เจ้าอยากให้ข้าเป็นวายร้ายอย่างงั้นเหรอ?? เจ้าเปิดตาดูสิข้าหรือพวกเขากันแน่ที่เป็นตัวร้าย

    โลกที่โหดร้าย

    ย้อนกลับไปเมื่อสามเดือนก่อน บนเรือดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่ง 5 ธาตุ ที่กำลังล่องผ่านป่าไม้บรรยากาศบนเรือนั้นเงียบงันและเต็มไปด้วยความตึงเครียด ศิษย์ที่กลับออกมาจากอาณาจักรลับมีเพียงห้าคนเท่านั้นและ 1 ในนั้นคือ พระบุตรศักดิ์สิทธิ์ของดินแดน 5 ธาตุ ที่มีชื่อว่า หูซิน ที่ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องส่วนตัว

    ทว่าในขณะที่ หูซิน กำลังหลับตาภาวนาเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ ทันใดนั้นเอง วิญญาณมืดมิดบางอย่างก็พุ่งตรงมาที่เขาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว วิญญาณนั้นแฝงด้วยความชั่วร้าย พยายามยึดครองร่างกายของเขาโดยทันที

    “จงมอบร่างกายของเจ้ามาให้ข้าซะดีๆ!” เสียงวิญญาณกระซิบอย่างชั่วร้าย สะท้อนอยู่ในจิตใจของพระบุตรศักดิ์สิทธิ์

    หูซินดิ้นรน พยายามขอความช่วยเหลือจากพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เขาเคยบ่มเพาะมา ทว่าไม่เกิดผลใดๆ ไม่มีเสียงตอบรับ ไม่มีแสงสว่างใดๆ ที่จะมาช่วยเหลือเขาได้ ณ เวลานั้น เขาเริ่มยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว

    แต่ทันใดนั้นเอง แสงสว่างสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในความมืดมิด ชายผู้หนึ่งพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ใช้พลังอันรุนแรงกระแทกใส่วิญญาณชั่วร้ายนั้นทันที ชายคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่คือเซียวเฉิน เขามาช่วย หูซิน ไว้ได้ทันเวลาพอดี

    วิญญาณชั่วร้ายถูกโจมตีจนสลายไปในอากาศ แต่มันกลับไม่หายไปอย่างสมบูรณ์ กลับถูกกลืนกินโดยพระบุตรศักดิ์สิทธิ์เสียแทน พลังอันมืดมิดถูกดูดซึมเข้าไปในร่างกายของเขาในทันที

    “ท่านเป็นอะไรหรือเปล่า?” เซียวเฉินถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นพระบุตรศักดิ์สิทธิ์ที่หอบหายใจหนัก

    พระบุตรศักดิ์สิทธิ์พยายามรวบรวมสติและตอบกลับ “ข้าไม่เป็นไร ขอบคุณเจ้ามาก ศิษย์น้อง... ข้าขอเวลาพักฟื้นสักครู่ เจ้าช่วยออกไปก่อนได้ไหม?”

    เซียวเฉินพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะค่อยๆ ถอยออกจากห้อง ทิ้งให้ หูซิน ได้พักผ่อนและเรียกคืนพลังของตนเอง ภายในห้องนั้นยังคงเงียบสงบ หูซิน ยิ้มอยู่ด้วยรอยยิ้มอันน่ากลัวบนใบหน้าของเขาเอง

    หูซิน ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะสามารถเปลี่ยนวิกฤตนี้ให้กลายเป็นโอกาสได้อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อวิญญาณชั่วร้ายนั้นถูกกลืนกินโดยตัวเขา เขาก็ได้รับทั้งความทรงจำและทักษะวิชาระดับจักรพรรดิจากวิญญาณดวงนั้นโดยไม่คาดคิด

    วิชาที่เขาได้รับนั้นเป็นวิชาที่ไม่เหมือนใคร มันสามารถบ่มเพาะพลังคู่กับผู้อื่นเพื่อเสริมพลังให้แก่ตัวเองได้ ความคิดของเขาเริ่มล่องลอยไปในทิศทางต่างๆ ขณะที่กำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับแผนการและความเป็นไปได้ต่างๆ ที่จะใช้ประโยชน์จากความรู้ที่ได้มา จู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวของเขา

    "เจ้าหนู เจ้ากลืนกินทุกสิ่งของข้าไปแล้ว เจ้าควรจะตอบแทนข้าบ้างสิ!" เสียงนั้นฟังดูเจ้าเล่ห์และเต็มไปด้วยความอาฆาต

    หูซินสะดุ้งเล็กน้อย ความตกใจทำให้เขาพยายามขับไล่วิญญาณดวงนั้นออกจากร่างของเขาทันที แต่ไม่ว่าเขาจะใช้วิชาหรือพลังศักดิ์สิทธิ์มากเพียงใด ก็ไม่สามารถทำได้สำเร็จ วิญญาณดวงนั้นหัวเราะเบาๆ

    "มันไม่ได้ผลหรอก เพราะข้ากับเจ้าได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว! เจ้ามีทางเลือกเดียวเท่านั้น นั่นคือสร้างร่างใหม่ให้ข้า แล้วข้าจะออกไป เจ้าตกลงไหม?" วิญญาณดวงนั้นเอ่ยขึ้น พร้อมกับเสียงที่แฝงไปด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง

    หูซินนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ความคิดมากมายพุ่งผ่านเข้ามาในหัว เขาไม่อยากขอความช่วยเหลือจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ 5 ธาตุเลย ความโลภและความมุ่งหวังที่จะเก็บโอกาสนี้ไว้เพื่อตัวเองเพียงคนเดียว ทำให้เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

