The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 143 เทพศาสตราออกศึก

    เครดิตภาพจาก https://wallpaperstock.net


          พอคมดาบภูตพรายกระทบกายของเด็กหนุ่มหัวเขียวก็บังเกิดแสงสว่าง คลื่นพลังทำลายแผ่ออกไปโดยรอบพร้อมเสียงระเบิดที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ 


    “ เปรี้ยง....... ” 

     


    “
     ว้าย! ” อากิเนะอุทานดังเพราะนอกจากแสงสว่างที่โชติช่วงดุจดวงอาทิตย์และเสียงระเบิด เธอยังรู้สึกถึงแรงลมมหาศาลที่พุ่งเข้ามาปะทะกายจนเกือบหลุดลอยไปกลางอากาศ 

           


           เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ทั้งเสียง แสง สีก็ค่อยๆจางหายไป เหลือไว้แต่ความเงียบ ทุกสิ่งดูสงบนิ่ง ราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น 

          


            อากิเนะค่อยๆลืมตาขึ้นมา เธอกลัวว่ามาวินจะโดนผ่าเป็นสองซีก
     ทว่าสิ่งที่เห็น กลับไม่ตรงกับความคิด ด้วยคมดาบหาได้ต้องกายของเด็กหนุ่มเพราะถูกป้องกันด้วยท่าใช้สองมือประกบดาบ ทำให้อาวุธร้ายอยู่ห่างหน้าผากเพียง 1 เซนติเมตร 


    “ นั่นมัน…..” อากิเนะรู้สึกสับสน แม้ดีใจที่เห็นมาวินรอดตาย แต่ก็นึกเสียดายที่โอคุยาสุไม่อาจล้มเด็กหนุ่มผู้กำลังจะกลายเป็นปีศาจ 


    “ อืม..... จบแล้ว เพลงดาบห้าภูตถล่มปฐพีไม่สามารถล้มเจ้าหนูหัวเขียวได้  โอคุยาสุแพ้แน่ ” เทพศาสตราคาดคะเนสีหน้าไร้ความรู้สึก 


    “ ทำไมท่านปู่ถึงพูดอย่างงั้น พี่โอคุยาสุยังไม่ถูกเล่นงานซักหน่อย น่าจะยังไม่รู้ผล” อากิเนะร้องค้าน ท่าทางร้อนรน เพราะถ้าหนุ่มหน้าขาวแพ้ พวกเธอคงไม่แคล้วเป็นเหยื่อรายต่อไป

               


            เทพศาสตรามองการต่อสู้เบื้องหน้าอยู่อึดใจ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


    “ แม้โอคุยาสุยังไม่ถูกเล่นงาน แต่ก็แทบจะไม่เหลือพลัง เพราะกระบวนท่าห้าภูตถล่มปฐพีเป็นเพลงดาบที่ต้องใช้พลังวิญญาณและพลังจิตต่อสู้จำนวนมากในขณะที่….” เทพศาสตราพูดแค่นั้น ก็เงียบไป ดวงตาแหลมคมฉายแววกลัดกลุ้มออกมานิดๆ 


    “ ขณะที่อะไร! ท่านปู่พูดให้จบสิคะ ” อากิเนะเขย่าแขนเสื้อของเทพศาสตรา หวังกระตุ้นให้คำตอบที่ค้างคาออกมาโดยไว อึดใจต่อมา ผู้ปู่ก็ยอมเอ่ยปาก นั่นทำให้หลานสาวแสนสวยรู้สึกเย็นวาบไปทั่วทั้งกาย 


    “ ขณะที่พลังของเจ้าหนูหัวเขียวแทบไม่ลดลงเลย เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เท่ากับว่าโอคุยาสุหมดทางชนะเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ” 


    ……………………….


    “ แฮ่กๆ ” โอคุยาสุหอบจนตัวโยน เขาพยายามกดดาบลงไป แต่ศาสตราอาถรรพ์หาได้หลุดจากสองฝ่ามือที่ประกบ ราวกับว่ามันได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเด็กหนุ่มหัวเขียว 

               


           โอคุยาสุหมดกำลังไปแล้ว ออร่าสีม่วงแผ่ออกมาบางเบาจนแทบมองไม่เห็น ขณะที่ออร่าสีดำของมาวินยังคงกระจายทั่วร่างดุจเดิม ดวงตาของเด็กหนุ่มเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ มุมปากแสยะยิ้มพร้อมเย้ยหยันคู่ประลอง 


    “ ว่าไงล่ะหนุ่มเจ้าสำอาง มีฝีมือแค่นี้เหรอ เหอ เหอ เหอ ” 

