โปรดอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ขัดจังหวะการพูดคุย
“ข้ามาแล้วขอรับ” เป็เสียงชายผู้ประเมิน
“เข้ามาได้” ผู้เป็นายกล่าวอนุญาต
เขาวางกล่องไม้บนโต๊ะ นึกสงสัยจานขนมที่วางอยู่นั่นคือขนมชนิดใด ก้อนกลมแบน สีเหลืองนวล ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนอีก ต้องหยุดความคิดกลับมาสนใจงานก่อน
“ชุดท่านขายได้ 5,000 ตำลึงทองขอรับ มี 3 ชุดที่ปักด้วยพลอยเม็ดเล็ก ราคาจึงสูง ส่วนเครื่องประดับ 2,000 ตำลึงทอง ตามที่ตกลงกับนายท่านไว้ รวมเป็ 7,000 ตำลึงทองขอรับ” ชายผู้ประเมินกล่าวรายงานอย่างคล่องปาก
“ขอบคุณเ้าค่ะ” เฟยฮวารับกล่องไม้มาเก็บเข้าตะกร้า เหลือจะเชื่อกับเ้าของร่างที่มีชุดประดับพลอย เฟยฮวาไม่ได้สังเกต แค่ดูแล้วว่าใหม่ หรูหรา ขายได้ก็พับรวมกันเป็กอง เอาผ้าผืนใหญ่มาห่อ
นายท่านฮุยเอ่ยกำชับผู้ประเมินไว้ว่า ให้ราคาสูงที่สุดเท่าที่จะให้ได้ แม้เป็ตำลึงที่เทียบไม่ได้กับที่นางเคยได้รับ แต่ก็อยากตอบแทนที่นางดีกับโรงประมูลเหิงเยว่สาขาเรา ผลจึงออกมาเช่นนี้
“เ้านั่งแล้วลองชิมขนมดูเถิด” ชายชราเอ่ย พร้อมรินน้ำส่งให้
ผู้เป็นายเชิญขนาดนี้ เขาที่สนใจขนมชนิดนี้อยู่แล้วย่อมไม่ปฏิเสธ กล่าวขอบคุณแล้วลิ้มลองขนมในจาน
ชายผู้ประเมินทำหน้าครุ่นคิด นิ่งไปอยู่นาน เฟยฮวากลั้นขำ จนชายชราต้องเอ่ยปาก
“เป็อย่างไรบ้างเล่า”
เขาจึงได้สติ รีบกลืนขนมแล้วจิบน้ำ
“ขออภัยขอรับ ขนมชนิดนี้เรียกว่าอะไร อร่อยยิ่งนัก ได้มาจากไหนหรือขอรับ” เขารัวคำถามเพราะสงสัย อยากไปซื้อบ้าง จะนำไปให้บุตรสาวบุตรชายที่เรือน
ชายชราหัวเราะขึ้น ไม่ใช่เขาที่เสียอาการคนเดียว ดีที่ตนยังพอเก็บอาการได้
“เรียกว่าปิ่งกัน คล้ายขนมแป้งอบกรอบ ฝีมือท่านหญิงนางทำมาฝาก” ชายชราอธิบาย
“ท่านหญิงมีขายไหมขอรับ ราคาเท่าใด ข้าอยากซื้อ” เขาตาเป็ประกายสอบถามไปยังนาง
เฟยฮวายิ้มด้วยความเอ็นดู ยังกับเห็นสหายตัวน้อยของบุตรชาย วันนี้พบทาสรักปิ่งกันเพิ่มขึ้นอีกคน
“ข้ายังไม่ได้ทำขายเ้าค่ะ แต่มีฝากในส่วนของท่าน” เฟยฮวาส่งห่อผ้าให้
ได้ยินนางพูดประโยคแรกแล้วเหมือนฝันสลาย พอได้ยินอีกประโยคเขาถึงกลับมาเป็สุขอีกครั้ง
“ขอบคุณขอรับท่านหญิง” เขารับห่อปิ่งกันมาในอ้อมกอด
