บทที่ 11 แอบหนีเที่ยว
นางกำนัลสองนางได้นำพัดมาพัดให้จิวหลินคนละฝั่งส่วนซือเล่อก็คอยรินน้ำชาให้จิวหลิน จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นมาจิวหลินได้ยินทำให้นางสนใจบทสนทนาของนางกำนัลที่กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
"นี่เ้ารู้หรือไม่ว่าคืนนี้ที่นอกวังจะมีงานเทศกาล "
"จริงหรือ ข้าอยากไปจังเ้าไปหรือไม่"
"แน่นอนอยู่แล้วเพราะองค์หญิงสามชอบเที่ยวเล่นเป็ผลพลอยได้ที่ข้าจะได้ตามเสด็จออกไปด้วย"
"ข้าล่ะอิจฉาเ้าเสียจริง "
"เ้าไม่ต้องอิจฉาเดี๋ยวข้าจะซื้อขนมอร่อย ๆ มาให้เ้าเอง" จิวหลินคิดภาพงานเทศกาล ั้แ่เด็กจนโตนางไม่เคยเที่ยวงานเช่นนี้สักครั้ง ช่างน่าตื่นเต้นอะไรเช่นนี้แววตาเป็ประกายรอยยิ้มเริ่มผุดขึ้นบนใบหน้า
"ขันทีจาง เ้าได้รู้หรือไม่ว่างานเทศกาลที่นางกำนัลพวกนั้นพูดถึงคือที่ใด "
"อยู่ด้านหน้าวังหลวงไม่ไกลนักพะย่ะค่ะ"
"ข้าอยากไป ไปได้หรือไม่ "
"หากพระชายาอยากออกไปนอกวังต้องมีป้ายชื่อของพระองค์ก่อนพะย่ะค่ะถึงจะออกไปได้"
"แล้วป้ายชื่อของข้าอยู่ที่ใด " จิวหลินยิ้มกว้างตาเป็ประกาย
"ป้ายชื่อตำแหน่งของพระชายาอยู่กับองค์ชายเสี่ยวหลงพะย่ะค่ะ " เมื่อได้ยินว่าอยู่กับผู้ใดสีหน้าของจิวหลินก็พลันเปลี่ยนสีแถมยังถอนหายใจเสียงดังออก
"เฮ้อ ! สงสัยข้าคงไม่มีวาสนาออกไปได้เลยสินะ เดี๋ยวสิซือเล่อแล้ววันนั้นเ้าออกไปจากวังหลวงได้อย่างไร "
"หม่อมฉันเข้ามาวังหลวงด้วยป้ายของตระกูลจิวเพคะ แต่ทว่าบัดนี้พระชายาเป็คนของวังหลังหากจะออกไปที่ใดต้องมีป้ายชื่อของตนเองเพคะ"
"อย่างนั้นรึ " จิวหลินหน้าบูดเบียวไร้อารมณ์เพราะไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่น แต่ทว่าตอนนี้นางกำลังครุ่นคิดแผนที่จะแอบออกจากวังหลวงไปเที่ยวโดยที่ไม่ให้ผู้ใดได้รู้
จนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดิน หลังจากกินอาหารเสร็จสิ้นจิวหลินก็ได้ไล่นางกำนัลขันทีออกไปพักก่อน ส่วนซือเล่อนางยังคงให้อยู่ในห้องเพื่อปรนนิบัตินางต่อสักหน่อย แต่เมื่อทุกคนออกไปจนหมดนางก็รีบเล่าแผนการของนางให้ซือเล่อฟังทันที
"พระชายาเพคะ เช่นนั้นช่างอันตรายเกินไปหากเราถูกจับได้จะถูกทำโทษนะเพคะ" ซือเล่อใบหน้าแตกตื่นเมื่อได้ยินแผนที่จิวหลินได้บอก
