เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 50

    ย้อนเวลากลับไปเพียงเล็กน้อย..“น่าเบื่อจะตายชัก.. แต่ก็ดีเหมือนกันที่อาจารย์เลื่อนเวลาออกไปอีกหน่อย ไม่อย่างนั้นเราคงเตรียมตัวไม่ทัน” มีมี่ ลูกศิษย์อย่างเป็นทางการคนแรกของคุณเทียนหลงในตำนาน นอกจากนี้พ่อของเธอยังเป็นคนใหญ่คนโตของรัฐบาลปัจจุบัน งานสังคมอย่างนี้เธอมาร่วมก็นับว่าเป็นเกียรติมากแล้ว“30 ล้าน..” ในขณะที่เธอกำลังปิดปากเพื่อที่จะหาวง่วง ก็ได้ยินเสียงเรียกราคาที่ค่อนข้างหนักเอาการ แน่นอนว่าเธอหันหลังไปตามเสียงตรงนั้น และมันต้องทำให้เธอขยี้ดวงตาที่ง่วงนอนนี้ให้ลืมขึ้นเต็มตา“ห๊ะ!! อาจารย์...” มีมี่อุทานมาอย่างตกใจ แต่เธอก็ต้องรีบสงบสติอารมณ์เอาไว้ก่อนไม่กระโตกกระตากเอาไว้ เธอจำได้ขึ้นใจว่าอาจารย์ต้องการที่จะทำทุกอย่างด้วยความเป็นส่วนตัว เรื่องเมื่อเช้ายังไม่ทันได้พูดคุยขอโทษใดๆกับการส่งลูกน้องติดตามเขา ตอนนี้หากเธอแสดงตัวอีก มันจะยิ่งไปกันใหญ่ เธอยังคงเฝ้าดูสถานการณ์ไปเรื่อยๆ และเส้นฟางสุดท้ายของเธอก็ต้องขาดดัง ‘ผึง’ หลังจากได้ยินสิ่งที่ไม่ควรได้ยิน“ผมต้องการคัดค้าน.. เขาไม่สามารถจ่ายเงินในราคาที่สูงขนาดนั้นได้ พวกคุณควรเช็กเขาก่อนไหม เขากำพร้าพ่อแม่ ธุรกิจอะไรก็ไม่มี นอกจากนี้พี่สาวของเขายังทำงานบริษัทเล็กๆที่เงินเดือนยังไม่ถึง 3 หมื่นบาท อย่าว่าแต่ 35 ล้านเลย แม้แต่ล้านเดียว เขาก็ไม่มีปัญญาจ่ายได้” ตูมตามกล่าว ‘ไอ้บ้าตัวไหน.. กล้ามาดูถูกอาจารย์ของฉันคนนี้..’ สีหน้าของมีมี่มันบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเธอโกรธ และได้หมายหัวไอ้บ้านั้นเอาไว้แล้ว หลังจากพิธีกรกล่าวเสร็จ เธอก็ลุกขึ้นยืน และเอ่ยในทันที “ตระกูลศิริวิวัฒน์เกรษา.. ขอยืนยันด้วยเกียรติทั้งหมดที่ตระกูลเรามีว่าคุณอนุวัฒน์สามารถจ่ายเงินในราคานั้นได้... และต่อให้มันเป็นร้อยล้าน พันล้าน หมื่นล้าน ตระกูลของเราก็พร้อมที่จะสนับสนุนคุณอนุวัฒน์คะ” มีมี่กล่าวขึ้นเสียงดังพอประมาณ มันยิ่งสร้างความตกใจกับผู้คน  วันนี้พวกเขาเหมือนมาดูเรื่องตลกของเหล่าทายาทรุ่นเยาว์ เพียงแค่ไม่กี่นาทีก็ฟาดกับยับๆเสียแล้ว หลายคนในที่นี้ต่างก็รู้ดีว่าเธอคนนี้เป็นใคร รู้แม้กระทั่งอำนาจของเธอในตอนนี้ มันอาจจะเรียกได้ว่ามากกว่าผู้แทนราษฎรบางคนเสียอีก แต่สำหรับคนนอกที่ไม่ค่อยได้ติดตามข่าวเกี่ยวกับดันเจี้ยนจะไม่ทราบ“แต่ว่า.. มันเป็นเพียงแค่ยาจกเท่านั้น ทำไมคุณถึงได้สนับสนุนมัน..” ตูมตามที่อารมณ์ไม่คงที่เอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ มีมี่ที่ได้ยินอย่างนั้นก็หันมองด้วยสายตาเย็นชา เธออยากจะฆ่าไอ้ตัวปากเสียนี่ให้ตายๆไป แต่คนเยอะขนาดนี้มันทำไม่ได้ เธอไม่อาจให้ตระกูลเสื่อมเสียชื่อเสียงได้“ฉันขอเตือน หากคุณยังกล่าวให้ร้ายกับคุณอนุวัฒน์อีกแม้แต่คำเดียว คุณจะได้เห็นความโกรธเกรี้ยวของตระกูลเรา..” มีมี่กล่าวข่มขู่กันซึ่งๆหน้า และนั่นมันทำให้ตูมตามชะงักไปครู่หนึ่ง ธุรกิจตระกูลตูมตามจะต้องอาศัยงานจากทางภาครัฐ และถ้ามีปัญหากับเธอก็เท่ากับว่ากำลังฆ่าตัวเองตาย“คุณทำอย่างนี้ คงไม่ได้ห่วงเรื่องความสัมพันธ์ของตระกูลของผมเลยใช่ไหม.. คุณทำอย่างนี้ ท่านสว.