มหาศึกห้าแผ่นดิน

    ตอนที่ 159 ความลับจักรพรรดิฮั่นตี้

    กลุ่มควันพวยพุ่งไปทั่วบริเวณ พื้นดินยุบตัวลงไปราวกับถูกอุกาบาตตกใส่

    กลิ่นควันไฟคละคลุ้งไปกับกลิ่นไหม้เลือดเนื้อ ราเชนนอนคว่ำหน้าไปกับพื้น แผ่นหลังถูกฟ้าฟาดใส่จนเป็นแผลลึก มีรอยไหม้ไปทั่วร่างกาย บาดแผลที่เห็น   ค่อยๆ สมานตัวเองอย่างรวดเร็ว  พลังปราณยุทธ์ที่มีอยู่ขั้นราชันระดับกลาง ไม่อาจควบคุมเอาไว้ได้อีกต่อไป มันพุ่งทะยานขึ้นไป เทียบชั้นปราณยุทธ์ขั้นเซียน ระดับที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25

    มันหยุดที่พลังปราณยุทธ์ขั้นเซียนระดับที่ 25 ส่วนพลังปราณจิตขั้นเซียนของเขาเพิ่มขึ้นจากระดับที่ 50 พุ่งขึ้นไปจนแตะระดับที่ 100 อยู่ในขั้นเซียนสูงสุดแล้ว

    บาดแผลของเขาหายดีเป็นปลิดทิ้ง ราเชนขยับตัวค่อยๆ ลุกขึ้นมายืนด้วยสภาพเปลือยเปล่า ใบหน้าของเขาดูสดใส แต่มีสิ่งหนึ่งเพิ่มขึ้นมา นั่นคือ เขามีดวงตาที่สามอยู่บนหน้าผากของเขา

    ราเชนทดสอบปล่อยพลังดวงตาที่สามออกไป  พลันมีดวงตาอีก 1 ดวง ปรากฏบนฟากฟ้า

    “ อืม พลังเนตรสวรรค์ นี่ร้ายกาจจริงๆ ต่อไปนี้ ข้ามีกล้องดาวเทียมส่วนตัว ไม่ว่ากองทัพฮานอยู่ที่ไหน ทำอะไร ไม่อาจรอดพ้นเนตรสวรรค์ของข้าไปได้อย่างแน่นอน”

    ราเชนกระโดดพุ่งตัวขึ้นมา อยู่บนเนิน พบกับวิญญาณนักพรตทงเต่าที่ยังคงยืนยิ้มอยู่กับวิญญาณนักพรตทงที

    “ ท่านอาจารย์” ราเชนเอ่ยอย่างดีใจ น้ำตาไหลพราก รีบเข้าไปคุกเข่ากอดขาของนักพรตทงทีราวกับเด็กน้อยทันที ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทำให้เขาถึงได้มีความรู้สึกแบบนี้เมื่อเห็น นักพรตทงที

    “ เจ้าไม่ทำให้ข้าต้องผิดหวังจริงๆ นับต่อนี้ไป หวังว่าเจ้าจะใช้ความรู้ความสามารถของเจ้าที่มี ช่วยเหลือผู้คน อย่ายึดติดกับ ทรัพย์สินเงินทองและสตรีมากนัก มันจะทำให้จิตใจของเจ้าไม่อาจสงบนิ่งได้ เอาละ เลิกร้องได้แล้ว ตอนนี้เจ้าเป็นแม่ทัพใหญ่แล้วนะ”

    ราเชนฟังแล้วได้แต่อึ้ง นึกไม่ถึงว่าอาจารย์ตายไปแล้ว ยังรู้จิตใจของเขาเป็นอย่างดี

    “ศิษย์จะจดจำคำสั่งสอนของท่านอาจารย์””

    “ ขอบใจเจ้ามากนะ หยางเฟยหลง ที่จัดการกับคนชั่วแทนข้า แต่ข้าอยากให้เจ้าทำอีกเรื่องหนึ่ง” นักพรตทงเต่าเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม

    ราเชนพยักหน้า พร้อมทำตามที่นักพรตทงเต่าสั่งเสีย

    “ ไว้ชีวิต ชิงเตี่ยน”

