***ผู้กล้าสีแดงขาว [เปอร์ไซด์]
“มันมาแล้ว! ”
คนที่กรีดเสียงเตือนคือคุณสเลบค่ะ
หางสีดำที่ยาวและใหญ่หนากำลังถูกเหวี่ยงใส่พวกเราจากทางด้านบน
พวกเราทั้งห้าคนต่างหลบการโจมตีนั้นด้วยการพุ่งตัวหลบออกข้าง
หางที่หนากว่าสิบเมตร และยาวร่วมร้อยเมตรได้สร้างหลุมลึกเป็นเส้นทางยาวบนแผ่นดินโลก
น่ากลัวงะ
"ช่วยถ่วงเวลาให้สักสิบนาที เดียวฉันจะจัดการเองดอง! "
เอสเทอกางปีกของเธอออกกว้างพร้อมกับหนังสือในมือทั้งสองเล่มที่เริ่มเปล่งประกายแสง
"จัดให้ค่ะ~"
ถึงไม่รู้ว่าเอสเทอทำอะไรได้บ้าง แต่สัญชาตญาณของฉันกรีดร้องว่าเชื่อใจเธอได้
ฉันบินทะยานพร้อมกับหันหัวไหลพุ่งเข้าชนส่วนที่ดูเหมือนจะเป็นหน้าท้องของคุณสัตว์ยักษ์
เอ๊ะ? เดียวสิ? สัมผัสแบบนี้มัน…
“นุ่มจัง~”
นึกว่าจะมีแรงปะทะรอคอยอยู่เสียอีก แต่นี่มันนุ่มนิ่มผิดคาดมากเลยค่ะ!
ร่างที่เล็กจิ๋วของฉันกำลังจมลึกลงไปในพุงตุ้ยนุ้ยของคุณสัตว์ยักษ์ค่ะ
รู้สึกดีจัง~
ว่าแล้วขอมุดพุงซักครู่ก่อนซัดให้กระเด็นก็แล้วกันค่ะ
อุ้นอุ่นเจ้าค่ะ~
ว่าแล้วก็รู้สึกง่วงจัง…
"Zzzz~"
***ว่าที่ผู้กล้าเผ่ายักษาในอนาคต (?) [บานา]
แย่ละสิ เปอร์ไซด์ตัวน้อยพุ่งจมหายไปในพุงของเจ้าอสูรแห่งการกลืนกินไปแล้ว
จมหายไปแบบติดหนึบอยู่ที่พุงสีดำของมันไปเลย
ว่าแต่อสูรในตำนานมีอยู่จริง ๆ ด้วย
ตำนานของเผ่าข้านั้น ว่ากันว่าคนที่สามารถควบคุมมันได้มีเพียงแค่ผู้กล้ายักษาในตำนานเท่านั้น
แต่ข้าไม่สนตำแหน่งแบบนั้นหรอก
หากมัวแต่หากทางควบคุมมันจนสหายของข้าต้องเสียชีวิต แล้วข้าจะกลายเป็นผู้กล้าไปเพื่ออะไร?
"ข้ามาช่วยแล้ว ย๊ากกก! "
ข้าจับสิ่งที่เจ้าสเลบเรียกว่า [ดาบ] ขึ้นสูงแล้ววิ่งเข้าไปหามัน
ดาบที่ยาวเพียงหนึ่งเมตรครึ่งสีดำเล่มนี้ สำหรับข้าที่ร่างกายใหญ่โตแล้ว มันไม่ต่างอะไรไปจากมีดพร้าเลย
แต่ข้ารู้สึกได้ถึงความคมที่น่าเหลือเชื่อของมัน
ข้ารู้สึกว่ามีคลื่นพลังบางอย่างกำลังไหลออกจากมือสู่ดาบเล่มนี้
รู้สึกว่าพลังงานที่อยู่ภายในร่างกำลังถูกสูบออกไป
รู้สึกได้ว่าไขมันทั่วร่างกายกำลังถูกเผาผลาญอย่างบ้าคลั่ง เลือดเองก็สูบฉีดอย่างรวดเร็ว
ใบดาบถูกโอบอุ้มด้วยสีฟ้า
"ฮะ! "
ข้าวาดดาบจากบนลงล่างเต็มแรงไปที่พุงของมัน
เกล็ดที่หุ้มผิวหลุดกระเด็นออกมาพร้อมกับเกิดแผลถลอกราวหนึ่งเมตร
แต่ทว่าเปอร์ไซด์ยังคงติดอยู่ที่พุงพร้อมกับเสียงหายที่ทรมานดัง "ฟี้~ ฟี้~"
"..."
