สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 118 ไว้ชีวิตเจ้า

            ซุนเฟยสับสนเล็กน้อย

            ทันใดนั้น ซุนเฟยอยากจะจับ 'หนึ่งดาบ' ที่ถือดาบขึ้นสนิมปัดตูดเดินจากไปมาตบหัวสักทีแล้วถามว่า “มารดาเจ้าป่วยหรือไง?” ภายใต้สถานการณ์แปลกๆ แบบนี้ จะมาพูดลอยๆ แล้วหันหลังเดินจากไปแบบนี้ได้ที่ไหน มารดามันเถอะ เจ้ายืนอยู่ตรงหน้าพี่ชายอีกสักพักจะตายหรือไง?

            ผลที่ตามมาหลังจาก 'หนึ่งดาบ' ที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าใครเดินตัวลอยออกไปคือ สถานการณ์กลับตาลปัตรอย่างรวดเร็ว องค์หญิงที่อยู่ในตำแหน่งผู้ชนะก็ถูกเปลี่ยนที่ทันที ซุนเฟยมึนงงเมื่อเห็นเทพธิดาแห่งชัยชนะจู่ๆ ก็เปลี่ยนท่าทีกะทันหัน ย้ายไปอยู่ฝั่งเดียวกับนักฆ่าลึกลับและนังหมูตัวเมียจอมสะดีดสะดิ้ง

            เมื่อแพรีสที่สวมชุดขาวและถือดอกกุหลาบสีแดงได้เห็นฉากเมื่อกี้ รอยยิ้มบนใบหน้าสวยก็พลันเจิดจ้าขึ้น มือเรียวราวกับหยกน้ำดีของนางก็ดึงกลีบกุหลาบเบาๆ แล้วฉีกกลีบกุหลาบที่บานสะพรั่งงดงามทีละกลีบทีละกลีบ ปล่อยให้มันปลิวไปในอากาศ นี่เป็นการกระทำที่เป็นธรรมชาติมาก แต่ซุนเฟยกลับรู้สึกถึงความโหดเหี้ยมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนหลังจากเห็นการกระทำแบบนั้น

            “ฮึๆ เคยได้ยินมาว่า เพราะ 'หนึ่งดาบ' เคยติดหนี้ความเมตตาขององค์ชายใหญ่อาร์ชาวิน ดังนั้นเขาจึงรับปากว่าชีวิตนี้จะยอมลงดาบเพื่อท่านพี่นาตาชาครั้งหนึ่ง...ดูเหมือนว่าที่ได้ยินมามันจะถูกอยู่นะ ท่านพี่นาตาชา น่าเสียดายจริงๆ นะ 'หนึ่งดาบ' ยอมลงมือขวางการโจมตีเพื่อท่านตั้งหนึ่งครั้งเชียว...ฮึๆ ดูเหมือนว่าข้าจะมีโอกาสสังหารท่านอีกครั้ง!”

            หญิงสาวที่กำลังเด็ดดอกไม้ก็เผยรอยยิ้มบนใบหน้าขึ้นมา สายลมหมุนเป็นเกลียวหอบเศษดอกไม้ลอยวนขึ้นไป แม้ว่าแพรีสจะมีรูปโฉมงดงามราวเทพธิดา แต่คำพูดที่ออกมาจากปากของนางกลับทำให้ทุกคนต้องหนาวสั่น ผู้หญิงคนนี้เป็นการผสมผสานระหว่างเทพธิดาและนางมารที่ลงตัวเหมือนยาพิษที่มีรสหอมหวาน

            “งั้นเจ้าก็มาลองดูเถอะ!” คำตอบขององค์หญิงห้วนและสั้น

            เหมือนนางจะคาดไว้แล้วว่า 'หนึ่งดาบ' จะตัดสินใจจากไปแบบนี้ ในดวงตาสีฟ้าครามเหมือนน้ำทะเลบริสุทธิ์ยังคงสงบนิ่งไม่เคยเปลี่ยนแปลง คิ้วเรียวยาวที่มีเสน่ห์ยังคงย่นเข้าหากัน แต่ซุนเฟยรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า คิ้วเรียวที่ขมวดแน่นขององค์หญิง เหมือนไม่ได้กังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของตัวเองและไม่อยากจะเสวนากับผู้หญิงที่ชื่อแพรีสให้มากความ สำหรับแพรีสแล้วเหมือนกับว่าเกลียดชังองค์หญิงเข้ากระดูกดำ

            “หรือว่านังหมูตัวเมียที่ชื่อแพรีสจะแย่งผู้ชายขององค์หญิง?”