“ท่านรีบขายเถิด คนรอซื้อเยอะนัก” ชายชราเอ่ย
“ข้าซื้อแน่นอนขอรับ หากทำขายรบกวนท่านส่งข่าวให้ข้าด้วย” ชายผู้ประเมินพูดเสริม เขาซื้อแน่นอน
“ไม่เกิน 2 เดือนจะเปิดขายเ้าค่ะ ระหว่างนี้ข้าจะส่งมาให้ชิมโดยไม่เสียตำลึง มีปิ่งกันอีกหลายรสชาตินัก บุตรชายข้ายังชอบรสชาติอื่นมากกว่ารสนี้”
เกิดความใเล็ก ๆ ยังมีอร่อยกว่านี้อีกหรือ สตรีผู้นี้ช่างไม่ธรรมดา
“เกรงใจขอรับ ข้าอยากรับไว้แต่ขอจ่ายตำลึง” ชายผู้ประเมินเอ่ย
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ถือว่าข้าฝึกฝีมือก่อนเปิดกิจการ หากเกรงใจตอนข้าเปิดร้านแล้ว ฝากอุดหนุนด้วยนะเ้าคะ” เฟยฮวาเอ่ยให้สบายใจ
บุรุษทั้งสองอยากจะเถียงเหลือเกินว่า ฝึกฝีมืออันใดอีก ร้านขนมชื่อดังยังไม่สู้ สูตรขนมท่านความอร่อยเทียบเท่ากับหม่าข่าหลงชิ้นละไม่ต่ำกว่า 10 ตำลึงทองของโรงประมูลเราด้วยซ้ำ
เฟยฮวาจึงเปลี่ยนเื่ชวนคุยเื่การประมูล โรงประมูลเหิงเยว่จะส่งจดหมายเชิญคนมาประมูลทั้งในแคว้นและนอกแคว้น มีผู้ที่ตามหาอัญมณีสีแดงอยู่หลายสิบคน จะเชิญคนเ่าั้ พวกเขาสอบถามนางจะเข้าชมการประมูลไหม จะได้จัดการเื่ที่นั่งให้ นางปฏิเสธทันที เื่ตำลึงทองจะมาคุยด้วยหลังจากจัดงานประมูลเรียบร้อยแล้ว ผ่านไปชั่วยามนางจึงขอตัวลา จะไปแจกจ่ายขนม และเลี้ยงอาหารสหายรุ่นใหญ่ทั้งสองด้วย
นายท่านฮุยเสียดายที่ไม่ได้เลี้ยงอาหารกลางวันเฟยฮวาอีกแล้ว แต่เกือบชั่วยามถึงเป็เวลาเที่ยง วันนี้เวลาไม่ค่อยเหมาะสม เห็นสีหน้าหงอย ๆ ของคนแก่แล้วเฟยฮวาก็จนใจ ลองเสนอหนทาง
“พรุ่งนี้เป็วันหยุดของบุตรชายข้าเ้าค่ะ ่สายข้าจะพาเขามาชั้น 3 ร้านขายขนม”
ชายชราได้ยินเช่นนั้นก็สบายใจขึ้นมา
“ข้าติดงานคงไม่ได้อยู่ต้อนรับ ว่างอีกทีคงใกล้่เที่ยง งั้นหากมาแล้วรับขนมให้น้อยหน่อยเล่า จากนั้นตอนเที่ยงเชิญท่านและบุตรชายมาชั้น 5 ข้าขอเลี้ยงอาหารสักมื้อ เสร็จแล้วข้าจะพาท่านเดินชมชั้น 4 มีของสวยงามให้เลือกชมเยอะเชียว” ชายชราจัดการให้เสร็จสรรพ จองตัวทั้งวันไปเลย เสียดายนักที่งานตอนเช้าพรุ่งนี้ยกเลิกไม่ได้
“ได้เ้าค่ะ” เฟยฮวาตกลงรับปาก เพราะตั้งใจพาบุตรชายมาอยู่แล้ว อยากให้เขาเห็นอาคารัทะยานฟ้า หลังจากนี้คงวุ่นกับการเตรียมย้ายเข้าเรือนใหม่ พรุ่งนี้เลยเป็โอกาสดี