    "ได้ ข้าตกลง" หูซินกัดฟันตอบ วิญญาณชั่วร้ายที่อยู่ในร่างเขานั้นหัวเราะเสียงดังด้วยความดีใจ

    "เยี่ยมมาก เจ้าหนู! ข้าหวังว่าการร่วมงานของเราจะเป็นไปได้ด้วยดีนะ" วิญญาณตอบกลับอย่างพึงพอใจ เสียงหัวเราะของมันยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขา

    หูซินรู้สึกถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นในใจ แต่มันกลับถูกกลบด้วยความโลภและความอยากรู้อยากเห็น ความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นจากการรวมเข้ากับ วิญญาณ นี้ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น เขายังคงต้องหาทางควบคุมและใช้ประโยชน์จากพลังที่เพิ่งได้มา แต่เขารู้ดีว่ามันจะไม่ใช่เรื่องง่าย และผลลัพธ์อาจจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของเขาไปตลอดกาล

    ทันใดนั้น ประตูห้องของหูซินก็เปิดออก ผู้อาวุโสคนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยท่าทางเคร่งขรึม ใบหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วง "ท่านเป็นอะไรหรือเปล่าพระบุตร?" เขาถามเสียงนุ่มนวล

    หูซินพยายามระงับความตื่นเต้นและความตึงเครียดที่ยังคงอยู่ในจิตใจ ก่อนตอบกลับไปอย่างมั่นใจ

    "ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว ท่านสบายใจได้"

    ผู้อาวุโสถอนหายใจด้วยความโล่งอก "ถ้าอย่างนั้น ข้าขอลา" เขาพูดก่อนโค้งตัวลงแล้วเดินออกจากห้องไป

    หูซินนั่งลงและเริ่มบ่มเพาะพลังใหม่อีกครั้ง แต่จู่ๆ เสียงวิญญาณที่อยู่ภายในเขาก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง "ข้าเจอบางอย่างที่น่าสนใจแล้ว มันเหมาะกับเจ้าที่จะนำมาบ่มเพาะคู่และกลืนกินความสามารถ... และข้าก็เจอร่างใหม่ที่เหมาะสำหรับข้าแล้วด้วย"

    หูซินขมวดคิ้ว ถามออกไปด้วยความสงสัย "มันอยู่ที่ไหน?"

    "เจ้าออกไปข้างนอกสิ" วิญญาณกล่าวด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์

    หูซินรีบลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปทันที สิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาต้องหยุดชะงัก คนสามคนกำลังนั่งคุยกันอย่างสนุกสนานและอบอุ่นข้างลานด้านนอกเรือ เซียวเฉิน เซียวเหยียน และ เซียวเยว่ ที่คุยกันอยู่

    เซียวเฉินนั่งอยู่ตรงกลาง ยิ้มให้กับน้องๆ ของเขาที่แสดงความฝันและความตั้งใจของตนเอง น้องชายของเซียวเฉินพูดขึ้นด้วยเสียงอ่อนโยน แต่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น

    "พี่ชาย เมื่อข้าโตขึ้น ข้าจะทำให้โลกนี้มีแต่ความสงบสุข ไม่มีการต่อสู้อีกต่อไป" เขาพูดพร้อมกับดวงตาที่เป็นประกาย

    น้องสาวของเซียวเฉินพยักหน้าเห็นด้วย และกล่าวเสริมขึ้นมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความฝันอันสดใส "ข้าเองก็เหมือนกันพี่ชาย ข้าจะทำให้โลกนี้มีแต่ความสุข ข้าจะสร้างเมืองที่คนธรรมดาอยู่ได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย"

    เซียวเฉินหัวเราะเบา ๆ พลางเอื้อมมือลูบศีรษะน้องสาวของเขา "พวกเจ้านี่จริงๆ เลย... หากพวกเจ้ามีความฝันที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ข้าก็จะช่วยให้พวกเจ้าประสบความสำเร็จ ข้าสัญญา"

    หูซินยืนอยู่ในเงามืด มองดูพวกเขาด้วยสายตาที่ซับซ้อน คำพูดของน้องๆ ของเซียวเฉินเหมือนกับจะทิ่มแทงหัวใจเขา เขาสัมผัสได้ถึงความบริสุทธิ์และความหวังในดวงตาของเด็กสองคนนั้น ความรู้สึกผิดเล็กๆ ก่อตัวขึ้นในใจเขา...แต่เขาก็รีบปัดมันทิ้งไป

    หูซินมองดูพวกเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะถามวิญญาณในหัว "มันไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษตรงไหนเลย"

    เสียงวิญญาณแหบพร่าดังขึ้น "เจ้าไม่รู้อะไรเลย หากไม่ใช่คนที่มีจิตสัมผัสระดับจักรพรรดิ ไม่มีทางจะหาร่างกายพิเศษของพวกเขาเจอหรอก... เจ้าไม่ต้องสนใจ แค่เอาร่างของพวกมันมาก็พอ"

    เมื่อเห็นว่า หูซิน  ลังเล เสียงวิญญาณดังขึ้นในหัวของเขาอีกครั้ง “เจ้าไม่ต้องลังเลไปหรอก จำไว้ว่าพวกมันเป็นแค่ทางผ่านสู่ความแข็งแกร่งของเจ้า… เพียงแค่ทำตามที่ข้าบอก”

    หูซินกำมือแน่น ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด "ข้าต้องแข็งแกร่งขึ้น...เพื่อเอาชนะและกำจัดเจ้าจากร่างของข้าให้ได้"

