ผู้กอบกู้

    ตอนที่ 32 ตาย

            ร่างของชายหนุ่มหล่นลงกระทบพื้นดินส่งผลให้กระอักเลือดออกมาอีกคำ


            ราจาลอยมาหยุดอยู่เหนือร่างการินกล่าวพร้อมหัวเราะร่า


            “ใช้ได้นี่หว่าเจ้าหนูปกติต่อให้เป็นระดับทวีปที่เลื่อนขั้นมาใหม่ ๆ เจอหมัดเมื่อกี้เข้าไปก็ยังยากจะรอดแต่เจ้าไม่เพียงแต่รอดทั้งยังเหลือแรงอยู่อีกไม่น้อย ช่างน่าประทับใจเสียจริง”


            การินกระอักเลือดออกมาแล้วค่อยใช้มือยันร่างตัวเองลุกขึ้นบาดแผลกลางหน้าอกค่อย ๆ ฟื้นสภาพด้วยความเร็วที่เห็นด้วยตาเปล่า


            ราจาที่เห็นภาพนี้ยิ่งหัวเราะเข้าไปใหญ่


            “สุดยอดจริงๆ ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะมีรอยประทับที่มอบพลังการฟื้นฟูสภาพร่างกายที่สุดยอดขนาดนี้อยู่”


            การินพยุงร่างตัวขึ้นยืนอย่างยากลำบากหายใจถี่รัว


            แม้พลังจากรอยประทับของเขาจะช่วยรักษาแผลจนหายดีได้แต่กลับไม่ได้ช่วยฟื้นฟูพละกำลังกลับมาด้วยดังนั้นแม้ตอนนี้ร่างกายของชายหนุ่มจะถูกรักษาจนหายแต่ก็ยังเหนื่อยล้าเป็นอย่างยิ่ง


            การินถ่มเลือดคำหนึ่งแล้วสูดหายใจเข้าลึก


            ราจาแสยะยิ้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน


            “ขอดูหน่อยสิว่าเจ้าจะทำให้ข้าเกิดบาดแผลได้หรือเปล่า”


            ร่างการินหายไปโผล่อยู่ด้านหลังราจาชายหนุ่มต่อยเข้าไปที่กลางหลังของอีกฝ่าย


            ราจาเบี่ยงตัวเล็กน้อยก็หลบได้แล้วปล่อยหมัดเข้าใส่ชายหนุ่มด้วยท่าทางสบาย ๆทว่าหมัดของราจากลับพุ่งผ่านความว่างเปล่า การินปรากฏขึ้นที่ด้านของราจาใช้เข่าแทงเข้าไปที่ท้องอีกฝ่าย


            เข่าของการินไม่ได้กระทบเข้ากับหน้าท้องราจาเพราะมีฝ่ามือสีขาวซีดของอีกฝ่ายมารับเข่านั้นไว้


            ราจาแสยะยิ้มใช้แขนข้างที่ต่อยพลาดไปก่อนหน้านี้สับศอกใส่กลางแผ่นอกการิน


            ร่างการินลอยลิ่วกระแทกต้นไม้จนหักโค่นไปหลายต้น


            เป็นอีกครั้งที่กลางอกของการินมีรอยยุบเข้าไปชายหนุ่มกระอักเลือดออกมาหลายครั้ง แผลที่กลางอกค่อย ๆ ฟื้นฟูจนกลับมาเป็นปกติ


            ราจาลอยมาหยุดอยู่ใกล้ๆ การิน มองชายหนุ่มที่พยายามลุกขึ้นก็หัวเราะชอบใจ


            “มันต้องแบบนี้ข้าขอสนุกอีกนาน ๆ หน่อย”


            การินจ้องเข้าไปในดวงตาแดงก่ำของอีกฝ่ายนัยน์ตาสีม่วงของชายหนุ่มพลันระยิบระยับคล้ายมีดวงดาวพร่างพรายอยู่ด้านในร่างการินพลันพุ่งเข้าใส่ราจาด้วยความเร็วสูง


            ราจาแสยะยิ้มทว่าเพียงไม่นานก็ต้องขมวดคิ้วเพราะหมัดของการินพุ่งเข้ามาเร็วกว่าที่มันคิดไว้มากราจารีบใช้แขนข้างหนึ่งยกขึ้นกันไว้


            ตูม!