“เ้าและบุตรชายโปรดอะไรเล่า ข้าจะให้คนเตรียมวัตถุดิบมื้อเที่ยงไว้” เขาเอ่ยถามอย่างใส่ใจ
“บุตรชายข้าชอบอาหารทะเลเ้าค่ะ ส่วนข้านั้นกินได้ทุกอย่าง”
ชายชราพยักหน้าตอบรับ นางเป็สตรีที่ใช้ได้ ความ้าตนเองนั้นไม่เอ่ย แต่กล้าบอกความชอบของบุตรชาย ช่างเป็มารดาที่ดี หากเฟยฮวาได้เข้าไปในความคิดของเขาได้คงตอบว่ากินได้ทุกอย่างคือข้ากินได้ทุกอย่างจริง ๆ ข้ารักการกิน ท่านโปรดมองตัวข้า หากเลือกกินจะมีรูปร่างเช่นนี้หรือ ว่าแล้วสิ่งที่เหมือนกันของเ้าของร่างกับนางคงเป็ชอบกินเหมือนกันนี่แหละ
“ข้าจะเตรียมไว้เป็อย่างดี”
กล่าวลากันเสร็จ เฟยฮวาเดินเท้าไปตลาด ตะกร้าหวายใบนี้ก็ขนเงินขนทองดีจริง ๆ ครั้งก่อน 800,000 ตำลึงทอง ครั้งนี้ 1 ล้านตำลึงทอง ครั้งหน้าก็ทำลายสถิติ สิบล้านไปเลยแล้วกัน เฟยฮวานึกขันกับความคิดของตนเอง
เข้าเขตตลาดเจอท่านลุงเจี้ยนเป็คนแรก แจกจ่ายหมาข่าหลงกับปิ่งกัน เมื่อเช้ายุ่งมากเลยไม่ได้ให้ั้แ่ตอนนั้น ลุงเจี้ยนไม่รู้หรอกว่าหมาข่าล่ามีราคาสูงมาก นึกว่าเป็ขนมปกติจึงรับเอาไว้
พอเดินไปร้านนางถาง เห็นหน้าเฟยฮวาแล้วก็พาเข้าห้องรับรองเลย ให้คนงานไปตามตัวนางตง เป็อันรู้กันว่าตอนนี้หากเฟยฮวามาตลาด จะนัดกันที่ร้านนางถาง เพราะถ้าไปร้านนางตง ต้องผ่านร้านนางสุ่ย ซึ่งเลี่ยงไว้ก็ดีนางก็ไม่อยากปะทะบ่อย ๆ แม้จะสู้ได้ แต่เถียงกับคนทีนึงย่อมใช้พลังงานมหาศาล เอาไว้คราวจำเป็ก็พอ
พอนางตงมาถึงก็เปิดศึกการพูดคุย เหมือนไม่ได้เจอกันนาน ทั้งที่เมื่อวานก็พบ สหายก็เช่นนี้หาเื่มาพูดคุยกันได้ทั้งวัน ถึงจะเป็สหายรุ่นแม่ก็เถอะ พูดคุยถูกจริตแล้วก็ล้วนคบได้อย่างสนิทใจ เหมือนได้ทั้งแม่ทั้งสหายคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
เฟยฮวาแจกจ่ายขนม นางถางและนางตงรับหมาข่าหลงด้วยมือที่แอบสั่น
“เฟยฮวา อย่าบอกว่านี่มาจากโรงประมูลเหิงเยว่” นางถางถามขึ้น
“ช่วยตอบพวกข้าทีว่าไม่ใช่” นางตงถามต่อ
“ใช่เ้าค่ะท่านป้า หมาข่าหลง ขนมขึ้นชื่อของโรงประมูลเหิงเยว่” เฟยฮวายิ้ม
ทั้งสองมือแทบร่วงแต่ต้องประคองไว้ โหลแก้วนี้มีขนมสามชิ้น ในนี้ไม่ต่ำกว่า 30 ตำลึงทอง!
