ตอนที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบสาม Hospitality
ยอดเพชร เกล็ดมังกรแดงนั้นก้าวย่างอย่างพยัคฆ์ประดุจดั่งราชสีห์ที่พยายมจะตะปบเหยื่อและมองทุกคนเป็นเหยื่อ
ซึ่งเจิดมาเห็นฉากที่ทุกคนเอาปืนจ้องกันไปมานั้นต้องถอนหายใจ
ที่ตนเองให้คลำเอาไว้แล้วว่าจะไม่ทำร้ายแขกที่เข้ามาหาตนเองในบริเวณบ้าน
ไม่งั้นจะเป็นการทำผิดคลำของจะเสื่อมและเราอาจจะตายอนาถตามแบบพี่หมาคูฮูเลนตามตำนานของชาวไอริชได้
เงื่อนไขสัตย์สาบาน
Geass
มันลำบากอย่างนี้ล่ะ
มันทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นแต่ในอีกทางมันก็บีบข้อจำกัดของทางเลือกของเราลงไป
มันก็เป็นการเลือกของเราทางหนึ่งว่าจะเลือกมีพลังเพิ่มมากขึ้นหรือความสามารถที่จะฆ่าคนทุกคนที่มาเยือนบ้านของเราได้
ซึ่งผมเองก็ตัดใจไปแล้วว่าเราควรจะสร้างบ้านเป็นเขตปลอดภัยที่ต่อให้ศัตรูก็ทำร้ายเราไม่ได้
แบบแนวคิด เฮสเทียที่หากเรามีเตาผิงอยู่และบูชาเธอ สัตว์ประลาหดจากภายนอกจะเข้ามาไม่ได้หรือ เซอุสที่แม้เราจะมองว่าเขาคือเทพที่ข่มขืนคนไปทั่ว
แต่เขามีนิสัยชอบปลอมตัวเป็นคนเดินทางด้วย
หากต้อนรับอย่างดีเซอุสจะอวยพร หากต้อนรับไม่ดีเซอุสจะสาปและลงโทษ
Hospitality
การต้อนรับ
คือหนึ่งในกฎเกณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดอย่างหนึ่งของเทพเจ้าและทางเวทย์
การแหกกฎเรื่องการต้อนรับนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะล้อเล่นได้
หมายความว่าหากมีคนทำอย่างตระกูลเฟรย์ในมหาศึกชิงบัลลังก์Game of Throne
ที่ฆ่าคนในงานเลี้ยงนั้น
คนที่ทำลายกฎของการต้อนรับว่าจะไม่ทำร้ายแขกเหรื่อนั้นจะสามารถโดนลงโทษได้ทั้งจากเทพเจ้าและมนุษย์
ไม่มีใครสามารถปกป้องคนที่ทำผิดกฎข้อนี้ได้
น่าสนใจที่กฎที่สำคัญที่สุดข้อนี้
ในสังคมที่เอทิสม์มากเกินไปไม่เชื่อเรื่องการมีอยู่ของเทพเจ้าคนให้ความสำคัญน้อยลง
แต่หากเทพเจ้าและอาคมมีอยู่จริง
มันคือหนึ่งในกฎที่เราต้องทำตามหากเราไม่อยากโดนเทพเซอุสเสกเราเป็นเกลือหรือต้นมะกอกข้างทาง
ผมโบกมือให้ลูกน้องวางปืนลง
“ไม่ต้องใจร้อนไปแขกเหรื่อมาก็ต้อนรับ เอาน้ำใส่ขันมาให้ยอดเพชรแกหน่อยเดี๋ยวคนจะหาว่าข้าต้อนรับไม่ดี”
ผมกล่าวต่อพวกลูกน้องที่ทำท่าไม่พอใจ
แต่ก็ทำตามคำสั่งของผม
อย่างที่ว่าแม้เทพเจ้าจะตรากฎเอาไว้แต่ไม่ได้หมายความว่าคนในภูมิภาคนี้จะทำตาม
เรามีตำนานเรื่องของการเอาพระภิกษุที่คนนับถือมาเชิญคนไปพบปะพูดคุยและฆ่าคนที่เชิญมานั้น
หรือเชิญมาเจรจาแต่ก็ฆ่าคนในงานนั้นเช่นกันไม่ต่างกับ
วิวาห์สีเลือด
RedWedding
ที่คนไม่สนกฎเกณฑ์ของเทพเจ้าและมนุษย์อีกต่อไปต้องการแต่สังหารศัตรูทางการเมืองของตนเอง
หารู้ไม่ว่าหากทำอย่างนั้นต่อให้ไม่มีเทพเจ้ามากเกี่ยว
คนก็จะไม่ไว้ใจการจัดงานเลี้ยงหรือการเจรจาอีกต่อไปกับคนผู้นั้น
แน่นอนพวกเขาอาจจะคิดว่าตนเองแข็งแกร่งมากพอที่จะไม่ต้องเกรงใจใคร..แต่การเมืองน่ะสถานการณ์มันเปลี่ยนผันจนไม่อาจจะบอกได้
เราอาจจะต้องเจ็บปวดเองทีหลังในตอนที่ไม่มีคนมาเจรจาด้วยก็เป็นไปได้
และที่สำคัญที่นี่ไม่ใช่โลกปราณยุทธ
แม้ผมจะเป็นลูกชายกำนันแต่ไม่สามารถฆ่าใครอย่างโจ่งแจ้งได้โว๊ย