มิติรักหงส์เคียงมังกร (นิยายแปล) by ตำหนักไร้ต์รัก

    ตอนที่ 20 โรคระบาด (1)

    ตอนที่ 20 โรคระบาด (1)

            ใต้เท้าผู้ว่าการท่านนี้คิดว่าไม่มีใครโศกเศร้ากว่าตนเองอีกแล้ว เดิมทีเขตพื้นที่ของตนเองเกิดโรคระบาดขึ้น ก็เสมือนกับศีรษะอยู่ใต้คมดาบ ไม่รู้ว่าเมื่อใดจะถูกฟันจนศีรษะแบะ ใครจะรู้ว่าต้องเจอกับความซวยที่ยิ่งกว่า เมื่อลืมตา ตัวการก่อความผิดก็ยังมาตายอีกหรือ บีบบังคับให้เขากลายเป็นแพะรับบาปอย่างเหมาะเจาะ ขณะที่ในใจคำนวณอย่างตื่นตระหนกว่าตนเองจะได้ป่วยตายก่อนหรือจะถูกฟันตายก่อนนั้น องค์ชายกลับเข้าเมืองหรือ ตอนนี้เขาไม่อยากรู้ว่าตนเองจะตายอย่างไรแล้ว เขาอยากรู้แต่ว่าตอนตายความสงบจะมาเยือนเขาได้หรือไม่

            เขาไม่ได้รับความเป็นธรรมจริงๆ นะ...

            ขณะฟังคำอธิบายของเขา สีหน้าของไต้อวี้หลินก็ซีดราวกับกระดาษอย่างห้ามไม่อยู่ ในที่สุดตอนนี้เขาก็เข้าใจความรู้สึกของมู่จิ่นอวี๋แล้ว โรคระบาดหรือ ในสิบครอบครัวก็หายไปเก้าแล้ว เหตุใดโซ่วอ๋องอย่างเขาถึงกล้า

            ไม่มีใครสนใจสีหน้าแตกตื่นของเขา ฉู่อวี้เอ่ยด้วยสีหน้านิ่งขรึม “ถ่ายทอดคำสั่งไป เฝ้าระวังทุกชุมชนในฝู่โจวอย่างเข้มงวด ไม่อาจปล่อยให้ชาวบ้านเข้าออกตามใจได้อีก หากมีผู้ไม่ปฏิบัติตามก็จัดการอย่างเด็ดขาดทันที! รีบแจ้งโรงรักษาแต่ละชุมชน ผู้มีอาการเกี่ยวข้องล้วนต้องรั้งไว้ตรวจอาการทั้งสิ้น”

            ผู้ว่าการได้ยินคำนี้ก็ลังเลอยู่บ้างอย่างอดไม่ได้ “ท่านอ๋อง เกรงว่าเช่นนี้จะก่อให้เกิดความชุลมุนของชาวบ้านนะพ่ะย่ะค่ะ” ไม่อนุญาตให้ชาวบ้านเดินทาง มีหรือชาวบ้านจะไม่วุ่นวาย

            ฉู่อวี้มองเขาด้วยแววตาแหลมคม ทั้งยังเยียบเย็น “เจ้ากลัวว่าโรคระบาดนี้ยังแพร่ไม่เร็วพอหรือ”

            ผู้ว่าการพลันหัวใจหดแล้วโขกศีรษะลงกับพื้น “กระหม่อมมิบังอาจพ่ะย่ะค่ะ”

            “มิบังอาจก็รีบไปจัดการให้ข้าโดยด่วน!” ขณะมองผู้ว่าการคนนี้คลานออกไปอย่างขี้หดตดหาย ฉู่อวี้พลันสลัดแขนเสื้อด้วยความโมโห กระทั่งเห็นไต้อวี้หลินที่อยู่ข้างๆ ความโมโหก็เปลี่ยนเป็นเสียงถอนใจอย่างห้ามไม่ได้ “หัวหน้าหน่วยไต้ คราวนี้ข้าพลอยทำพวกเจ้าเดือดร้อนด้วยแล้ว”

            ไต้อวี้หลินรีบร้อนโค้งกายประสานมือ “ท่านอ๋อง กระหม่อมมิบังอาจพ่ะย่ะค่ะ เดิมทีเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของกระหม่อม มีหรือจะเรียกว่าเดือดร้อนได้ แต่เป็นท่านอ๋องต่างหากพ่ะย่ะค่ะ” เมื่อนึกถึงความไม่พอใจของทุกคนที่เร่งเดินทางติดต่อกันหลายวัน เขาก็ทั้งอับอายและละอายใจอย่างห้ามไม่ได้ “ท่านอ๋องทรงผูกพันกับชาวบ้าน กระหม่อมละอายพ่ะย่ะค่ะ!”