“เ้ากล้ามาก ข้ายอมใจ” นางตงหายาหอมขึ้นมาดม
ขนมชนิดนี้นางย่อมรู้จัก เคยกินอยู่ครั้งนึง สามีซื้อมาให้ นางตงยังเคยบอกสามี ให้มาอีกเพราะขนมรสชาติดี ไม่เคยกินขนมที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน พอรู้ราคาแล้วแทบเป็ลม ขนมอะไรชิ้นเดียวกินอาหารหรูได้เป็มื้อ
ส่วนนางถางนั้นั้แ่โรงประมูลเหิงเยว่เปิดมาสามปี เคยกินอยู่ปีละ 2-3 ครั้ง ถึงนางมีตำลึงแต่ก็เสียดายอยู่ดี ขนมราคาสูง ถามว่าสมความอร่อยไหมก็สมความอร่อย แต่นางเสียดายตำลึง จึงกินในโอกาสพิเศษเท่านั้น
“ท่านป้าอย่าได้กังวลไป ข้าขายชุดได้มากเ้าค่ะ การกินของอร่อยก็เหมือนเปิดประสบการณ์ใหม่และให้รางวัลตนเอง ข้าไม่คิดเสียดายเ้าค่ะ ความสุขบางทีก็ราคาสูงหน่อย ข้ากินแล้วว่าอร่อยดี นึกถึงพวกท่านเลยนำมาฝาก แค่นี้เทียบกับมิตรภาพของพวกเราแล้ว ถือว่าน้อยนัก” เฟยฮวาอธิบาย รู้ว่าต้องพูดอย่างไรให้ท่านป้าทั้งสองเบาใจ
“เอาเถิด ต้องขอบใจเ้ามาก” นางถางประทับใจในตัวสหายน้อยมากขึ้นไปอีก
“ถามได้หรือไม่ว่าขายชุดได้มากเพียงใด” นางตงเอ่ย เป็คำถามที่ไม่น่าถาม แต่คิดว่าสนิทกันเลยพอถามได้
เฟยฮวาชูมือขึ้น 5 นิ้ว
“500 หรือ” นางถางถาม
“มิใช่เ้าค่ะ 5,000 ตำลึงทอง”
…
…
“มีชุดประดับพลอยด้วยเ้าค่ะท่านป้า จึงขายได้ราคาสูงกว่าที่คิด”
ไม่รู้ว่าต้องใตรงมีชุดประดับพลอย หรือตำลึงทองที่ได้รับ
“ของท่านป้าตงมีอีก 1 โหลนะเ้าคะ ฝากให้ท่านลุงหนานด้วย บุตรชายข้ากินแล้วเอ่ยปากเองเลยเ้าค่ะ ว่าของอร่อยอยากให้พวกท่านได้กินด้วย”
ฟังแล้วก็ปลื้มใจ ดีทั้งคนแม่คนลูก
“ขอบใจเ้ามาก” ทั้งสองเอ่ย
“กินแล้วอย่าลืมปิ่งกันข้านะเ้าคะ” เฟยฮวาแซว
“ไม่มีทางแน่นอน ของเ้าก็อร่อยยิ่งนัก มันคนละแบบกัน เทียบกันยากแต่อร่อยทั้งคู่” นางตงเอ่ย
“ถูกต้อง รีบเปิดกิจการเปิด ข้าจะสนับสนุน” นางถางมีโอกาสก็ยุสหายตัวน้อยให้รีบเปิดกิจการเป็ประจำ
“ข้าจะคอยดูเ้าค่ะ ตอนข้าเปิดกิจการท่านป้าจะขนปิ่งกันกี่โหล” เฟยฮวาแซว
“ข้าจะพกตำลึงทองไปเต็มกระเป๋า ทำให้มากรสชาติหน่อยเล่า” นางถางหัวเราะ ฟังแล้วเหมือนพูดเล่นแต่นางคิดทำจริง
นางตงขบขันตามไปด้วย
“ตอนเที่ยงไปเหลาเป่าอี้กันนะเ้าคะ ข้าเลี้ยงตามสัญญา”
“เก็บตำลึงไว้ก่อนไหม เรือนใกล้เสร็จแล้วมิใช่หรือ ต้องจ่ายก้อนใหญ่อีก” นางตงถามอย่างเป็ห่วง เพราะสามีนางเป็ผู้สร้างเรือนให้ ย่อมรู้