"เ้าจะกลัวอันใด เพียงแค่ข้าแต่งกายเป็นางกำนัลเหมือนพวกนางแค่นี้ก็ไม่มีผู้ใดจำข้าได้แล้ว อีกอย่างชุดของนางกำนัลก็เหมือน ๆ กันหมด เ้ารีบไปนำชุดนางกำนัลมาให้ข้าเถิด อย่าได้ชักช้ามิเช่นนั้นข้าจะอดออกไป หากเ้าเกรงกลัวล่ะก็ จงเป็ข้าคอยอยู่ในตำหนักนี่แทนข้าล่ะกัน"
"ไม่เอาเพคะ ไม่ว่าพระชายาจะไปที่ใดหม่อมฉันจะตามไปด้วย เช่นนั้นหม่อมฉันจะไปนำชุดนางกำนัลมาให้นะเพคะ"
"มันต้องอย่างนี้สิ แค่ปลอมเป็นางกำนัลและคอยออกไปพร้อมนางกำนัลที่เจอตอนกลางวันแค่นี้ข้าก็ได้ออกไปเที่ยวงานเทศกาล ไม่เห็นต้องแบกหน้าไปของป้ายประจำกายของข้าจากองค์ชายโหดร้ายผู้นั้นเลย " จิวหลินกอดอกยิ้มร่าอย่างภูมิใจ
ไม่นานนักทั้งสองก็ได้พากันออกจากตำหนักด้วยการหลบซ้อนไม่ให้ทหารยามได้เห็น แต่ทว่ากลับมีสายตาคู่หนึ่งที่เห็นการกระทำของนางอยู่ เขาจึงตามนางไปติด ๆ โดยที่นางเองก็ไม่รู้ตัว
"ซือเล่อเ้ารีบตามมาเร็ว ๆ เข้าสิเมื่อครู่ข้าเห็นนางกำนัลกำลังเดินไปประตูหน้าวังหลวง " จิวหลินตื่นเต้นรีบกวักมือให้ซือเล่อวิ่งตามหลังของตนมาติด ๆ
"เพคะ หม่อมฉันกำลังเดินตามพระชายาอยู่"
"เ้าเลิกเรียกข้าว่าพรชายาเสียทีเดี๋ยวจะถูกจับได้ก่อนพอดี ดูสินั้นคือผู้ที่ตรวจป้ายชื่อใช่หรือไม่หากเราแฝงตัวเข้าไปกับนางกำนัลกลุ่มนั้นข้าว่าเราคงออกไปโดยไม่ถูกสังเกตแน่ ๆ รีบเดินตามข้ามาเถิดข้าอยากเห็นงานเทศกาลเต็มทนแล้ว" จิวหลินชี้นิ้วไปด้านหน้าให้ซือเล่อมองตามว่านางจะเดินออกไปพร้อมกับนางกำนัลกลุ่มนั้น เมื่อรับรู้ทั้งสองก็ทำตามที่วางแผนไว้ ทหารที่เฝ้ายามประตูวังหลวงก็ได้ขอตรวจป้ายประจำตำหนัก ทั้งสองพากันก้มหน้าก้มตาด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม
"ออกไปได้ " เมื่อได้ยินเสียงของทหารที่สั่งให้ทุกคนออกไปออกไปได้จิวหลินก็ยิ้มกว้างอย่างดีใจแต่แล้วก็ต้องถูกทหารขวางทางเอาไว้เสียก่อน
"แต่ไม่ใช่เ้าทั้งสอง " ทำให้จิวหลินถึงกับหน้าซีด
"ทำไมเ้าคะ ข้าจะออกไปพร้อมสหายของข้าทำไมท่านต้องมาขวางข้าด้วย" เขาจ้องมองชุดที่จิวหลินกับซือเล่อสวมใส่ก็ได้ยื่นมือมาด้านหน้าเพื่อขอดูป้ายประจำตำหนัก
"เ้าออกไปได้แต่เ้าต้องนำป้ายประจำตำหนักของเ้ามาให้ข้าดูเสียก่อน ชุดที่เ้าสวมใส่เป็ชุดประจำตำหนักขององค์ชายห้าเสี่ยวหลง " จิวหลินชะงักไม่คิดเลยว่าเพียงแค่ชุดนางกำนัลเหตุใดต้องมีคนละชุดกันกันด้วยแล้วอย่างนี้นางจะทำเช่นไร หากถูกจับได้นางก็อดออกไปเที่ยวเล่นงานเทศกาลนะสิ
