จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    ตอนที่ 53 สงครามตัดสิน

    ตอนที่ 53 

    สงครามตัดสิน

    ทหารของทั้งสองแคว้นกำลังยืนเผชิญหน้ากันอยู่สองฝั่ง ผู้นำของทั้งสองฝ่ายก้าวออกมาด้านหน้าของกองทัพของตนเอง 

    หมิงเหอหลิง ไท่จื่อแห่งแคว้นหมิงบุรุษท่าทางองอาจสง่างามที่นั่งอยู่บนหลังของอาชาก้าวออกมาด้านหน้าของทหารทั้งหมด ไม่ว่าผู้ใดเมื่อได้รูปลักษณ์แม้จะเป็นครั้งแรกก็สามารถสัมผัสได้ว่าร่างกายของบุรุษผู้นี้กำลังแผ่ออร่าแห่งการปกครองออกมาอย่างเต็มเปี่ยม 

    ทางด้านของแคว้นหลิวผู้ที่ก้าวนำหน้า คือบุรุษวัยประมาณยี่สิบกลางๆเขาเป็นชายที่มีร่างกายกำยำสวมใส่เกราะเหล็กสีเงินที่มีลวดลายของพยัคฆ์อยู่บนชุดเกราะ ใบหน้านั้นที่แสนจะเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และหยิ่งยโส ชายผู้นี้คือไท่จื่อแห่งแคว้นหลิว หลิวหวังจิง 

    พวกเขาทั้งสองคนรู้จักหน้าตาและฐานะของอีกฝ่ายดีอยู่แล้ว 

    “ ข้าไม่คิดเลยว่าศึกครั้งนี้ไท่จื่อของแคว้นหมิงจะออกหน้าเองเช่นนี้ ” หลิวหวังจิงที่อยู่อีกฝั่งของสนามรบได้ตะโกนด้วยเสียงดังลั่น 

    หมิงเหอหลิงที่อยู่บนหลังของอาชายังคงแสดงท่าทางสงบนิ่งไปสักพักก่อนที่จะกล่าวกลับไปด้วยเสียงเรียบเฉย “ นี่เป็นศึกแรกของข้าท่านช่วยถอยให้ข้าหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร ”

    หลิวหวังจิงที่อยู่อีกฝั่งของสนามรบเมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาก็เปล่งเสียงหัวเราะอันน่ารังเกียจออกมา “ พูดเล่นอย่างนั้นหรือเหอหลิง ตอนนี้พวกเจ้าคงจะทนอยู่ได้อีกไม่นานด้วยเสบียงเพียงแค่นั้นแล้วเหตุใดข้าต้องถอยด้วย ”

    หลิวหวังจิงกล่าวออกมาอย่างไหลลื่นและดูจะภูมิใจกับชัยชนะของตนเองที่สามารถเผาเสบียงของแคว้นหมิงได้ 

    “ เอาเช่นนี้อย่างไรพวกเรามาลองสู้กันสักครั้งถ้าเจ้าตัดคอข้าได้ศึกนี้แคว้นหมิงของพวกเจ้าอาจจะชนะก็ได้ ” หลิวหวังจิงยื่นโอกาสให้กับอีกฝ่ายสำหรับมันแล้วตอนนี้คงคิดว่าแคว้นหมิงอยู่ในกำมือก็เพียงเท่านั้น 

    หมิงเหอหลิงที่นั่งอยู่บนหลังของอาชาเขาไม่แสดงท่าทางอันใดออกมาเลยก่อนจะตอบกลับไป “ ได้ข้ารับคำท้าของท่าน ”

    ไท่จื่อของทั้งสองแคว้นควบอาชาคู่ใจมุ่งตรงออกมาเผชิญหน้ากันตรงกลางของสนามรบ หมิงเหอหลิงและหลิวหวังจิงลงจากหลังของอาชา ทั้งสองชักกระบี่คู่กายของตนเองออกมาจากฝักกระบี่ที่เหน็บอยู่ที่เอว 

    กระบี่สีทองในมือของหมิงเหอหลิงคืออาวุธวิญญาณที่มีชื่อว่า กระบี่ผ่าสวรรค์ โดยกระบี่เล่มนี้เป็นอาวุธวิญญาณที่มีทักษะสัตว์อสูรวิญญาณระดับสีดำสลักเอาไว้อยู่ มันคือสมบัติชิ้นหนึ่งที่ถูกส่งต่อกันมาของราชวงศ์หมิง 

    ครั้งแรกที่สร้างกระบี่เล่มนี้ขึ้นมามันต้องใช้ผู้ฝึกตนสายวิถีอักขระมากถึงสิบคนกว่าจะสามารถผนึกทักษะของสัตว์อสูรวิญญาณระดับสีดำลงไปได้ 

    เมื่อกระบี่ผ่าสวรรค์มาอยู่ในมือของหมิงเหอหลิงมันช่วยให้ความสง่างามของเขาเพิ่มมากขึ้นไปอีก 

