อี้เฉินพาหลินเฟยไปที่สำนักมังกร นี้ก็หนึ่งปีแล้วสินะที่จากไปจากสำนักนี้
เขานำป้ายสำนักมังกร ออกไปให้ผู้คุมกฎของสำนักมังกร
ศิษย์ใหม่หลายๆ คนแปลกใจนั้นใคร พวกเขาไม่เคยเห็นชายหนุ่มนี้มีมาก่อน
ลูกศิษย์บางคนยังหัวเราะเยาะ การแต่งกายของอี้เฉิน อี้เฉินใส่ชุดผ้าป่านหยาบเหมือนสามัญชน แม้แต่ปราณพลังยังไม่มี
อี้เฉินบอกผู้คุมกฎ "ข้าอยากพบเจ้าสำนัก" เขาไม่อยากเสียเวลาอีก
ศิษย์หลายคนได้ยินยังอดขำไม่ได้ "เป็นผู้ใดกล้าพบเจ้าสำนักไม่เจียมตัวเสียเลย"
อี้เฉินไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไปเขาระเบิดปราณพลังทั้งหมด
ไม่ซ่อนพลังอีกต่อไป
ส่งเสียงเข้าไปในสำนักเป็นปราณพลังเข้าไป เสียงนั้นกึกก้อง
สะท้านใจคน บางคนถึงกับแก้วหูฉีกเลือดไหลซึม
ผู้อาวุโสหลายคนออกจากขั้นพลังมาหน้าสำนัก
พวกเขารู้สึกได้ถึงพลังของขั้นนภา ที่อี้เฉินสำแดงเข้ากดดันแม้กระทั่งผู้อาวุโสชราในสำนักยังต้องมาดู
แม้แต่ศิษย์ต่างๆ ที่มาดูหลายคนแปลกใจนั้นใคร เด็กหนุ่มอายุ17 หน้าตาหล่อเหลา ผมสีขาวปลิวไสว
แต่ปราณพลังกลับแปลกประหลาด ไม่นานผู้อาวุโสจึงเอ่ยถาม
"เจ้ามาทำอะไรคงไม่คิดมาก่อความวุ่นวายในสำนักมังกรหรอกกระมัง"
"ข้าก็เป็นศิษย์สำนักมังกร"
เขาโยนป้ายสำนักออกไปให้ผู้อาวุโสชราในสำนักดู
"เจ้า เจ้า ยังไม่ตายหรือ นี้ก็ผ่านไป1ปีแล้ว"
ผู้อาวุโสบางคนเริ่มจำอี้เฉินได้ "ว่ามาเจ้ามีธุระอะไร
พวกท่านช่วยรับนางเข้าสำนักได้หรือไม่ ถือเป็นตัวแทนของข้าถ้านางเป็นอะไรขึ้นมาข้าจะมาคิดบัญชี"
"เจ้า เจ้า กล้าข่มขู่พวกเราสำนักมังกรงั้นหรือ"
ผู้อาวุโสหลายคนเดือดดาลแต่ก็ต้องยอมรับฤทธิรณอี้เฉินหากอยู่ขั้นนภา
พวกเขาไร้ทางต้านอี้เฉินแน่ๆ
ไม่นานเจ้าสำนักก็ออกจากการปิดขั้นพลัง
แล้วมองมาที่อี้เฉิน ยิ้มอย่างพึงพอใจ "ได้ข้าจะรับนางไว้เป็นศิษย์ของข้าเอง เจ้าไปได้แล้ว"
อี้เฉินคารวะเจ้าสำนัก อย่างจริงใจ แล้วบินพุ่งทะยานจากไป
ผู้อาวุโสสำนักมังกรต่างแปลกใจทำไมเจ้าสำนักไม่รั้งตัวอี้เฉินเอาไว้
เจ้าสำนักยิ้ม "สำนักมังกรเล็กไปสำหรับอี้เฉิน บางที5อาณาจักรเองก็อาจจะเล็กไปสำหรับเขาแล้วตอนนี้"
หลายๆ คนได้ยินถึงกับอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น
ศิษย์ต่างๆ ที่อยู่หน้าสำนักต่างเห็นพลังอี้เฉิน