            แรงปะทะส่งผลให้เกิดเสียงดังกึกก้องต้นไม้ในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรรากหลุดจากพื้นปลิวกระเด็นไปไกลพื้นดินในระยะร้อยเมตรจากจุดปะทะยุบตัวลงเป็นหลุมลึก


            ร่างราจาถอยหลังไปห้าเมตร


            ส่วนร่างของการินที่เป็นฝ่ายบุกโจมตีกลับปลิวกระเด็นไปไกลหลายกิโลเมตรแทน


            ราจามองแขนของตนซึ่งมีรอยช้ำเล็กน้อยแล้วก็หัวเราะอย่างสนุกสนานลอยตามร่างการินไปเมื่อพบร่างชายหนุ่มมันก็ยิ่งหัวเราะเสียงดังยิ่งกว่าเดิม


            สภาพของชายหนุ่มตอนนี้แขนขวาที่ใช้ออกหมัดโจมตีหักงอผิดรูปแต่ก็ค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมาดังเดิมสีหน้าชายหนุ่มแสดงถึงความเจ็บปวดแต่พยายามทำหน้าให้เรียบเฉยไว้


            เมื่อกี้การินใช้การโจมตีสุดแรงของเขาแล้วถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะสามารถปล่อยหมัดที่มีพละกำลังเกินขอบเขตของตัวเองได้แต่ร่างกายของเขากลับรับแรงปะทะที่มากขนาดนั้นไม่ไหวและไม่รู้ว่าเป็นเพราะจุดนี้หรือไม่ที่เมื่อการินเลื่อนเป็นผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรถึงได้มีพลังในการฟื้นฟูร่างกายที่บาดเจ็บดังนั้นแม้ว่าชายหนุ่มจะใช้พละกำลังเกินขอบเขตจนร่างกายรับไม่ไหวแต่ก็ยังฟื้นฟูร่างกายกลับมาได้


            การินหอบหายใจชายหนุ่มย่อตัวลงแล้วดีดร่างพุ่งเข้าใส่ราจาที่อยู่ห่างออกไปนับร้อยเมตรด้วยความเร็วที่มองไม่เห็นแม้แต่ร่างของชายหนุ่ม


            พื้นดินจุดที่การินอยู่ก่อนหน้านี้ยุบตัวลงเป็นหลุมรัศมีหลายร้อยเมตร


            ตอนนี้ขาของการินแทบไร้ความรู้สึกเพราะใช้กำลังขาในการดีดตัวเกินขีดจำกัดชายหนุ่มง้างหมัดต้อยเข้ากลางหน้าอกราจาเต็มแรง


            ราจายกแขนทั้งสองข้างออกมาไขว้กันเป็นรูปกากบาทรับหมัดของชายหนุ่ม


            ตูม!


            ครั้งนี้ต้นไม้โดยรอบนับสิบกิโลเมตรปลิวว่อนหลุดจากพื้นพื้นดินในระยะหนึ่งกิโลเมตรจากจุดปะทะยุบตัวเป็นหลุมลึก


            ร่างราจาถอยกระเด็นไปราวร้อยเมตร


            ส่วนร่างของการินปลิวกระเด็นไปหลายสิบกิโลเมตรจากนั้นก็นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ขาทั้งสองข้างสั่นระริกแขนขวาที่ใช้ต่อยออกไปก็ยิ่งมีสภาพดูไม่ได้ แขนบิดเบี้ยวผิดรูปผิวหนังปริแตกเลือดอาบท่วม


            ราจาเหาะมาหาการินด้วยท่าทางสบายๆ มันยิ้มแล้วกล่าวกับการินด้วยน้ำเสียงยียวน


            “นับว่าน่าประทับใจที่เจ้าทำได้ถึงขนาดนี้ข้าก็อยากจะเล่นกับเจ้าต่ออีกหน่อยล่ะนะแต่ดูเหมือนร่างกายของเจ้าจะไม่ไหวเสียแล้ว”


            ระหว่างที่ราจาพูดขาของการินได้หยุดสั่นแล้วแขนขวาที่เคยบิดเบี้ยวผิดรูปก็กลับมาเข้าที่แล้ว ผิวหนังตรงท่อนแขนที่เคยปริแตกก็ถูกฟื้นฟูเสร็จแล้วแต่การินกับยังไม่ขยับเขยื้อน


            นี่ไม่ใช่เพราะชายหนุ่มไม่อยากขยับแต่เป็นเพราะขยับไม่ได้


            หมัดเมื่อครู่นี้ที่ต่อยไปนับว่ากินพลังงานทั้งหมดในร่างกายชายหนุ่มแล้วต่อให้พลังจากรอยประทับจะรักษาแผลให้แต่การินไม่มีแรงแม้แต่จะกระดิกนิ้วด้วยซ้ำ


