ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ตอนที่ 45 เปิดทำการเร็วๆ นี้

            เหลือเพียง 2 วันก่อนจะถึงกำหนดการเริ่มงานประลองแห่งเมืองโหวหวางแต่ถึงกระนั้นยังไร้ซึ่งข่าวคราวที่เกี่ยวข้องกับอัจฉริยะตระกูลเหยา ‘ฉะนั้นเทียนหัว’ ระหว่างนี้ตระกูลเหยาทั้งตระกูลต่างพากันออกค้นหาข่าวคราวกันให้วุ่น เหยาเทียนหัวคือเมล็ดพันธุ์ที่ดีที่สุดหายากที่สุด ที่ได้กำเนิดมาในตระกูลเหยา ถึงแม้ว่ามันจะหยิ่งยโสโอหัง แต่ตระกูลเหยายังคงคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติที่สมควรจะเป็นเช่นนี้นอกจากนี้มันยังมีชีวิตอยู่หรือตกตายล้วนไม่มีผู้ใดทราบ ถึงแม้ตระกูลเหยาจะทุ่มความพยายามทั้งหมดแต่ก็ยังไม่อาจทราบถึงเบาะแสหรือเงื่อนงำของสิ่งที่เกิดขึ้น

             

            เฉินเซี่ยงกลับจากคฤหาสน์กลุ่มวายุทมิฬแล้วแต่เขากลับไม่เห็นบิดาของเขาอยู่ในตึกราชาเม็ดยา

             

            “ท่านปู่ เห็นพ่อของข้าหรือไม่?” เฉินเซี่ยงถามเฉินหลู่ซ่งอย่างรวดเร็ว

             

            “ตอนนี้เขาไม่เป็นไร เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวล เขากลับไปที่ตระกูลเฉินเพื่อหารือกับตระกูลสาขาทั้งหมดเรื่องการต่อกรกับเฉินฟู่หลง!” เฉินหลู่ซ่งกล่าวพลางหัวเราะ“บิดาของเจ้าไม่ใช่คนที่จะถูกจัดการได้ง่ายๆไม่เพียงเฉินฟู่หลงทำลายกฎระเบียบและข้อบังคับของตระกูลเท่านั้น มันยังทำร้ายผู้นำตระกูลแทรกแซงธุรกิจของตระกูล และให้ความช่วยเหลือศัตรูของตระกูล ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ มันต้องถูกขับไล่ออกจากตระกูลเฉินแน่นอน”

             

            เฉินฟู่หลงให้ความช่วยเหลือตระกูลเหยาเพื่อจัดการกับตระกูลเฉินเพียงเพราะเหตุผลที่เห็นแก่ตัวของมันทั่วทั้งตระกูลเฉินในยามนี้ต่างคุกรุ่นไปด้วยความโกรธเกรี้ยวจากการทรยศในครั้งนี้ เฉินเทียนหู่จัดให้เฉินฟู่หลงเป็นศัตรูหมายเลข1 ของตระกูลเฉินหลังจากกำจัดเนื้อร้ายชิ้นนี้ไปแล้วเท่านั้น ตระกูลเฉินจึงกลับมาน่าเกรงขามอย่างแท้จริง!

             

            ท่าทางของเฉินเซี่ยงเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมเขากล่าวถาม “ท่านปู่เฉินฟู่หลงคือศิษย์ของนิกายผู้ฝึกตนเหล่านั้น นี่ไม่หมายความว่า...ตระกูลเฉินของเราเตรียมการที่จะเป็นศัตรูกับนิกายผู้ฝึกตนเหล่านั้นอย่างนั้นหรอกหรือ?”