               


           โอคุยาสุแน่ใจแล้วว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้าได้เปลี่ยนเป็นคนละคนโดยสมบูรณ์ เพราะจากน้ำเสียงและวิธีการพูด ดูไม่เหมือนมาวินเลย แต่มันคล้ายปีศาจร้ายที่ผุดขึ้นมาจากห้วงอเวจีมากกว่า ทันใดนั้นเอง ออร่าสีดำก็ทวีความรุนแรง ไม่ต่างจากเปลวเพลิงทมิฬยามต้องลม 


    “ เอ๊ะ! นี่มัน ” โอคุยาสุตกตะลึง เขารู้สึกได้ถึงคลื่นพลังที่มากมายจากกายของมาวิน มันมหาศาลจนเกินระดับของมนุษย์ วินาทีต่อมาหนุ่มหล่อก็ต้องพบกับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่


    “ เคร้ง...... ” 

              


           มาวินหักดาบภูตพรายเป็นสองท่อนด้วยข้อมือที่แกร่งราวคีมเหล็ก การสูญเสียอาวุธคู่ใจ ทำให้โอคุยาสุช็อคจนลืมเลือนไปว่ากำลังยืนอยู่หน้าศัตรูที่ร้ายกาจเขาจึงพบกับ…….. 


    “ เปรี้ยง..... ” 

               


            โอคุยาสุกระเด็นไกลด้วยหมัดขวาของมาวิน กำปั้นนั้นตรงเข้าไปที่ครึ่งปากครึ่งจมูก ร่างสูงเพรียวของซามูไรหนุ่มลอยละลิ่วไปไกลเกือบสิบเมตร ก่อนไถลไปกับพื้นและแน่นิ่งในที่สุด 

              


            เด็กหนุ่มหัวเขียวยืนเอนไปมา พร้อมแสยะยิ้มให้กับคู่มือที่เพิ่งล้มไปส่วนโอคุยาสุ เขานอนหงายอยู่อึดใจ ก่อนจะเริ่มขยับกาย


    “ อั้ก….แฮ่กๆ ”  

              


            นับว่าโอคุยาสุอึดไม่ใช่ย่อย แม้จะโดนหมัดอันหนักหน่วงของมาวินกระแทกหน้าเข้าอย่างจังแต่ก็ยังยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก เขาเริ่มพ่นเลือดแดงฉานออกมาพร้อมกับหอบหนัก ดวงตาเรียวเหลือบมองอสูรร้ายเบื้องหน้าท่าทางท้อแท้ 


    “ เหอ เหอ เหอ ทรหดดีนี่หว่า นึกว่าเจ้าจะคอหักในหมัดเดียว แต่ก็ไม่ช่วยอะไรหรอก อย่าเก่งก็แค่ยืดเวลาตายออกไปเท่านั้น ” มาวินเวอร์ชั่นดาร์คไซด์หัวเราะลั่น พร้อมก้าวเข้าไปหาโอคุยาสุที่นั่งแผ่หลาสิ้นท่า


    “ กร็อด......บัดซบ นี่เราจะจบเพียงเท่านี้เหรอ ” โอคุยาสุกัดฟันกรอดใหญ่ แม้จะไร้ทั้งกำลังและอาวุธ เขาก็ยังยันกายลุกขึ้นยืน แต่ไม่ว่าพยายามซักเท่าใด ร่างกายก็ไม่ขยับตามความคิด

              


           ในยามนี้ โอคุยาสุได้แต่นั่งรอความตาย จวบจนมาวินเข้าถึงระยะ 5 ก้าว เขาก็หยุดอยู่กับที่ พร้อมหุบรอยยิ้มโรคจิตบนใบหน้า


    “ เอ๊ะ! ทำไมเจ้าปีศาจนั่นถึงหยุด ยังไงกัน ” โอคุยาสุนึกสงสัยอย่างรุนแรง แต่ไม่นาน เขาก็เข้าใจ ด้วยได้ยินเสียงราบเรียบของเทพศาสตรา ผู้เป็นอาจารย์


    “ เอาล่ะ หยุดเพียงเท่านี้แหละ เจ้าปีศาจร้าย ” 


    “ อาจารย์ ” โอคุยาสุร้องเรียกเสียงหลง สีหน้าดูดีขึ้น เพราะเริ่มเห็นความหวังอยู่รำไร 


    “ โอคุยาสุ เจ้าพยายามได้ดีมาก แต่ปีศาจตนนี้แข็งแกร่งเกินไป ข้าขอต่อสู้กับมันด้วยตัวเอง ” เทพศาสตราออกตัว แม้น้ำเสียงจะดูไร้อารมณ์ แต่ก็แฝงความดุดันจนสะกดปีศาจร้ายให้สงบลงชั่วคราว 


