ร่างเงาปรากฏขึ้นพลันฝ่ามือตบเข้าที่หน้าอกของราชามารตะวันตก
พลั่ก!
ราชามารตะวันตกยกมือขึ้นต้านทานไว้ได้ทันท่วงทีแต่ถึงแม้จะต้านทานได้ ก็ยังคงโดนพลังรุนแรงโจมตีจนต้องถอยหลังไปถึงสี่ก้าว
ราชามารทิศเหนือเลื่อนถึงขั้นจักรพรรดิแล้วพลังจึงเหนือกว่าราชามารตะวันตกมาก
ตึกตึก ตึก ตึก!!!
ราชามารตะวันตกถอยหลังไปสี่ก้าวจึงยืนได้อย่างมั่นคงอีกครั้งเขามองราชามารทิศเหนืออย่างไม่อยากเชื่อ
“เจ้าถึงกับทำร้ายข้าเพราะเขา?”
ที่เขาตกใจเพราะไม่อยากเชื่อและรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ
สี่ราชามารผู้ยิ่งใหญ่ปกครองหุบเขาสุขาวดีด้วยความสมดุลมาหลายปีแล้วนานกว่าสิบปีที่พวกเขาไม่ได้สู้กัน พวกเขามีข้อตกลงระหว่างกันนั่นคือจะไม่ทำลายสมดุล รักษาระยะห่างของกันและกัน
ทว่าตอนนี้ราชามารทิศเหนือกลับลงมือทำร้ายราชามารตะวันตกเพราะเหลยป้าเทียน
แล้วจะไม่ให้เขาตกใจได้อย่างไร
เหลยป้าเทียนนั่งอยู่ที่พื้นมองราชามารทั้งสองด้วยความหวาดกลัว เทพเซียนทะเลาะกันเป็นเหมือนภัยร้ายต่อมนุษย์เมื่อต้องเผชิญหน้ากับราชามารทั้งสอง เขาก็คือคนธรรมดาคนหนึ่ง
“ผู้อาวุโสทั้งสองเข้าใจผิด...”
“หุบปาก”
ราชามารตะวันตกและราชามารทิศเหนือกล่าวพร้อมกันทำให้เหลยป้าเทียนที่กล่าวออกมาได้เพียงครึ่งเดียวต้องกลืนคำที่เหลือลงคอไป
“เจ้าไปเสียเถอะข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้า”
ราชามารทิศเหนือมองราชามารตะวันตกพลางกล่าวเสียงเย็นเหมือนเขารู้สึกเสียใจที่ตนเองวู่วามลงมือไป เขาเข้าใจดีตอนนี้ราชามารเหลือเพียงสองคนเท่านั้น หากไม่ร่วมมือกันอาจโดนกำจัดได้ง่ายมาก
แต่เพื่อเหลยป้าเทียนหากต้องล่วงเกินราชามารตะวันตกก็คงต้องปล่อยให้เป็นไป
“คนชั่วอย่างเจ้าหากมีปัญหาใดอย่ามาร้องขอข้าแล้วกัน”
ราชามารตะวันตกปัดหน้าอกตนเองเมื่อครู่ที่โดนโจมตียังคงเจ็บปวดเล็กน้อย เขาเป็นราชามารที่มีชื่อเสียงขนาดไหนทว่าตอนนี้กลับโดนด้อยค่าเช่นนี้
“เจ้าเด็กชั่วฝากไว้ก่อนเถอะ”
ราชามารตะวันตกหันไปจ้องเหลยป้าเทียนอีกครั้งแล้วจึงหันหลังเดินออกไปจากจวนราชามารทิศเหนือ
ดูแล้วเหมือนสตรีขี้โมโหที่โดนยั่วโมโหคนหนึ่ง
“วางใจได้ข้าอยู่ที่นี่ ใครก็ทำอะไรเจ้าไม่ได้หรอก”
เสียงของราชามารทิศเหนือดังออกมาจากด้านใน
ชื่อเสียงเรื่องปกป้องพวกพ้องไม่ใช่เพียงข่าวลือ
ด้านนอกจวนราชามารราชามารตะวันตกเดินกระฟัดกระเฟียดออกมาจากด้านในตอนข้ามผ่านธรณีประตูออกมาเขาไม่ลืมที่จะเตะประตูอย่างแรงทำให้ประตูบานนั้นแหลกละเอียด
นับว่าเขาเป็นคนแรกที่กล้าเตะประตูจวนราชามารคนที่เดินผ่านไปมาต่างหยุดมอง ความกล้าหาญเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับรนหาที่ตาย
“มองอะไรหลีกไป!”