    วิญญาณหัวเราะเบา ๆ "แน่นอน เจ้าหนู...ข้ารอคอยที่จะเห็นความกล้าหาญของเจ้าอยู่"

    หูซินยิ้มมุมปากก่อน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในใจเขาไม่เหลืออีกต่อไปแล้ว แม้ว่าเซียวเฉินจะเคยช่วยชีวิตเขาไว้ เขาก็ไม่สนใจอีกต่อไป สิ่งที่เขาต้องการคือความแข็งแกร่ง และการกำจัดวิญญาณนี้ออกจากร่างไปให้ได้ ดวงตาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น เขาตัดสินใจแล้ว เขาจะไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไป ความฝันของน้องชายและน้องสาวเซียวเฉินจะต้องถูกทำลาย "เพื่อความแข็งแกร่ง... ข้ายอมทำทุกอย่าง" เขากระซิบกับตัวเอง

    หลังจากกลับมาที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่ง 5 ธาตุแล้ว ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา หูซินได้ใช้ทุกโอกาสที่มีในการเข้าใกล้และสนิทสนมกับเซียวเฉิน รวมถึงน้องชายและน้องสาวของเขาด้วย หูซินมักนำของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือขนมไปให้ทั้งคู่ ทั้งสองเด็กน้อยมีความสุขมาก พวกเขารู้สึกเหมือนมีพี่ชายเพิ่มมาอีกคนหนึ่ง

    เมื่อเห็นหูซินเข้ามา ทั้งน้องชายและน้องสาวของเซียวเฉินรีบวิ่งเข้าหาเขาด้วยความยินดี หูซินยิ้มและลูบหัวพวกเขาด้วยความอ่อนโยน “พวกเจ้าเป็นอย่างไรกันบ้าง?” เขาถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

    "พี่ชายหูซิน!" เซียวเหยียน ยิ้มร่าเริง "ข้าคิดถึงท่านมาก!"

    "ข้าก็เช่นกัน!" เซียวเยว่ รีบพูดเสริม

    เซียวเฉินเดินเข้ามาเห็นภาพนั้นแล้วก็ยิ้มออกมา “พี่ชายหูซิน เจ้าช่างเป็นที่รักของน้องๆ ข้าเสียจริง”

    หูซินหัวเราะเบาๆ "ข้าชอบอยู่กับพวกเขานะ พวกเขาน่ารักและสดใสจริงๆ"

    พวกเขาก็ได้คุยเล่นกันอย่างสนุกสนาน แต่ต่อมา หูซินได้ชวนเซียวเฉินไปทำภารกิจที่ดินแดนเหนือด้วยกัน เขาอธิบายว่าภารกิจคือการสังหารสัตว์อสูรที่เข้ามารุกรานที่ทวีปเหนือ เซียวเฉินแม้จะแปลกใจที่คนระดับหูซินต้องมาทำภารกิจนี้ด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไรมากนัก เขาลูบหัวน้อง ๆ ทั้งสองคนแล้วถามว่า “พวกเจ้าอยากได้อะไรรึเปล่าระหว่างทางกลับมา?”

    เซียวเหยียน ยิ้มและตอบ "ข้าอยากทานเนื้ออร่อย ๆ พี่ชาย!"

    "ข้าอยากกินขนมหวาน ๆ กลม ๆ!" เซียวเยว่ กล่าวเสริมด้วยเสียงร่าเริง

    เซียวเฉินยิ้มอย่างอ่อนโยนและลูบหัวพวกเขา "ได้สิ ข้าจะนำมาฝากเจ้าทั้งสอง"

    ทั้งสองคนยิ้มและตอบ " ขอบคุณมากพี่ชายยย"

    จากนั้นเซียวเฉินก็หันไปหาหูซิน "เราพร้อมแล้ว ไปกันเถอะ"

    ทั้งสองออกเดินทางไปยังประตูมิติเพื่อข้ามไปยังดินแดนเหนือ ระหว่างทางพวกเขาคุยกันอย่างสนุกสนาน หูซินทำตัวเป็นมิตรและเป็นกันเองมาก เซียวเฉินรู้สึกถึงความเป็นมิตรอย่างแท้จริง

    แต่ทันทีที่พวกเขาข้ามผ่านประตูมิติไปถึงดินแดนเหนือ ผู้อาวุโสจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่ง 5 ธาตุก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน เขาพุ่งเข้าหาหูซินอย่างรวดเร็ว

    หูซินดูเคร่งเครียดเล็กน้อยก่อนจะหันมาทางเซียวเฉิน "ศิษย์น้องเซียว ข้าต้องขออภัยด้วย มีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ข้าต้องกลับไปจัดการก่อน ขอให้เจ้ารออยู่ที่นี่ ข้าจะรีบกลับมา"

    เซียวเฉินยังคงมึนงงเล็กน้อยกับสถานการณ์ แต่เขาก็พยักหน้ารับ "ได้ ข้าจะรอที่นี่"

    หูซินมองดูเซียวเฉินด้วยสายตาที่ลึกล้ำ เขายิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะหันหลังและหายตัวไป

    เมื่อหูซินหายตัวไปแล้ว เซียวเฉินเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่ถูกต้อง สายลมที่พัดมารอบๆ ดูเหมือนจะมีบางอย่างผิดปกติ เขาหันมองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัย เขาคิดในใจว่า "ทำไมผู้อาวุโสถึงมาตามหาพี่ชายหูซินที่นี่? และทำไมเขาถึงต้องรีบกลับไปอย่างกะทันหันขนาดนั้น?"

