วีรบุรุษอหังการ

    50 ทัพม้าเกรียงไกรแห่งทุ่งหญ้า

            เอี้ยนเฟยซาหมอบอยู่บนส่วนที่สูงที่สุดของสะพานเชื่อมสองแดน กำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวของทัพมารที่ตั้งค่ายใกล้กับสะพาน  เขาทนอยู่บนนี้มาได้ครึ่งชั่วยามแล้ว ในที่สุดก็พบเห็นศัตรูเคลื่อยย้ายออกจากค่าย  เมื่อศัตรูตั้งขบวนทัพเสร็จสิ้นก็ทำการตีกลองส่งสัญญาณเคลื่อนทัพ

     

            ทัพม้าจำนวนสองพันเคลื่อนออกจากขบวน  มุ่งหน้าไปยังด้านหลังของทัพเมืองผิงเหยาเพื่ออ้อมไปตีทัพหลังของหลิวหนิงเทียนที่กำลังรุกไล่ทัพม้าจากค่ายใหญ่ของพรรคมารจนระสับระส่าย  หากสามารถจู่โจมศัตรูจากด้านหลังได้โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว  จะทำให้ฝ่ายตนเองสามารรถพลิกสถานการณ์ได้  เมื่อทัพม้าล่วงหน้าไปก่อนแล้ว  ทหารราบที่เหลือก็ทำการเคลื่อนไปด้านหน้าตามไป

     

            เอี้ยนเฟยซานับก้าวเดินของทหารราบจนครบสองร้อยก้าว  ก็หยิบธนูอันใหญ่ยักษ์ขึ้นมา  ยิงลูกธนูดอกหนึ่งที่ทาสีแดงกลับไปยังฝั่งแดนเทพ  เพียงครู่เดียวเท่านั้น ทัพม้าจำนวนมากก็พุ่งออกมาจากดงไม้มุ่งตรงมายังสะพาน  เป็นทัพม้าของชนเผ่าต้ายจู่ที่คล่องแคล่วว่องไว  ทวนเบาถูกแขวนไว้ข้างลำตัวม้า  ในมือของนักรบมีคันธนูที่ใช้บนหลังม้า  ด้านหลังมีซองใส่ลูกธนูที่บรรจุลูกศรเต็มอัตรา  ด้วยความเร็วของฝีเท้าม้า  ใช่เวลาเพียงครู่เดียวเท่านั้นก็มาถึงอีกฝั่งของสะพาน และตรงไปยังเป้าหมายที่กำลังเดินทัพอย่างเชื่องช้าทันที


            ทหารราบของพรรคมารล้วนได้ยินเสียงฝีเท้าม้าจากด้านหลัง  เมื่อหันกลับมามองก็แทบจะละทิ้งอาวุธวิ่งหนี  ทหารม้าหนึ่งพันสามร้อยคนพุ่งเข้าด้วยความรวดเร็ว  นายทหารที่อยู่แถวหลังต้องตะโกนพลางผลักดันให้พวกมือหอกตั้งขบวนรับการโจมตี ด้วยความทุลักทุเลสุดท้ายก็สามารถตั้งแนวหอกสำหรับรับมือทัพม้าสำเร็จ  ในสนามรบนอกจากทัพม้าด้วยกันแล้ว มีเพียงพลหอกเท่านั้นที่สามารถตั้งรับการโจมตีจากทหารม้าได้

      