    หลิวหวังจิงเป็นฝ่ายที่เริ่มก่อนเขาได้ใช้กระบี่สีเงินของตนเองพุ่งเข้าใส่หมิงเหอหลิงอย่างรวดเร็ว อีกฝ่ายก็เป็นผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับหยั่งรู้เหมือนกัน 

    เหอหลิงที่โดนกระบี่ของอีกฝ่ายพุ่งเข้าใส่ตนเขาก็ใช้กระบี่สีทองในมือของตนเองตั้งรับแล้วก็โต้ตอบกลับไปในเวลาเดียวกัน เคร้ง!!! เคร้ง!!! เคร้ง!!! กระบี่ของทั้งสองปะทะกันเกิดเสียงดังลั่นไปทั่วทั้งสนามรบ 

    เหล่าทหารของทั้งสองฝ่ายยืนมองผู้นำของตนเองฟาดฟันกันอย่างเงียบสนิท เพลงกระบี่ทั้งสองฝ่ายที่แลกกันอยู่มาประมาณสิบกระบวนท่าเพลงกระบี่ของพวกเขาทั้งถึงว่าสูสี 

    แต่กระนั้นความจริงที่หลิวหวังจิงอายุมากกว่าหมิงเหอหลิงเกิน 5 ปีนั้นเป็นความจริง เมื่อเปรียบเทียบกันตามอายุแล้วหมิงเหอหลิงถือว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่แท้จริง 

    ในขณะที่กำลังแลกกระบี่อยู่นั้นเองหมิงเหอหลิงก็ได้โอกาสที่ตนเองจะแสดงทักษะกระบี่ราชันย์ออกมา 

    “ ทักษะกระบี่ราชันย์กระบวนท่าที่สอง ”

    “ คมหอกราชันย์!!! ” สิ้นเสียงของเหอหลิง กระบี่สีทองในมือของเหอหลิงก็มีความเร็วที่เปลี่ยนไป ปลายกระบี่สีทองพุ่งตรงเข้าไปที่ร่างกายของหลิวหวังจิงถึงห้าครั้งในเวลาเพียงพริบตาเดียว

    “ อ๊าก!!! นี่มัน!!! ” หลิวหวังจิงร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนก เพียงพริบตาครั้งเดียวร่างกายของเขาก็ได้เกิดบาดแผลขึ้นมาถึงห้าจุดนั้นคือ แขนซ้ายและขวา ขาซ้ายและขวา และกลางหน้าอก 

    หลิวเหอหลิงผงะถอยกลับไปหลายก้าว โลหิตที่ไหลออกมาจากบาดแผลที่แขนและขาทั้งสองข้างถือว่าหนักหนาเอาการแต่บาดแผลตรงกลางหน้าอกไม่เท่าไหร่เพราะมีเกราะเหล็กป้องกันอยู่ 

    “ นี่เจ้าทำได้อย่างไร ” หลิวหวังจิงถามด้วยความประหลาดใจ เขาก็เป็นผู้ฝึกตนระดับใกล้เคียงกับหมิงเหอหลิงเหตุใดเขาถึงมองไม่เห็นกระบี่ของอีกฝ่ายละ 

    เมื่อครู่ทักษะที่สองของกระบี่ราชันย์ของเหอหลิงที่มีชื่อว่าหอกราชันย์มันคือการเพิ่มความเร็วให้กับกระบี่ชั่วพริบตา เหอหลิงสามารถทิ่มแทงได้สูงสุดถึงห้าครั้งในพริบตาเดียว

    หมิงเหอหลิงสงบนิ่งเขายกกระบี่ของตนเองขึ้นมาแล้วชี้ตรงไปที่หน้าของหลิวหวังจิงก่อนจะกล่าวอย่างเรียบเฉย “ ข้าไม่อยากฆ่าท่านให้สองแคว้นมีเรื่องบาดหมางกันมากไปกว่านี้ท่านสั่งถอยทัพเถอะ ”

    เหอหลิงรู้ถึงผลที่จะตามมาถ้าเขาสังหารไท่จื่อของแคว้นหมิงด้วยดาบของตนเองความแค้นของทั้งสองแคว้นจะยิ่งเพิ่มขึ้นจนเรียกได้ว่าอีกร้อยปีก็คงไม่จบลง

    ทว่าหลิวหวังจิงได้ยกยิ้มที่มุมปากอันเจ้าเล่ห์ “ สังหารงั้นรึบ้าหรืออย่างไร ”

    ทันใดนั้นเองหมิงเหอหลิงที่กำลังได้เปรียบก็รู้สึกถึงบางอย่างด้านในร่างกายของเขาพลังวิญญาณกำลังปั่นป่วนจนต้องกระอักโลหิตสีแดงออกมาเป็นจำนวนมาก “ อ๊าก!!! อะไรกัน!!! ”

    จบตอน