    “ ได้ครับศิษย์ยังอ่อนหัด ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่ง ” โอคุยาสุกล่าวขอโทษ เขาดูสำนึกเสียใจอย่างจริงจัง 


    “ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ศิษย์ข้า ถอยออกไปก่อน การต่อสู้ที่จะเกิดอาจรุนแรงเกินไป ถ้าอยู่ต่อ เจ้าจะเป็นอันตราย ” เทพศาสตราพูดจบ รอบกายของชายชราก็เริ่มเรืองแสงสีแดง

              


            ช่วงเวลาที่ผ่านมา โอคุยาสุไม่เคยเห็นเทพศาสตราใช้จิตต่อสู้(ออร่า)มาก่อน แต่ในคราวนี้ ท่านอาจารย์กลับใช้มันตั้งแต่ต้น ทำให้รู้ว่าการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดต้องรุนแรงจนเกินจินตนาการอย่างแน่นอน เขาจึงเริ่มถอยห่าง 

               


           โอคุยาสุโขยกไปได้ไม่กี่ก้าว ก็พบกับเด็กสาวร่างบางเธอคนนั้นคือ…..อากิเนะ นั่นทำให้เขามึนงงจนต้องเอ่ยถาม


    “ เอ๊ะ! น้องหญิง เจ้ายังไม่หนีไปอีกเหรอ การต่อสู้ครั้งนี้รุนแรงกว่าที่คิดนะ ” 

              


            อากิเนะเงยหน้าขึ้นมองโอคุยาสุ ครู่หนึ่ง เด็กสาวก็ตอบกลับ 


    “ อากิเนะเข้าใจ และกำลังจะพาพี่โอคุยาสุไปยังสถานที่ที่ปลอดภัย ” 


    “ สถานที่ที่ปลอดภัย ” โอคุยาสุทวนคำ สีหน้าเอ๋อเหรอ  

              


            แต่ไม่ทันที่โอคุยาสุจะได้ทำอะไร อากิเนะก็ก้าวเข้ามาประชิด แล้วสวมกอด 


    “ เอ๊ะ! เดี๋ยวซิ น้องหญิง นี่เจ้าจะทำอะไร ” โอคุยาสุร้องถามเสียงหลง ใบหน้าเริ่มแดงก่ำด้วยความเขินอาย เพราะจู่ๆ หญิงสาวที่เขาหมายปองกลับเป็นฝ่ายเข้ามากอดเสียเอง 

              


           อากิเนะไม่ตอบคำ เธอตั้งสติให้มั่นคงอยู่อึดใจ รอบกายจึงเกิดแสงสว่างสีขาวออกมา มันขยายวงกว้างจนครอบคลุมไปทั่วร่างของหนุ่มสาว ความเจิดจ้านั้นกินเวลา 5 วินาที จากนั้นก็พลันหายไป เหลือไว้แต่ความว่างเปล่า

             


            เทพศาสตรายิ้มเล็กน้อย ซึ่งมาวินด้านมืดก็แสยะยิ้มตอบเช่นกัน พร้อมกล่าวกับชายชราร่างสูงด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า 


    “ สบายใจแล้วสิที่ยัยเด็กนั่นพาศิษย์รักของเจ้าหนีไปได้ เหอๆ ” 

            


            เทพศาสตราจ้องมองคู่สนทนาที่กำลังจะกลายเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ ครู่หนึ่ง ชายชราร่างสูงก็ลองหยั่งเชิง 


    “ ในเมื่อเจ้ารู้แล้ว ทำไมจึงไม่ขัดขวาง ปล่อยให้เหยื่อหนีรอดไปได้แบบนี้มันจะดีเหรอ ” 

              


            สิ้นคำกล่าวของเทพศาสตรา มาวินด้านมืดก็แหงนหน้าขึ้นฟ้าพร้อมหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง 


    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” 


    “ เจ้าหัวเราะอะไร ” เทพศาสตราไถ่ถาม 

                


             เด็กหนุ่มผู้บ้าคลั่งหยุดหัวเราะ พร้อมหันหน้ามาแสยะยิ้มจากนั้นก็แถลงข้อสงสัยด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นจนชวนขนลุก 


    “ จะตามไอ้กระจอกนั่นไปทำไม ในเมื่อตอนนี้ ข้าได้เหยื่อที่กล้าแข็งรายใหม่แล้ว เหอ เหอ เหอ ” 



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน