“แล้วคุณคิดว่าการเรียนวิชานี้ ถ้าไม่ใช้คอมพิวเตอร์รันโค้ดแล้วคุณจะทำได้เหรอ ห๊ะ!? ” ชายคนนี้ตะคอกขึ้น
“ได้สิ” หินตอบออกไปในทันที
แม้หินจะไม่ได้เอ่ยออกมาเสียงดัง แต่ในห้องปิด ที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา มันก็ยังคงดังมากพอที่จะทำให้คนในห้องนี้ได้ยินในสิ่งที่หินพูด
“เมื่อกี๊ใครตอบว่าได้” ชายผู้เป็นอาจารย์ถามขึ้นทันทีหลังจากที่ได้ยินคำตอบของนักศึกษาคนหนึ่งดังขึ้น
“ผมเอง” หินตอบขึ้น พลางใช้สายตามองไปที่อาจารย์อย่างไม่สะทกสะท้าน
“อ้อ คุณเองเหรอ” อาจารย์เลิกคิ้วขึ้นพลางมองมาที่หินอย่างดูแคลนพลางเดินไปหาหิน
เสียงรองเท้ากระทบพื้นเป็นจังหวะของอาจารย์ผู้ชายที่กำลังเดินเข้าไปหานักศึกษาผู้เคราะห์ร้าย ดังขึ้นได้ยินไปทั่วห้อง
ภายในห้องขนาดใหญ่ที่มีนักศึกษาทุกชั้นปีรวมแล้วหลายร้อยคน ในตอนนี้กลับเงียบสงัดเสมือนป่าช้า ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมาทั้งสิ้น แม้กระทั่งลมหายใจของพวกเขาเองกลับแผ่วลงไปโดยไม่รู้ตัว เหมือนกลัวว่าลมหายใจของตัวเองจะไปรบกวนจังหวะการเดินของปีศาจตนนี้เข้า
“นั่นมันพี่หินนี่” ฝ้ายเอ่ยขึ้นมาเบาๆ เมื่อเห็นว่านักศึกษาผู้เคราะห์ร้ายคนนั้นคือ พี่สายของตัวเอง
“ใครอ่ะฝ้าย” เพื่อนสาวที่อยู่ข้างๆ กระซิบถามขึ้น
“พี่รหัสฉันน่ะสิ” ฝ้ายตอบออกมา
“เวรล่ะ RIP นะแก ฉันได้ข่าวมาว่าอาจารย์คนนี้ชอบทำให้เด็กขายหน้ามาก” เพื่อนเธอเอ่ยออกมา
ฝ้ายที่ได้ยินเช่นนั้นไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา แต่กลับมองไปยังหินด้วยสายตาที่เป็นห่วงแทน ถึงยังไงนั่นก็เป็นพี่สายรหัสคนแรกของเธอ
“คุณจะบอกผมว่า คุณสามารถเขียนโค้ดได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องรันผลลัพธ์มันออกมาเหรอ” ชายผู้เป็นอาจารย์ เลิกคิ้วถามขึ้นตรงหน้าหิน
“ใช่” หินตอบออกมา ขณะมองไปที่ชายผู้ที่เรียกว่าเป็นอาจารย์
“อ้อ...เหรอ? แล้วคุณจะรู้ได้ยังไงว่าผลลัพธ์มันถูกต้อง? ”
“มันต้องถูกเพราะผมเป็นคนเขียน” หินตอบออกไปโดยไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
อาจารย์ชายคนนี้หลังจากที่ได้ยินคำตอบของหิน ก็หัวเราะออกมาเสียงดัง ซึ่งมันไม่ได้เข้ากับสถานการณ์ที่ดูตึงเครียดในตอนนี้แม้แต่น้อย มันยิ่งทำให้นักศึกษาส่วนใหญ่ในห้องเริ่มรู้สึกไม่ดีมากขึ้นซะมากกว่า
“คุณนี่ตลกดีเนาะ คุณจะบอกว่า คุณจะไม่มีวันเขียนโค้ดผิดเลยเหรอ?” ชายผู้เป็นอาจารย์พูดขึ้น พร้อมใช้สายตาที่ดูถูกเหยียดหยันมองมาที่หิน