            ทัพม้าของชนเผ่าต้ายจู่ไม่ได้พุ่งเข้าใส่ทหารราบของศัตรู  เมื่อเข้ามาใกล้ศัตรูในระยะหนึ่งร้อยก้าว กลับขี่ม้าแยกเป็นสองทางคล้ายคีมยักษ์อยู่ทางซ้ายขวาของศัตรู  ทำการหนีบขนาบฝ่ายตรงข้ามอยู่ตรงกลาง  เมื่อเข้าใกล้ในระยะแปดสิบก้าว  ก็ทำการยิงธนูบนหลังม้าเข้าใส่มือหอกฝ่ายตรงข้าม เหล่ามือหอกที่กำลังอยู่ในอาการตื่นตระหนกล้วนเกิดความโกลาหล  ถูกลูกธนูยิงทะลุร่างไปนับร้อยคน  พวกมันจ้องมองดูลูกธนูที่พุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง  บางคนยกโล่มาต้านทาน  บางคนก็ทิ้งตัวก้มลงหลบลูกธนู  กว่าทัพม้าธนูจะพุ่งผ่านไปจนหมดสิ้น  ก็ทำให้เกิดการล้มตายและบาดเจ็บรวมเกือบสี่ร้อยคน  กำแพงหอกที่แข็งแกร่งแทบพังทลายจนหมดสิ้น แต่ยังโชคดีที่ทหารม้าเหล่านั้นไม่วกกลับมาจู่โจมซ้ำเติม  พวกมันพุ่งไปยังเบื้องหน้า  ทิ้งไว้เพียงฝุ่นคลุ้งขโมงทางด้านหลังเท่านั้น

     

                    ผู้นำกองกำลังของพรรคมารขบวนนี้เป็นยมบาลสีชาดฉีจือฮึง เร่งสั่งการให้พวกพ้องจัดขบวนหอกทางด้านหน้าอย่างเร่งด่วน แม้ว่าทัพม้าเมื่อครู่จะพุ่งผ่านไปโดยไม่เหลียวหลังก็ตาม  แต่ด้วยความว่องไวของฝีเท้าม้า  หากวกกลับมาก็ใช้เวลาไม่นานนัก  แต่น่าเสียดายที่พวกเขาคาดการณ์ผิดพลาดอีกครา  เสียงฝีเท้าม้าที่หนักหน่วงดังขึ้นทางด้านหลัง  แว่วเสียงกลองเตือนภัยดังขึ้นจากภายในค่ายเหล่านักรบที่เสียขวัญอยู่แล้วต้องแตกตื่นขึ้นมาอีกหน เหล่าผู้กล้าที่ยังไม่สูญความฮึกเหิมพากันไปอยู่ที่แนวหลัง  จัดตั้งขบวนหอกขึ้นมาใหม่อย่างฉุกละหุก  เพื่อต้านทานรับศัตรูให้ทันท่วงที  ท่ามกลางฝุ่นที่ปกคลุมท้องฟ้า ปรากฏกองทัพม้าอันเกรียงไกรพุ่งทะยานเข้ามา  นั่นเป็นทัพม้าเกราะหนักที่มีจำนวนนับพัน  ทัพม้าเผ่าเซี่ยงจู่ออกศึกแล้ว  เหล่านักรบบนหลังม้าชี้ปลายทวนหนักมายังเบื้องหน้า ในชั่วพริบตาเดียวปลายทวนก็สัมผัสกับเลือดเนื้อของมนุษย์  ด้วยแรงหนุนจากการวิ่งของม้าศึก  ทวนหนักที่ทิ่มแทงใส่ศัตรูทำการดีดมือหอกที่ไม่ทันตั้งตัวลอยไปด้านหลัง บางร่างถูกแทงทะลุร้อยอยู่บนทวนไม่อาจดิ้นรนได้  ม้าศึกชั้นดีวิ่งทะยานเหยียบย่ำเหล่าทหารราบจนเลือดเนื้อเลอะเลือน เสียงร่ำร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมทั่วสนามรบ  กลายเป็นการเข่นฆ่าอยู่ฝ่ายเดียว  นักรบบนหลังม้ายิ่งเข่นฆ่ายิ่งบ้าเลือด  แต่ละคนดวงตาแดงฉานด้วยความฮึกเหิม  เมื่อควบม้าวิ่งเข่นฆ่าไปรอบหนึ่ง  ก็จะทำการวกกลับมาสังหารศัตรูอีกรอบ  และอีกรอบโดยไม่รู้จบสิ้น สิ่งที่ทหารของพรรคมารกระทำในตอนนี้หาใช่การต่อสู้  แต่เป็นการวิ่งหนีสุดชีวิต  วิ่งโดยไม่สนใจทิศทาง  ขอเพียงแค่หนีจากมัจจุราชบนม้าศึกให้ไกลที่สุดเป็นพอ