    “ อะไรนะ มันเป็นคนที่สังหารท่าน แล้วจะให้ปล่อยมันไปสร้างความชั่วอย่างนั้นรึ?ขอรับ”

    “ แค่ทำลายพลังปราณของมันก็พอ แค่นี้มันก็ไม่สามารถทำชั่วได้อีกแล้ว”

    “ ได้ ข้ารับปาก จะเว้นชีวิตมัน”

    “ ดีแล้ว ข้าไม่อยากให้มือเจ้าต้องเปื้อนเลือดคนชั่วเช่นนั้น ปล่อยให้รับกรรมของมันเองจะดีกว่า”

    นักพรตทั้งสองหันมาสบตากันแล้ว โบกมืกให้กับราเชน แล้วร่างของทั้งสองก็หายไป สภาพแวดล้อมเดิมๆ ก็กลับมา เขามาอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง ด้านหน้าคือชิงเตี่ยน ที่ตอนนี้นอนกับพื้นมีบาดแผลเต็มตัว จ้องหน้าราเชนอย่างอาฆาตแค้น

    “   ข้าแพ้แล้ว สังหารข้าเลยซิ ข้าไม่มีวันร้องขอชีวิตแน่”

    ราเชนไม่ใส่ใจชิงเตี่ยน กลับใช้พลังจิตของเขา ระเบิดเส้นปราณที่มือและเท้าของชิงเตี่ยนจนขาดสะบั้น กลายเป็นคนพิการ ไปในทันที

    “ ไอ้บ้า เจ้าจะทำอย่างนี้กับข้าไม่ได้นะ จะฆ่า ก็ฆ่าเลย อย่าทรมานข้าแบบนี้”

    ราเชนไม่สนใจเดินมาที่ ร่างของเจ้าหอสุขสันต์ที่หน้าอกถูกกระแทกจนกระดูกหักหายใจรวยริน พลังชีวิตใกล้จะหมดเต็มที

    ราเชนนำมือวางลงหน้าอกของนาง แล้วปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์เข้าไปเพื่อเชื่อมต่อกระดูกที่หัก พบว่า มันหักไปทิ่มปอด ราเชนจึงได้ทำการจี้จุดของนางรอบๆ กระดูกซี่โครงที่หัก แล้วใช้มีดกรีดออก แล้วใช้พลังจิตจัดกระดูกที่หักให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติ แล้วปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์เข้าไปรักษาอากา ไม่นานนัก กระดูกก็สมานกันเป็นปกติ ปอดที่ถูกกระดูกทิ่ม ก็ได้รับการฟื้นฟู บาดแผลที่ถูกเปิด ก็หายดีเป็นปลิดทิ้ง

    เจ้าสำนักสุขสันต์ ถึงกับตกตะลึง รีบคุกเข่าขอบคุณราเชน ที่ได้ช่วยชีวิต

    “ ข้าสัมผัสได้ว่า ที่นี่ไม่มีองค์ชายสิบสี่ บอกข้ามา ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนกันแน่”

    ราเชนไม่อาจสัมผัสได้ถึง การคงอยู่ของ องค์ชายสิบสี่แม้แต่น้อย

    “ องค์ชายสิบสี่ ถูกส่งออกนอกเมืองไปแล้ว คาดว่า ตอนนี้น่าจะอยู่ในกองทัพใหญ่ของอาณาจักรฮานแล้ว”

    “ ไร้ประโยชน์จริงๆ”

    ราเชนกำลังจะเดินจากไป  โดยไม่สนใจ เจ้าหอสุขสันต์ หรือ ชิงเตี่ยนแม้แต่น้อย

    “ เดี๋ยวก่อน” เจ้าหอสุขสันต์เอ่ยเรียก

    “ มีอะไร?”

    “ เหตุใดท่านถึงได้ช่วยข้า?”

    “ ก็แค่อยากรู้เรื่ององค์ชายสิบสี่เท่านั้น”

    “ ข้าลักพาองค์ชายสิบสี่ ท่านกลับไม่สังหารข้า?”