ราชามารตะวันตกตะโกนใส่คนที่หยุดมองคนเหล่านั้นแหวกทางออกทันที ส่วนราชามารตะวันตกก็เดินออกไปโดยไม่หันกลับไปมองนี่ก็คือราชามารตะวันตก หากเป็นราชามารทิศใต้ที่โดนคนมุงดูขนาดนี้คงไม่มีใครเหลือรอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว
ทุกคนมองราชามารตะวันตกเดินออกไปด้วยความตะลึงสิ่งที่ทำให้พวกเขาตกใจยิ่งกว่าคือไม่มีใครจากในจวนราชามารออกมาทำอะไรเลย
ณโรงเตี๊ยมจุ้ยเซียนจู ภายในเมือง
พวกเสิ่นเสวียนนั่งอยู่ที่ร้านอาหารชั้นหนึ่งสีหน้าของทุกคนผ่อนคลายดูมีความสุข กำลังคุยกันเรื่องทั่วไป ทันใดนั้นราชามารตะวันตกเดินเข้ามาอย่างเหนื่อยหอบเขานั่งลงบนเก้าอี้ ยกไหสุราตรงหน้าขึ้นดื่มลงไปหลายอึก
กระทั่งดื่มสุราเข้าไปหมดแล้วเขาจึงกล้ำกลืนความโกรธเมื่อครู่ลงท้องไป
“ไม่ราบรื่นอย่างนั้นหรือ”
เสิ่นเสวียนที่นั่งอยู่ข้างๆถามขึ้น
“เจอตัวเหลยป้าเทียนไหม”
เริ่นเสี้ยวเทียนถาม
“ผู้อาวุโสอย่าโกรธเคืองเลยดื่มอีกสิ”
เสิ่นเสี่ยวเม่ยยกไหสุราอีกใบหนึ่งมาวางลงตรงหน้าราชามารตะวันตกทันที
ราชามารตะวันตกเห็นดังนั้นจึงยกไหขึ้นแล้วดื่มจนหมดอีกครั้ง
“ผู้อาวุโสยังโมโหอยู่อีกไหม” เสิ่นเสี่ยวเม่ยมองราชามารตะวันตกด้วยสีหน้าใสซื่อทำให้เขาต้องตอบกลับไป เสิ่นเสวียนและเริ่นเสี้ยวเทียนเขาจะไม่ใส่ใจก็ได้แต่จะไม่ใส่ใจเสิ่นเสี่ยวเม่ยไม่ได้
“ดีขึ้นแล้ว”สุราสองไหไหลลงท้องไปแล้ว แม้ราชามารตะวันตกจะเป็นนักดื่มที่เก่งกาจขนาดไหนแต่ตอนนี้กลับรู้สึกมึนเล็กน้อย เพราะสุราหนึ่งไหมีน้ำหนักสองชั่ง[1] หากดื่มเข้าไปขณะท้องว่างแล้วยังต้านทานไหวนับว่าเป็นเรื่องแปลกมาก
“หากยังไม่ดีขึ้นทางนี้ยังมีอีกสามไห”
เสิ่นเสี่ยวเม่ยยิ้มพลางเอาสุราอีกสามไหออกมาวางนี่คือสิ่งที่นางเก็บไว้ในถุงเพื่อให้เสิ่นเสวียนดื่ม ตอนนี้นางยินดีมอบให้ราชามารตะวันตกทั้งหมด
“เหอๆไม่ต้องแล้ว ข้าดีขึ้นแล้ว พวกเจ้ายังไม่ต้องพูดอะไร ข้าเล่าก่อน”
ราชามารตะวันตกรวบรวมสติก่อนจะกล่าว“เหลยป้าเทียนอยู่ที่นั่น ตอนนี้กลายเป็นลูกรักของเจ้าเหนือไปแล้วแตะต้องไม่ได้เลย เจ้าเหนือเองก็ได้รับโชคจากความยากลำบากครั้งนี้เลื่อนไปถึงขั้นจักรพรรดิแล้ว การร่วมมือล้มเหลวไม่เป็นท่า และเจ้านั่นยังละเมิดกฎโจมตีข้าอีกด้วย”
สามเรื่องนี้ถูกบอกเล่าออกมาโดยไม่ได้พักหายใจทำให้ราชามารตะวันตกรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก
“เลื่อนไปถึงขั้นจักรพรรดิ!”