    แต่ทันใดนั้น ความรู้สึกของเขาก็กลับมาสงบลง เขาพยายามไม่คิดมาก "บางทีอาจจะเป็นเรื่องภายในของดินแดนศักดิ์สิทธิ์...ข้าคงไม่ควรไปยุ่งเกี่ยว" เขาหยุดคิดและไปตามหาของฝากให้น้องๆ ของเขาทันที

    ผ่านไปไม่นาน เครื่องรางที่เซียวเฉินให้ไว้กับน้องชายและน้องสาวของเขาก็ส่งสัญญาณเตือนขึ้นมาอย่างรุนแรง เสียงเตือนนั้นทำให้หัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้น เขารู้สึกถึงอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว เซียวเฉินรีบบินไปที่ประตูมิติทันที แต่ทันใดนั้น ผู้อาวุโสจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ 5 ธาตุที่มาตามหาหูซินก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมโจมตีเขาอย่างรุนแรง

    “เจ้าสายลับจากอสูรผู้ชั่วร้าย! เจ้าแอบเข้ามาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ 5 ธาตุของพวกเรา เจ้าต้องการทำอะไร?!” ผู้อาวุโสตะโกนเสียงดังลั่นพร้อมพุ่งเข้าหาเซียวเฉินด้วยความเร็ว

    เซียวเฉินพยายามหลบการโจมตีและตะโกนตอบกลับ “ข้าไม่ใช่สายลับ! ได้โปรดให้ข้าใช้ประตูมิติ ข้าต้องรีบไปช่วยครอบครัวของข้า!”

    แต่ผู้อาวุโสไม่ฟังคำอธิบายและโจมตีต่อไป ทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือด เซียวเฉินพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะตรง ๆ เขารู้ว่าเขาต้องไปให้ถึงประตูมิติและกลับไปหาน้อง ๆ ของเขาให้ได้

    ในขณะเดียวกัน ณ บ้านพักของเซียวเฉิน หูซินเดินเข้ามาพร้อมกับผู้ติดตามของพ่อเขาซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่ยิ่งใหญ่ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ 5 ธาตุ เขาให้ผู้ติดตามสร้างรูปแบบปิดบังพลังงานบางอย่างขึ้นมา

    เด็กทั้งสองตกใจเมื่อเห็นหูซินกลับมาเร็วผิดปกติ เซียวเหยียนวิ่งเข้าหาและพูดด้วยความสงสัย

    "ทำไมพี่ชายหูซินกลับมาไวจัง?"

    แต่หูซินไม่สนใจ เขาตบเซียวเหยียนอย่างแรงจนร่างของเขากระเด็นไปชนกับต้นไม้ เซียวเหยียนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ และงุนงง

    เซียวเยว่มองภาพนั้นด้วยความตกใจและพูดขึ้น " ทำไมกันพี่ชายหูซิน? "

    หูซินไม่ตอบและใช้พลังทำให้เซียวเยว่นิ่งสลบลงไปทันที

    เซียวเหยียนที่เต็มไปด้วยอาการบาดเจ็บรู้สึกถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาพยายามรวบรวมพลังงานและใช้เครื่องรางแจ้งเตือนที่พี่ชายเขาให้ไว้ทันที สัญญาณถูกส่งออกไป หูซินพยายามจะหยุดเขา แต่ก็ไม่ทัน

    หูซินยิ้มเล็กน้อยอย่างไม่สนเมื่อเห็นสัญญาณถูกส่งออกไป เขายกมือขึ้นและสร้างรูปแบบพลังงานบางอย่างครอบคลุมเซียวเหยียนเอาไว้

    ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในอากาศ "ทำดีมาก เจ้าหนู!" เป็นเสียงของวิญญาณที่อยู่ภายในตัวหูซิน มันพุ่งออกมาทันทีพร้อมกับพยายามจะเข้าสิงร่างของเซียวเหยียน

    เวลาผ่านไปนานหลายชั่วขณะ หูซินเริ่มมีสีหน้าไม่พอใจ เขาหันไปพูดกับวิญญาณนั้น "เจ้าใช้เวลานานแค่ไหนกัน?! ข้าไม่ได้มีเวลามากมายที่จะรอเจ้า!"

    วิญญาณนั้นหัวเราะเสียงเย็นชา "ร่างนี้มีพลังแห่งจิตที่ข้าคาดไม่ถึง… มันแข็งแกร่งกว่าที่ข้าเคยพบมา ข้าต้องใช้เวลา!"

    หูซินหรี่ตามองและกล่าว "รีบทำให้เสร็จ ข้าไม่อยากรอนานเกินไป"

    วิญญาณพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ ก่อนจะเพิ่มพลังของมันเพื่อเข้าสิงร่างของเซียวเหยียนที่กำลังพยายามต่อต้านอย่างหนัก เซียวเหยียนรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แทรกเข้ามาในร่างกายของเขา แต่เขาไม่ยอมแพ้ เขาต่อสู้เพื่อคงความมีสติอยู่

    หูซินที่กำลังรอคอยอย่างใจเย็นให้วิญญาณนั้นยึดครองร่างของเซียวเหยียน เขาคิดถึงร่างของเซียวเยว่ที่จะนำมาเสริมพลังให้เขาได้อีก เขาหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งและเดินไปหาเซียวเยว่ที่กำลังสลบอยู่ทันทีความสุขที่เอ่อล้นในใจทำให้เขารู้สึกถึงชัยชนะที่ใกล้เข้ามา

    ทันใดนั้น ออร่าที่ทรงพลังบางอย่างก็ปรากฏขึ้นและพุ่งเข้าทำลายรูปแบบคุ้มกันทั้งหมดที่หูซินสร้างไว้ ทำให้เขาตกใจจนหน้าเผือดสี "เป็นไปได้ยังไง?" หูซินคิดในใจ "ไม่น่าจะมีผู้ที่ทรงพลังเหลืออยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ 5 ธาตุอีกแล้ว…พวกเขาเกือบทั้งหมดได้ไปรวมพลังกับกองกำลังระดับจักรพรรดิอีก 30 แห่งในการโจมตีป่าแห่งความมืด และพวกที่เหลืออยู่ก็เป็นแค่พวกที่ไม่แข็งแกร่งและไม่สนใจความขัดแย้งภายในนิกายหรอกหรือ?"