“จริงอย่างนางตงว่า ไหนจะเครื่องเรือนใหม่อีก หมดเยอะอยู่นะ เ้าเก็บไว้เถิดไม่ต้องเลี้ยงพวกข้าหรอก”
“ข้าแยกส่วนไว้แล้วเ้าค่ะ สามีข้าพอรู้ว่าสร้างเรือนเขาก็ส่งมาให้ 100,000 ตำลึงทองเ้าค่ะ” เฟยฮวาพูดจำนวนไป เพราะอยากให้ท่านป้าทั้งสองสบายใจ ไม่ต้องห่วงว่านางจะขัดสนตำลึงทอง
…
…
“ให้เฟยฮวาเลี้ยงเ้าเถอะนางตง”
“ข้าก็ไม่ห่วงแล้ว เผลอ ๆ นางรวยกว่าข้าอีก”
เฟยฮวาหัวเราะ หากท่านป้ารู้ว่าในตะกร้าของนางมีตำลึงเท่าไหร่ คงได้หามกันไปโรงหมอ
“สามีเ้านี่เก่งจริง ๆ ไม่คิดว่าจะไปได้ไกลถึงเพียงนั้น” นางถางเอ่ย
“เก่งแต่เล็กเชียวแหละ ข้าจำได้ตอนตัวเท่าเฟยหลงเขาขนหมูป่าลงมาจากูเา” นางตงนึกถึงอดีตแล้ว
“เขาอยู่ตัวคนเดียวั้แ่นั้นเลยรึ”
“ข้าเห็นเขาตอนอายุราว 1 ปีได้ อพยพมาอาศัยที่หมู่บ้านแห่งนี้พร้อมมารดา ไม่ค่อยสุงสิงกับใครนักเพราะเรือนห่างไกลผู้คน แต่สามีข้าก็เทียวไปดูอยู่ตลอด เห็นว่าเป็สตรีกับเด็กอาศัยกันเพียงลำพัง เ้าก็รู้เมื่อก่อนแคว้นเราไม่ได้สงบเหมือนตอนนี้ พอจ้าวซีฮันอายุราว 5 ปี มารดาก็เสียชีวิต เขาเลยกำพร้าอยู่ตัวคนเดียวเรื่อยมา สามีข้าจะรับมาอยู่ที่เรือนด้วยเขาก็ไม่ยอม เลยช่วยเหลือเท่าที่ช่วยได้ คอยส่งข้าวส่งน้ำ ส่งเขาเข้าเรียนที่สถานศึกษา”
เฟยฮวานั่งฟังเงียบ ๆ เื่พวกนี้นางก็ไม่รู้มาก่อนเช่นกัน
“ชะตาชีวิตน่าสงสารนัก ตอนนั้นคงตัวเท่าเฟยหลง ข้าจำได้ว่าเฟยหลงหน้าคล้ายบิดา”
“เหมือนฝาแฝดกันเชียวแหละ ข้าก็ทรมานใจเหมือนกัน ยังจำได้ดี ตอนมารดาเสีย เขาเดินเท้ามาตามสามีข้าที่เรือนบอกให้ไปช่วยท่านแม่หน่อย เขาปลุกอยู่นานไม่ยอมตื่น ความเป็เด็กไม่รู้หรอกว่าความตายคืออะไร”
“ข้าฟังแล้วใจหาย ไม่รู้ว่าเคยพบเจออะไรแบบนั้นมาก่อน”
“แค่อดีตเท่านั้น ตอนนี้เขามีอนาคตดีแล้ว” นางตงยิ้ม
เฟยฮวาฟังแล้วก็รู้สึกสงสาร ชีวิตตอนเด็กก็แย่เต็มทน มาเจอเ้าของร่างใช้ยาพิษจับทำสามีอีก โชคร้ายซ้ำซ้อน จะชดใช้ให้เขาอย่างไรดี
บอกให้เขาออกจากกองทัพดีไหม มาใช้ชีวิตให้สบายตอนนี้รวยมากเลี้ยงเขาได้สบาย เขาไม่ต้องออกไปทำงานเสี่ยงอันตรายอีกต่อไปแล้ว มาอยู่เรือนเลี้ยงเฟยหลงเถิด ต้องส่ายหัวให้กับความคิดตนเอง
“เ้าคิดอันใดเล่า ทำสีหน้าแปลก ๆ” ท่านป้าถางทักขึ้น
“สงสารเขาเ้าค่ะ ข้าไม่เคยรู้เื่ตอนเด็กของเขาเลย” เฟยฮวาตอบกลับแบบเนียน ๆ