นั่น… คงไม่ใช่เสียงกรนหรอกมั้ง?
ไม่หรอก ไม่ใช่แน่ ๆ เธอคงกำลังทรมานเพราะหายใจลำบากมากกว่า
รอก่อนนะแม่หนูน้อย เดียวลุงบานาคนนี้จะรีบช่วยเจ้าออกมาเอง!
***ผู้กล้าสมองกล้าม [เอรีส]
เจ้ามังกรสีดำเริ่มกางปีกออกพร้อมส่งเสียงคำรามลั่น
ปากเปิดกว้างและมีแสงสว่างเจิดจ้า
เป้าหมายของมันคือเปอร์ไซด์กับบานาที่ปีนขึ้นไปยืนอยู่แถวพุงของมัน
ศัตรูตัวใหญ่แบบนี้ไม่ว่าชกไปตรงไหนคงไม่มีทางสะกิดผิวของมันได้
ฉันต้องเบนความสนใจมาที่ฉันเพื่อช่วยพวกเขาทั้งสองคน
"บินไปเลย! "
ชุดเกราะฮีโร่ตัวนี้มีปีกคู่ที่สร้างเลียนแบบอวัยวะของเผ่าภูติเอาไว้
สรุปคือมันสามารถบินและใช้เวทมนตร์ได้เหมือนพวกภูติ
ปัญหาเดียวคือฉันไม่รู้วิธีใช้งานมัน
"แต่ตอนนี้จะมาอ้างแบบนี้ไม่ได้ ถ้าไม่เข้าใจก็ใช้พลังกล้ามนี่ละบินเลย! "
เนื่องจากยังบินไม่เป็น ฉันเลยใช้วิธีกระโดดเข้าใส่
บีบพลังกล้ามเนื้อของชุดฮีโร่ให้ถึงขีดสุด แล้วถีบตัวเองบินขึ้นท้องฟ้า
ขอแค่มีกล้ามเนื้อมากพอ เจ้าก็จักสามารถบินบนท้องฟ้าได้!
ฉันใช้พลังกล้ามเนื้อขาถีบพื้นดินจนเกิดเป็นควันสีเทาพวยพุ่งแผ่ขยายออกทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง
ร่างของฉันพุ่งทะยานประดุจกระสุนปืนใหญ่ไปที่ใต้ปากอันใหญ่โตของมัน
เข่าที่ยื่นนำออกไปทำมุมหกสิบองศากับร่างกาย ได้เสยไปที่ใต้คางของมันเต็มแรง
*ปี้! *
เจ้ามังกรดำส่งเสียงร้องชวนสังเวชออกมาให้ได้ยิน
ดูเหมือนว่าเพราะแรงกระแทกจากการเข่าลอยเมื่อกี้จะทำให้มันกัดลิ้นตัวเอง
ลมหายใจมังกรที่ทำให้ทุกสิ่งเป็นเถ้าถ่านได้ถูกพ่นขึ้นท้องฟ้ากว้าง เพราะเข่าลอยของฉันที่ไปเสยคางมัน
เมฆและผืนนภาถูกแยกออกเป็นสองส่วน จากพลังของลมหายสีขาวที่กำลังพุ่งเป็นเสาแสงทอดตัวยาวขึ้นสูง
ถ้าโดนเข้าไปพวกเราคงไม่เหลือแม้แต่ซาก
ในเวลานั้นเองที่บานาช่วยเปอร์ไซด์ออกมาได้สำเร็จ
เขาใช่มือซ้ายที่ว่างอยู่จับหัวไหลที่เล็กจ้อยของเธอ แล้วกระชากออกมาจากพุงกะทิของมังกรดำ
ส่วนเจ้ามังกรตัวนั้นกำลังจับจ้องมาที่ร่างของฉันซึ่งกำลังใช้มือเกาะห้อยคาอยู่ใต้คางของมัน