            หากเอ่ยว่าความเหนื่อยล้าจากการเดินทางตลอดมาเป็นการแสดง เช่นนั้นเมื่อถึงประตูเมืองฝู่โจวแล้ว ทั้งที่อีกฝ่ายรู้ทั้งรู้ว่าเกิดโรคระบาด แต่ก็เข้าเมืองทันที นี่เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำไม่ได้ ต้องรู้ว่าเขามิใช่ใครอื่น แต่เป็นโซ่วอ๋อง โอรสของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ทั้งที่มู่ซื่อจื่อหาข้ออ้างดีๆ ให้แล้วเห็นๆ เขาสามารถหันหลังกลับไปได้เลย แต่อีกฝ่ายก็จะเข้าเมืองอยู่ดีน่ะหรือ ความอาจหาญเช่นนี้ ทำให้เขายกย่องด้วยใจอย่างแท้จริง

            พอได้ยินคำพูดยกย่องจากใจจริงเช่นนี้ของอีกฝ่าย ฉู่อวี้ก็ลุกขึ้นพลางไพล่หลังกุมมือ แววตาทอดมองไกลๆ ไปยังแสงอาทิตย์ร้อนแรงที่ส่องจากนอกหน้าต่าง “โรคระบาดกระจายไปสามอำเภอแล้ว จนถึงตอนนี้เมืองหลวงก็ยังไม่ได้ข่าว ถึงแม้ผู้ตรวจการฝู่โจวนั้นจะน่าแค้นใจ แต่เขาหลอกลวงเบื้องสูง ปิดบังเบื้องล่าง เก็บงำมานานเช่นนี้แล้ว ก็แสดงชัดเจนว่าราชสำนักเลินเล่อต่อฝู่โจว ตอนนี้ข้าอยู่ที่นี่ หวังว่าราษฎรในฝู่โจวจะได้รับความลำบากน้อยลง”

            ไต้อวี้หลินที่ฟังความมาตลอดนั้นเผยความยกย่อง เขาเพียงนึกว่าโซ่วอ๋องมิใช่คนรักตัวกลัวตาย แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะคิดการณ์ไกลเพียงนั้นเชียวหรือ ที่แท้สาเหตุที่อีกฝ่ายเข้าเมือง มิได้เป็นเรื่องใจกล้าเพียงชั่ววูบ ทุกอย่างต่างเป็นการใช้ตนเองเป็นเหยื่อล่อ หวังจะดึงความสำคัญที่มีต่อฝู่โจวของราชสำนักตลอดจนฝ่าบาทองค์ปัจจุบันให้ได้น่ะหรือ

            การสละตนเพื่อราษฎรเช่นนี้ทำให้ไต้อวี้หลินสะท้านในใจ เขาอดไม่ไหวที่จะคุกเข่าข้างเดียวกับพื้นพลางโค้งกายคำนับ “ท่านอ๋องทรงพระเมตตา ไต้อวี้หลินยินดีน้อมรับบัญชาของท่านอ๋อง ทุ่มสุดความสามารถถวายความช่วยเหลือท่านอ๋องต่อการสยบหายนะในครั้งนี้พ่ะย่ะค่ะ!”

            เขาที่เกิดมาด้วยฐานะยากจน สิ่งที่กลัวที่สุดมิใช่การตายกลางสนามรบ หากแต่กลัวคนที่ไปติดตามด้วยเป็นขุนนางไร้ความเมตตา ทำให้เขาถึงกับกอดปณิธานโดยไม่ได้แสดงความสามารถไปอย่างเสียเปล่า ถึงแม้คราวนี้จะไม่ได้ปกป้องชาติบ้านเมือง แต่ก็ช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ท่ามกลางอันตรายเพื่อชาติและราษฎรเช่นกัน ยามนี้ท่านอ๋องยินยอมสละตนเป็นเหยื่อล่อเพื่อชาวบ้านฝู่โจว เขากลัวสิ่งใดอีกเล่า ต่อให้สละเปลือกหุ้มร่างนี้ ตายอย่างอนาถ เขาก็ไม่เสียดายเป็นอันขาด

            ไต้อวี้หลินถูกความคิดในใจกระตุ้นจนตื่นตัว คารวะฉู่อวี้คราหนึ่ง ก่อนจะออกไปรวมพลอย่างรวดเร็ว

            เขาเข้าใจความตั้งใจที่ฉู่อวี้รั้งพวกเขาไว้ พอเรื่องโรคระบาดแพร่ออกไป ต้องเกิดความหวาดกลัวอย่างแน่นอน หากไม่ชี้แนะและระงับให้ทันท่วงที เกรงว่าจะโกลาหลกันยกใหญ่

    คล้ายกับเรื่องมิติรักหงส์เคียงมังกร (นิยายแปล) by ตำหนักไร้ต์รัก ที่คุณอ่าน