             

            เฉินหลู่ซ่งส่ายหน้าพลางกล่าว “วางใจได้มันยังมีกฎหลายข้อภายในนิกายผู้ฝึกตนเหล่านั้น ถ้าศิษย์ของพวกเขาเป็นผู้ก่อปัญหาและตกตายด้วยสาเหตุนั้นย่อมไม่ใช่ความผิดของผู้อื่นแต่เป็นความผิดของศิษย์พวกเขาเอง ฮึ่ม...เหล่าศิษย์นิกายผู้สง่างาม...ก้นข้าสิ!พวกมันเป็นเพียงตัวตนระดับต่ำที่ถูกส่งมาที่นี่เพื่อจัดการหลายสิ่งในโลกใบนี้ ถ้าพวกมันถูกสังหาร..ย่อมไม่มีใครสนใจ”

             

            ถ้านิกายนักสู้เหล่าสู้เหล่านั้นไม่มีกฎมากมายเพื่อควบคุมศิษย์ของพวกเขาแล้วผู้เชี่ยวชาญเพียงคนเดียวก็สามารถครอบครองพื้นที่ต่างๆ หรือกระทั่งก่อให้เกิดความชุลมุนวุ่นวายได้อย่างแน่นอน

             

            ในตอนนี้ เฉินเซี่ยงมีความมั่นใจมาก ถ้าเป็นกรณีนั้นเขาก็ไม่ต้องกังวลใดๆ กับการกระทำของเขา

             

            “ท่านปู่ สุดท้ายแล้ว...พรุ่งนี้จะเป็นวันเปิดกิจการตึกราชาเม็ดยาบอกเหมิ่งเหลาให้เตรียมตัวให้เรียบร้อย และป่าวประกาศเรื่องนี้ออกไปให้ทั่วจักรวรรดินักสู้ตอนใต้เลยยิ่งดี!!” เฉินเซี่ยงกล่าวออกมาเสียงดังด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น

             

            ตึกราชาเม็ดยามีเม็ดยาสำรองไว้มากมาย นอกจากนี้พวกเขายังสามารถทำการขายได้ทุกเวลาที่พวกเขาต้องการ นั่นเป็นเพราะพวกเขามีนักปรุงยามากมายที่คอยสกัดกลั่นเม็ดยาอยู่สม่ำเสมอหนึ่งในนั้นคือเหมิ่งโบ๋ ฉะนั้นเฉินเซี่ยงจริงมีความมั่นใจเป็นอย่างมาก

             

            เฉินหลู่ซ่งเองก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมากเช่นเดียวกันใบหน้าแก่ชราของเขาเต็มไปด้วยความสุข เขาใฝ่ฝันถึงวันที่เขาจะสร้างชื่อในเมืองโหวหวางมานานแล้วแต่เขายังมีกำลังคนไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงทำได้เพียงอาศัยอยู่ในเมืองโหวหวางเท่านั้น

             

            การเปิดร้านขายในเมืองโหวหวาง ต้องมีผู้หนุนหลังที่แข็งแกร่งหรือกระทั่งทรัพยากรจำนวนมาก

             

            ข่าวเกิดเปิดร้านแพร่กระจายอย่างรวดเร็วราวไฟลามทุ่งก่อนหน้านี้เมื่อนานมาแล้ว ข่าวคราวที่แพร่ออกไปนี้ต่างทำให้ทุกคนเป็นกังวลเกี่ยวกับตึกราชาเม็ดยาพวกเขาทั้งหมดทราบดีว่าตึกราชาเม็ดยามีตระกูลเฉินที่เป็นปรปักษ์กับตระกูลเหยาเป็นผู้ควบคุมดูแลทั้งสองตระกูลต่างพยายามฉกฉวยตลาดค้าเม็ดยา และแน่นอนว่าต้องแข่งขันกันในด้านราคากันอีกด้วยนั่นถือเป็นสิ่งที่ดีอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเหล่านักสู้ที่ฐานะไม่ค่อยดี

             