              ทัพม้าของพรรคมารที่ล่วงหน้าไปก่อน เมื่อเห็นว่าแนวหลังถูกโจมตีก็เกิดความระส่ำระสาย ไม่ทราบว่าสมควรเดินหน้าหรือถอยหลังกลับไปช่วยพวกพ้องดี  ทำให้ขบวนทัพเชื่องช้าลง  ทันใดนั้นประตูเมืองผิงเหยาทางทิศเหนือและทิศตะวันตกก็เปิดออก  ทัพม้าจากในเมืองก็เดินทัพออกมาจากประตูเมืองทั้งสองด้าน เมื่อรวมตัวกันได้แล้วก็พุ่งมาทางทัพม้าของพวกมารที่กำลังสับสนว้าวุ่นใจทันที

     

              ผู้นำทัพม้าขบวนนี้เป็นหนึ่งในสี่ยมบาลทมิฬแส้โลหิตเถี่ยสื่อทง  มันรีบออกคำสั่งให้บรรดานักรบของตนเองเร่งความเร็วเข้าปะทะกับข้าศึก  มันมองออกว่าฝ่ายตนเองยังคงได้เปรียบที่ม้าวิ่งมาก่อนสักพักแล้ว  สามารถเร่งความเร็วเข้าใส่คู่ต่อสู้ได้ทันที ผิดกับทัพฝ่ายตรงข้ามที่เพิ่งออกจากตัวเมือง  ยังไม่สามารถเร่งความเร็วได้อย่างเต็มที่  แต่ยังไม่ทันที่จะออกคำสั่งให้กองทัพของตนเองเร่งฝีเท้าเข้าใส่ศัตรู  มันก็ต้องตกใจกับเสียงฝีเท้าม้าที่ไล่หลังมา  ทัพม้าของศัตรูที่โจมตีทัพเดินเท้าฝ่ายตนเองกำลังติดตามไล่หลังมาในระยะสามร้อยกว่าก้าวเท่านั้น  กองทัพศัตรูกลุ่มนี้กลับละทิ้งเหยื่อไว้เบื้องหลัง  แล้วมุ่งเป้ามาที่พวกมันแทน นั่นทำให้ต้องถูกกระหนาบทั้งหน้าหลัง  แต่คนผู้นี้ผ่านศึกมามากมาย  รีบตั้งสติแล้วสั่งการให้กองทัพของตนเองเดินหน้าต่อไปโดยไม่สนใจทัพที่ตามมา  มันรู้ว่าทัพที่ไล่หลังมาเป็นทัพม้าชาญศึกอย่างแท้จริง  ไม่ควรปะทะด้วยในเวลานี้  แต่กองกำลังที่ออกจากเมืองมายังดูสะเปะสะปะอยู่  ไม่คล้ายทัพม้าชาญศึกที่ผ่านการฝึกฝน  สมควรตีฝ่าวงล้อมจากไปได้ง่ายกว่า

     

              ทัพม้าของเมืองผิงเหยาปะทะกับทัพม้าพรรคมารอย่างดุเดือด  ทั้งสองฝ่ายล้วนบาดเจ็บล้วนตายอย่างรวดเร็ว  แต่สถานการณ์ของทัพมารดูจะดีกว่าเพราะส่วนกลางสามารถเจาะทะลวงตรงกลางของศัตรูได้   แส้โลหิตเถี่ยสื่อทงเมื่อพบเห็นว่าสามารถฝ่าวงล้อมออกไปได้แล้ว  ก็สั่งการให้กองทัพติดตามมันไป  กองกำลังสองในสามสามารถฝ่าวงล้อมไปได้อย่างปลอดภัย  ส่วนที่เหลือหากไม่ล้มตายก็ถูกศัตรูพัวพันเอาไว้  คาดหวังให้พรรคพวกวกกลับมาช่วยเหลือ แต่น่าเสียดายที่พรรคพวกล้วนมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตก  ไม่ได้หันหลังกลับช่วยเหลือพวกมันแต่อย่างใด  มิหนำซ้ำทัพม้าที่ไล่หลังมาก็ทิ่มแทงทวนเบามาถึงแล้ว