เอาละ จะทำยังไงต่อไปดีละทีนี้
***ผู้กล้าทมิฬ [สเลบ]
"ได้จังหวะดีแล้ว"
สัตว์ประหลาดมีปีกสีดำกำลังเพ่งความสนใจไปที่มนุษย์เอรีส
เป็นโอกาสดีที่ผมจะโจมตีมัน
"ลำแสงพลังงานคงไม่กระเทือนเกล็ดมันได้"
เกล็ดที่หุ้มร่างกายของมันหนามาก
ดังนั้นต้องเล็งในส่วนที่ไม่มีเกล็ดหนาหุ้มเอาไว้
นั่นคือดวงตากับ---
"รากฟันอย่างงั้นหรือ? "
ปากที่กว้างถึงสามเมตรนั้นมีเขี้ยวจำนวนมากโผล่ปรากฏให้เห็น
แต่ระดับของฟันผุของมันนั้นไม่ธรรมดาเลย
น่ากลัวว่าเพียงแค่เอาดาบในมือไปแยงตรงระหว่างรากฟัน มันคงกรีดร้องสลบแน่นอน
"ดีละ"
เมื่อได้เป้าหมายแล้วกระผมก็ออกตัววิ่ง
เก็บดาบสีดำทั้งสองเล่มแล้วใช้แขนกับขารวมกันหกข้างวิ่งไต่ขึ้นไปจากหางของมัน
เจ้าสัตว์ร้ายที่แผดเสียงเจ็บปวดจากการโจมตีของเอรีสเมื่อกี้กางปีกออกกว้าง ก่อนจะกระพือเพื่อบินขึ้นท้องฟ้า
ลมบ้าหมู่ที่รุนแรงพัดกระจายไปบนทุ่งหญ้าจนเห็นเป็นวงคลื่นสีเขียวที่งดงาม
ผมเหลือบสายตาไปมองบานากับเอรีสที่เกาะตัวสัตว์ร้ายขึ้นมาด้วยกัน
เจ้าสัตว์ร้ายยักษ์พยายามบินกายกรรมเพื่อสลัดพวกเราให้ร่วงลงมา
แต่ไม่มีใครในหมู่พวกเราที่ร่วงหล่น
ผมปีนป่ายไล่จากหางขึ้นสู่ช่วงของลำตัวอย่างรวดเร็ว
ดาบสีดำถูกชักขึ้นมาถือในมือทั้งสองพร้อมกับชี้ขึ้นไปตรงที่ปากของสัตว์ร้าย
เอรีสกับบานาเข้าใจถึงเป้าหมายของผมได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเอยปากบอก
พวกเขาทั้งสองคนชักดาบที่ผมมอบไปให้ขึ้นมาพร้อมกัน
บานาจากทางซ้าย เอรีสจากทางขวา และตัวผมจากตรงกลาง
พวกเราทั้งสามไต่ขึ้นจากลำตัวสู่ช่วงปากของมันโดยผ่ากระแสลมแรงที่ปะทะร่างกาย
"เปอร์ไซด์ ช่วยเปิดปากมันที! "
"ได้ค่า~"
หนูน้อยเผ่าปีศาจปีกที่ถูกช่วยออกมาจากพุงกะทิบินถลาใส่ใบหน้าของสัตว์ร้าย
เธอใช้กรงเล็บที่แหลมคมเกี่ยวจมูกของมัน แล้วกระพือปีกสร้างระเบิดลมพายุจนง้างปากของมันให้เปิดกว้างออกมา
"ตอนนี้ละ! "
พลังงานภายในร่างถูกอาวุธทั้งสองเล่มดูดออกไป