วสินเห็นด้วยอย่างนั้นเหรอ ที่คุณจะปกป้องมันขนาดนี้...” ตูมตามก็ยังคงโวยวายไม่เลิก และความอดทนของมีมี่ก็หมดลง เธอหันไปพร้อมกับยิ้มอย่างเยือกเย็น รังสีการฆ่าฟันแสดงออกมาอย่างเด็ดชัด“ฉันจะบอกให้เอาบุญ.. แม้ว่าพ่อของฉันจะอยู่ตรงนี้ด้วย เขาก็ยินดีที่จะประเคนทุกอย่างที่เขามีให้กับคุณอนุวัฒน์ อย่าว่าแต่รถคันนั้นเลย แม้แต่ชีวิต..” มีมี่กล่าวด้วยความโมโหสุดขีด“พอแค่นั้นแหละ!!.. อย่าให้มันเป็นเรื่องใหญ่” ไอซ์กล่าวขึ้นมาแทรกกลางคันก่อนที่มีมี่จะเผลอพูดอะไรที่ไม่ควรพูดอีก มีมี่ที่ได้ยินคำพูดนั้นเธอก็นิ่งค้างก่อนที่เธอจะก้มหัวลง“ขออภัยด้วยค่ะคุณอนุวัฒน์..” มีมี่กล่าว และก็อดไม่ได้ที่อยากจะจิกหัวของตัวเอง แค่เธอไม่สามารถทำได้ในตอนนี้ ถึงมันจะเป็นข้อมูลเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม แต่คนที่ฉลาดหน่อยก็ต้องรู้ว่ามันมีมูลแน่นอน อาจารย์ของเธอต้องการปกปิดความลับ และเธอทำอย่างนี้ก็ยิ่งหนักเข้าไปอีกหากรวมเรื่องเมื่อเช้า ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอหลังจากนี้“ทางคุณต้องการตรวจสอบทรัพย์สินของผม.. คุณจะตรวจสอบมันยังไงล่ะ” ไอซ์กล่าวถามอย่างใจเย็น“เราสามารถโทรยืนยันกับทางธนาคารต้นสังกัดของคุณได้ครับ เพียงแค่คุณมีเลขที่บัญชีกับบัตรประชาชนเท่านั้น.. แต่ว่า..” พิธีกรกล่าวพร้อมกับมองไปทางมีมี่ เขาไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องตรวจอะไรอีก ประธานจัดงานกล่าวยืนยันขนาดนั้นแล้ว จะให้เขามองข้ามไปได้อย่างไร“ทำไปตามขั้นตอน ฉันไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใครให้ออกหน้าแทน..” ไอซ์กล่าวอย่างเน้นย้ำ เขาไม่ค่อยชอบใจเท่าไรกับการกระทำของมีมี่ หลังจากนี้เขาจะต้องเอ่ยเตือนเธอให้มากๆ และระวังเรื่องพวกนี้เป็นพิเศษ“ทราบแล้วครับ กรุณาแจ้งธนาคาร เลขบัญชี และบัตรประชาชนทางนี้ครับ” พิธีกรกล่าว พร้อมกับรอยยิ้มของตูมตามที่ปรากฏบนหน้า และแน่นอนว่ามันก็ยังกัดไม่เลิก“ถ้าโปร่งใสจริงๆ ทำไมคุณไม่ทำให้ทุกคนในที่นี้ได้เห็นกันเลยล่ะ..” พิธีกรที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับสตั๊นท์เลยในทันที เพราะการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อหน้าสาธารณะมันเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายหากอีกฝ่ายไม่ยินยอม เขาอ้ำๆอึ้งๆเล็กน้อย“ทำไปตามที่เขาต้องการ... เพียงแค่ปกปิดชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน ให้เห็นแค่รูป ไม่มีปัญหาใช่ไหมนายน้อยตูมตาม” ไอซ์กล่าวอย่างใจเย็นที่สุด“ได้ไม่มีปัญหา