ในเมืองหลวงของทวีปลิ่ว ภายในร้านค้าสกุลจาง
“แย่แล้ว คลังเก็บสมบัติทุกอย่างถูกปล้นไปหมดแล้ว”เสียงของพนักงานของร้านพูดขึ้นมาด้วยความตกใจ
“พวกเราจะต้องรีบไปรายงานนายท่านก่อน”พนักงานอีกหนึ่งคนพูดขึ้นมา
“ไม่ได้ หากว่าพวกเราไปรายงานเรื่องนี้ พวกเราทุกคนจะต้องถูกสังหารกันทั้งหมดแน่นอน”
พนักงานและคนคุ้มกันร้านค้าสกุลจางต่างก็คิดกันไปต่างๆนาๆ สุดท้ายทุกคนจึงตกลงกันว่า พวกเขาจะหลบหนีออกจากทวีปลิ่ว เพราะกลัวว่าจะถูกสังหาร จึงทำให้วันนี้ร้านค้าสกุลจางไม่เปิดทำการ
จวนสกุลจาง ภายในห้องของหัวหน้าตระกูล
“ผู้นำตระกูล มีคนมารายงานว่าร้านค้าสกุลจางยังไม่ได้เปิดทำการตั้งแต่เช้าแล้วขอรับ”
“ผู้ดูแลอีกคนไปไหน”
“เรื่องนี้ข้าก็ไม่ทราบขอรับ”
หัวหน้าตระกูลรู้สึกแปลกๆเขาจึงนั่งรถม้าออกไปตรวจสอบ พวกเขามาถึงเห็นประตูใหญ่ปิดอยู่ ตะโกนเรียกก็ไม่มีใครตอบกลับมา พวกเขาจึงพังประตูเข้าไปดูภายใน หัวหน้าตระกูลเห็นสภาพภายในร้าน เขาแทบจะล้มทั้งยืน เพราะภายในร้านของเขาไม่เหลืออะไรเลยเเม้แต่ชิ้นเดียว และที่สำคัญภายในร้านไม่มีคนอยู่แม้แต่คนเดียว
“รายงานท่านผู้นำ ห้องเก็บสมบัติไม่เหลืออะไรอยู่เลยขอรับ”
หัวหน้าตระกูลล้มลงกับพื้นและสลบทันที ลูกน้องต้องรีบนำตัวหัวหน้าตระกูลกลับไปรักษา
ข่าวที่ร้านค้าสกุลจางถูกปล้นแพร่กระจายออกไป ทั้วเมืองหลวงต่างก็รับรู้กันทั้งหมด
หอหงอี้ ภายในห้องของเยี่ยนฟาง
“ใครกันที่กล้าปล้นร้านค่าสกุลจาง”เยี่ยนฟางพูดกับคนของนาง
“เห็นชาวบ้านบอกว่าเป็นพนักงานภายในร้านขอรับ”
“เจ้าคิดว่าพนักงานจะกล้าขนาดนั้นเชียวรึ เรื่องนี้จะต้องเป็นคนอื่นแน่นอน ใครกันนะที่กล้าจะเป็นศัตรูกับคนพวกนั้น”
เยี่ยนฟางนางพยายามที่จะมองหาเหตุผลในเรื่องนี้ แต่นางก็ยังไม่อาจที่จะรู้ได้ว่าใครเป็นคนทำ
“ส่วนเรื่องผู้อาวุโสลำดับที่ 7 ของสำนักหมื่นโอสถ ข้าได้ไปสืบมาแล้ว ศิษย์ภายในสำนักบอกว่าเขาดูดซับพลังปราณมากจนเกินไปจึงทำให้ตันเถียนของเขารับไม่ไหว จึงเกิดการระเบิดออกมา”
“เจ้าคิดว่าเป็นเช่นนั้นหรือไม่”
“ไม่ขอรับ ข้ายังสืบได้เรื่องสำคัญอีกหนึ่งเรื่องขอรับ”
“พูดมา”
“ผู้อาวุโสคนนั้นเคยนัดพบกับกลุ่มที่รับจ้างลักพาตัวคนขอรับ”