    เขาหันไปมองต้นทางของออร่าทรงพลังนั้นและพบกับภาพที่ทำให้ใจเขาหยุดเต้น เซียวเฉินยืนอยู่ตรงนั้น ท่าทางดูน่ากลัวยิ่งนัก ดาบหินอยู่ในมือของเขา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยไฟแห่งความโกรธ

    เซียวเฉินตะโกนออกมาอย่างเดือดดาล "เจ้าทรยศต่อความเชื่อใจของข้า! เจ้าหลอกลวงข้า! เจ้าทำร้ายน้องชายและน้องสาวของข้า…… เจ้ามันปีศาจร้าย! ข้าจะฆ่าเจ้า!"

    หูซินพยายามไม่ให้ความกลัวครอบงำ เขารู้ว่าเขาไม่สามารถสู้กับเซียวเฉินได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นเขาจึงใช้วิญญาณที่พ่อของเขาทิ้งไว้ให้ทันที มันคือวิญญาณกึ่งจักรพรรดิที่มีพลังอำนาจมหาศาล ร่างกายของหูซินสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อพลังของวิญญาณนั้นพุ่งออกมาจากตัวเขา

    เซียวเฉินไม่สนใจความแกร่งกล้าของวิญญาณนั้นเลย เขาพุ่งเข้าปะทะกับวิญญาณกึ่งจักรพรรดิทันที ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว "ข้าจะทำลายเจ้าให้หมดสิ้น!"

    วิญญาณกึ่งจักรพรรดิหัวเราะเสียงดังพลางพูดขึ้น "เจ้าเด็กน้อย กล้าดีอย่างไรที่จะทำร้ายลูกชายของข้า? ตายซะ!"

    ทันทีที่คำพูดนั้นจบลง วิญญาณกึ่งจักรพรรดิก็พุ่งเข้าหาเซียวเฉินด้วยความเร็วที่ยากจะมองเห็น เซียวเฉินพยายามหลบหลีกและป้องกันตัว แต่การโจมตีนั้นรวดเร็วและรุนแรงเกินคาด แขนของเซียวเฉินถูกกระแทกอย่างแรงจนหัก แต่ด้วยพลังลึกลับที่แฝงอยู่ในดาบหินที่เขาถืออยู่ ทำให้เขาสามารถยืนหยัดอยู่ได้แม้จะเจ็บปวด

    หูซินเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มเยาะ "ฮ่าฮ่าฮ่า! ข้าจะเห็นเจ้าต่อสู้อีกสักแค่ไหน เจ้าจะยืนหยัดได้นานแค่ไหนในเมื่อเจ้ามีแค่ดาบหินโง่ ๆ เล่มนี้!"

    เซียวเฉินกัดฟันแน่น ความเจ็บปวดที่แล่นผ่านแขนไม่ได้ทำให้เขาหวั่นไหวแม้แต่น้อย เขาจ้องไปที่หูซินและพูดด้วยเสียงที่แฝงไปด้วยความแข็งแกร่ง "เจ้าคิดหรือว่าข้าจะยอมแพ้เพียงเพราะเจ้ามีพลังมากกว่า? ข้าเคยไว้ใจเจ้า แต่เจ้าทรยศต่อความเชื่อใจของข้า! ข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อกำจัดเจ้าให้ได้!"

    วิญญาณกึ่งจักรพรรดิพุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง คราวนี้แรงยิ่งกว่าเดิม ทว่าเซียวเฉินใช้พลังแห่งดาบหินเพิ่มขึ้นอีก แขนที่หักของเขาสั่นไหวเล็กน้อย แต่เขายังคงยืนหยัดต่อสู้ พลังกดดันในตัวเขาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่เขาฟาดดาบ

    เซียวเฉินรู้ว่าศึกนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เขาก็ไม่ยอมถอย เขารู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพื่อความอยู่รอดของตนเอง แต่เพื่อปกป้องน้องชายและน้องสาวที่เขารักอย่างสุดหัวใจ!

    “ข้าจะไม่ยอมแพ้!” เซียวเฉินคำรามเสียงดัง ฝ่ามือที่ยังคงจับดาบหินแน่นเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีครั้งต่อไป ทุกแรงพลังในตัวเขาถูกปลดปล่อยออกมาเป็นการต่อสู้อันดุเดือดที่ยังไม่รู้จบ...

