"จะไปทำลับๆ ล่อๆ ทำไมวะชิด เข้าไปถามตรงๆ ไม่ง่ายกว่าเหรอ?" สันชัยถามด้วยหน้าตาหน่ายอารมณ์ ยังเช้าอยู่เลย ซดกาแฟด้วยจิตใจที่ชื่นบานเถอะน่า "รอบสารวัตรก็เหมือนกัน ผ่าเอารถหุ้มเกราะไปเพราะกลัวโดนเก็บ ตาลุงนั่นเลี้ยงมึงมานะเว้ย!"
ผมที่ทอดสายตาออกไปนอกบ้านหรูราคาถูก ผ่านผนังกระจกที่เปิดม่านรับแสงในห้องแอร์แช่ความเย็นชื่นไปยังท้องฟ้ายามเช้า ฝั่งตรงข้ามบ้านอาจเป็ซากอาคารไฟไหม้ก็จริง แต่กาแฟรับอรุณมันช่างชื่นใจ มันทำให้ทุกอย่างเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปหมด
บักกล้วยแขกจึงบ่นต่อ "แถมตาลุงนั่นยังไม่ปิดอะไรด้วย เล่าให้ฟังง่ายๆ"
"ก็ไม่ได้หมายความว่าเล่าหมด..." และซดกาแฟไปอีกหนึ่งซู้ดดดดดด
ไอ้เจนิ่งไปครู่หนึ่ง แต่คิ้วยังคงมุ่ยขมวด มันเอนหลังลงบนเก้าอี้พับติดนวมทำให้ผมรู้สึกอยากหย่อนตูดลงบนเบาะนุ่มๆ บ้าง ก็เอนหลังตามมันไป
"อย่างแรก ตาลุงอาจเลี้ยงฉันมาก็จริง แต่เรามีผลประโยชน์ต่อกันมาก มากจนหมดเหล้าไป 3 ลัง ก็ยังเล่าไม่หมด" และยิ้มให้มัน "แต่ถ้าเหล้าหมดอันนี้ต้องไปซื้อนะ"
"เมื่อไหร่จะเลิกกวนตีนวะ" ห้ามกูกวนตีนก็เหมือนห้ามนกไม่ให้บินนั่นแหละ
ผมยกแขนขวาสีดำสนิทให้มันดู
"ถ้าท่าน ส.ส. จริงใจกับพวกเราจริงๆ ก็ต้องถามสารทุกข์สุขดิบกับไอ้นี่บ้าง แต่เล่นเงียบกริบ"
"อาจจะไม่รู้ก็ได้ ขนาดไอ้จ่าไปเละเทะแกยังไม่รู้เลย"
"ไม่รู้ว่าจ่าเส็งไปทำงานอะไร กับไม่รู้จุดประสงค์ของงานมันต่างกัน" ผมเทกาแฟที่เหลือลงบนโต๊ะสแตนเลสตรงหน้า "ถ้าอยากรู้ว่าตรงไหนของโต๊ะมันบุ๋มลงไป ก็ต้องดูทางน้ำ"
ไอ้เจหรี่ตาซ้ายแล้วเท้าคาง "จะบอกว่าใช้เอ็งเป็เหยื่อล่องั้นเหรอ ถ้างั้นก็ควรเข้าไปช่วยแต่แรกสิวะ ที่เอ็งเล่าให้ฟังนี่คือโดนซัดจนน่วมเลยนะ"
"ตัวแปรสำคัญคือเวทมนต์นั่นไงล่ะ คงเตรียมทีมไว้แก้ลำแล้วหลังสงบ แต่ที่จบมาแบบนี้ก็เพราะฉันชนะไง"
"ฟังกูนะชิด ตาลุงนั่นทำงานการเมือง ไม่ค่อยว่าง แล้วยังบริหารงานใต้ดินด้วย..." มันหยิบผ้ามาเช็ดโต๊ะ เพราะผมไม่เช็ดแน่ "หมายความว่า ตาลุงนั่นจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ต่อเมื่อยิงกันชิบหายเท่านั้น แล้วถ้าไอ้พลังเขตอาคมนั่นมันเจ๋งขนาดไล่คนออกไปหมดวัดได้ นั่นหมายความว่าลูกน้องส่วนใหญ่ที่เป็คนธรรมดามันทำอะไรไม่ได้แน่ๆ เผลอๆ แม่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฆ่ากันอยู่ข้างใน"
อ๊ะ ที่มันว่าก็จริงแฮะ
"เอ็งมันคิดมากจนสติแตกไปเองนั่นแหละเว้ย เพราะงั้นเปลี่ยนแผน เข้าไปพร้อมกัน ไปคุยกับอรุณตรงๆ ซะ!"