            ซุนเฟยลูบคางตัวเองพลางสันนิษฐานอย่างมั่วๆ  

            แสงอาทิตย์สีทองลอยขึ้นมาจากทะเลเมฆ แสงสว่างได้ขับไล่ความหนาวเย็นบนยอดเขาออกไป เมฆที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าไกล ค่อยๆ ม้วนจากไป เผยให้เห็นวิวอันสวยงามของยอดเขาสีทองที่หลบซ่อนอยู่ในม่านเมฆ นี่คือช่วงเวลาที่งดงามที่สุดของยอดเขาตะวันออกในตอนกลางวัน

            บนยอดเขา ทุกคนในเมืองแซมบอร์ดเหลือไม่ถึงยี่สิบคน

            ดร็อกบา บัลลัคและนักรบอีกสิบคนกำอาวุธยักษ์ของตัวเองไว้แน่น พวกเขาล้อมรอบปกป้องแท่นบูชาหิน ในขณะที่กวาดสายตามองกลับไปกลับมาที่กลุ่มองค์ชายและเอกอัครราชทูตของทุกอาณาจักรที่อยู่รอบๆ แท่นบูชา เพราะจนถึงตอนนี้ยังมีนักฆ่าที่เป็นยอดนักธนูที่กำลังหลบซ่อนอยู่ในฝูงชน และยังไม่เผยตัวตนออกมา นักฆ่าที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดน่ากลัวที่สุด ใครจะรู้ว่าเขาจะยิงธนูออกมาคร่าชีวิตผู้คนอย่างเงียบๆ เมื่อไรและไม่รู้ว่าเขาจะยิงใครก่อน...

            แลมพาร์ดกับพัศดีโอเลเกร์ที่ได้รับบาดเจ็บและบรรดาข้ารับใช้อีกสองสามคนคอยปกป้องแองเจล่าและเจ็มม่าไว้ด้านหลัง สาวน้อยทั้งสองคนนี้เป็นคนที่อ่อนแอที่สุดบนแท่นหินบูชากลุ่มนักฆ่าลึกลับด้านหน้า ยังไม่มีทีท่าว่าจะลงมือใดๆ

            บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนเป็นกดดันยิ่งขึ้น

            ตอนนี้ แม้ว่าองค์หญิงจะได้เปรียบในเรื่องจำนวนคน แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้สู้ดีนัก

            การลงมือของ 'หนึ่งดาบ' ก่อนหน้านี้ ทำให้พวกนักฆ่าทั้งห้าได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย แต่พลังการต่อสู้ของพวกเขาก็ยังอยู่บวกกับนักธนูที่ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในฝูงชนและผู้หญิงที่ชื่อแพรีสที่ยังไม่ทราบความแข็งแกร่งของนาง ในด้านจำนวนยอดฝีมือนั้น องค์หญิงเสียเปรียบกลุ่มนักฆ่าลึกลับพวกนี้มาก...แม้ว่าอัศวินเซนิทจะมีจำนวนสองร้อยกว่าคน แต่ส่วนใหญ่ความแข็งแกร่งยังไม่ถึงหนึ่งดาวด้วยซ้ำ เป็นแค่ทหารธรรมดาๆ ที่อาจจะเหนือกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย

            ใบหน้าสวยของแพรีสแฝงไปด้วยความอาลัยบางอย่าง ราวกับนางไม่ได้รีบร้อนตัดสินใจ

            สายตาของผู้หญิงคนนี้มองผ่านเลยใบหน้าขององค์หญิงไป เมื่อทุกคนถูกนางจ้องมอง ก็อดไม่ได้ที่จะใจเต้นด้วยความกลัว จนสุดท้ายนางก็เบนสายตามาหยุดที่ร่างของซุนเฟย ราวกับได้มองเห็นเหยื่อสำหรับการเล่นสนุก นางกะพริบตาเจ้าเล่ห์พลางหัวเราะคิกคักไปทางซุนเฟย “องค์ราชาน้อย ข้ารู้สึกได้ถึงความตึงเครียดในใจของเจ้านะ ฮิๆ” นางชี้นิ้วไปที่องค์หญิงที่อยู่ข้างๆ ซุนเฟยพลางพูดด้วยรอยยิ้มละมุนละม่อมว่า “ไม่สู้...เจ้าสังหารนาง แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า เป็นอย่างไร?”

            เมื่อประโยคนี้พูดออกมา สายตาของทุกคนบนยอดเขาต่างจ้องไปที่ร่างของซุนเฟย

            “ข้อเสนอนี้...ไม่ดี ไม่ดี” ซุนเฟนลูบคางตัวเองพลางหัวเราะออกมา “ไม่สู้พวกเราเปลี่ยนรูปแบบหน่อยไหม?”

            “อ๋อ? เจ้าพูดมาสิ” แพรีสเด็ดกลีบดอกไม้ในมือ มีรอยยิ้มอยู่ในดวงตา

            “ยัยป้าเช่นเจ้า ไม่สู้คุกเข่าเจ้าลงแล้วเลียเท้าของข้าล่ะ แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า เจ้าคิดว่าอย่างไร?” ซุนเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            สีหน้าของแพรีสพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย 

            “ราชาน้อย เจ้าช่างทระนงตนนัก ระวังต้องจ่ายราคาค่าตอบแทนสูง...ข้ารู้ดีว่าเจ้าไม่กลัวตาย แต่...” แม้ว่าใบหน้าจะยิ้มแย้ม แต่น้ำเสียงกลับเปลี่ยนเป็นเย็นชา ทันใดนั้นนางก็หันไปมองสาวน้อยแองเจล่าที่ถูกแลมพาร์ดกับโอเลเกร์และบรรดาข้ารับใช้คอยปกป้องไว้ด้านหลัง ดวงตาที่เคยยิ้มแย้มก็พลันเปลี่ยนเป็นเหี้ยมโหดขึ้นมา “ข้าเดาว่า เด็กสาวคนนั้นเป็นคนของเจ้าใช่ไหม? ช่างเป็นเด็กสาวที่สวยอะไรขนาดนี้ ทั้งสวยสง่าและบริสุทธิ์ ข้าเห็นแล้วรู้สึกเหมือนนางเป็นเทพธิดาตกสวรรค์ลงมายังโลกมนุษย์ที่แสนโสมมแห่งนี้ หากถูกขอทานรุมย่ำยี จากนั้นก็ถูกขายเข้าไปในค่ายทหาร ไปเป็นโสเภณีที่ทุกๆ วันจะต้องนอนอ้าขารอผู้ชายมากหน้าหลายตามากระทำย่ำยี ฮ่าๆ เจ้าว่า ถ้านางเป็นแบบนั้นแล้ว ยังจะดูบริสุทธิ์เหมือนตอนนี้หรือเปล่า?”

