แก่สัตว์อสูรเช่นพวกเราได้เป็นอย่างดีลดเวลาการฝึกฝนได้หลายปีทีเดียว พวกเจ้าจะตามไปด้วยไหม?”
“พวกเราขอตามไปด้วยเผื่อมีอะไรที่พวกข้าช่วยเหลือได้บ้าง”
“เช่นนั้นก็ดี พวกเราไปกันเถอะ....”
พวกเขาใช้เวลาเดินทางลัดเลาะตามป่าเขาเฟิ่งหยูสังเกตสองข้างทางระหว่างไปยังสถานที่นั้นพบว่าป่าที่นี่อุดมสมบูรณ์และเต็มไปด้วยพืชสมุนไพรหายากจำนวนมากที่ใช้ได้กับทั้งสัตว์อสูรและมนุษย์ พวกเขาใช้เวลาในหนึ่งชั่วยามจึงเดินทางมาถึงตรงจุดที่เจ๋ออู่พบต้นหัวใจอสูร
“ใช่ต้นหัวใจอสูรจริง ๆ ด้วยพวกมันใกล้จะสุกเต็มที่แล้วคาดว่าพรุ่งนี้มันคงจะสุกแล้วพวกเราป้องกันที่นี่ไว้ให้ดีป้องกันต้นหัวใจอสูรพวกนี้ไว้ให้ดี”
“ขอรับ”
“ให้ข้าช่วยพวกท่านได้หรือไม่ข้าไม่ต้องการอะไร นอกจากเมล็ดที่อยู่ด้านในของผลหัวใจอสูรเท่านั้น ส่วนอื่น ๆ ข้าไม่ต้องการ”
“เจ้าต้องการเมล็ดไปเพาะปลูกอย่างนั้นหรือเจ้ารู้หรือไม่ว่ามันไม่สามารถเพาะปลูกที่อื่นได้นอกจากสถานที่ที่มีพลังฟ้าดินเข้มข้นเท่านั้น ดินแดนด้านนอกของพวกเจ้าไม่สามารถปลูกมันได้หรอกแม้แต่ที่นี่ ยังพบเจอได้น้อยมาก”
“ข้าทราบดี ข้าเป็นนักปรุงโอสถหากท่านไม่ว่าอะไร ข้าจะปรุงโอสถเสริมปราณอสูรให้พวกท่านเองเป็นการตอบแทนกับเมล็ดที่พวกท่านจะให้ข้าก็แล้วกัน”
“เจ้าเป็นนักปรุงโอสถด้วยอย่างนั้นหรือเช่นนั้นก็ดี พวกข้าตกลงตามที่เจ้าต้องการตอนนี้ช่วยกันป้องกันต้นหัวใจอสูรนี่ก่อนเถอะ”
เฟิ่งหยูเดินไปรอบ ๆเขาทำการติดตั้งค่ายกลลวงตา และค่ายกลจู่โจมรอบ ๆ บริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว
“เจ้ารู้เรื่องศาสตร์แห่งค่ายกลด้วยอย่างนั้นหรือเจ้าหนู”
“ก็นิดหน่อยท่านผู้อาวุโสข้าเรียนรู้มานิด ๆ หน่อย ๆ แค่พอใช้งานได้”
“เอาหละพวกท่านไม่ต้องเคร่งเครียดกันแล้วข้าติดตั้งค่ายกลไว้รอบ ๆ ด้านแล้วหากเผ่าอื่นรับรู้ก็คงเป็นตอนที่ผลของหัวใจอสูรสุกงอมเต็มที่แล้ว กว่าจะค้นหาพบพวกเราก็เก็บไปเรียบร้อยแล้วพวกท่านพากันเข้ามาพักผ่อนด้านในนี้ก่อนเถอะ”