“เ้าไม่ต้องคิดมาก มันผ่านไปแล้ว เพียงทำหน้าที่ของตนเองให้ดี เลี้ยงดูบุตรชายให้เติบโตเป็คนดี” ป้าตงปลอบใจ
“เ้าค่ะ ขอบคุณท่านป้าที่ชี้แนะ” เฟยฮวายิ้ม
ทั้งสามเปลี่ยนหัวข้อการคุยไปเรื่อย จนวกกลับมาเื่การค้า
“เ้าของโรงน้ำชาด้านหน้าตลาดมาพูดคุยกับข้า นางจะย้ายไปอยู่กับบุตรที่เมืองอื่น คิดจะขายกิจการ” นางถางเอ่ยขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้เื่สหายโรงน้ำชามาคุยกับนางเมื่อวันก่อน
“ทำเลทองเชียว จะขายเท่าไหร่กัน” นางตงสงสัย
“เอาเื่อยู่ 80,000 ตำลึงทอง แต่ก็สมราคา พื้นที่กว้างเป็ส่วนตัว ใครจะมาตลาดก็ต้องผ่าน”
“จริงตามเ้าว่า ที่ตรงนั้นเหมาะกับเปิดพวกร้านอาหาร”
“เ้าสนใจไหม หากสนใจตำลึงทองไม่พอ หยิบยืมที่ข้าก่อนได้” นางถางเอ่ยถามเฟยฮวา เสียดายหากตกไปอยู่ในมือคนอื่น ทำเลงามเชียว
โรงน้ำชาด้านหน้าตลาด เป็เรือนไม้สามชั้น ก่อนถึงตลาดต้องผ่านโรงน้ำชาแห่งนี้ เฟยฮวาเคยไปอยู่สองสามครั้งบรรยากาศดีเชียว ตกแต่งกลมกลืนกับธรรมชาติ เห็นลูกค้าเข้าออกทั้งวัน
“น่าสนใจเ้าค่ะท่านป้า ข้าขอไปคิดสักหน่อยได้ไหม” หากตอบตกลงเลยก็จะดูรวยเกินไป ขอทำทีไปคิดก่อนแล้วกัน พร้อมสำรวจรอบโรงน้ำชาว่าเป็อย่างไร
“ได้สิ นางบอกข้าอยู่ว่าเดือนหน้าถึงจะประกาศขาย นี่ยังไม่มีใครรู้หรอก มาบอกก่อนเพราะสนิทกัน”
“ขอบคุณเ้าค่ะ หลังย้ายเรือนเรียบร้อยแล้วข้าจะมาให้คำตอบ ข้าอยากปรึกษาท่านป้าทั้งสองเื่วัตถุดิบกับอุปกรณ์ด้วยเ้าค่ะ”
“ลองว่ามาเถิด หากช่วยได้ข้าก็ยินดี” นางตงตอบรับด้วยความยินดี นางถางพยักหน้าร่วมด้วย
“หากเปิดร้าน ข้าจะใช้โหลแก้วบรรจุปิ่งกันขายเ้าค่ะ จะไปสั่งที่ใดได้บ้าง”
“สหายข้าเปิดร้านเครื่องแก้ว เครื่องเรือน มีครบเชียวแก้ว ไม้ พวกจาน ชามก็มีเช่นกัน สั่งทำตาม้าได้ด้วย หากเ้าเริ่มสร้างกิจการแล้วข้าจะพาเ้าไปพูดคุย” นางตงเอ่ยอย่างใจดี
“ได้เ้าค่ะท่านป้า และข้าอยากจ้างให้ร้านผ้าท่านป้าทำผ้าห่อปิ่งกันได้ไหมเ้าค่ะ อยากได้ผ้าสีสวย ปักดอกไม้เล็ก ๆ เป็สัญลักษณ์ของร้าน”
“ไม่มีปัญหา เ้าลองร่างแบบมา ข้าจะนำไปขึ้นตัวอย่างให้” เป็เื่น่ายินดีที่ร้านนางจะได้งานเพิ่ม
“ขอบคุณท่านป้าตงมากเ้าค่ะ ข้าจะรีบร่างแบบให้”
“เห็นทีครานี้นางตงคงได้จ้างคนงานปักผ้าเพิ่ม” นางถางเอ่ยแซว
“มาเถอะ ข้าจะจ้างเพิ่มเป็สิบคน” นางตงหัวเราะ
นางถางขำตาม เดี๋ยวก็รู้ อย่าได้ดูถูกพลังของอร่อย