            ดวงตาของซุนเฟยเย็นเหยียบลง “นังโสเภณี เจ้าก็ลองไปเป็นดูสิ”

            เมื่อพูดประโยคนี้ออกมาทุกคนพลันรู้สึกได้ว่าอากาศอบอุ่นบนแท่นหินบูชาพลันลดลงฮวบฮาบ

            สถานการณ์ตอนนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกหายใจไม่ออก ราวกับมีก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนนึ่งกำลังกดทับที่หัวของพวกเขา อันตรายพร้อมจะย่างกรายเข้ามาได้ทุกเมื่อ ทุกคนต่างกำอาวุธในมือของตัวเองแน่น ฝ่ามือของพวกเขาเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจของตัวเองอย่างชัดเจน วินาทีต่อจากนี้  ไม่รู้ว่าหัวใจของพวกเขายังจะได้เต้นอยู่อีกไหม

            “ฮึๆ ฮ่าๆ ไม่เอาน่า ข้าล้อเจ้าเล่น เจ้านี้ไม่ตลกเอาเสียเลยนะ”

            แพรีสสาวงามที่สวมชุดสีขาวและยืนเด็ดดอกไม้ในมือเหมือนคนเป็นโรคประสาท จู่ๆ นางก็หัวเราะขึ้นมา เหมือนกับว่า คำว่า ‘โสเภณี’ ที่ซุนเฟยพูดอย่างเย็นชานั้นกำลังด่าคนอื่น ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตัวเอง สายตาของนางหันกลับมามองที่ร่างขององค์หญิงอีกครั้ง

            “ท่านพี่นาตาชา ท่านไม่แปลกใจสักนิดหรือว่า ทำไม 'เนตรสวรรค์' ถึงไม่สามารถค้นหาการคงอยู่ของพวกเขาได้?” แพรีสเหมือนตั้งใจจะโอ้อวดอย่างภาคภูมิใจกับสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่ได้ก่อกวนผู้อื่น “นักฆ่าทั้งห้าคนต่างหลบหนีจากการค้นหาของ 'เนตรสวรรค์' ได้ ทั้งยังสามารถบุกเข้าหาตัวท่านได้อย่างง่ายดาย ถ้าไม่ใช่เพราะ 'หนึ่งดาบ' ลงมือ ตอนนี้ท่านพี่นาตาชาคงตายไปแล้ว”

             องค์หญิงนาตาชามองอย่างเหยียดหยามเล็กน้อย

            แต่แพรีสก็เหมือนไม่โกรธสักนิด นางยังคงยิ้มระรื่นพลางอธิบายต่อไปว่า “ข้าเดาว่าท่านพี่นาตาชาต้องจำเจ้าสิ่งนี้ได้”

            ทันใดนั้น ไข่มุกลูกกลมๆ สีฟ้าก็ปรากฏขึ้นมบนปลายนิ้วมือของแพรีส บนตัวไข่มุกเต็มไปด้วยลายฉลุแปลกๆ มากมาย ด้านในโปร่งแสง หมอกสีฟ้าค่อยๆ กระจายออกมา เหมือนธูปหอมที่กำลังถูกจุด หมอกค่อยๆ สลายไปในอากาศ ดูไปดูมาก็เหมือนของเล่นเด็ก แต่เมื่อไข่มุกนี้ปรากฏออกมา ทุกคนกลับรู้สึกเหมือนถูกอะไรบางอย่างฉีดเข้าไปในร่างจนทำให้รู้สึกอึดอัดขึ้นมา

             “'ม่านสวรรค์'!” สาวชุดม่วงพลันเอ่ยออกมาด้วยเสียงรอดไรฟัน

            “ฮึๆๆ ท่านพี่นาตาชา ท่านก็นึกไม่ถึงสินะ อุปกรณ์วิเศษ 'ม่านสวรรค์' ที่จักรพรรดิยาซินมอบให้แก่องค์ชายโดมิงเกวซ ดูเหมือนว่า แม้แต่ท่านยังไม่อยากให้ท่านมีชีวิตอยู่เลย โธ่ๆๆ ช่างน่าสงสารจริงๆ...”