ผมชักหน้าปากเบ้ใส่มัน "ไม่มีวัน! การคุยกันตรงๆ จะทำได้ต่อเมื่อเรามีไพ่ในมือเหนือกว่า นี่ไม่รู้อะไรเลย ก็เหมือนไปตีกะหรี่ราคาแพงแล้วหำติดหนองนั่นล่ะวะ!"
"นั่นมันไม่ใช่กะหรี่ แต่เป็เมียกูว้อยยยยยยย!!!" มันทุบโต๊ะดังลั่น ถึงกับหอบเลยแฮะ ท่าทางจะของขึ้นจริง
"โอเคๆ ไม่รุนแรง สาบานเลย จะคุย แล้วกลับมาวางแผนกัน โอเคนะ" ผมเอื้อมไปตบไหล่มันสองแปะ แล้วเปิดดูข่าวบนจอติดผนัง "ดูนั่นเด่ะเจ ยานรบอวกาศรุ่นใหม่ของพี่มะกัน"
"ไม่ต้องเปลี่ยนเื่เลย... เอาเหอะ กลางวันแสกๆ คงไม่ะเิตูมตามหรอก" มันชำเลืองมองผมด้วยหางตา ซึ่งผมก็ใช้หน้าหนวดยิ้มหวานกลับไป
"ะเิได้เหรอ?" เสียงใส
ก่อนที่มันจะอ้าปากก็มีเสียงเตือนข้อความของผมดังลั่นมาทั้งบ้าน เพราะดันผ่าเชื่อมสัญญาณมือถือไว้กับระบบบ้าน โอ เทคโนโลยี ทั้งดี ทั้งน่ารำคาญ
เป็ข้อความจากอรุณนั่นเอง 'เจอกัน 10 โมง' ไอ้เจเหลือบมองไปที่จอเช่นกันก็บ่นออกมาว่า
"ทีฉันนัดมันไม่เห็นตอบเร็วงี้วะ"
"ก็บอกแล้วไงเอ็งมันเ้าชู้ ทำไมอีกฝั่งจะแรดบ้างไม่ได้ ได้ผัวใหม่แล้ว เชื่อเด่ะ"
มันไม่พูดอะไรแล้วให้นิ้วกลางมาเรียบๆ "โอตาคุแบบนั้น มีฉันรับได้คนเดียวแหละวะ"
แล้วเวลา 10 นาฬิกา ก็มาถึง ผมลงรถมอเตอไซหน้าบ้านอรุณแล้วกดออดเรียกเ้าบ้าน บ้านสไตล์โมเดิร์นทรงเหลี่ยมที่หลังคาติดแผงโซลาร์เซลล์ สีเทาอ่อนสะอาดตา ผนังบ้านไม่เป็กระจกใสสุดหรูแบบบ้านไอ้ลูกครึ่งแขก ถ้าคิดทั่วไปก็คือ้าความเป็ส่วนตัว แต่ถ้าดูจากการที่หน้าบ้าน 20 ตารางเมตร เป็สนามหญ้าเรียบๆ กับม้านั่งหินอ่อน 1 ชุด แล้ว น่าจะเป็เพราะความพิเศษอย่างอื่นเช่นเวทมนต์ซะมากกว่า
"เอาล่ะ จะมาไม้ไหนกันนะ" ในมือผมถือปึกกระดาษ A4 ที่เนื้อความเกี่ยวข้องกระจึ๋งเดียวไว้
อรุณเดินออกมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแแย้ม แบบนี้... มันต้องแขวะเราแน่
"ไงวะชิด ยังไม่ตายอีกเหรอ ฮ่าฮ่าฮ่า" เสียงทักทายห้าวๆ ไม่สมกับหน้าตาสวยสดสมส่วนดังลั่นไปห้าบ้าน
อนึ่ง อรุณคนรักกุ๊กกิ๊กของพ่อสันชัยแสนดีนั้น เป็ผู้หญิงที่มองภายนอกแล้วน่าเข้าไปคุยด้วยมาก แต่เธอนั้นปากหมาสิ้นดีเลย และยังเห่าเสียงดังด้วย
เธอเดินทอดน่องสะบัดเสื้อยืดแนบเนื้อลายหนูมิกกี้ที่หูไปทาบูเาสองลูกให้โยกไหว ส่วนสูง 185 ซม. ใบหน้ารูปไข่คางเรียวตาโปนขมวดคิ้วไม่รับแขก ผมยาวมัดมวยเสยข้างขวายั่วลำคอขาวๆ ให้ฝั่งซ้ายหย่อนมาปิดนิดหน่อยชวนจับเสย ่ล่างก็เว้ายังกับขวดน้ำอัดลม ก้นผึ่งกว่า่บนให้หวิวใจเล่น