            ราจาเงียบอยู่ครู่หนึ่งจึงยกมือขวาขึ้น


            กลางอากาศพลันปรากฏดาบเพลิงสีดำมืดขนาดเท่าดาบกระดูกที่พวกบราม่าถือครองก่อนหน้านี้


            ราจาแสยะยิ้มแล้วกล่าวการิน


            “เจ้าจงคิดเสียว่านี่เป็นการล้างแค้นของข้าที่เจ้าทำลายเสี้ยววิญญาณของข้าที่อยู่กับคาปราในครั้งนั้นก็แล้วกัน”


            จากนั้นมันก็กล่าวด้วยน้ำเสียงยียวนคล้ายเป็นนิสัยปกติ


            “ถ้าหากเจ้าอยากแก้แค้นก็ทำเหมือนกับข้าสิคืนชีพแล้วมาฆ่าข้า ฮ่า ฮ่า ๆ”


            การินไม่สนใจราจาชายหนุ่มจ้องมองไปบนท้องฟ้าที่มีดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่แล้วค่อย ๆ หลับตาลง


            ท่านพ่อ ท่านแม่ท่านปู่ ท่านตา ท่านยาย เทียร์น่า พี่การัน ผมคงกลับไปไม่ได้แล้วล่ะครับ


            อลิส...ขอโทษนะที่ฉันทำตามสัญญาไม่ได้...


            ดาบเพลิงทมิฬแผ่ไอชั่วร้ายฟาดฟันลงเข้าใส่การินร่างของชายหนุ่มถูกแยกออกเป็นสองส่วน พื้นดินถูกฟันจนเป็นร่องลึกคล้ายหุบเหว


            ร่างของชายหนุ่มถูกเปลวเพลิงทมิฬกลืนกินจนไม่เหลือแม้แต่ซาก


            ราจากระตุกยิ้มเหาะกลับไปที่ภูเขาหินกลางป่าวงกต


            บราม่า ปาซาโรทารอส ทั้งสามคุกเข่าลงแล้วเอ่ยขึ้นโดยพร้อมเพรียง


            “ขอแสดงความยินดีที่องค์ราชันได้รับชัยชนะมาอย่างงดงาม”


            ราจาแค่นเสียงหึกล่าวโดยไม่เหลือบมองไปทางสัตว์ร้ายระดับทวีปทั้งสาม


            “ก็แค่ชนะผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรได้จะมีอะไรให้น่าภูมิใจพวกเจ้าต่างหากที่สมควรตายกะอีแค่เด็กระดับอาณาจักรคนเดียวก็ยังปล่อยให้มาทำลายแผนการคืนชีพของข้าได้ถ้าข้าคืนชีพกลับมาด้วยพลังระดับดวงดาวล่ะก็แค่ฝ่ามือเดียวข้าก็สามารถทำลายทวีปแห่งนี้ได้เกินครึ่งแล้ว”


            พวกบราม่าก้มหน้าลงไร้คำจะกล่าว


            ราจามองไปที่ยอดภูเขาหินที่สูงทะลุชั้นเมฆแล้วส่ายหน้าเบาๆ


            “ช่างเถอะเจ้าเด็กนั่นก็มีดีอยู่พอสมควรถ้าเจ้าเด็กนั่นเป็นระดับทวีปกระทั่งข้าก็ไม่รู้ว่าระหว่างข้ากับมันใครจะเป็นฝ่ายชนะ”


            พวกบราม่าพลันตกใจที่ได้ยินแบบนี้จากนั้นพวกมันจึงมองไปที่แขนขวาของราจาก็เห็นว่าแขนข้างนั้นกำลังสั่นเบาๆ และยังมีรอยช้ำอยู่ด้วย


            พวกมันพลันรู้สึกชาที่หนังศีรษะเด็กคนนั้นเป็นเพียงระดับอาณาจักรแต่กลับสร้างบาดแผลให้ราจาที่เป็นกึ่งระดับดวงดาวได้


            ต้องรู้ว่าแม้ระดับอาณาจักรกับระดับทวีปจะห่างกันเพียงหนึ่งขั้นแต่หากจะจัดการระดับทวีปด้วยระดับอาณาจักรละก็จะต้องใช้ระดับอาณาจักรราวหนึ่งพันตนเลยทีเดียว


            ทว่ากับระดับดวงดาวนั้นจำนวนใช้กับมันไม่ได้ต่อให้มีระดับทวีปเป็นล้านคนก็ไม่อาจล้มระดับดวงดาวได้