             แส้โลหิตเถี่ยสื่อทงนำทัพม้าที่เหลือมุ่งไปยังทิศตะวันตกของเมืองผิงเหยา  ที่นั่นยังมีกองกำลังของพรรคมารอีกหนึ่งกองทัพ  เขาคาดหวังให้ขบวนหอกอันเกรียงไกรที่มีอยู่หนึ่งพันห้าร้อยคนต้านรับทัพม้าของศัตรู  ส่วนตนเองจะนำทัพม้าที่เหลือคอยประสานเสริม  โอกาสพลิกสถานการณ์ได้ชัยอาจจะยังคงมี  เมื่อพวกมันขี่ม้าขึ้นเนินเตี้ยแห่งหนึ่ง  ก็พบเห็นกองทหารราบจำนวนสี่พันคนเคลื่อนขบวนมายังพวกเขาอย่างเป็นระเบียบ  โดยมีขบวนหอกยาวนับพันนำหน้า

     

              แส้โลหิตเถี่ยสื่อทงยินดียิ่งที่เห็นกองกำลังของทวนอำมหิตเหล่ากวนเชียงกำลังเคลื่อนตัวมาทางพวกเขา  แม้ว่าทัพของสหายจะเป็นทหารราบทั้งหมด  แต่อย่างน้อยก็มีขบวนหอกที่สามารถรับมือกับทหารม้าได้  บางทีสถานการณ์อาจจะพลิกผันเปลี่ยนแปลงได้ด้วยกองกำลังนี้  จนบัดนี้มันยังไม่เข้าใจว่ามีกองทหารม้ามากมายจากไหนโผล่มาช่วยหลิวหนิงเทียน  เขารีบให้คนสนิทเป่าเขาสัตว์ส่งสัญญาณออกไป  ไม่นานฝ่ายโน้นก็เป่าเขาสัตว์ส่งกลับมา  แต่ที่น่าแปลกใจก็คือมันเป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือ  ยังไม่ทันที่มันจะปรึกษาหารือกับคนสนิท ก็ปรากฏทัพม้าขบวนหนึ่งพุ่งออกมาจากดงไม้ทางซ้าย  พุ่งเข้าหาทหารราบที่เคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้า  เท่านั้นยังไม่พอ  ยังมีทัพม้าอีกกองหนึ่งโผล่พ้นจากเนินต่ำทางขวา  มุ่งหน้าไปยังกองกำลังของเหล่ากวนเชียงเช่นกัน


            เถี่ยสื่อทงต้องสั่งหยุดทัพอย่างกะทันหัน  มันไม่รู้ว่าควรเดินหน้าไปช่วยพวกเดียวกันหรือหลบหนีไปยังทิศทางที่ไม่มีคน  จึงได้แต่นิ่งเงียบงันมองดูศัตรูทั้งสองทัพพุ่งเข้าหาพรรคพวก  สุดท้ายท้ายมันก็ตัดสินใจได้ สั่งให้กองทัพของตนเองกลับหลังหันไปเผชิญกับศัตรูที่ไล่หลังมา เมื่อคิดถึงบทลงโทษที่ตนเองต้องได้รับหากละทิ้งพวกพ้องหนีเอาชีวิตรอดแล้ว  มันก็ไม่เกรงกลัวความตายที่รออยู่เบื้องหน้าแต่อย่างใด  มันขี่ม้าลัดเลาะพวกเดียวกันจนกระทั่งไปโผล่อยู่แถวหน้า  ทำการชูทวนขึ้นฟ้าแล้วหัวร่อออกมาด้วยน้ำเสียงรันทดหดหู่ จากนั้นก็ควบม้านำหน้าพวกพ้องที่ติดตามมาอย่างห้าวหาญ  เผชิญหน้ากับทัพม้าอันเกรียงไกรของทุ่งหญ้าโดยไม่หวั่นเกรง

     

                                                 ...............................................................................