“ส่วนท่านป้าตง เป็พวกวัตถุดิบทำขนมเ้าค่ะ แป้ง นม น้ำตาล เกลือ ต้องใช้เยอะมาก ไหนจะผลไม้อีก”
“เ้าลองจดรายการที่้ามาให้ข้า อันไหนที่เห็นว่าร้านข้าไม่มีขาย ก็ลองจดมาก่อนเผื่อหาให้ได้ บางอย่างข้าก็ไม่ได้วางขายเพราะไม่เป็ที่นิยม” ปกติแล้วร้านนางขายของสด วัตถุดิบทำอาหารแบบครบครัน
“ท่านป้ารู้จัก เฉี่ยวเค่อลี่ ไหมเ้าคะ” เฟยฮวาอยากทำปิ่งกันรสชาตินี้มาก แต่วัตถุดิบแปลกไปหน่อยจึงไม่เคยคิดสั่งจากระบบ อยากขายอะไรที่กลมกลืนกับวัตถุดิบที่มีในท้องตลาด แต่พอเห็นว่าโรงประมูลเหิงเยว่มีขนมรสชาตินี้ขาย เลยคิดว่าวัตถุดิบชนิดนี้ก็อาจมีขายเช่นกัน
“ผงน้ำตาลเข้ม ขม ๆ ใช่หรือไม่”
เฟยฮวาตาเป็ประกาย
“ใช่เ้าค่ะ ท่านป้ามีขายหรือเ้าคะ”
“ข้าเคยรับมา แต่ขายไม่ออกเพราะคนซื้อไปเขาว่าขม แม้กลิ่นจะหอมก็เถอะ”
“ข้าอยากได้เ้าค่ะท่านป้า”
“ที่ร้านข้าเหมือนจะมีเหลือในคลังอยู่นะ เดี๋ยวให้คนงานดูให้”
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านป้า”
“มันทำขนมได้จริงหรือ” นางถางนึกเป็ห่วง
“ได้เ้าค่ะ ข้าอยากทำอยู่นาน แต่หาวัตถุดิบตัวนี้ไม่ได้ อย่างหมาข่าหลงชิ้นนี้ก็ทำมาจากสิ่งนี้ ขนมจะอร่อยอยู่ที่สูตรเ้าค่ะ” เฟยฮวาชี้ไปที่ขนมก้อนสีน้ำตาล แม้ความจริงขนมอร่อยเพราะสิ่งใดย่อมรู้แก่ใจ
“ข้าเคยกินหมาข่าหลงรสชาตินี้ ไม่คิดว่าจะทำมาจากผงขมนั่น เ้านี่ช่างรอบรู้นัก ผงนี่ลองใช้ก่อนเถิด ข้าไม่คิดตำลึง” นางถางเอ่ยชม เรียกคนงานให้ไปหาผงขมมามอบให้เฟยฮวา
ผงเฉี่ยวเค่อลี่ถุงโตอยู่ตรงหน้านาง
“ขอบคุณท่านป้าทั้งสองสำหรับความช่วยเหลือ ท่านป้ารอกินของอร่อยได้เลยเ้าค่ะ!”
เฉี่ยวเค่อลี่คือที่สุดของวงการขนมหวาน เหมือนมีเวทย์มนต์ ใครลองต้องติดใจทุกราย
เฟยฮวาหารู้ไม่ ปิ่งกันของนางทำคนงานโรงประมูลเหิงเยว่แตกตื่น คนต้อนรับที่นางเอาขนมไปฝาก ได้แบ่งให้คนงานคนอื่นชิม พอได้กินแล้วต่างหาที่มาของขนมกันให้วุ่น ท่านหญิงผู้นั้นเปิดร้านขนมอยู่ที่ตรงไหน จะตามไปซื้อ จนรวบรวมความกล้าส่งตัวแทนไปถามท่านผู้ประเมิน ได้ความว่านางยังไม่เปิดกิจการ ต้องรอเท่านั้น เขาก็รอเช่นกัน!
#มารดาอ้วนตัวร้าย
〰️ 〰️ 〰️ ·̩͙ ₊ ᨦ ♡ ᨩ ₊ ·̩͙ 〰️ 〰️ 〰️
ปิ่งกัน = คุกกี้
หมาข่าหลง = มาการอง
1 ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง
เฉี่ยวเค่อลี่ = ช็อกโกแลต