“ใช่” หินยังคงรักษาความสงบได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ได้วิตกกังวลไปกับท่าทีของอาจารย์ชายคนนี้แม้แต่น้อย แม้เพื่อนนักศึกษาคนอื่นๆ ที่ยืนข้างๆ เขาจะเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดีแล้วก็ตาม
“ในโลกนี้ไม่เคยมีใครคนไหนไม่เคยเขียนโค้ดผิดพลาดมาก่อน แม้กระทั่งคนที่เขียนโค้ดเก่งที่สุดในโลกก็ตาม คุณจะบอกผมว่า คุณเก่งกว่าเขาอีกเหรอ? ”
“ใช่”
คำตอบที่ตอบออกมาอย่างมั่นใจและไม่สะทกสะท้านของหินทำให้อาจารย์คนนี้หัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง เหมือนได้ยินเรื่องที่ตลกที่สุดในชีวิตของเขา
ในขณะนั้นนักศึกษาหลายๆ คนในห้องต่างก็มองมาที่เขาด้วยสายตาที่หลากหลาย บ้างก็สงสาร บ้างก็สมเพช บ้างก็สะใจ พวกเขาไม่คิดเลยว่านักศึกษาชายคนนี้จะกล้าตอบแบบนี้ออกมา ดูท่าชะตากรรมคงไม่สวยเท่าไหร่นัก
เมื่อคุณเป็นนักศึกษาคนที่คุณไม่ควรมีเรื่องด้วยมากที่สุดก็คืออาจารย์ ไม่ว่าอาจารย์ผิด อาจารย์ก็ต้องถูก ไม่ว่าคุณจะถูก อาจารย์ก็ต้องถูกมากกว่า ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่อาจารย์ต้องถูกเสมอ ดังนั้นการมีเรื่องกับอาจารย์เท่ากับคุณได้ขุดหลุมฝังศพตัวเองขึ้นแล้ว
“ดีๆๆ คุณเป็นคนมีความมั่นใจดีนะ ผมชอบ แต่คุณเคยได้ยินไหม บางทีความมั่นใจมากเกินไปมันก็ฆ่าคนได้”
หินไม่ได้เอ่ยตอบอะไรออกไป มันก็จริง ถ้ามั่นใจมากเกินไปมันอาจจะฆ่าเราเองได้ แต่เผอิญว่าเรื่องนี้มันอยู่ในขอบเขตที่เขาสามารถโอ้อวดตนเองได้
“เอาแบบนี้แล้วกัน ผมจะให้คุณเขียนโค้ด อย่างที่คุณพูด ถ้าคุณทำได้ ผมจะไม่ถือสาเอาความกับเรื่องในวันนี้ แต่ถ้าคุณทำไม่ได้ คุณก็ติด F ในรายวิชานี้”
“ผมว่าข้อเสนอมันไม่แฟร์สำหรับผมนะ อาจารย์บอกว่าถ้าผมทำได้ จะไม่ถือสาเอาความผมทั้งๆ ที่ผมไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ถ้าผมทำไม่ได้ผมก็ต้องติด F ผมว่ามันเป็นข้อตกลงที่ไม่ยุติธรรมเท่าไหร่เลยนะครับ”
“ทำไมคุณจะไม่ผิดล่ะ ในเมื่อผมสั่งให้คุณเอาโน๊ตบุ๊คมาด้วย แต่คุณไม่เอามา”
“นักศึกษาบางคนก็ไม่ได้มีเงินมากมายพอที่จะซื้อโน๊ตบุ๊คซักเครื่องหรอกนะครับ บางครั้งแค่ค่าเทอมที่เขาต้องจ่ายมันก็เป็นขีดจำกัดของพวกเขาที่สุดแล้ว แล้วแบบนี้เขาจะไปหาโน๊ตบุ๊คมาจากไหนล่ะครับ? ” หินถามขึ้น ซึ่งก็มีนักศึกษามากมายต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดนี้ของหิน
“คุณจะไม่มีเพื่อนเลยรึไง ก็ไปหายืมมาสิ” อาจารย์ชายเอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจ
“อาจารย์เหมือนจะผลักภาระมาให้นักศึกษาเลยนะครับ แล้วถ้าเพื่อนของเขาก็จำเป็นต้องใช้โน๊ตบุ๊คเหมือนกันล่ะ อาจารย์จะให้พวกผมทำยังไง? ไปยืมญาติแบบนี้เหรอ?”