เพียงแค่เท่านั้นก็สามารถยืนยันได้แล้วว่ามันเป็นของจริง พวกคุณรีบดำเนินการเถอะ” ตูมตามกล่าว ไอซ์เดินตรงไปยังพิธีกรก่อนจะทำตามขั้นตอนต่างๆ ไม่นานทุกอย่างก็พร้อมสำหรับการยืนยัน พิธีกรยกมือถือของตัวเองก่อนจะต่อสายไปยังธนาคารตามที่ได้รับแจ้งโดยตรง“ธนาคาร ‘การค้าไทย’ ยินดีให้บริการ ไม่ทราบว่าต้องการติดต่อเรื่องอะไรเป็นพิเศษคะ” เจ้าหน้าที่เอ่ยทันทีที่รับสาย“สวัสดีครับ ผมติดต่อมาจากงานมหกรรม Moter Expo เมืองเชียงใหม่ เราโทรมาสอบถามเพื่อขอให้ทางธนาคารคุณยืนยันทรัพย์สินของผู้ร่วมประมูลครับ” พิธีกรกล่าวพร้อมกับยื่นลำโพงของโทรศัพท์ไปทางไมค์ นอกจากนี้เขายังได้แชร์หน้าจอมือถือเครื่องนี้ขึ้นบนจอเพื่อความโปร่งใส“กรุณาแจ้งหมายเลขบัญชี พร้อมกับเอกสารยืนยันสิทธิ์ให้เข้าถึงบัญชีรายบุคคลของเจ้าของบัญชี และสำเนาบัตรประชาชน ส่งแฟกซ์ที่เบอร์...... ค่ะ” พิธีกรทำทุกอย่างต่อหน้าต่อตาของมวลชน และแน่นอนว่ามันไม่สามารถเล่นตุกติกอะไรได้เลย“ทางธนาคารได้รับเอกสารยืนยันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว.. เรากำลังโอนสายของท่านให้กับผู้จัดการสาขาต้นคั่วบัญชี กรุณารอสักครู่.... สวัสดีครับ ผมเกียรติไกร ผมทราบเรื่องที่พวกคุณต้องการแล้ว แต่ผมต้องขออภัย เนื่องจากบัญชีนี้เป็นบัญชีบุคคลพิเศษของทางธนาคาร ผมไม่สามารถแจ้งยอดจำนวนเต็มให้กับทางคุณได้ แต่สามารถบอกงบที่จะใช้สำหรับงานประมูลของคุณเทียบกับเงินสดที่พร้อมจ่ายได้..” เกียรติไกรกล่าว พิธีกรเองก็ตกใจ บัญชีพิเศษมีน้อยคนมากที่จะมีมัน ส่วนใหญ่ก็ต้องมีเงินสดในบัญชีมากกว่าพันล้านบาทขึ้นไปถึงจะถูกเรียกว่าบัญชีพิเศษ หลายคนไม่รู้แต่สำหรับเขาที่อยู่ในวงการการประมูลจะรู้ดี“เราต้องการทราบว่าเจ้าของบัญชีสามารถจ่ายเงินจำนวน 35 ล้านบาทได้ทันทีหรือไม่” พิธีกรกล่าวถาม“นี่คุณกำลังล้อผมเล่นหรือยังไง...คุณไม่รู้หรือยังไงว่าบัญชีพิเศษของธนาคารเรา คนที่มีมันจะต้องมีทรัพย์สินเท่าไร หรือว่าคุณยังเป็นมือใหม่ในวงการการประมูล” เกียรติไกรกล่าวอย่างสับสน“ผมทราบดีครับ แต่ผู้ร่วมประมูลท่านอื่นต้องการที่จะทราบผลไปพร้อมกับผมว่าเจ้าของบัญชีสามารถที่จะจ่ายทันทีได้หรือไม่ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความโปร่งใสครับ”พิธีกรเอ่ยตอบ“ผมเข้าใจแล้ว.. 35 ล้าน ถือว่าสามารถจ่ายได้ในทันที..” เกียรติไกรกล่าว และมันทำให้ทุกคนในที่นี้อึ้งไปตามๆกัน แน่นอนว่าตูมตามไม่ยอมแพ้ ตะโกนออกมาสุดเสียง เพราะเขาไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน และมันจะต้องมีอะไรผิดพลาดเป็นแน่“คุณฟังผิดไปหรือเปล่า 35 ล้านบาทนะครับ ไม่ใช่ 35 บาท.. หรือว่าคุณกำลังเล่นตลก และบอกว่าเขาเป็นเศรษฐีร้อยล้านพันล้าน...” ตูมตามกล่าว แต่เนื่องจากเสียงที่มันค่อนข้างไกล ทำให้เกียรติไกรได้ยินเพียงแค่ประโยคสุดท้ายเท่านั้น และเขาก็เอ่ยตอบในทันที“..1,000 ล้านบาท ถือว่าสามารถจ่ายได้ในทันที..”