ดาบสีดำทั้งสองเล่มในมือส่องประกายแสงสีฟ้า ก่อนจะแทงลงไปในรากของฟันเขี้ยว
บานากับเอรีสเองก็แทงลงไปที่รากฟันจากทางซ้ายและขวาแบบไม่ยั้งมือเช่นกัน
*$##&$$#&#&! *
สัตว์ร้ายยักษ์คำรามออกมาไม่เป็นภาษาพร้อมกับหยาดน้ำตา
ถูกแทงเข้ารากฟันผุในส่วนที่เส้นประสาทอยู่ใกล้สมองแบบนี้ คงทำให้มันปวดทรมานน่าดู
"กำลังร่วง"
ร่างของสัตว์ร้ายเริ่มร่วงลงสู่พื้นดิน
พวกเราทั้งสี่คนต่างกระโดดถอยหนีออกมาจากร่างสัตว์ร้ายยักษ์ในระยะความสูงที่คาดว่าน่าจะปลอดภัย
เพราะหากอยู่ตรงนี้คงโดนลูกหลงไปด้วย
การโจมตีสุดท้ายของปีศาจแสงตัวน้อยกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
***ผู้กล้าหนอนหนังสือ [เอสเทอ]
พวกเขาทำหน้าที่แนวหน้าได้ยอดเยี่ยมมากดอง
และตามที่สัญญาเอาไว้ ฉันผู้นี้จะเป็นคนโจมตีปิดฉากให้ดูเองดอง
หนังสือความรู้เกี่ยวกับทฤษฎีการสร้างโลกได้ถูกเปิดกางออกทั้งสองเล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างโมเลกุลเริ่มถูกคำนวณขึ้นมาภายในสมอง
ปีกทั้งสองข้างเรื่องแสงส่องประกาย
เพ่งสมาธิ แล้วควบคุมธรรมชาติทุกสรรพสิ่ง
แปรเปลี่ยนโครงสร้าง เคลื่อนย้ายมวลสาร พลักประจุโปรตอนกับอิเล็กตรอน และเคลื่อนย้ายนิวตรอน
แล้วบีบอัดทุกสรรพสิ่งเข้าสู่จุด ๆ เดียว
มวลสารที่อัดแน่นนั้นเริ่มดูดทุกสิ่งเข้าหากันเองในสภาพที่ไม่เสถียร
ดูดทุกอย่างแม้แต่แสงสว่างจนทำให้มองเห็นท้องฟ้ากลายเป็นยามราตรี
ทุกสิ่งมืดมิดพร่ามัวไร้ซึ่งแสงสว่าง
*โกรว!? *
เจ้ามังกรร้ายตื่นตระหนกและเริ่มพยายามบินหนี
แต่ปีกที่กลืนกินกระทั้งท้องฟ้าของมันกลับไม่สามารถพามันหนีออกไปได้
ประกายสายฟ้าเริ่มปริระเบิดขึ้นโดยรอบมวลสารทรงกลมนั้น
พลังที่อัดแน่นและไร้ซึ่งความเสถียรกำลังจะปริแตกแล้วดอง
ฉันไม่อาจควบคุมมันได้อีกต่อไป…ดอง~
"จงปริแตก ดอง~"
ดังนั้นฉันจึงปล่อยให้มันระเบิดออกอย่างอิสระ
พลังทำลายล้างระดับก่อกำเนิดจักรวาลได้ถือกำเนิดขึ้นบนพื้นโลก
ระเบิดนั้นกินวงกว้างถึงหนึ่งร้อยเมตรรอบตัวมังกรทมิฬ