“เข้าต้องการที่จะลักพาตัวของใคร”
“นางชื่อว่าเย่เอ๋อ เป็นภรรยาของหลิวอี้”
เยี่ยนฟางได้ยินเรื่องนี้เขาเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างในทันที เพราะว่าทุกเรื่องต่างก็เกี่ยวข้องกับหลิวอี้ทั้งหมด
“เจ้าสืบได้หรือยังว่าหลิวอี้อยู่ที่ไหน”
“ได้แล้วขอรับ เขาอยู่ที่เรือนพักนอกเมืองหลวง”
“นำทางข้าไป”
หลิวอี้ตั้งใจฝึกฝนวิชาเก้ากระบี่เดียวดายสลับกับฝึกฝนพลังปราณเพื่อให้เขาก้าวข้ามไปอีกหนึ่งระดับ เขาคิดว่าอีกไม่เกินหนึ่งเดือน เพลงกระบี่ขั้นที่สองของเขาจะต้องฝึกสำเร็จแน่นอน ในระหว่างที่หลิวอี้กำลังฝึกฝน เขารับรู้ได้ว่า เรือนสิบทิศกำลังถูกคนที่อยู่ภายนอกพยายามที่จะฝ่าม่านพลังเข้ามาภายในเรือน
เย่เอ๋อเห็นหลิวอี้หยุดฝึกเพลงกระบี่นางจึงเกิดความสงสัย
“เกิดอะไรขึ้น”
“มีคนพยายามที่จะเข้ามาภายในเรือน เดียวข้าจะออกไปดู เจ้ารอข้าที่นี่”
หลิวอี้พูดเสร็จเขาก็เดินออกไปทันที
เยี่ยนฟางนางพยายามที่จะเดินเข้าไปให้ถึงประตูของเรือนแต่ก็ไม่สามารถทำได้ นางจึงพยายามที่จะใช้พลังของนางฝ่าเข้าไปแต่ก็ไม่สามารถทำได้ สภาพของนางตอนนี้มีเลือดไหลออกมาจากมุมปากของนาง นางได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีม่านพลัง
หลิวอี้เดินออกมาเห็นสภาพของเยี่ยนฟางที่กำลังนั่งดูดซับพลังปราณและรักษาอาการบาดเจ็บของนางอยู่ที่หน้าประตู เขารู้สึกสะใจยิ่งนัก เพราะนางเคยทำให้เขาวิ่งหนี แต่สภาพของนางตอนนี้แทบจะดูไม่ได้ หลิวอี้เดินออกไปหานาง
เยี่ยนฟางรับรู้ได้ว่ามีคนเดินมายังทิศทางที่นางนั่งอยู่ นางจึงลืมตาขึ้นมา และเห็นเป็นหลิวอี้ที่เดินหัวเราะมาแต่ไกล
“ท่านมีความสุขมากเช่นนั้นรึ ที่เห็นข้าบาดเจ็บ”เยี่ยนฟางพูดขึ้นมา
“ข้าจะมีความสุขได้ยังไง เห็นหญิงงามของข้าบาดเจ็บข้าก็ต้องเป็นห่วงสิถึงจะถูก”
“แต่สีหน้าและท่าทางของท่านมันบ่งบอกว่าเป็นเช่นนั้น”
“ที่ข้ายิ้มและหัวเราะออกมาเป็นเพราะว่าข้าดีใจที่ได้พบหน้าเจ้า”
หลิวอี้เข้าไปประคองนางที่นั่งอยู่ให้ลุกขึ้นยืน เขายังยื่นโอสถเม็ดสีทองให้นางหนึ่งเม็ด
เยี่ยนฟางนางเห็นเม็ดโอสถที่หลิวอี้ยื่นให้ นางถึงกับตัวสั่น