ระยะเวลาผ่านไปแต่ละชั่วยามผลหัวใจอสูรเริ่มสุกที่ละผลสองผลทำให้กลิ่นของมันฟุ้งขยายไปทั่วบริเวณเผ่าจิ้งจอกหิมะต่างรีบเก็บผลที่สุกงอมทันทีพวกเขารีบนำมันเก็บเพื่อป้องกันไม่ให้เผ่าอื่นได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของต้นหัวใจอสูร
“ท่านผู้อาวุโสรีบให้พวกเขานำผลหัวใจอสูรมาให้ข้าข้าจะปรุงโอสถให้แก่พวกท่านเช่นนั้นหากผ่านไปเกินหนึ่งชั่วยามสรรพคุณของผลหัวใจอสูรจะลดลงครึ่งหนึ่ง”
“เช่นนั้นหรือ ได้ หรงฟานซิ่นพวกเจ้ารีบนำผลหัวใจอสูรมาตรงนี้ให้เฟิ่งหยูปรุงโอสถให้กับพวกเรา”
เฟิ่งหยูเริ่มลงมือปรุงโอสถอย่างรวดเร็วเพียงไม่นานเม็ดยาเสริมปราณอสูรจำนวนมากก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าของพวกเขาเฟิ่งหยูมอบมันให้กับ ผลหัวใจอสูรเริ่มสุกทีละผลสองผลพวกเขารีบเก็บและนำมาให้เฟิ่งหยูหลอมกลั่นโอสถอย่างรวดเร็ว เฟิ่งหยูไม่เพียงแต่หลอมกลั่นโอสถเสริมปราณอสูรเท่านั้นเขายังใช้ผลหัวใจอสูรหลอมโอสถบำรุงจิตอสูร และโอสถหัวใจอสูรอีกสองชนิดขึ้นมาด้วย
เมื่อผู้อาวุโสเจ๋อเจียงไห่ผู้นำเผ่าจิ้งจอกหิมะเห็นโอสถที่เฟิ่งหยูหลอมกลั่นออกมาถึงกับตกตะลึงพวกเขาไม่คาดคิดว่าเฟิ่งหยูจะมีความสามารถมากมายขนาดนี้ เฟิ่งหยูหลอมกลั่นโอสถต่อเนื่องจนถึงเช้าตรู่ของอีกวันหนึ่ง ผลหัวใจอสูรลูกสุดท้ายพลันหมดสิ้นพวกเขาถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ท่านผู้อาวุโสพวกเรากลับกันเถอะคงไม่มีอะไรให้เราเก็บเกี่ยวอีกแล้ว”
เฟิ่งหยูทำการเก็บค่ายกลพร้อมกับเมล็ดหัวใจอสูรทั้งหมดทันที เขาเดินออกมาพร้อมกับผู้อาวุโสเจ๋อเจียงไห่เดินทางกลับไปยังเผ่าจิ้งจอกหิมะ
“โอสถจำนวนมาคงเพียงพอให้ เผ่าของข้าเข้มแข็งขึ้นอีกมากครั้งนี้ต้องขอบใจพวกเจ้าจริง ๆ”
“ไม่เป็นไรท่านผู้อาวุโสหากมีอะไรให้พวกเราช่วยเหลือขอให้ท่านบอกกล่าวพวกเรามาได้เลย หากพวกเราช่วยได้ก็ยินดีช่วยเหลือพวกท่าน”
“ท่านผู้อาวุโสระหว่างทางที่ข้ามาข้าเห็นสมุนไพรมากมายในป่าบริเวณนั้น ข้าอยากให้พวกท่านช่วยข้าเก็บหน่อยจะได้ไหมข้าจะได้หลอมกลั่นโอสถให้พวกท่านไว้ใช้งานได้อีกนานเลยหละ”เฟิ่งหยูชี้ไปยังเขาลูกหนึ่งที่พวกเขาต้องเดินทางผ่าน