สิ้นเสียงของหินถึงกับมีนักศึกษาหลายคนหลุดหัวเราะออกมา แม้กระทั่งนักศึกษาที่กำลังยืนอยู่หน้าห้องด้วยก็ตาม มันก็จริงอย่างที่หินพูด ให้ไปยืมเพื่อน เพื่อนไม่มีก็ไปยืมญาติ ญาติไม่มีแล้วจะให้ไปยืมใครอีกล่ะ?
อาจารย์ชายคนนี้เมื่อเห็นเหตุการณ์เป็นแบบนี้ก็รู้สึกโกรธนักศึกษาที่ยืนอยู่ตรงหน้าตนเป็นอย่างมาก
“นี่คุณกล้าเถียงผมเหรอ!” น้ำเสียงของอาจารย์ชายในตอนนี้แสดงออกถึงความโกรธออกมาอย่างชัดเจน
มันถึงกับทำให้นักศึกษาที่พึ่งหลุดขำเมื่อสักครู่ต้องรีบเก็บอาการอย่างรวดเร็ว กระทั่งยังทำให้นักศึกษาบางส่วนที่อยู่ใกล้ๆ อาจารย์ชายคนนี้ถึงกับตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
จะมีก็เพียงหินที่ยืนนิ่งอย่างไม่สะทกสะท้านประหนึ่งกำลังยืนอยู่ในสวนหลังบ้านอย่างไรอย่างนั้น
“ผมไม่ได้เถียง ผมแค่กำลังอธิบายโดยใช้เหตุผลบนพื้นฐานความเป็นจริงครับ อาจารย์” หินตอบขึ้น
อาจารย์ชายคนนี้หลังจากได้ยินคำตอบของหินถึงกับโกรธจนตัวสั่น ถ้าหากฆ่าหินได้ด้วยสายตาได้ หินคงถูกฆ่าไปหลายพันครั้งแล้ว
‘หึ ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ในเมื่อแกแส่หาเรื่องเอง ก็อย่าหาว่าฉันใจร้าย’ อาจารย์คนนี้คิดขึ้นในใจ
“งั้นเธอต้องการอะไรล่ะ นักศึกษา” อยู่ดีๆ อาจารย์ชายคนนี้ก็เปลี่ยนท่าทีขึ้นมาโดยสิ้นเชิง ท่าทีโกรธจนสั่นเทิ้มเมื่อครู่หายไปหมดเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นี่เป็นเพราะเขาได้ลอบวางแผนร้ายขึ้นมาในใจแล้ว...
การเปลี่ยนไปแบบฉุกละหุกนี้ทำให้นักศึกษาหลายคนถึงกับมึนงงอยู่บ้าง แต่มันก็ทำให้พวกเขารู้สึกสบายใจขึ้นมามาก
หินเองก็แปลกใจอยู่บ้างแต่ก็เอ่ยเสนอสิ่งที่ตัวเองต้องการขึ้นมา
“ผมต้องการให้อาจารย์ไม่ถือสาเอาเรื่องกับ นักศึกษาทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ การที่เขาไม่สามารถเอาโน๊ตบุ๊คมาได้เขาอาจจะมีเหตุผลจำเป็นจริงๆ ดังนั้นให้เขาได้เรียนและดูโค้ดกับเพื่อนๆ เอาและอาจารย์ต้องไม่ตำหนินักศึกษาคนไหนด้วยเรื่องนี้อีก” หินเอ่ยขึ้น
ข้อเสนอของเขาดูเหมือนจะไม่ได้คิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของตัวเขาเลยแม้แต่น้อย ซึ่งนักศึกษาทุกคนก็เล็งเห็นข้อนี้ จึงได้รู้สึกนับถือและเทิดทูนหินขึ้นมาในใจ
“ได้สิ ถ้าคุณสามารถทำโจทย์ที่ผมให้ผ่านได้ ผมจะทำตามข้อเสนอของคุณ”
“ทีนี้มาฟังข้อเสนอของผมบ้าง ถ้าคุณทำไม่ได้หรือทำผิดแม้แต่นิดเดียว เพื่อนของคุณทุกคนที่ยืนอยู่หน้าคลาสในตอนนี้ จะต้องติด F ในรายวิชานี้ คุณจะยอมรับไหม? อ้อผมลืมบอกไปถ้าหากคุณปฏิเสธข้อเสนอผม คุณจะต้องถูกทำโทษด้วยที่กล้าต่อปากต่อคำกับผม” อาจารย์ชายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเหี้ยม
ทันทีที่ข้อเสนอที่หาความยุติธรรมนี้ถูกเอ่ยขึ้นก็เกิดเสียงดังเซ็งแซ่ขึ้นมาทั่วห้องในทันที
" อาจารย์โมโหจนบ้าไปแล้วเหรอ "
“อาจารย์แบบนั้นมันไม่ยุติธรรมเลย!”