    เซียวเฉินจับดาบหินในมือไว้แน่น ความมุ่งมั่นในดวงตาของเขาเต็มเปี่ยม เขาพุ่งเข้าใส่วิญญาณกึ่งจักรพรรดิด้วยความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในใจ ดาบหินเล่มนั้นซึ่งดูแปลกประหลาดเปล่งประกายแสงสว่างออกมา ทำให้วิญญาณกึ่งจักรพรรดิแปลกใจและหวั่นไหวเล็กน้อย

    “เจ้าคิดหรือว่าจะเอาชนะข้าได้ด้วยดาบหินแปลกๆ นี้?” วิญญาณกึ่งจักรพรรดิหัวเราะเยาะ แต่ทันใดนั้นเซียวเฉินก็กระโจนไปข้างหน้า ดาบหินของเขาฟาดฟันลงมาด้วยแรงที่ไม่อาจต้านทานได้ วิญญาณกึ่งจักรพรรดิพยายามหลบหลีก แต่เซียวเฉินไม่ปล่อยโอกาสให้รอดไป ดาบหินฟาดใส่ร่างของวิญญาณอย่างแรงและเฉียบขาด

    เสียงระเบิดดังสนั่น วิญญาณกึ่งจักรพรรดิถูกกระแทกจนถอยหลังไป มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่มันยังไม่ยอมพ่ายแพ้ มันระดมพลังอำนาจทั้งหมดเข้าโจมตีเซียวเฉินอย่างต่อเนื่อง กระแสพลังอันมหาศาลกระหน่ำเข้าหาเขา แต่เซียวเฉินยังคงยืนหยัดต่อสู้ แขนที่หักของเขาสั่นไหว แต่เขาไม่ยอมถอย

    ทุกครั้งที่วิญญาณโจมตีมา ดาบหินในมือของเซียวเฉินก็ฟาดฟันโต้กลับไป สายตาของเขาเต็มไปด้วยความตั้งใจ แม้แต่ความเจ็บปวดก็ไม่อาจทำให้เขาหวั่นไหวได้ ในที่สุด ด้วยพลังที่เหลืออยู่ เซียวเฉินพุ่งตัวไปข้างหน้า ฟาดดาบหินลงกลางร่างของวิญญาณกึ่งจักรพรรดิ

    เสียงกรีดร้องอันดังกึกก้องแผ่สะท้านไปทั่วบริเวณ วิญญาณกึ่งจักรพรรดิกระจายหายไปในอากาศ เซียวเฉินหายใจหอบแรง แต่ในใจเขายังคงรู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่ไม่ย่อท้อ

    หูซินที่เห็นเหตุการณ์นั้นไม่อาจยอมให้ศัตรูได้หยุดพัก เขารีบพุ่งเข้าหาเซียวเฉินทันที หมายจะสังหารเขาเพื่อจบเรื่องนี้ แต่เซียวเฉินที่แม้จะบาดเจ็บสาหัสยังคงรักษาท่าทีไม่ลดละ เขาหันกลับและฟาดดาบหินไปที่หูซินอย่างไม่ลังเล ดาบที่เปล่งแสงแรงขึ้นทะลุผ่านร่างของหูซินทันที

    หูซินล้มลงกับพื้น เลือดไหลออกมาจากบาดแผล เขามองเซียวเฉินด้วยความโกรธและตกใจ “เป็นไปได้อย่างไร…” เขาพูดอย่างแผ่วเบาก่อนที่ชีวิตจะดับไป

    ทันใดนั้น เซียวเฉินรีบวิ่งไปที่ร่างของเซียวเหยียนและเซียวเยว่ที่นอนอยู่กับพื้น วิญญาณที่กำลังพยายามขโมยร่างของเซียวเหยียนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด “ได้โปรด! ได้โปรดเมตตาเถิด!” แต่มันสายเกินไป เซียวเฉินฟาดดาบหินไปยังวิญญาณนั้น วิญญาณสลายกลายเป็นเถ้าถ่านและหายไป

    เขารีบยื่นมือออกไปแตะที่หน้าผากของเซียวเหยียนและเซียวเยว่เพื่อประเมินอาการบาดเจ็บ พวกเขาทั้งสองยังคงมีลมหายใจ แต่สภาพร่างกายอ่อนแรง มากโดยเฉพาะเซียวเหยียนเหมือนจิตวิญญาณจะหายไปได้ตลอดเวลา เซียวเฉินรีบยกทั้งสองขึ้นอุ้มไว้ในอ้อมแขน ทันใดนั้น ออร่าที่ทรงพลังมากก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงดังลั่น

    “เจ้าฆ่าพระบุตรศักดิ์สิทธิ์! เจ้าคือสายลับที่แฝงตัวเข้ามาใช่ไหม! จงมามอบตัวซะดี ๆ!” เสียงของนักบุญผู้ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ 5 ธาตุดังก้องทั่วบริเวณ

    เซียวเฉินรู้ได้ทันทีว่าไม่มีใครช่วยเขาได้แล้วและไม่มีทางอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ 5 ธาตุได้อีกต่อไป เขาเป็นแค่ศิษย์ตัวเล็กๆ และชื่อเสียงก็ไม่ค่อยมีแต่เขาไม่เสียเวลาคิด เขารีบอุ้มเซียวเหยียนและเซียวเยว่ในอ้อมแขนของเขาโดยไม่สนว่ามันจะหักหรือไม่และหันหลังวิ่งหนีไปทันที

    นักบุญผู้ยิ่งใหญ่ผู้ที่ติดตามมานั้นเห็นเซียวเฉินเปิดรูปแบบเคลื่อนย้ายขึ้นมา เขาจึงโจมตีใส่เซียวเฉิน พลังที่รุนแรงพุ่งเข้ามาในทันที เซียวเฉินรู้สึกได้ถึงการโจมตีที่ใกล้เข้ามา เขาหันกลับมาพร้อมกับใช้ดาบหินฟาดสะท้อนพลังนั้นออกไปแต่รูปแบบเคลื่อนย้ายก็พังทันที