    “ ข้าเห็นแก่เจ้าที่ดูแลน้าซุนแม่ของชวีหมิงมานาน นั่นคือสาเหตุที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่”

    เจ้าหอสุขสันต์ถึงกับน้ำตาไหลออกมา แล้วก็คุกเข่าลงไปกับพื้น

    “ คุณชายมีน้ำใจประเสริฐนัก ขอคุณชายได้โปรดช่วยคนของข้าด้วย แล้วข้าจะยินยอมเป็นทาสรับใช้คุณชายไปตลอดชีวิต”

    “ พวกเจ้าเป็นสายลับ น่าจะทำใจได้ หากถูกฝ่ายตรงข้ามจับตัว”

    “ แต่ว่า มีคนอีกเกือนสองร้อยชีวิต พวกเขาหาได้รู้เรื่องอะไรไม่ ขอให้คุณชายเมตตาพวกเขาด้วย”

    ความจริงราเชนนั้นคิดจะช่วยคนของหอสุขสันต์อยู่แล้ว เพราะเฟิ่งเหยานั้นขอร้องเขาตั้งแต่แรก

    “ ช่วยพวกเขาได้ แล้วจะให้พวกเขาหนีไปที่ไหน อาณาจักรมัจฉิมา ก็เป็นไปไม่ได้ส่วนอาณาจักรอื่นๆ  หากรู้ว่าพวกเจ้าเป็นคนหอสุขสันต์ ไม่มีอาณาจักรไหนรับเอาไว้แน่ๆ”

    “ มีเรืออยู่ที่ตอนใต้ของเมืองหลวง เตรียมรับพวกเราไปเกาะชิงไห่ อยู่กลางทะเลทางทิศใต้  เป็นเกาะอิสระ ไม่ขึ้นตรงกับอาณาจักรใด และจะไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่า พวกเราเป็นใคร”

    “ อย่างนั้นก็ง่าย พวกเราไปกันได้แล้ว”

    ราเชนเอ่ยจบ ก็นำลูกแก้วอัสนีออกมา แต่ยังไม่เห็นเจ้าหอสุขสันต์ เดินเข้ามา จึงหันไปมอง พบว่า เจ้าหอสุขสันต์ ใช้กระบี่แทงไปที่ลำคอของ ชิงเตี่ยน จนตายคาที่ไปแล้ว  ราเชนได้แต่อึ้งไปในทันที

    “ มันสมควรตาย มันหลอกลวงข้า บังคับให้ข้าหลับนอนกับมัน แล้วมันรับปากจะช่วยคนของข้า” เจ้าหอสุขสันต์เอ่ยอย่างเคียดแค้น ราเชนก็ได้แต่นึกคำของนักพรตชิงเต่า ปล่อยให้ชิงเตี่ยนถูกฟ้าดินลงโทษเอง นึกไม่ถึงฟ้าดินนี่ก็คือ เจ้าหอสุขสันต์นั่นเอง

    ราเชนก่อนเดินทาง ก็เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าเป็น  หยางเฟยหลง แล้วพาเจ้าหอสุขสันต์มาที่คุกหลวงแห่งใหม่ ทันที

    พอมาถึง ก็เผชิญหน้ากับ ผู้พิทักษ์วังหลวงทั้งสิบ ที่ยืนเฝ้าอยู่ตามจุดต่างๆ รอบๆ

    แต่ทั้งสองกลับเดินผ่านผู้พิทักษ์วังหลวงไปได้อย่างง่ายดาย เพราะใช้ยันต์บังตา

    เหล่าผู้พิทักษ์ทั้งสิบแม้จะมีพลังเซียนขั้นต้น ก็ไม่อาจสัมผัสได้

    ราเชนมาถึงคุกใต้ดิน ก็ทำให้ ทหารเฝ้าอยู่เกือบห้าสิบคน หลับไปโดยไม่รู้ตัว แล้วก็พา คนของหอสุขสันต์ออกมา แต่มีปัญหาอีกคือ ไม่ใช่มีแค่ ไส้ศึกที่จับมา มีคนบริสุทธิ์อีกมากมายหลายร้อยชีวิต มีทั้งครอบครัวของทหาร ที่ถูกตัดหัวไปแล้วทั้งหมด ต่างร้องขอให้ช่วยพวกเขาด้วย ราเชนก็รู้ว่า คนเหล่านี้บริสุทธิ์ แต่ต้องถูกประหารทั้งตระกูล เพราะพระบัญชาของจักรพรรดิ