“แบบนี้มันเอาเปรียบนักศึกษาไปนะครับ”
พวกเขาว่าแล้วทำไมท่าทีของอาจารย์ถึงเปลี่ยนไป ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง
“เงียบ! ใครกล้าพูดขึ้นมาอีกผมจะให้ F รายวิชานี้ทันที”
สิ้นเสียงตะโกนของอาจารย์หนุ่ม ทั่วทั้งห้องก็กลับสู่ความสงบในทันที แม้ในตอนนี้นักศึกษาทั้งหลายจะรู้สึกไม่พอใจกับการกระทำของอาจารย์คนนี้แค่ไหน ก็ทำได้เพียงแต่เก็บความไม่พอใจนี้เอาไว้ในใจ
พวกเขาก็รู้ว่าสิ่งที่อาจารย์คนนี้พูดคือเรื่องจริงที่ว่า มหาลัยต้องใช้วิธีการมากมายถึงจะเชิญอาจารย์คนนี้ให้มาสอนให้กับมหาลัยได้ ถึงแม้จะเคยมีเรื่องที่นักศึกษาหลายคนทำเรื่องร้องเรียนอาจารย์คนนี้ไป เรื่องก็เงียบตลอด เห็นได้ชัดว่ามหาลัยให้ความสำคัญกับอาจารย์คนนี้มาก
ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาทำได้ทั้งหมดในตอนนี้คือ อดทนเรียนไปจนจบ อย่างน้อยๆ มันก็แค่วันแย่ๆ 1 วันต่อสัปดาห์เท่านั้น
“คุณจะรับข้อตกลงไหม? ” อาจารย์ชาย ถามหินขึ้นอีกครั้ง ข้อเสนอที่ดูเสียเปรียบเช่นนี้ ถ้าหากเป็นนักศึกษาคนอื่นคงต้องปฏิเสธและยอมถูกลงโทษ
แต่ทว่านี่มันใช้ไม่ได้กับหิน ข้อตกลงที่ดูเสียเปรียบและไม่ยุติธรรมสำหรับคนอื่นนี้ สำหรับหินแล้วมันเป็นข้อตกลงที่เขาได้เปรียบมาตั้งแต่ต้นแล้วต่างหาก
สำหรับข้อเสนอที่เขาจะไม่มีวันแพ้ทำไมเขาถึงจะไม่ยอมรับมันล่ะ?
“ผมยอมรับข้อตกลง”
“ดี มาดูซิว่า ความมั่นใจของคุณมันจะทำให้คุณต้องลงเอยยังไง” อาจารย์ชายเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่เหมือนดั่งรอยยิ้มของปีศาจ
“พวกคุณทั้งหมดกลับเข้าที่ได้” อาจารย์เอ่ยสั่งให้นักศึกษาที่ถูกเรียกมาหน้าคลาสกลับเข้าไปนั่งที่ของตนเอง
นัทนั้นได้แต่มองหินด้วยความเป็นห่วง ถ้าหากเขารู้ว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้เขาไม่มีทางให้หินออกไปแน่ๆ เขานึกเสียใจขึ้นมาที่ตอนนั้นเขาปล่อยให้หินออกไป
“สามหน้ากระดานคงพอให้คุณเขียนโค้ดได้ครบ” อาจารย์ชายพูดขึ้นก่อนที่จะเดินกลับไปยังโน๊ตบุ๊คของตน
“สำหรับโจทย์ข้อแรก คุณต้องเขียนโค้ดให้แสดงผลลัพธ์ออกมาแบบนี้” อาจารย์ชายเอ่ยขึ้น ก่อนที่จะแสดงผลลัพธ์ของการรันขึ้นบนสไลด์หน้าจอ
“เชี่ย นั่นมันโจทย์ระดับสาม!” นักศึกษาคนหนึ่งที่เป็นหัวกะทิของชั้นปีที่สี่เอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ
เขาเองก็ศึกษาเกี่ยวกับ ภาษา New A อยู่และในตอนนี้เขาก็อยู่ในระดับสองแล้ว ในส่วนของภาษาระดับสามนั้นถึงแม้เขาจะยังไม่ผ่าน แต่ก็พอผ่านหูผ่านตามาบ้างและเขาก็จำได้ ผลลัพธ์ที่แสดงในตอนนี้คือโจทย์ระดับ 3
“อะไรนะ โจทย์ระดับ 3!”