    เสียงระเบิดดังสนั่น กำแพงพลังแห่งการโจมตีปะทะกันในอากาศ เซียวเฉินหายใจหนักและรู้ว่าตัวเองบาดเจ็บสาหัส เขาต้องพาน้องชายและน้องสาวหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เขาตัดสินใจใช้พลังที่เหลือทั้งหมดเปิดรูปแบบเคลื่อนย้ายขึ้นอีกครั้ง

    แต่ก่อนที่เขาจะก้าวเข้าไปในประตูเคลื่อนย้าย นักบุญผู้ยิ่งใหญ่ก็โจมตีอีกครั้ง พลังนั้นพุ่งเข้าใส่เขาอย่างแรง เซียวเฉินกัดฟันแน่น เขารู้ว่าไม่มีทางหลบหนีจากการโจมตีนี้ได้อีกแล้ว แต่เขาจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายน้องชายและน้องสาวของเขาอีกต่อไป!

    “ข้าจะปกป้องพวกเจ้า… ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น!” เซียวเฉินคำรามก่อนที่การโจมตีจะกระแทกเข้าหาตัวเขา...

    รูปแบบเคลื่อนย้ายเปิดออกทันทีที่การโจมตีของนักบุญผู้ยิ่งใหญ่เข้ามาใกล้ เซียวเฉินกัดฟันและก้าวเข้าประตูพร้อมเซียวเหยียนและเซียวเยว่ในอ้อมแขน ทั้งสามถูกพาไปยังป่าแห่งหนึ่งโดยไม่รู้ว่าอยู่ที่ใด ทันทีที่พวกเขาโผล่ขึ้นมาในที่หมาย เซียวเฉินทรุดลงกับพื้น หายใจหอบเหนื่อยและร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล แต่เขาไม่สนใจตัวเองเลย ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างของน้องชายและน้องสาวทันที

    เมื่อเขาเห็นทั้งสองคนยังคงมีลมหายใจ แต่บาดเจ็บสาหัส เซียวเฉินใจหายวาบ ความเจ็บปวดในร่างกายของเขาหายไปทันทีเมื่อเห็นสภาพของน้องทั้งสอง "ไม่... ไม่.. พวกเจ้า..ต้องไม่เป็นอะไร!" เขาพูดเบา ๆ ด้วยเสียงสั่นเครือขณะรีบหยิบยารักษาจากถุงเก็บของขึ้นมา เทยาลงบนมือที่สั่นระริก ก่อนทาไปที่บาดแผลของเซียวเหยียนและเซียวเยว่

    เลือดที่ไหลออกจากร่างกายของเขาเองดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป เขาทำทุกอย่างเพื่อรักษาน้องชายและน้องสาว แต่เมื่อเขายังไม่ทันได้ทายาให้ทั่ว เสียงของดาบบินก็ดังขึ้น เขาหันไปเห็นแสงสว่างจ้าเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว

    ดาบนั้นพุ่งตรงเข้าหาเขา แต่ร่างกายของเขาอ่อนแรงและเจ็บปวดเกินกว่าจะหลบได้ทัน ในใจของเขาเกิดความรู้สึกสิ้นหวัง แต่เขากัดฟันเพื่อหลบไม่ให้ดาบโดนจุดตาย แต่ทันใดนั้น เสียงของดาบหยุดลง เขาลืมตาขึ้นมาและสิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้หัวใจของเขาแทบแตกสลาย

    เซียวเยว่ น้องสาวของเขา ใช้ร่างกายบอบบางปกป้องเขาจากดาบที่พุ่งเข้ามา ดาบทะลุผ่านร่างของเธอ เลือดไหลอาบทั่วพื้นดิน นางยิ้มเบา ๆ มองเขาด้วยแววตาอ่อนโยน "พี่ชาย... ท่านจำสัญญากับท่านแม่ไว้... ว่าเราจะช่วยปกป้องกันและกัน... แต่ท่าน…ทำเพื่อ..พวกเรามามากเกินไปแล้ว…. ขอให้ข้าเป็นคน... ที่ปกป้องท่านบ้างเถอะ...."

    เซียวเฉินรู้สึกเหมือนหัวใจของเขากำลังถูกบีบแตกเป็นเสี่ยง ๆ "ไม่! เซียวเยว่!…เจ้าอย่าพูดแบบนั้น!…ข้ายังไหวอยู่.." เขาตะโกนออกมา พยายามหยุดเลือดที่ไหลออกจากร่างของน้องสาว แต่เขารู้ว่าเขาไม่มีเวลามากพอที่จะทำอะไรได้ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยน้ำตาที่เริ่มเอ่อไหล

    จิตวิญญาณที่เกลือเพียงน้อยนิดของเซียวเหยียนที่ยังมีสติอยู่มองไปที่พี่สาวที่ถูกแทง เลือดไหลอาบทั่วพื้น เขาก็ร้องออกมาด้วยความเสียใจและสิ้นหวัง "พี่เยว่... ไม่... พี่เยว่...ข้า...ขอโทษ...พี่ชาย.."

    เสียงของเซียวเยว่เริ่มเบาลงเรื่อย ๆ แต่ยังคงพูดออกมา “ข้ารู้... ว่าท่านจะ... ปกป้องพวกเราเสมอ... แต่ครั้งนี้... ข้าขอเป็นคนทำบ้าง...ข้าเก่งรึเปล่า...ฮิฮิ...” รอยยิ้มอ่อนโยนยังคงอยู่บนใบหน้าของเธอแม้ว่าแววตาของเธอจะเริ่มพร่ามัว

    เซียวเฉินสะอื้นออกมาและเขากอดร่างของเซียวเยว่แน่น พยายามทุกทางที่จะปิดกั้นบาดแผล “เซียวเยว่... เจ้าไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว…..ข้าขอโทษ... ข้าขอโทษที่ไม่สามารถปกป้องเจ้าได้..."