            ในที่สุดกลองศึกก็สงบลง  ชัยชนะเบ็ดเสร็จตกเป็นของกองกำลังผสมเมืองผิงเหยากับห้าชนเผ่าแห่งทุ่งหญ้า  ทัพมารทั้งสามทัพถูกทำลายย่อยยับ บาดเจ็บล้มตายไปถึงแปดในสิบ แม่ทัพอย่างเถี่ยสื่อทง  เหล่ากวนเชียง และฉีจือฮึง  สมาชิกสี่ยมบาลทมิฬล้วนพลีชีพในสนามรบ  ส่วนกระบี่ภูตคร่ำครวญชงไฉ่ที่ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บดีนำทัพใหญ่สู้ศึก  ถูกหลิวหนิงเทียนจู่โจมใส่หนึ่งกระบี่ได้รับบาดเจ็บสาหัสกว่าเดิม  แต่ได้รับการคุ้มกันจากเหล่านักสู้เดนตายหนีรอดไปได้  ฝ่ายกองกำลังเมืองผิงเหยาก็ประสบความเสียหายไม่น้อย  ศิษย์สำนักกระบี่อมตะล้มตายเกือบสามพันคน  เหล่าชาวยุทธ์ที่มาช่วยรบก็ล้มตายเกือบสองพันคน  บาดเจ็บอีกนับพัน  มีเพียงทหารม้าจากทุ่งหญ้าที่ล้มตายรวมกันแค่เจ็ดร้อยคน  และหนึ่งในสามเป็นกองกำลังของเผ่าต้ายจู่ที่เผชิญกับการโต้ตอบอย่างสุดกำลังจากกองทัพของเถี่ยสื่อทง

     

            เอี้ยนเฟยซาเดินเหยียบย่ำอยู่บนกองซากศพของศัตรู  สายตามองดูกองกำลังจากทุ่งหญ้าที่กำลังชำระสนามรบ  พวกมันยึดครองอาวุธ  ชุดเกราะ และม้าศึกของศัตรู  สิ่งของที่มีค่าทุกอย่างถูกเก็บกวาดจนหมดสิ้น  แม้แต่เสื้อผ้าที่เปรอะเปื้อนโลหิต  หากผลิตด้วยผ้าชั้นดีล้วนถูกถอดออกจากซากศพ  เขาทำได้เพียงเดินจากไป  เดินออกจากสถานที่อันน่าสะอิดสะเอียนแห่งนี้  เมื่อเดินมาถึงดงหญ้าแห่งหนึ่ง  ชายหนุ่มก็อาเจียนออกมาอย่างหนัก  อาเจียนจนตัวขดตัวงอ  พร้อมกับน้ำตาที่หลั่งไหลออกมา  ชั่วชีวิตของเด็กกำพร้าคนหนึ่ง ไม่เคยคาดฝันว่าจะต้องยืนอยู่ท่ามกลางสนามรบเฉกเช่นวันนี้  ดาบในมือของเขาสังหารศัตรูไปมากกว่ายี่สิบคน  เขายังจดจำใบหน้าที่หวาดกลัวของคนผู้หนึ่งที่กำลังจะถูกเขาสังหารได้  ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง  แววตาอ้อนวอนร้องขอชีวิต  ริมฝีปากสั่นระริกเกินจะควบคุม  แต่ดาบในมือของตนเองก็ตัดคอของมันจนขาดสะบั้น


            เอี้ยนเฟยซาได้ลิ้มลองรสชาติของสงครามเป็นครั้งแรก  ความเจ็บปวดในวันนี้จะทำให้เขาเติบโตและเข้มแข็งกว่าเดิม

     

    คล้ายกับเรื่องวีรบุรุษอหังการ ที่คุณอ่าน

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262