            แม้ว่าราจาในตอนนี้จะมีระดับเพียงกึ่งระดับดวงดาวแต่เมื่อเทียบกันแล้วราจาก็ยังแข็งแกร่งกว่าบราม่าที่เป็นระดับทวีปขั้นสูงสุดไม่ต่ำกว่าสิบเท่าหากบราม่าคิดจะสร้างบาดแผลให้ราจาเหมือนกับที่การินทำก็ต้องใช้พลังทั้งหมดเท่านั้น


            นี่จึงทำให้พวกบราม่าตกใจเป็นอย่างมากที่ระดับอาณาจักรอย่างการินสามารถสร้างบาดแผลให้ราจาได้


            ราจาไม่สนใจพวกบราม่าอีกมันเหินร่างขึ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาแล้วบินขึ้นไปบนบอดภูเขาหิน


            “จงรวบรวมกำลังรบซะ!”


            “ขอรับ! องค์ราชัน!”


            พวกบราม่าก้มศีรษะลงต่ำขานรับเสียงดัง


            ผ่านไปสักพักพวกมันจึงลุกขึ้นบราม่าชำเลืองสายตาไปทางทารอสกับปาซาโรทั้งคู่เข้าใจความหมายโดยไม่ต้องให้อีกฝ่ายบอก ทารอสพุ่งไปทางด้านขวาของภูเขาหินปาซาโรพุ่งไปทางด้านซ้ายของภูเขาหิน


            พวกมันทั้งสองไปทำการปลดโซ่ที่ล่ามสัตว์ร้ายระดับอาณาจักรในโพรงถ้ำต่างๆ ออก เดิมทีสัตว์ร้ายระดับอาณาจักรทั้งหมดนี้สมควรตายเพราะถูกดูดพลังชีวิตไปให้ราจาแต่เป็นเพราะการินไปตัดโซ่ออกทำให้พวกมันรอดมาได้ทว่าก็ยังมีเกินครึ่งที่ยังไม่ถูกการินตัดโซ่ตายไปเพราะบราม่าทำการเร่งพิธีกรรมคืนชีพให้แก่ราจาจนพวกมันถูกรีดเอาพลังชีวิตไปอย่างรวดเร็วนี่ย่อมสร้างความทรมานให้พวกมันก่อนตายเป็นอย่างมาก


            จากที่บราม่าคาดการดูแล้วตอนนี้ยังมีสัตว์ร้ายระดับอาณาจักรรอดตายเกินกว่าสามร้อยตัวลำพังสัตว์ร้ายระดับอาณาจักรเหล่าก็เพียงพอจะถล่มเมืองของเหล่ามนุษย์ที่เหลือรอดให้ราบเป็นหน้ากองแล้ว


            ...


            เหนือชั้นเมฆไปหลายร้อยเมตรบนยอดสูงสุดของภูเขาหินใจกลางป่าวงกตมีลักษณะคล้ายถูกคนเอาดาบฟันในแนวนอนจนราบเรียบพื้นที่ราบเรียบนี้มีรัศมีราวสองเมตร


            ราจาที่บินมาถึงก็นั่งลงบนยอดภูเขาหินทันทีมันมองไปทางทิศตะวันตกอันเป็นที่ตั้งของเมืองกำแพงกลาซิสราจาหลับตานิ่งเงียบอยู่เนิ่นนาน


            กาลเวลาค่อย ๆผ่านไป ดวงดาวบนท้องฟ้าเริ่มเลือนหาย แสงสีแดงอมส้มแห่งรุ่งอรุณเริ่มสาดส่องขึ้นจากเส้นขอบฟ้าทิศตะวันออกรอจนดวงตะวันโผล่พ้นจากเส้นขอบฟ้าออกมาเต็มดวงราจาจึงลืมตาขึ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติแต่เสียงของราจากลับดังกึกก้องไปไกล


            “เหล่ามนุษย์ตัวน้อยทั้งหลายเจ้าหนูที่ชื่อว่าการินซึ่งพวกเจ้าส่งมาตอนนี้ได้ตกตายภายใต้เงื้อมมือของข้าราจาผู้นี้แล้วต่อไปในอีกเจ็ดวันข้างหน้าข้าจะนำกองทัพสัตว์ร้ายไปบุกเมืองของพวกเจ้าจงเตรียมพร้อมให้ดีซะ!”

    คล้ายกับเรื่องผู้กอบกู้ ที่คุณอ่าน