หลังจากที่เฟยหรงได้ไปบอกกล่าวเรื่องราวต่างๆให้กับทางด้านเหล่าภรรยาของเขาได้ฟังแล้ว ชายหนุ่มและจักรพรรดิมังกรหลงเสี่วหยาก็ออกเดินทางในทันที กว่าที่เขาจะออกมาได้ย่อมไม่ง่ายดายเพราะเจ้าหญิงตัวน้อยทั้งสองนั้นพวกนางอยากจะติดตามเฟยหรงมาด้วยแต่ดันถึงบรรดาแม่ๆของพวกนางห้ามเอาไว้ ทำให้พวกนางถึงกับร้องไห้ออกมายกใหญ่จนทำให้เฟยหรงต้องปลอบประโลมพวกนางอยู่หลายชั่วยามเลยทีเดียว
"ฮ่าๆๆนี่แหละคือสีสันต์ของการมีลูก น่าสนุกดีใช่ไหมละ"หลงเสี่ยวหยากล่าวอย่างขบขันยิ่งเห็นใบหน้าที่เหน็ดเหนื่อยของเฟยหรงหลังจากต้องรับมือกับลูกสาวทั้งสองคนมันก็อดไม่ได้ที่เขาจะหลุดหัวเราะออกมา
"ท่านไม่ต้องมาพูดดีเลย หากไม่ได้แม่ๆของพวกนางช่วยละก็การรับมือเจ้าสองแสบนั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลยสักนิดเดียว ตอนนี้ข้าเริ่มเข้าใจความรู้สึกของท่านปู่ที่เลี้ยงท่านพ่อกับข้ามาด้วยตัวคนเดียวแล้วสิ"เฟยหรงบ่นอุ่บอิบจักรพรรดิมังกรทองทะยานร่างต่อไปอย่างรวดเร็วจนในที่สุดเมื่อผ่านไปสามวันพวกเขาก็มาถึงครึ่งทางแล้วเบื้องหน้าของพวกเขาในเวลานี้มีร่างเงาหญิงสาวที่คุ้นตากำลังบินอยู่กลางอากาศและนั่นทำให้จักรพรรดิมังกรทองถึงกับหยุดชะงักในทันที
"เฮ่ ท่านจะหยุดก็บอกกันก่อนสิเล่นหยุดแบบนี้ข้าแทบจะหล่นอยู่แล้วนะ"เฟยหรงตีโพยตีพาย การที่จักรพรรดิมังกรหยุดชะงักเช่นนี้มันทำให้เขาเกือบจะตกใจจริงๆ
"ขอโทษทีแต่ข้าว่าเราควรจะต้องห่างจากบุคคลด้านหน้าเสียหน่อย"จักรพรรดิมังกรทองกล่าวอย่างหวั่นเกรง เฟยหรงนึกแปลกใจไม่ได้ดังนั้นเขาจึงต้องหันไปมองว่าใครกันที่ทำให้จักรพรรดิมังกรระดับมหาเทวะถึงกับหวั่นใจได้
"โอ้ นึกว่าใครที่แท้ก็นางมารเหมันต์ปฐมกาลนี่เอง ท่านกลัวนางหรือตอนนี้ท่านเป็นมหาเทวะแล้วนะ"ใช่!คนที่อยู่บ้างหน้าของพวกเขาคือนางมารเหมันต์ปฐมกาลเสวียเหม่ยที่มาพร้อมกับผู้ติดตามระดับจักรพรรดิเทวะขั้นปลายสองคนนั่นเอง
"อย่างเจ้าจะไปรู้อะไร น้ำแข็งของนางถือเป็นที่สุดแห่งหมู่มวลน้ำแข็งทั้งมวล ในตอนที่ข้าอยู่จักรพรรดิขั้นปลายและสู้กับนางข้าทำไม่ได้แม้แต่ขยับตัวหากนางรู้ว่าข้าเลื่อนระดับเป็นมหาเทวะละก็มีหวังต้องมาทุบตีข้าแน่ๆ"หลงเสี่ยวหยากล่าวอย่างขยาดในพลังของเสวียเหม่ย หากดูท่าทีของเขามันเหมือนกับว่าในอดีตเขาพบเจอเรื่องที่โหดร้ายเอามากๆมาเลยทีเดียว
"เอ๋ จะเป็นเช่นนั้นหรือ นางชอบท่านพ่อไม่ใช่หรือแล้วจะทุบตีท่านที่เป็นดังญาติผู้ใหญ่ของท่านพ่อได้อย่างไรกันละ"เฟยหรงกล่าวอย่างสงสัย จักรพรรดิมังกรได้ฟังก็ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย "เจ้าโง่ นางน่ะมีความรู้สึกรักๆไคร่ๆที่ไหนกัน ในตอนที่ช่วยพ่อของเจ้าไว้นั้นก็เพราะนางสนใจในสายเลือดพยัคฆ์มังกรที่ข้ากับไป๋หู่ให้กับพ่อของเจ้าไปเท่านั้นแหละ หญิงสาวอย่างนางน่ะมีเพียงแค่สนใจกับไม่สนใจ ความรู้สึกรักๆไคร่ๆตั้งแต่รู้จักนางมานับล้านปี ข้าไม่เคยเห็นว่านางจะแสดงออกมาเลยสักนิดหรือหากจะพูดอีกอย่างก็คือนางน่ะไร้หัวใจอย่างแท้จริง"