"พี่ทหารสุดหล่อเหลา เผอิญข้ากับสหายของข้าน่าจะลืมป้ายประจำตำหนักไว้ที่ห้อง แต่ทว่าหากข้ากลับไปเอาก็คงไม่ทันได้ออกไปเดินดูเทศกาล ท่านโปรดปล่อยข้าและสหายข้าออกไปสักครั้งเถิดนะ แล้วข้าจะซื้อของอร่อยมาฝากท่านเอง" จิวหลินรีบหาทางที่จะออกไปด้านนอกให้ได้
"แม่นางเ้าเองก็งดงาม แต่ข้าก็ไม่สามารถปล่อยเ้าไปเ้าอย่าเอาของกินมาหว่านล้อมข้าเลยไม่ได้ผลหรอกนะ หากเ้าอยากออกไปก็จงกลับไปเอาป้ายมาให้ข้าดูเสียก่อน" จิวหลินหน้าบูดเบี้ยวถอนหายใจแรง แต่ทว่าจู่ ๆ ก็มีเสียงเข้มขรึมที่ดังอยู่ด้านหลังนาง
"นางเป็นางกำนัลตำหนักข้า ข้ามายืนยันขนาดนี้เ้าจะปล่อยนางออกไปได้หรือไม่หากจะดูป้ายประจำตัวข้า ก็ดูซ่ะ" เสี่ยวหลงยื่นป้ายประจำตัวของตนเองให้แก่ทหารยามได้ดู
"องค์ชายเสี่ยวหลง" ซือเล่ออุทานออกมาน้ำเสียงแ่เบา ทำให้จิวหลินที่ยืนอยู่ด้านหน้าต้องหันกลับมามองเช่นกัน
"โธ่ ถ้าหากองค์ชายมายืนยันตัวด้วยตนเองกระหม่อมก็มิบังอาจไม่ให้นางออกไปหรอกพะย่ะค่ะ เพียงแต่เวลาที่นางกลับมากระหม่อมต้องเปลี่ยนกะมีทหารยามนายอื่นมาเฝ้าที่หน้าประตูหากนางไม่มีป้ายประจำตำหนักก็มิอาจจะเข้าได้พะย่ะค่ะ"
"เช่นนั้นข้าจะพานางทั้งสองกลับมาเอง"
"พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย" ทหารโค้งคำนับเปิดประตูให้ทั้งสามคนออกไปด้านนอก จิวหลินยังโมโหเขาไม่หาย ทั้ง ๆ ที่ทำนางาเ็แม้แต่ขอโทษสักคำยังไม่มีเหตุใดถึงมาช่วยให้นางออกมาเที่ยวเล่นเช่นนี้อีก เมื่อเดินออกากประตูวังได้สักพัก จิวหลินมองด้านหลังของเขาอย่างสงสัยพร้อมเอ่ยถามออกไป
"ไม่ลงโทษหม่อมฉันหรือเพคะ ที่แอบออกมาเที่ยวเล่นเช่นนี้ หรือว่าให้กลับเข้าตำหนักเสียก่อนถึงจะทำโทษ เฮอะให้ท่านช่วยสู้กลับไปนอนอยู่ในห้องยังดีเสียกว่า"
"พระชายาเพคะ เหตุใดถึงต่อว่าองค์ชายเช่นนั้น อีกอย่างตอนนี้พระชายาก็ได้ออกมาเที่ยวอย่างที่้าแล้วนะเพคะ "ซือเล่อดึงเสื้อของจิวหลินให้หยุดต่อว่าหากองค์ชายเปลี่ยนใจพากลับเข้าไปจะหมดสนุกพอดี
"ใช่ข้าออกมาเที่ยวตามที่้า แต่ที่ข้าไม่้าคือองค์ชายหน้าบึ้งผู้นี้ต่างหาก ก็แค่นำป้ายประจำกายของตนเองให้ข้ามาก็จบไม่เห็นต้องออกมาด้วยเลย"
"นี่เ้าไม่รู้หรือไงว่าวังหลวงมีกฎอย่างไร เป็ถึงสตรีชั้นสูงเหตุใดเื่แค่นี้เ้าถึงไม่รู้ไปได้ " เสี่ยวหลงหมดความอดทนกับพระชายาของตนจึงหันมาต่อว่านางอย่างเหลืออด
"เช่นนั้นก็นำป้ายของข้ามาสิเพคะ แค่นี้ก็สิ้นเื่ "
"เ้านี่มันเอาแต่ใจเสียจริง ข้าไม่ได้เอาป้ายของเ้ามาด้วย"