    เจ้าหอสุขสันต์ พูดจากับ คนของนางสักพักมีเสียงคนคุกเข่ากับพื้น บางคนร่ำไห้

    แล้วเจ้าหอสุขสันต์ก็กล่าวกับราเชนว่า

    “ คนที่บริสุทธ์มีเพียง 170 คน ส่วนอีก130คน เป็นสายลับจากอาณาจักรอุดรทั้งหมด ขอให้คุณชายปลดปล่อยคนบริสุทธิ์เหล่านี้ด้วยเถิด”

    ราเชนหันไปมองคนที่เป็นสายลับที่ตอนนี้กลั้นน้ำตาเอาไว้ ยอมตายเพื่อให้คนบริสุทธิ์รอด แต่คนบริสุทธิ์บางคน ก็ยอมตายไปกับสายลับ พวกเขาล้วนมีความสัมพันธิ์กันอย่างลึกล้ำ

    “ เรือของเจ้าที่เตรียมเอาไว้จุคนได้กี่คน?”

    “ เรือที่จะพาพวกเราหนีไป มีอยู่สองลำ สามารถพาผู้โดยสารได้ลำละ 300 คน”

    “ ดี ถ้าเช่นนั้น ข้าฝากคนพวกนี้หนีไปกับเจ้าด้วยก็แล้วกัน”

    “ หา ทั้งหมดนี่ แล้วพวกเราจะพาพวกเขาผ่านเหล่าผู้พิทักษ์และทหารที่เฝ้าประตูเมืองได้อย่างไร” เจ้าหอสุขสันต์เอ่ยอย่างตกใจ ผู้คนทั้งหลายได้ยินต่างก็ยินดี ยิ้มกันออกมา แต่พอฟังเจ้าหอสุขสันต์เอ่ยแย้ง  ใจก็ห่อเหี่ยวลงอีก

    “ บอกตำแหน่งชัดๆ ของเรือของเจ้าให้ข้ามา”

    เจ้าหอสุขสันต์เล่าออกมา ราเชนก็นึกถึงสถานที่นั้นได้ แล้วก็นำ ลูกแก้อัสนีออกมาสองลูก แล้วตั้งพิกัดเอาไว้ แล้วพาคนทั้งหมด วาร์ปผ่านลูกแก้วอัสนีไปอยู่บนเรือทีละชุด ไม่นาน ก็พาทุกคนมาอยู่บนเรือได้อย่างปลอดภัย

    ทำให้ทุกๆ คนต่างคุกเข่าขอบคุณราเชนด้วยความซาบซึ้งในบุญคุณ

    “ สงครามเป็นเรื่องของ ผู้นำ พวกเจ้าไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วย ดังนั้นพวกเจ้ามีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระ ต่อไปขอให้พวกเจ้า อย่าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งของอาณาจักรเหล่านี้อีก”

    ราเชนเอ่ยจบ ทุกๆ คนก็ต่างพยักหน้ารับปาก จนราเชนจะเดินทางกลับ

    เจ้าหอสุขสันต์ก็เข้ามาพูดว่า

    “ อีกไม่กี่วัน ท่านแม่ทัพใหญ่ต้องออกทำศึกกับ กองทัพฮาน ข้าไม่มีอะไรจะตอบแทน ได้แต่เล่าเรื่องหนึ่งให้ท่านฟัง เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับท่านบ้าง”

    “ เรื่อง?”

    “ เป็นเรื่องของจักรพรรดิฮั่นตี้”

    ราเชนพยักหน้าตั้งใจฟังทันที

    “ หลังจากที่คุณชายทำลายกองทัพฮาน 1 ล้านคน สร้างความเสียหายให้กับกองทัพฮานเป็นอย่างมาก ดังนั้น จักรพรรดิฮั่นตี้จึงได้ระดมกำลังจากชนเผ่านอกด่าน และชนเผ่าอิสระมากมายเพื่อมาเปิดศึกในครั้งนี้ และที่สำคัญเขาเลือกลงมือกับ อาณาจักรมัชฉิมา ที่มีชื่อเสียง และมีพลังกองกำลังทหารเข้มแข็งที่สุดในห้าอาณาจักร คุณชายรู้ไหมว่าทำไม”