“ได้สิแต่พวกเราไม่รู้จักสมุนไพรพวกนั้นเลย จะให้พวกเราหามันเจอได้ยังไง”
“เรื่องนั้นท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้าจัดการเอง”
เฟิ่งหยูนำกระดาษและพู่กันออกมาพร้อมกับลงมือวาดรูปสมุนไพรแต่ละชนิดออกมาอย่างรวดเร็วโดยมีองค์ชายทั้งสองเป็นผู้ช่วยในการแจกจ่ายรูปภาพและช่วยค้นหา เพียงระยะเวลาไม่ถึงสามชั่วยามสมุนไพรชนิดต่าง ๆถูกเก็บมาจำนวนมากเฟิ่งหยูนำสมุนไพรเหล่านั้นเก็บไว้ในเจดีย์ฟ้าสวรรค์อย่างรวดเร็ว
เมื่อเดินทางถึงเผ่าจิ้งจอกหิมะผู้อาวุโส เจ๋อเจียงไห่แจกจ่ายให้กับทุกคนพร้อมทั้งสัตว์อสูรจิ้งจอกหิมะที่ยังบ่มเพาะไม่ถึงระดับที่หกทันทีพวกเขารีบกลับไปยังที่พักและบ่มเพาะทันที
ทางด้านเฟิ่งหยูและองค์ชายหลังจากที่พวกเขากลับมาเฟิ่งหยูนำองค์ชายทั้งสองเข้าไปยังเจดีย์ฟ้าสวรรค์ทันทีโดยอ้างว่าใช้ค่ายกลมิติเดินทางมาสถานที่แห่งนี้ เฟิ่งหยูแอบติดตั้งค่ายกลมิติไว้ที่เผ่าจิ้งจอกหิมะไว้ด้วยเพราะบางทีในอนาคตเขาอาจจะต้องกลับมายังที่แห่งนี้อีกก็เป็นได้
เฟิ่งหยูเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้องค์ชายทั้งสองฟังโดยละเอียดพร้อมกับนำองค์ชายทั้งสองไปยังเจดีย์ฝึกฝนที่ผู้อาวุโสอูหวังฉีสร้างไว้ เฟิ่งหยูนำเมล็ดหัวใจอสูรไปปลูกยังภูเขาลูกหนึ่งซึ่งเมล็ดที่เขาได้นับว่ามีเกือบสองร้อยเมล็ดได้
จากนั้นเฟิ่งหยูจึงเริ่มฝึกฝนคัมภีร์กายเซียนโบราณของเขาอย่างต่อเนื่องพร้อมทั้งฝึกฝนหงส์เพลิงสยายปีกอย่างหนัก
ตู้ม.....
ตู้ม....
เสียงเลื่อนขั้นพลังของเฟิ่งหยูดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากพลังฟ้าดินในเจดีย์ฟ้าสวรรค์ของเขาหนาแน่นเป็นอย่างมาก ทำให้เฟิ่งหยูสามารถเลื่อนขั้นได้อย่างต่อเนื่องจนตอนนี้ขั้นพลังของเฟิ่งหยูเลื่อนมาถึงระดับที่เก้าขั้นสูงสุดของขั้นราชันสวรรค์อย่างง่ายดาย
“เหลืออีกเพียงนิดเดียวข้าก็จะก้าวข้ามไปยังขั้นเทวะได้สำเร็จแล้ว ข้าคงต้องหมั่นฝึกฝนให้มากขึ้นจะได้ตามพวกเขาทัน”
หลังจากที่เฟิ่งหยูหลอมรวมวิหารพยัคฆ์ขาวและวิหารเต่าทมิฬแล้วเฟิ่งหยูยังได้เคล็ดวิชาและทรัพยากรมากมายมาจากวิหารทั้งสองมาอีกด้วยเพียงแต่เฟิ่งหยูยังไม่ได้ฝึกฝนและใช้ทรัพยากรเหล่านั้น