"หาา!!เช่นนี้ข้าก็คิดไปเองงั้นหรือ แล้วทำไมต้องนั้นที่ข้าบอกว่านางคือแม่รองนางถึงหน้าแดงละ"เฟยหรงอุทานอย่างตกใจ
"เจ้าเด็กโง่ หน้าแดงเพราะความอับอายกับหน้าแดงเพราะความเขินอายมันต่างกันเจ้าเข้าใจหรือไม่ น่าเสียดายที่มีภรรยาตั้งมากมายแต่กลับเรื่องแค่นี้ยังดูไม่ออก"หลงเสี่ยวหยากล่าว หากกล่าวกันตามจริงถ้าเฟยหรงไม่มีปริศนาในร่างกายเยอะจนทำให้เสวียเหม่ยสนใจละก็เขาได้ตายตั้งแต่เรียกเสวียเหม่ยว่าแม่รองแล้ว เพราะไม่มีใครกล้าพูดกับนางมารเหมันต์ปฐมกาลเช่นนั้นมาก่อนการที่รอดมาได้นับว่าเป็นโชคดีมากเลยทีเดียว
เฟยหรงที่ได้ยินถึงกับหน้าซีดและทรุดตัวลงบนหัวของหลงเสี่ยวหยาในทันที นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เขามีภรรยาถึงเจ็ดคนเชียวนะ ทำไมถึงดูไม่ออกละ เรื่องนี้อัปยศเกินกว่าที่เขาจะรับได้ ความมั่นใจของเขาหายไปหลายส่วนเลยทีเดียว
'บัดซบ เรื่องแค่นี้ยังดูไม่ออกแล้วจะมีภรรยาถึงยี่สิบคนได้อย่างไรกัน นี่มันเรื่องเพ้อฝันชัดๆ ไม่ได้การข้าต้องหาคนที่มากประสบการณ์สักคนและศึกษาเขาให้เที่ยงแท้'เฟยหรงมาดมั่นในใจ ภรรยายี่สิบคนคือเป้าหมายรองลงมาจากการพาแม่ของเขากลับมาก็ว่าได้ ดังนั้นเขาจะไม่มีทางยอมแพ้และย่อท้อให้กับเป้าหมายนี้โดยเด็ดขาด แต่หากมีมากกว่ายี่สิบคนชายหนุ่มก็ยินดีมากเช่นกัน
"ท่านหลงเสี่ยวหยา ท่านรู้แหล่งข้อมูลของพวกหนังสือตำราพิชิตใจนารี พิฆาตนารี หรือเกี่ยวกับนิสัยนารีหรือไม่ข้าต้องการมันทั้งหมด"เฟยหรงกล่าวอย่างมุ่งมั่น จนทางด้านหลงเสี่ยวถึงกับมองเซ่อในทันที เจ้าเด็กนี่คิดจะทำอะไรกันแน่ นี่มันคิดจะเข้าถึงแก่นแท้แห่งจิตใจของนารีเลยงั้นหรือ นี่เขาจะต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ
"ไม่รู้สิ งานชุมนุมอาจจะมีก็ได้ เพราะที่นั่นก็แลกเปลี่ยนทุกอย่างที่พึงใจอยู่แล้ว"จักรพรรดิมังกรหลงเสี่ยวหยากล่าวอย่างไม่ใส่ใจ ถึงอย่างไรมันก็เป็นความต้องการของเจ้าเด็กแสบดังนั้นเขาจึงไม่ขัดข้องอะไร
ทั้งสองยังคงร่อนทะยานต่อไปโดยตามหลังเสวียเหม่ยอยู่หลายร้อยลี้ แต่มีหรือที่นางจะไม่รู้ตัว ความจริงแล้วนางรู้ตัวตั้งนานแล้วแต่ยังไม่ได้สนใจอะไรอีกฝ่ายก็เท่านั้น นั่นเพราะนางอยู่กับผู้อาวุโสดังนั้นจึงต้องทำตัวให้น่าเคารพเสียหน่อยจะมาทำตัวเหมือนอยู่คนเดียวและไปทุบตีเจ้ามังกรน้อยเหมือนที่เคยทำก็ไม่ได้เพราะขัดกับภาพลักษณ์ของเจ้านิกายเกินไป
'หน่อย!!บังอาจนินทาข้า คอยดูเถอะว่าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไรเจ้าเด็กน้อย เจ้ามังกรน้อย'เสวียเหม่ยคิดในใจ บทสนทนาของเฟยหรงและหลงเสี่ยวหยาดูเหมือนว่านางจะได้ยินทั้งหมดเลยทีเดียว แต่ต้องระงับความไม่พอใจเอาไว้ก่อนพอมีโอกาสค่อยจัดการเจ้าพวกขี้นินทาพวกนี้ทีหลัง