            ตระกูลเหยาผูกขาดสิทธิ์ธุรกิจการค้าเม็ดยาภายในเมืองโหวหวางมาหลายต่อหลายปีแล้วทางคฤหาสน์สมุนไพรดังเซี่ยงเองก็ขายสมุนไพรวิญญาณเป็นหลัก ฉะนั้นจึงผู้คนหมดทางเลือก...และจำเป็นต้องซื้อหาเม็ดยาในราคาสูงลิ่วจากตระกูลเหยาแต่ด้วยสถานการณ์ตอนนี้กำลังจะเปลี่ยนไป ซึ่งนั่นจะให้ผู้คนประหยัดเงินได้อีกมาก

             

            เฉินเซี่ยงอาบน้ำยามค่ำยืนจากนั้นจึงสวมใส่ชุดหรูหราเขาเดินตรงไปยังคฤหาสน์สมุนไพรดังเซี่ยงพลางครุ่นคิดถึงจ้าวคฤหาสน์ผู้งดงามทรงเสน่ห์...มันช่วยไม่ได้ที่จะตื่นเต้นเล็กน้อย

             

            หลังจากแจ้งพวกเขาว่าเฉินเซี่ยงมาถึงแล้วเขาก็ได้เข้ามาภายในกระท่อมขนาดเล็กที่ฟุ้งไปด้วยกลิ่นหอมของฮวาหยุ่ยถิงอีกครั้ง เพื่อที่จะทำให้เฉินเซี่ยงประหลาดใจนางได้มารอเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อเฉินเซี่ยงเห็นภาพลักษณ์ที่ทรงเสน่ห์ของนางเขาทำให้เพียงอยู่นิ่งอยู่ตรงนั้น....มึนงงจากความอัศจรรย์ที่เห็น

             

            ฮวาหยุ่ยถิงสวมใส่ชุดที่ทำจากผ้าแพรสีม่วงเห็นได้อย่างชัดเจนว่าภายใต้ชุดนั้น...มิได้มีสิ่งใดกีดขวางเรือนร่างของนาง เรือนร่างขาวนวลราวกับหยกของนางจัดว่าสมบูรณ์แบบหน้าอกที่กลมกลึงได้รูป เอวคอดกิ่วเฉกเช่นที่สตรีพึงมี ขาเรียวยาวได้สัดส่วน ทุกการเคลื่อนไหวของนางสามารถล่อลวงจิตใจของบุรุษได้ทุกผู้ทุกสิ่งทุกอย่างของนางขับส่งให้นางมีเสน่ห์อย่างยิ่ง ผู้คนทั้งหลายที่พบเห็นต่างไม่อาจสลัดมันออกไปจากจิตใจได้แม้เฉินเซี่ยงเองยังสูดหายใจอย่างยากลำบาก ใบหน้าเขาเริ่มแดง...ลามไปจนทั่วทั้งใบหูหัวใจเริ่มเต้นอย่างรุนแรงราวกับคนบ้า

             

            “นายน้อยเฉิน สาวน้อยผู้นี้น่ารักหรือไม่?” ฮวาหยุ่ยถิงกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะน่าฟังพลางหัวเราะชวนคิดเรื่องอย่างว่าเท้าที่บอบบางของนางวางลงบนพรมนุ่มๆ ก่อนจะเดินตรงมายังเฉินเซี่ยง

             

            *เอื้อก!!! *

             

            เฉินเซี่ยงกลืนน้ำลายอย่างรุนแรง จากนั่นจึงนั่งลงเก้าอี้พร้อมกับรินชาด้วยตัวเขาเองในทันทีเขากระดกชารวดเดียวหมด มันช่วยคลายความร้อนในกายของเขาที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสักครู่ถึงกระนั้นเขายังไม่กล้ามองแม่มดทรงเสน่ห์ผู้นี้อีกครั้ง

             

            “นายน้อยเฉิน...ท่านควบคุมความปรารถนาของท่านได้น่าประทับใจยิ่งนักสาวน้อยผู้นี้เต็มไปด้วยความนับถือ ถ้าเป็นไปได้…...ข้าต้องการเป็น….สาว..ใช้..ส่วน..ตัว..ของ..ท่าน”