    “ นั่นซิ”

    ราเชนเองก็อยากรู้เรื่องนี้เหมือนกัน

    “ เป็นเพราะคนข้างกายของจักรพรรดิฮั่นตี้ ที่มีนามว่า ราชครูอีกาดำ เขาสามารถทำนายดวงชะตา อนาคตได้อย่างแม่นยำ คราวก่อน ราชครูอีกาดำ ได้กล่าวเตือนจักรพรรดิฮั่นตี้ไม่ให้บุกเมืองปัจจิม แต่พระองค์ไม่ทรงเชื่อ สุดท้ายต้องสูญเสียทหารไปนับล้านคน และสาเหตุหลักที่เลือกโจมตีอาณาจักรมัจฉิมาก่อน ก็เพราะว่า อายุขัยคนสำคัญของอาณาจักรมัจฉิมาจะหมดลงถึง สามคนในการศึกครั้งนี้ คนแรกคือ แม่ทัพใหญ่ไป๋ลู่ คนที่สองคือ ราชครูฟ้า เสาหลักของแผ่นดิน สาม คือจักรพรรดิจางมู่เฉิน   และหากจักรพรรดิฮั่นตี้ยึดเมืองหลวงและแย่งชิง กระบี่เก้ามังกรสวรรค์มาได้ อาณาจักรที่เหลือ ก็จะถูกสยบได้อย่างง่ายดาย”

    “ จางมู่เฉิน หมดอายุขัยแล้ว?” ราเชนสงสัย เพราะที่ผ่านมาเขารู้แค่ อาจารย์กับ แม่ทัพไป๋ลู่เท่านั้น ไม่คิดว่าจักรพรรดิจางมู่เฉินจะสิ้นอายุขัยด้วย เขามองไปบนท้องฟ้าทันที แต่ว่าเขายังมองไม่ออกเลย ว่าดาวจักรพรรดิของจางมู่เฉิน จะชะตาขาดหรือจะสิ้นอายุขัย แสดงว่า ราชครูอีกาดำนี่ ต้องใช้วิธีเสี่ยงทายอะไรบางอย่างแน่ๆ

    “ ราชครูอีกาดำ ใช้การเสี่ยงทายอะไร ถึงได้มั่นใจเช่นนี้?”

    “ ข้าไม่รู้แน่ชัด แต่คนของเราสืบมาได้อย่างหนึ่ง คือ ราชินีของจักรพรรดิฮั่นตี้อันดับที่ 100  จะถูกบูชายัน ในคืนจันทร์สีเลือด โดยการเผาทั้งเป็น เพื่อบูชาเทพอีกาดำสามขา เพื่อจะได้ชนะศึกในครั้งนี้”

    “ อะไรนะ  ถึงขั้นเอาเมียของตัวเองมาเผาไฟ เพื่อให้เทพอีกาสามขาช่วย อัมหิตผิดมนุษย์จริงๆ”

    “ แต่ว่าท่านจะประมาทไม่ได้ เพราะว่า ราชินีของจักรพรรดิฮั่นตี้คนนี้ เป็นคนที่ 100 ว่ากันว่า จักรพรรดิฮั่นตี้ได้บูชายันราชินีของตนเองไปแล้วถึง 99 คน ซึ่งพอดีกันกับ ชัยชนะของจักรพรรดิฮั่นตี้ 99 ครั้งที่ผ่านมา”

    “ เป็นเรื่องจริงหรือนี่” คราวนี้ราเชนเองก็ตกใจ

    “ เรื่องราวนี้อาจเป็นประโยชน์ต่อท่านบ้าง ไม่มากก็น้อย ในอนาคตข้าหวังว่าจะได้ต้อนรับท่านแม่ทัพใหญ่ที่เกาะชิงไห่นะเจ้าคะ”

    ราเชนกลับมาที่หอฟ้าเทียนถาน เพื่อปรึกษากับ  ราชครูฟ้า เพื่อปรึกษาเรื่องอายุขัยของจางมู่เฉิน....

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกห้าแผ่นดิน ที่คุณอ่าน