ภายในระยะเวลาอีกสามวันในที่สุดเฟยหรงก็มาถึงพิภพกู่เป็นที่เรียบร้อยในสถานที่แห่งนี้ดูคล้ายคลึงกับพิภพหยุนอยู่ไม่น้อยแต่สิ่งที่แตกต่างกันออกไปคือป่าไม้ที่เขียวขจีอยู่ตลอดเวลาทั้งยังมีสัตว์อสูรระดับราชันเทวะมากมายอาศัยอยู่ทั้งหมดดูดุร้ายเป้นอย่างมากแต่พวกมันก็แทบจะหมอบกรอบเมื่อสัมผัสได้ถึงการมาของตัวตนที่สูงกว่ามันอย่างจักรพรรดิมังกร
"ท่านหลงเสี่ยวหยาร่างนี้ของท่านดูเหมือนมันจะเด่นกินไปหน่อย ข้าคิดว่าท่านควรจะแปลงกายเป็นมนุษย์หน่อยเป็นไง"เฟยหรงกล่าว จักรพรรดิมังกรก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยก่อนจะแปลงกายเป็นชายวัยหนุ่มผมสีทองมีเขามังกรอยู่บนศรีษะสวมอาภรณ์สีขาวลวดลายมังกรสีทองดูแล้วสูงส่งเป็นอย่างมาก
เฟยหรงที่ได้เห็นถึงกับกุมขมับอย่างช่วยไม่ได้ จริงอยู่ที่มันไม่ได้ดุยิ่งใหญ่เหมือนเมื่อก่อนแต่มองรวมๆแล้วหลงเสี่ยวหยาก็ยังโดดเด่นอยู่ดี 'ช่างเถอะๆปล่อยไปทั้งแบบนี้ก็แล้วกัน'เฟยหรงและหลงเสี่ยวหยาโบยบินไปและไปหยุดอยู่ที่คฤหาสน์ใหญ่ที่ตอนนี้มีหลายขุมกำลังด้วยกันที่นั่งสนทนากันอยู่
"โอ้ ช่างเปิดหูเปิดตาโดยแท้ คนพวกนี้ล้วนอยู่ระดับจักรพรรดิเทวะขึ้นไปไม่คิดว่าจะมากมายขนาดนี้"เฟยหรงตื่นตาตื่นใจ ในเวลานี้ผู้คนเกือบห้าสิบคนหากแยกแยะออกมาแล้วจะดูเหมือนมีประมาณสิบห้าขุมกำลังตอนนี้กำลังนั่งสังสรรค์และแลกเปลี่ยนสิ่งของกันอย่างเป็นมิตร จะมีเพียงตำหนักรัตติกาล มหาสมุทรไร้สิ้นสุด และนิกายพิษสวรรค์เท่านั้นที่ดูเหมือนจะยังมาไม่ถึง
"ท่านหลงเสี่ยวหยานั่นคือเก้าอี้รับรองของหอกระบี่ดาวตกของเรานี่ ท่านว่าพวกเขารู้ได้อย่างไรว่าพวกเรามีมหาเทวะ"เฟยหรงกล่าวอย่างสงสัยคำถามนี้ค้างคาใจเขามานานแล้ว
ดูเหมือนว่าในดินแดนลึกลับแห่งหนึ่งจะมีผู้คนจัดการเรื่องนี้และทันทีที่มีคนก้าวข้ามระดับมหาเทวะ ชื่อของคนผู้นั้นก็จะปรากฏอยุ่บนศิลาหินในทันที กลุ่มคนเหล่านั้นมีหน้าที่เพียงล่ารายชื่อและจัดงานชุมนุมนี้ขึ้นมาก็เท่านั้น หากจะให้เดาพวกเขาคงทำไปเพราะความสนุกกระมัง"หลงเสี่ยวหยาเล่า เฟยหรงถึงกับผงะนี่พวกเขาว่างกันขนาดนั้นเชียวหรือถึงขนาดจัดงานแบบนี้เพื่อความสนุกสนาน ทั้งยังดูเหมือนจะไม่มีขุมกำลังใดที่กล้าขัดคำสั่งของคนกลุ่มนี้อีกด้วย
"เอาเถอะ ไหนๆก็มาแล้ว เจ้าลองไปดูชมหน่อยเป็นไงนี่ยังไม่ถึงเวลาสำหรับการชุมนุมเลย ไม่แน่ตำราพิฆาตนารีที่เจ้าสนใจอาจจะมีอยู่ก็ได้"เฟยหรงได้ยินถึงกับดวงตาเปล่งประกายทะยานร่างลงไปเบื้องล่างในทันที หลงเสี่ยวหยาถึงกับยิ้มอย่างขมขื่นในใจ นี่หรืออัจฉริยะที่สวรรค์ยังหวาดกลัว ดูแล้วก็เป็นเด็กหนุ่มเจ้าชู้ธรรมดาๆนี่เอง