เริ่นเสี้ยวเทียนและเสิ่นเสวียนกล่าวออกมาพร้อมกันมีเพียงเสิ่นเลี่ยนและเสิ่นเสี่ยวเม่ยที่ทำสีหน้าครุ่นคิด
ขั้นพลังเช่นนี้ยังห่างไกลจากพวกเขามากเกินไปจึงยังไม่ทันได้รู้สึกอะไร สำหรับพวกเขาราชามารตะวันตกนับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
“ใช่แต่เขาฝืนทะลวงเลื่อนขั้นขึ้นไป เกรงว่าชีวิตของเขาจะหยุดนิ่งอยู่เพียงแค่ขั้นนี้”ราชามารตะวันตกกล่าวถึงเรื่องนี้ จึงทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
“คนผู้นี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวแล้วเหลยป้าเทียนล่ะ”
เสิ่นเสวียนถามราชามารตะวันตกอีกครั้ง
“เขา...เจ้าชั่วนั่นมีพลังไม่ธรรมดาเหมือนกัน อยู่ในขั้นราชันระดับสูง แต่ข้ารู้สึกว่าเขากับเจ้าเหนือมีความลับบางอย่างที่มิอาจบอกใครได้อยากทำอะไรเขาคงต้องฝ่าด่านเจ้าเหนือไปก่อน”
“พวกเรายังมีเวลาอีกแปดวันจะต้องจัดการเรื่องนี้ให้ได้ในแปดวัน”
เสิ่นเสวียนครุ่นคิดพลางกล่าวระหว่างทางที่มาที่นี่ราชามารตะวันตกบอกเล่าถึงเรื่องสุสานของผู้เฒ่าจี๋เล่อให้พวกเสิ่นเสวียนฟังอย่างละเอียดแล้ว
สุสานตั้งอยู่ในเขตกู่ซวีที่ไม่ไกลจากที่นี่นักการเดินเท้าต้องใช้เวลาหนึ่งวันพวกเขาจำเป็นต้องร่วมมือกับราชามารทิศเหนือและสังหารเหลยป้าเทียนให้ได้ก่อนจะถึงวันสุสานเปิด
“เจ้ามีแผนการอย่างไร”
ราชามารตะวันตกเห็นเสิ่นเสวียนกล่าวเช่นนี้จึงถามด้วยความสงสัย
“มีแผนการแล้วแต่จำเป็นต้องให้ผู้อาวุโสร่วมด้วย”
เสิ่นเสวียนยิ้มน้อยๆหากเหลยป้าเทียนได้เห็นรอยยิ้มของเขาต้องตกใจเหมือนฝันร้ายอย่างแน่นอน
“ได้ข้าจะทำให้เจ้าเหนือต้องชดใช้อย่างสาสม”
ราชามารตะวันตกกล่าวเสียงเย็นคิดไปถึงก่อนหน้านี้ที่ราชามารทิศเหนือโจมตีเขาเพราะคนอื่น ทำให้เขาโกรธขึ้นมาอีก
จากนั้นพวกเขาก็กินดื่มกันมื้อใหญ่อยู่ในจุ้ยเซียนจูที่ดื่มสุราเพราะชื่นชอบในความสนุกสนาน ดื่มสุราเล็กน้อยเพื่อให้มันออกฤทธิ์ทำให้มีความสุข
ตอนกลางคืนพวกเขาพักอยู่ที่จุ้ยเซียนจูจุ้ยเซียนจูนับเป็นโรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ชั้นหนึ่งและชั้นสองเป็นโรงสุรา ชั้นสามคือห้องพัก ค่อนข้างมีมาตรฐานดีเลยทีเดียว
ตอนที่พวกเขาดื่มจนเมาแล้วมีคนสองคนคอยสอดแนมสังเกตพวกเขาอยู่ข้างๆ หนึ่งในนั้นค่อยๆเดินกลับไปยังจวนราชามารทิศเหนือ
ในโถงหลังของจวนราชามารทิศเหนือ
ราชามารทิศเหนือกำลังคุยกับเหลยป้าเทียนขณะนั้นคนที่กลับมายังจวนก็เดินเข้ามาในโถงแล้วคุกเข่าลงพลางกล่าว
“รายงานนายท่านนอกจากราชามารตะวันตกแล้วยังมีอีกสี่คนมาด้วยพวกเขากำลังดื่มสุราอยู่ที่จุ้ยเซียนจู ตอนนี้เมากันแล้ว”
“ยังมีอีกสี่คน?”
เหลยป้าเทียนนั่งอยู่ข้างๆรู้สึกสงสัย ในใจกระวนกระวายเล็กน้อย
“พวกเขาคุยอะไรกัน” ราชามารทิศเหนือถาม
“พวกเขาคุยกันถึงเรื่องการขายศาสตราวิเศษขั้นปฐพีและยังบอกว่าคิดจะมอบให้กับท่านด้วย แต่ถูกท่านปฏิเสธไป” คนที่คุกเข่าอยู่กล่าว
“เฮอะข้ารู้แล้ว ไปสอดแนมต่อได้”
ราชามารทิศเหนือกล่าวเสียงเย็นเขาไม่ได้ธรรมดาอย่างที่แสดงให้เห็น
ส่วนเหลยป้าเทียนที่นั่งฟังอยู่ข้างๆขณะที่ได้ยินคำว่าศาสตราวิเศษขั้นปฐพีพลันรู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย
...................................................
[1] ชั่ง คือหน่วยวัดน้ำหนัก (1 ชั่ง = 500 กรัม)