แสงสว่างเจิดจ้าไปทั่ว เหล่าทหารของทุกเผ่าที่อยู่ในสนามรบต่างร่วมเป็นสักขีพยานต่อพลังทำลายล้างที่เหนือสามัญสำนึกนี้
แล้วแสงสว่างที่เจิดจ้าก็หยุดลง
คลื่นลมที่พัดโกรกได้หยุดลง หมู่เมฆและท้องฟ้ากลับสู่สภาวะปกติ
และที่เหลืออยู่ตรงหน้ามีเพียงซากของมังกรทมิฬที่ไหม้เกรียมเท่านั้น
เล่นเอาหมดพลังเลยดอง
ฉันที่หมดซึ่งเรียวแรงกำลังทิ้งตัวดิ่งสู่ผืนโลก
แบบนี้ฉันคงตายแน่ดอง
"เอสเทอ! "
แต่ทว่ามีเผ่ามนุษย์คนหนึ่งกระโดดเข้ามารับตัวฉันเอาไว้ทัน
เธอคือเอรีสที่สวมชุดแสนอุบาทว์สีเขียว
"ปลอดภัยนะ"
เอรีสเริ่มลูบหัวแล้วกอดฉันแน่นพร้อมกับร้องไห้ออกมา
"หน้าอก...มันเบียดหน้า...ดอง…"
แต่หน้าอกที่ชวนริษยานี้มันช่างน่ารำคาญใจนักดอง
พูดแล้วก็ยังจะเบียดเข้ามาอีกนะดอง…
แต่พอเห็นน้ำตากับมือที่ลูบหัวฉันอย่างอ่อนโยนแล้ว… ช่วยไม่ได้แฮะ
"ยอมคืนดีด้วยก็ได้ดอง…"
ฉันเลยพึมพำกับตัวเองออกไปเช่นนั้น
***กระสอบทรายสีดำ [มังกรทมิฬ]
เจ็บวุ้ย
ไอตัวเล็กห้าคนนี้น่ากลัวเป็นบ้า
ไม่เคยเจอสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวแบบนี้มาก่อนในชีวิตเลย
แถมการโจมตีสุดท้ายนั้นคืออะไร? เกือบทำข้าตายไปทีเลยนะเฟ้ย
โชคดีที่พวกมันคิดว่าข้าตายไปแล้ว
ดังนั้นตอนนี้ขอแกล้งตายก่อน
นอนนิ่งแกล้งตายแบบนี้…
เดียวพอพวกมันเผลอตัวค่อยลุกขึ้นมาย่างสด---
"เตียงนอนนุ่ม ๆ ค่ะ~"
ในตอนนั้นเองที่มีนกน้อยสีแดงขาวบินมาร่อนลงบนพุงกะทิของข้า
"ขอนอนสักครู่นะคะ~"
ล้มตัวนอนเสียงั้น!?
ไปนอนที่อื่นไป ชิ้ว!
แต่ว่า… หึ หึ หึ นี่คือโอกาสดีในการขย้ำมันเลยนี่หว่า
แค่ข้าพลิกตัวก็สามารถทับยัยนี่ให้แบนได้
"ฮืม? รู้สึกว่ามีคนกำลังจ้องหาเรื่องอยู่ค่ะ"
เฮ้ย… อะไรจะความรู้สึกไวขนาดนี้ฟะ
"... ได้ยินเสียงหัวใจเต้น? ทุกคนค่ะ~ คุณกิ้งกือยักษ์ยังไม่ตายค่ะ"
ชิบหาย!
แบบนี้ต้องหนี! ถึงจะเสียเกียรติที่ต้องหันหลังหนีเจ้าเปี๊ยกพวกนี้ แต่ชีวิตข้าสำคัญกว่าฟะ
ว่าแล้วข้าก็รีบกางปีกบินเปิดตูดแนบไปในทันที
"อ๊า~ ที่นอนของหนู…"
พร้อมกับมีเสียงร้องไห้ของสาวน้อยคนหนึ่งที่ดังไล่หลังตามมาเช่นนั้น