“แบบนี้มันรังแกกันเกินไปแล้ว”
“อาจารย์คนนี้แม่ง….!”
เกิดเสียงดังวุ่นวายขึ้นมาในทันที ที่พวกนักศึกษาได้ยินว่า การทดสอบในครั้งนี้อาจารย์เอาโจทย์ระดับสามมาให้นักศึกษาผู้โชคร้ายคนนี้ทำสำหรับวิชาที่พึ่งบรรจุเข้ามาใหม่นั้น แค่การทดสอบระดับหนึ่งก็ถือว่ายากแล้วสำหรับคนที่ไม่ได้เรียนหรือมีพื้นฐานมาก่อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงระดับสองที่โคตรยาก
ในตอนแรกพวกเขาคิดว่าอาจารย์คนนี้คงจะให้โจทย์ระดับ 1 สำหรับทดสอบหรือถ้าอาจารย์เป็นคนใจดำอำมหิตหน่อยก็คงจะใช้โจทย์ระดับสองในการทดสอบ
แต่พวกเขาคิดไม่ถึงว่าอาจารย์จะให้โจทย์ระดับสามแก่นักศึกษาที่พึ่งเริ่มเรียนวิชานี้เป็นครั้งแรก นี่มันไม่ใช่คนแล้ว นี่มันหมายความว่าอาจารย์คนนี้จงใจกลั่นแกล้งนักศึกษาคนนี้ตั้งแต่ต้นแล้ว
อาจารย์ไม่คิดจะให้นักศึกษาคนนี้ผ่านการทดสอบอยู่แล้วเลยจงใจเลือกโจทย์ระดับสามออกมา
“เงียบ ถ้าพวกคุณยังไม่หยุดพูด ครั้งนี้ผมจะให้ F พวกคุณยกคลาสแน่!” อาจารย์ชายขู่ขึ้นมาและมันก็ได้ผล ทั้งห้องก็กลับคืนสู่ความเงียบในทันที พวกนักศึกษาได้แต่ก่นด่าขึ้นมาในใจแทน
ตอนนี้ทุกคนต่างก็มองไปที่หินด้วยความรู้สึกสงสาร แม้กระทั่งนักศึกษาบางคนที่เคยหมั่นไส้ในความมั่นใจของหินก็ตาม
ตอนนี้นักศึกษาทั้งหมดต่างก็ยืนอยู่ฝั่งเดียวกัน พวกเขาต่างก็พยายามส่งกำลังใจไปให้หินผ่านทางสายตา
ส่วนหินผู้ที่เป็นต้นเหตุและตัวสำคัญของเรื่องนั้น กลับไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
หินจ้องมองกระดานอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเดินไปหยิบปากกาไวท์บอร์ดที่ตั้งเอาไว้ขึ้นมาพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ
ใครๆ ก็คิดว่าที่หินถอนหายใจออกมาเพราะปลง ไม่สามารถทำโจทย์ข้อนี้ได้ แต่อันที่จริงแล้วหินถอนหายใจออกมาเพราะคิดว่า เขาต้องเมื่อยมือเพราะเขียนกระดานต่างหาก
------------------------------------------------------------
ตบแรกผ่านไป ตบสอง ตบสาม ค่อยๆ ผ่านไป