             

            ฮวาหยุ่ยถิงกระซิบอย่างแผ่วบาง ท่าทางของนางดูจริงใจราวกับหญิงสาวบริสุทธิ์ผู้ไม่สามารถกล่าวคำลวงใดๆได้ นางนำเอาผ้าคลุมสีขาวราวหิมะออกมาปกปิดส่วนสงวนที่นวลขาวราวกับหยกเนื้อดีบนร่างกายของนางนางในตอนนี้ตระหนักดีว่านี่เป็นเพียงความอับอายขายหน้า หากนางดึงดันจะทำเช่นนั้นต่อหน้าเฉินเซี่ยง

             

            นางนิได้ปกปิดบางส่วนเหลือไว้เพียงส่วนที่โดดเด่นเห็นชัดไว้เช่นนั้นเพื่อยั่วยวนเฉินเซี่ยงเล็กน้อย ภายหลัง เขาไม่ได้มองนางอีก นั่นส่งผลกระทบกับความมั่นใจในตัวเองของนางเป็นอย่างมาก

             

            “พี่สาวหยุ่ยถิง ได้โปรดผ่อนผันให้น้องชายผู้นี้บ้าง..หยุดล้อเล่นกับข้าได้แล้ว!ท่านนั้นงดงามเหลือแสนทั้งยังแข็งแกร่ง เหตุใดท่านยังตื๊อน้องชายผู้นี้เล่า?” เฉินเซี่ยงยิ้มวันนี้...คฤหาสน์สมุนไพรดังเซี่ยงได้ขายสมุนไพรให้ตึกราชาเม็ดยาในราคาถูก ด้วยเหตุนั้นเฉินเซี่ยงจึงรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมาก เขาไม่รู้ว่าจ้าวคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงจะมีงานอดิเรกเช่นการยั่วยวนหนุ่มน้อยไร้เดียงสาเช่นนี้

             

            ฮวาหยุ่ยถึงบุ้ยปากเล็กน้อย นางแค่นเสียงเบาๆพลางกล่าว “นายน้อยเฉินข้าอยากเป็นสาวใช้ของท่านด้วยใจจริง ข้าหลงเสน่ห์ของท่านมาเนิ่นนานนัก และข้าไม่อาจทนตีตัวออกห่างจากท่านได้…..”

             

            เสน่ห์อะไร? เฉินเซี่ยงไม่เชื่อคำนั้นที่ออกมาจากริมฝีปากน่ารักๆของฮวาหยุ่ยถิง เขารู้ว่านี่คือเป้าหมายของนาง และมันยังไม่มีอะไรที่ต้องทำกับเสน่ห์ของเขามันเป็นเพียงเพราะความเพ้อฝันถึงพรสวรรค์ของเขาในด้านการปรุงยา และต้องการให้เขาเข้าร่วมกับนิกายดันเซี่ยงเถาหยวน

             

            เฉินเซี่ยงกล่าวด้วยเสียงหัวเราะแห้งๆ “จ้าวคฤหาสน์ฮวาข้ามีคู่หมั้นแล้ว และถ้าข้ายอมรับท่านเป็นสาวใช้ของข้า สาวน้อยผู้นั้นต้องหึงข้าเป็นแน่”

             

            “ข้ารู้...ว่าท่านไม่ได้ชมชอบในตัวข้า” รอยยิ้มพลันมลายหายไปจากใบหน้าที่งดงามของนาง“เช่นนั้นท่านมาที่นี่เพื่อสิ่งใด?”