“คงต้องรอให้ข้าก้าวข้ามขั้นเทวะไปเสียก่อนเพื่อให้เปิดใช้งานวิหารสุริยันจันทราได้แล้ว ข้าจะเริ่มฝึกฝนอยากหนักตอนนี้หนิงเอ๋อคงจะก้าวข้ามระดับราชันเทวะกันไปหมดแล้ว”เฟิ่งหยูคิดอยู่ในใจพลังยุทธ์ของเขาตอนนี้นับว่าต่ำที่สุดในเจดีย์ฟ้าสวรรค์แห่งนี้หากไม่นับองค์ชายทั้งสองที่เขาพาเข้ามาด้วย
เฟิ่งหยูจัดการหลอมกลั่นโอสถสำหรับสัตว์อสูรเสร็จสิ้นแล้ว เฟิ่งหยูจึงได้พาองค์ชายทั้งสองออกมาจากเจดีย์ฟ้าสวรรค์ซึ่งก็เป็นเวลาของเช้าวันใหม่ในเผ่าจิ้งจอกหิมะ
พวกเขาทั้งสามเดินออกมาจากที่พักพร้อมกับเดินตรงไปยังสถานที่ฝึกฝนสำหรับผู้เยาว์ในเผ่าจิ้งจอกหิมะเมื่อมาถึงพวกเขาเจอกับผู้อาวุโสเจ๋อเจียงไห่ ที่กำลังสั่งสอนเหล่าผู้เยาว์ทั้งหลายด้วยตัวเองอยู่
“คารวะท่านผู้อาวุโส”
เฟิ่งหยูกล่าวทักทายผู้อาวุโสเจ๋อเจียงไห่พร้อมกับนำโอสถที่เขาหลอมกลั่นออกมาให้กับผู้อาวุโสเจ๋อเจียงไห่
“โอสถพวกนี้สามารถใช้รักษา และสมานแผลให้หายได้อย่างรวดเร็วส่วนตัวนี้เป็นโอสถที่ทำให้ก้าวข้ามระดับได้อย่างรวดเร็วถึงหนึ่งขั้นใหญ่หรือเรียกง่าย ๆ ว่า หากอยู่ในระดับที่ห้าสามารถใช้โอสถนี้หนึ่งเม็ดเพื่อก้าวเข้าสู่ระดับหกได้ในทันทีแต่ว่าพวกเขาสามารถใช้ได้เพียงหนึ่งเม็ดเท่านั้น เม็ดที่สองจะไม่มีผลใด ๆ ทั้งสิ้นจะให้ดีของให้ใช้กับรุ่นเยาว์ที่ก้าวถึงขั้นที่ห้าแล้วเท่านั้น ส่วนสัตว์อสูรที่ขั้นสูงกว่าขั้นที่ห้าฤทธิ์ของโอสถจะมีผลเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น มันคือโอสถทลายฟ้า”
“เยี่ยม เยี่ยมเช่นนั้นข้าจะลองดูก็แล้วกัน”
ผู้อาวุโสเจ๋อเจียงไห่สื่อสารกับเหล่ารุ่นเยาว์ของเผ่าจิ้งจอกหิมะด้วยภาษาของเผ่าจิ้งจอกหิมะเอง
“พวกเจ้าทั้งหมดที่อยู่ในระดับที่ห้าก้าวออกมาข้างหน้าให้หมด”
มีจิ้งจอกหิมะทั้งหมดสามสิบหกตัวก้าวออกมา ผู้อาวุโสเจ๋อเจียงไห่โยนเม็ดยาตรงหน้าพวกเขาตัวละหนึ่งเม็ดทันที
เพียงไม่นาน เสียงเลื่อนระดับของจิ้งจอกหิมะจำนวนสามสิบหกตัวดังสนั่นไปทั่วลาน
ตู้ม..... ตู้ม..... ตู้ม..... ตู้ม.....