    ทันใดนั้นเสียงดาบบินดังขึ้นอีกครั้ง ศิษย์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ 5 ธาตุได้มาถึง “เจ้าฆ่าพระบุตรศักดิ์สิทธิ์! เจ้าคือสายลับของป่าแห่งความมืด! เจ้ามันต้องถูกสังหาร!” เขาตะโกนเสียงดัง ขณะที่ดาบบินของเขาพุ่งเข้ามาอีกครั้ง เซียวเฉินรู้ว่าเขาไม่มีทางเลือก

    “พวกเราต้องหนี… ข้าจะไม่ยอม..ให้ใครมาแตะต้องพวกเจ้าอีกต่อไป!” เซียวเฉินพูดด้วยเสียงที่แน่วแน่ ขณะที่เขาอุ้มน้องชายและน้องสาวไว้อย่างเหนียวแน่นและพยายามหาทางหนีอีกครั้ง เขารู้ดีว่าการหนีครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของพวกเขา…

    เซียวเฉินลากร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลและกระดูกหัก ร่างกายของเขาเจ็บปวดทุกครั้งที่ก้าวเท้า แต่เขายังวิ่งอย่างสุดชีวิตพร้อมแบกน้องชายและน้องสาวไว้ในอ้อมแขน เสียงของแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวกรากดังมาจากเบื้องล่าง ทันใดนั้นเองที่ศัตรูโจมตีเขาด้วยพลังมหาศาล สะพานที่เขาวิ่งผ่านขาดลงไปในทันที เขารู้สึกว่าตัวเองถูกดึงลงสู่แม่น้ำที่เต็มไปด้วยกระแสน้ำเชี่ยวกราก

    เซียวเฉินตกลงไปในน้ำพร้อมกับน้องทั้งสอง กระแสน้ำเชี่ยวพาเขาหมุนวนไปในทิศทางที่ไม่อาจควบคุมได้ หินแหลมและเศษไม้ที่ลอยไปตามกระแสน้ำกระแทกเข้ากับร่างของเขา แต่เขาก็ยังคงกอดร่างของเซียวเหยียนและเซียวเยว่ไว้อย่างแน่นหนา แม้มือของเขาจะแตกเป็นแผล แต่เขาก็ยังยืนยันว่า "ข้าจะ...ไม่...ยอม...ปล่อย...เด็ดขาด..."

    ผู้ที่ตามล่าเซียวเฉินหยุดอยู่บนขอบผา มองลงไปในแม่น้ำที่เขาหายไปด้วยความตกใจ แต่ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องของพวกเขาก็ดังขึ้น เสียงหนึ่งตามมาด้วยอีกเสียงหนึ่ง เมื่อพวกเขาถูกกำจัดไปทีละคนโดยไร้การต่อต้าน มีเพียงเสียงอาวุธที่สะบัดผ่านลมและร่างของพวกเขาที่ล้มลงไปโดยไม่มีการต่อสู้

    ผ่านไปไม่นาน เซียวเฉินลืมตาขึ้นมา เขารู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างกายแต่ไม่สนใจตัวเอง สิ่งแรกที่เขาทำคือมองหาน้องทั้งสองในอ้อมแขนของเขา ทันทีที่เห็นพวกเขายังคงนอนนิ่งและไม่มีการตอบสนอง ดวงตาของเซียวเฉินเบิกกว้างด้วยความว่างเปล่าและสิ้นหวัง

    หัวใจของเขาเหมือนถูกบีบให้แตกสลาย เขาพยายามจะหยิบยารักษาออกมาด้วยมือที่สั่นเทา "ไม่...ไม่! อย่าเป็นแบบนี้...ได้โปรด...ตอบข้าหน่อย...ตอบ….พี่ชายคนนี้ที่ไม่ได้เรื่องที่...ข้าขอร้อง...ใครก็ได้...ช่วยข้าด้วย...ได้โปรด...ช่วยน้องทั้งสองของข้าด้วย..." เขาพร่ำบอกด้วยเสียงสั่นเครือ ขณะที่เขาป้อนยารักษาให้น้องทั้งสองอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาไหลลงมาบนแก้มอย่างไม่หยุดหย่อน

    “โลกนี้…ทำไมกัน…ข้าไม่ได้ไปทำอะไรให้ใครเลยแท้ๆ ..…ได้โปรด…อย่าเอาน้อง ๆ ….ของข้าไป.…ได้โปรด...อย่าพรากพวกเขาไปจากข้า” เสียงของเขากรีดร้องออกมาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและเจ็บปวด “อาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!”

    เสียงร้องของเซียวเฉินกลับไม่ได้รับการตอบรับใด ๆ นอกจากความเงียบของป่าที่ห่อหุ้มรอบตัวเขา ร่างของน้องชายและน้องสาวยังคงเย็นเฉียบ ไร้การตอบสนอง ราวกับชีวิตของพวกเขาได้ถูกพรากไปแล้วจริง ๆ

    ความรู้สึกที่เจ็บปวดและแหลกสลายในหัวใจของเขา เหมือนจะทำลายตัวตนของเขาทั้งหมด เซียวเฉินกรีดร้องออกมาทั้งน้ำตา แต่ในช่วงวินาทีที่ความสิ้นหวังถึงขีดสุด ร่างกายของเขาก็เริ่มส่องประกายขึ้น

    นิยายแนะนำ