             

            เฉินเซี่ยงนำเอาหญ้าวิญญาณนรกชิ้นเล็กๆของมาและยื่นให้นาง เขากล่าวอย่างจริงจัง “หยุ่ยถิง...นี่คือคำขอบคุณจากข้าสำหรับความช่วยเหลือที่ท่านมีให้แก่ตึกราชาเม็ดยาข้าหวังว่าความสัมพันธ์อันดีเช่นนี้จะยังดำเนินต่อไปในอนาคต และข้ายังต้องการให้ท่านเพิ่มราคาสมุนไพรเล็กน้อยเมื่อขายให้ตระกูลเหยา”

             

            ฮวาหยุ่ยถิงหยิบหญ้าวิญญาณนรกขนาดเท่าหัวแม่มืออย่างเป็นกันเองแม้ว่ามันจะมีขนาดเพียงเล็กน้อย แต่มันยังคงล้ำค่าอยู่มาก นางกล่าวพร้อมยิ้มกว้าง “นายน้อยเฉินช่างเอื้อเฟื้อยิ่งนักสาวน้อยผู้นี้จะทำในสิ่งที่ท่านต้องการแน่นอน ตราบใดที่คฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงเป็นของข้าข้าจะให้สมุนไพรวิญญาณแก่ท่านโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเลยยังได้”

             

            เฉินเซี่ยงสติกระเจิงไปชั่วขณะหนึ่ง เมื่อจ้องมองใบหน้าที่งดงามของนางเขาไม่อาจหยุดความคิดที่จะนำนางมาเป็นสาวใช้ได้ นอกจากนี้เขายังกังวลว่านางจะมีแรงจูงใจซ่อนเร้นบางอย่าง

             

            “ตึกราชาเม็ดยาจะเปิดพรุ่งนี้ ปู่ของข้าจะเป็นผู้ดูแลเต็มตัวข้าต้องการเตรียมตัวก่อนเริ่มงานประลอง ดังนั้นข้าจะออกไปนอกเมือง หากท่านไม่ลำบาก...ท่านจะสามารถป่าวประกาศเรื่องนี้เพื่อข้าได้หรือไม่?” เฉินเซี่ยงหัวเราะ

             

            “ไม่มีปัญหานายน้อย” นางทำตัวราวกับเป็นสาวใช้ของเฉินเซี่ยงเขาพูดคุยเรื่องไร้สาระกับนางไม่นานนักก่อนจะกลับออกไป

             

            เมื่อเห็นเฉินเซี่ยงที่ให้ความรู้สึกเหมือนสุนัขที่เอาหางจุกก้นไว้ดวงตาคู่งามของพลันเป็นประกาย นางกล่าวด้วยน้ำเสียงชวนทะเลาะ “เจ้าหนูผู้นี้สามารถต่อต้านเสน่ห์สังหารของข้าได้ ซ้ำยังต้องการหลบลี้หนีไปได้อีก ข้าล่ะอยากจะคว้าเขามาเป็นของข้านัก”

             

            เช่นเดียวกับทุกๆ วัน เฉินเซี่ยงออกไปฝึกฝนนอกเมืองเป้าหมายของเขาคือ ย้ายที่ตั้งของตระกูลเฉินเข้ามาในเมืองโหวหวางและทำให้ตระกูลเฉินทรงอำนาจที่สุดเพียงเท่านี้เขาก็จะวางใจและมุ่งหน้าสู่นิกายใหญ่ทั้งหลายเหล่านั้น สำหรับตึกราชาเม็ดยาแล้วเขาไม่ห่วงมันมากนัก เนื่องเพราะราชาเม็ดยา เหมิ่งโบ๋ ได้ดูแลตึกราชาเม็ดยาเป็นการส่วนตัวรวมทั้งเฉินหลู่ซ่งเองก็ดูแลเช่นกันนอกจากนี้ยังมีฮวาหยุ่ยถิงในนามจ้าวคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงเป็นผู้ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังไปโดยปริยายดังนั้น เขาจึงสามารถเพ่งสมาธิไปกับการเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของเขาได้อย่างวางใจ

             

            ……………..

    คล้ายกับเรื่องท้าทายดินแดนพระเจ้า ที่คุณอ่าน