"ไม่เจอกันพักเดียว ซูเปอร์โมเดลเลยนะเนี่ย" ผมหยอดไป ได้เมียแบบนี้ ไอ้เจมันยังเ้าชู้อยู่ได้ยังไง
"ปากหวานไม่เปลี่ยนเลยนะ แล้วยังกวนตีนเหมือนเดิมมั้ย?" เธอใช้มือซ้ายเท้าเอวแล้วเชิดหน้าหย่อนเท้าขวา แล้วเหยียดแขนขวามากดรีโมทเปิดประตูรั้ว
"ไอ้ท่ายืนนั่นไปจำมาจากการ์ตูนเื่ไหนอีกล่ะนั่น"
"ไอ้บ้านนอกเอ๊ย ไม่รู้จักโจโจ้รึไงวะ" นั่นไงล่ะ การ์ตูนจริงๆ ด้วย แต่มันเข้ากับหุ่นคุณเธอสุดๆ เลยแฮะ NTR* ซะดีม้างงงงงงง (netorare = แย่งเมีย)
ผมค่อยๆ เดินเข้าไปแบบพระเอกหนังเ้าพ่อสมัยเก่าบ้าง รอยยิ้มพริมใจในหน้าหนวดชวนสยิวมั้ยล่ะจ๊ะ... ทำหน้าขยะแขยงชัดเจนเลยแฮะ เดินธรรมดาแล้วกัน
"แล้วไอ้เศษขยะที่หิ้วมาด้วยนั่นมันอะไรวะ"
โอ๊ยยยย อีนี่! "เสียมารยาท! นี่มันเอกสารข้อมูลเว้ย"
"ในประเทศที่รัฐไม่มีปัญญาตรวจสอบข้อความอิเล็คโทรนิก แกจะพิมพ์ลงกระดาษให้เปลืองทำไมวะ"
ชักรู้สึกอยากตบเมียเพื่อนแล้วสิ
"หัดใช้เซลล์สมองหน่อยสิเว้ย อย่าบอกนะว่ามีแค่แปดหมื่นสี่พันเซลล์*เหมือนไอ้โง่ในอดีตน่ะ" แล้วเธอก็เบะปากย่นหน้ากวนประสาท "ว้าย ว้าย ไอ้-หน้า-โง่" (84,000 เซลล์ วาทกรรมะของไอ้โง่ ลอง go*gle ดู)
"ปากแบบนี้ เดี๋ยวก็หยิกหัวมิกกี้ซะเลยนี่!" ผมจ้องไปที่หูสองข้างของหนูมิกกี้บนเสื้อเธอ
"ว้ายๆ ล่วงละเมิดทางเพศ ก็ทำได้แค่เห่าล่ะว้า ดีแต่ปาก! ไม่กลัวพี่เอลกระทืบก็เอาเด้!" หะ? พี่เอล? มันไปสนิทกับเอเลนัวร์ตอนไหนเนี่ย
เออ ช่างเหอะ มัวต่อปากต่อคำกับมันก็ไม่ได้ทำอะไรกันพอดี ผมใช้คำว่ามันกับอรุณมนุษย์เพศหญิง ก็เพราะใช้คำว่าเธอไม่เหมาะกับมันจริงๆ หมายถึงปากมันน่ะ
"เอ้า เข้าไปคุยธุระได้แล้วมั้ง ฉันจะรีบไปที่อื่นต่อ"
"จะไปะเิหัวใครอีกล่ะ พาไอ้เจไปด้วยอีกล่ะสิ"
"คนที่รู้เื่ฉันแล้วยืนคุยสวนได้มีไม่มาก อย่าพูดเยอะ"
ท่าทางจะยอมหยุดซะที เธอหันหลังไปเปิดประตูลูกบิดแบบฝังระบบตรวจลายนิ้วมือไว้ ความระวังภัยนี้ได้มาจากไอ้เจแน่ๆ แต่ก็ยังไม่วายจะใส่ท่าโพสแปลกๆ ลงไปด้วย... อรุณเอื้อมแขนซ้ายอ้อมหลังหัวไปแตะติ่งหูขวา ไขว้ข้อเท้า แอ่นอก แล้วเปิดประตู
"ถึงว่า ทำไมไอ้กล้วยแขกมันถึงไม่กลัวเสียเมีย..." ผมพึมพำ
"ตะกี้นี้ว่าอะไรวะ?"
"ไม่มีอะไรจ่ะ"