พวกเขาถอนหายใจ อายุพวกเขาก็พอๆ กับอี้เฉิน แต่อี้เฉินเหมือนอยู่ขั้น นภาแล้ว สามารถบินทะยานบนฟ้าได้
อี้เฉินใช้เวลาถึง3วันกว่าเขาจะมาถึงหมู่บ้านที่เขาเกิดอีกครั้ง
เขากลับไปคำนับปู่ของเขาพูดคุยกันอยู่หลายชั่วยาม ก่อนที่อี้เฉินจะออกไป
อี้เฉินได้เจอเพื่อนสมัยเด็กของเขาพวกเขานั่งพูดคุยอย่างสนุกสนาน
อี้เฉินได้รู้ว่าตอนนี้คนในหมู่บ้านหลายคน ฝึกยุทธแล้ว บางคนถึงกับออกไปผจญโลกภายนอก
อี้เฉินดีใจอย่างมากถ้ามีคนเป็นวรยุทธก็สามารถล่าสัตว์อสูรได้ไม่อดอยากขาดแคลนเสบียงอาหารอีกต่อไป
อี้เฉินกลับที่พักเขาเขียนคัมภีร์วิชามังกรทะยานนภา
ที่ตัวเขาจดจำไว้ให้กับคนในหมู่บ้านบวกกับเขียนคัมภีร์ฝึกปรือสำหรับแนวทางการฝึกฝน
ของเขาเองไว้วิถีที่เขาเดิน มันอาจจะมีประโยชน์สำหรับคนในหมู่บ้านไม่มากก็น้อย
การไปครั้งนี้เขาอาจไม่ได้กลับมาที่นี่อีก เขาเตรียมใจไว้เรียบร้อย
อี้เฉินยังมีหนี้แค้นต้องชำระที่อาณาจักรสายฟ้า
เขาต้องไปเยือน ตระกูลชิงสักครั้งจะต้องฆ่าอาวุโสผู้นำตระกูลชิงให้ได้ที่กล้าล้อมฆ่าเขา
อี้เฉินเองก็ไม่มีความมั่นใจที่จะฆ่าผู้อาวุโสตระกูลชิงเท่าไร่
ตัวเขาที่เหมือนขั้นพลังนภาแต่ก็ยังไม่ใช่ขั้นพลัง นภาที่แท้จริง
ถ้าหากสู้กันนานเกินไปปราณพลังของเขาต้องหมดก่อนแน่นอน
เขาตอนนี้ยังไม่สามารถฝ่าป่าไร้สิ้นสุดไปได้
ขั้นพลังของเขาต่ำเกินไป
ไม่นานข่าวก็แพร่กระจายออกไปว่าอี้เฉินนั้นยังไม่ตาย เด็กหนุ่มที่ฆ่าคนของดินแดนร้อยแคว้นกลับมาแล้ว
จนข่าวกระจายไปทั่ว5อาณาจักรใหญ่ เหล่าอนุชนคนรุ่นใหม่ได้ยินชื่อเสียง อี้เฉินมานานจากการประลองอี้เฉินเปรียบเหมือนตัวอย่างของอนุชนรุ่นใหม่ใจกล้าเด็ดเดี่ยว
ไม่หวาดกลัวต่อสิ่งใด
ผู้ที่ไม่แพ้การประลองกับดินแดนร้อยแคว้น บ้างก็ว่าผู้ไร้พ่ายในขั้นพลัง ก่อกำเนิด
พวกเขาต่างสรรเสริญให้อี้เฉินเป็นเหมือนผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของขั้นพลัง ก่อกำเนิดแม้แต่คนดินแดนร้อยแคว้นสยบ
ผู้อาวุโสชราบางคนยังส่ายหัว ถ้าอี้เฉินอยู่ที่นี้ต่อ ภายภาคหน้าขั้นพลังของอี้เฉินจะอ่อนแอ ไม่มีสิ่งของมาเติมเต็ม10ประตูวิถี
หลายๆ คนถอนหายใจ ผู้มีพรสวรรค์กลับต้องมาตกต่ำภายภาคหน้าถ้าอี้เฉินเลื่อนขั้นนภา จะอ่อนแอเหมือนพวกอาวุโสชรา อย่างแน่นอน
ภายภาคหน้าอี้เฉินจะไม่สามารถเดินไปได้ไกล เพราะถ้าขั้นพลังอ่อนแอ ยอดพีระมิดก็จะไม่แข็งแรง