            องค์หญิงถอนหายใจออกมาเบาๆ “แพรีส ฮิลตัน กับอีแค่ 'ม่านสวรรค์' อุปกรณ์วิเศษเล็กๆ นี้ ไม่ต้องนำมาอธิบายอะไรให้มากความ เจ้าคงอยากใช้มันมาก่อกวนความคิดของข้า ถ้าอย่างนั้นข้าคงต้องพูดว่า อุตส่าห์งัดข้อด้วยกันมาหลายปี แต่การพัฒนาของเจ้ากลับทำให้ข้าผิดหวังมาก เดิมทีข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่าท่านพ่อทรงคิดอะไรอยู่...แต่ช่างมันเถอะ เจ้าก็เลิกใช้พูดหลอกล่อที่น่าเบื่อพวกนี้สักที ข้าคิดว่าเพื่อการลอบสังหารข้าในวันนี้ โดมิงเกวซคงเปลืองแรงกายแรงใจไปมาก คงจะเตรียมไพ่ตายมาไม่น้อยเลย รีบๆ ควักออกมาให้หมดเถอะ ดูเหมือนว่าเจ้าคงไม่อาจช่วยเขากำจัดข้าที่เป็นหนามยอกอกเขาได้”

            “ไพ่ตาย? ฮ่าๆๆๆ ปกติแล้วไพ่ตายมักจะเปิดในตอนสุดท้ายนี่...ฮิๆ ท่านพี่นาตาชา ไว้ท่านรับมือกับน้องสาวคนนี้ได้ก่อนแล้วค่อยพูดถึงไพ่ตายทีหลังแล้วกัน...” แพรีสยังคงยิ้มแย้มเบิกบานเหมือนดอกไม้แรกแย้ม แต่หลังจากที่พูดประโยคสุดท้ายจบ สีหน้าของนางก็กลายเป็นเย็นชา ในที่สุดรอยยิ้มที่งดงามก็หายไป สายลมพัดผ่านร่างในชุดขาวริมฝีปากนางแย้มออกมาน้อยๆ ก่อนจะพูดคำที่ทำให้ผู้คนต้องอกสั่นขวัญแขวน

            “ฆ่า!”

            ทันทีที่คำนี้จบ การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นอีกครั้ง

            นักฆ่าทั้งห้าคนที่ยืนเงียบ จู่ๆ ก็เคลื่อนไหวในพริบจา ดาบยาวสะบัดกลางอากาศอย่างรวดเร็ว จนเกิดเสียงดังขึ้นมาประหนึ่งพยัคฆ์ร้องมังกรคำราม นักฆ่าที่ใช้ดาบก็โจมตีขึ้นมา พลังมหาศาลระเบิดออก ก่อนจะแทงไปยังร่างองค์หญิงที่อยู่ห่างเพียงสี่เมตร

            ในขณะเดียวกัน นักฆ่าชุดขาวที่สวมถุงมือกรงเล็บก็พลันหายไปจากที่เดิม เพียงชั่วพริบตาก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังขององค์หญิง ง้างกรงเล็บพร้อมที่จะทะลวงไปที่หัวใจขององค์หญิง

            นักฆ่าที่ถือมีดโค้งทั้งคู่ต่างพากันระเบิดพลังโจมตีออกมา แต่เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่องค์หญิง แต่เป็นซุนเฟยที่ยืนอยู่ข้างๆ องค์หญิง มีดโค้งสีเหลืองที่มีรูปร่างแปลกๆ พลันถลันเข้าตรงหน้าซุนเฟย

            นักฆ่ารูปร่างสูงโปร่งที่ถือกระบี่ทหารม้าก็ระเบิดเปลวไฟมีส้มออกมาก่อนที่จะทะลวงก้อนหินที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าอย่างรวดเร็ว ผู้คนพากันตกตะลึงเมื่อแท่นหินบูชาพลันเกิดเสียงดังสนั่นขึ้นก่อนจะทรุดตัวลง อัศวินทั้งสองร้อยกว่านายที่ยืนอยู่ด้านหน้าต่างพากันเสียรูปขบวนวุ่นวายไปหมด...

            นักฆ่าทั้งห้าต่างร่วมมือกันอย่างคุ้นเคย พวกเขาแจกจ่ายงานได้อย่างเหมาะสม

            เหลือเพียงฮิลตัน แพรีส นางดึงเส้นสีเงินออกมาจากร่าง เป้าหมายของนางคือ

            แองเจล่า

            -------------