ไม่นานนัก เวลาก็ผ่านไปเกือบสองวัน
ช่วงเวลาสั้นๆนี้เต็มไปด้วยการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงสำหรับสองแม่ลูก
สำหรับเยว่หลินและเยว่ซินในบ้านของตระกูลซิกฟรีด สภาพแวดล้อมที่หรูหราและเต็มไปด้วยกฎระเบียบของตระกูล ทำให้พวกเธอรู้สึกแปลกใหม่ แต่ด้วยการดูแลอย่างอบอุ่นจากเหล่าคนรับใช้ และความเมตตาจากอนาเธอร์และภรรยาทั้งสาม พวกเธอก็ค่อยๆปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว
เยว่หลิน ผู้เป็นแม่ แม้จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากตระกูลซิกฟรีด แต่เธอกลับรู้สึกกระอักกระอ่วนที่จะต้องอยู่เฉยๆ
การทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพคือสิ่งที่เธอทำมาเกือบทั้งชีวิต การไม่มีหน้าที่ใดๆให้ทำ
ทำให้เธอรู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่าง เยว่หลินจึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาอนาเธอร์ และขอร้องให้เธอได้ช่วยทำงานในคฤหาสน์
“นายน้อยคะ?”
เยว่หลินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อม ขณะพบอนาเธอร์ในห้องโถงรับรอง
“ดิฉันทราบว่าพวกคุณช่วยเหลือเรามามากเกินพอแล้ว แต่ดิฉันไม่อยากอยู่เฉยๆค่ะ”
“ฉันอยากช่วยทำงานในคฤหาสน์ ไม่ว่าจะเป็นอะไร ฉันยินดีทำทั้งหมดค่ะ”
อนาเธอร์ที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ก็พลันประหลาดใจ นัยน์ตาดูส่องประกาย เพราะเขาสัมผัสได้ถึงความจริงใจในคำพูดของเธอ
“คุณไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นหรอกครับคุณเยว่หลิน พวกเรายินดีดูแลคุณและลูกสาวอย่างเต็มที่ คุณไม่ต้องกังวลอะไรเลย!”
ทว่าเยว่หลินกลัยส่ายหน้าเบาๆ ใบหน้าของหญิงวัยกลางคนดูประหม่าและหนักอึ้ง
“ฉันเข้าใจค่ะ แต่สำหรับฉันแล้ว การทำงานคือสิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกมีคุณค่า”
“ฉันเพียงแค่อยากช่วยแบ่งเบาภาระ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม”
เมื่อเห็นความตั้งใจในดวงตาของเธอ อนาเธอร์ก็ยิ้มและพยักหน้ารับในทันที
“ถ้าคุณต้องการเช่นนั้น ผมจะให้คุณเข้าร่วมทีมแม่บ้านของคฤหาสน์”
“คุณจะได้รับเงินเดือนและสถานะเหมือนกับคนอื่นๆละกันนะ!”
เยว่หลินรู้สึกยินดีและซาบซึ้งในทันที เธอโค้งศีรษะต่ำและกล่าว
“ขอบคุณค่ะ นายน้อยอนาเธอร์!”
หลังจากได้รับอนุญาต เยว่หลินก็เริ่มต้นทำงานในฐานะแม่บ้านของคฤหาสน์ซิกฟรีด เธอทุ่มเทให้กับงานที่ได้รับอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาด ดูแลห้องครัว หรือช่วยเหลือในงานเล็กๆน้อยๆ ความขยันขันแข็งของเธอได้รับคำชมจากคนรับใช้คนอื่นๆเป็นอย่างมาก
ขณะเดียวกัน เยว่หลินก็รู้สึกสุขใจที่ได้อยู่ใกล้ชิดลูกสาวของเธอ
เยว่ซิน เด็กสาวที่ตอนนี้ได้รับการต้อนรับเข้าสู่ตระกูลซิกฟรีดอย่างเป็นทางการ
การที่เยว่ซินเป็นอวาตาร์เทพเจ้าเทียนเผิงทำให้ทุกคนในตระกูลยอมรับเธอโดยไม่มีข้อโต้แย้ง แม้แต่คานและอนาเธอเทีย ผู้เป็นพ่อและแม่ของอนาเธอร์ก็ยินดีกับการตัดสินใจนี้
“ฉันไม่คิดว่าจะมีใครโง่พอที่จะปฏิเสธในตัวของเด็กสาวคนนี้!”
อนาเธอเทียกล่าวกับสามีของเธอในระหว่างการสนทนา
“เธอไม่เพียงแต่อยู่ในฐานะอวาตาร์เทพเจ้า แต่ยังงดงามและมีเสน่ห์อย่างเหลือเชื่อ!”
คานได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้า
“ลูกชายเราตัดสินใจได้ดีมาก เยว่ซินเป็นเด็กที่มีศักยภาพสูงมาก! ในอนาคตเธอจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ตระกูลของเราได้อย่างแน่นอน!”
ในช่วงสองวันที่ผ่านมา เยว่ซินใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกฝนทักษะและความสามารถ
ด้วยความช่วยเหลือจากอนาเธอร์และภรรยาทั้งสามของเขา หญิงสาวก็เริ่มเข้าใจศักยภาพที่แท้จริงของอวาตาร์เทพเจ้าเทียนเผิง และเรียนรู้วิธีใช้พลังของเธอให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ในขณะที่เยว่หลินทุ่มเทให้กับงานในคฤหาสน์ และเยว่ซินฝึกฝนพัฒนาตัวเอง
ความสัมพันธ์ระหว่างสองแม่ลูกยังคงแน่นแฟ้นเช่นเดิม ทุกค่ำคืน เมื่อเยว่ซินกลับมาจากการฝึกฝน ทั้งสองมักใช้เวลาร่วมกัน
“แม่ภูมิใจในตัวลูกมากนะ ซินน้อย”
เยว่หลินกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มขณะหวีผมให้ลูกสาว
“หนูจะไม่ทำให้แม่ผิดหวังค่ะ”
เยว่ซินจับมือของแม่แน่น ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น ขณะเดียวกัน ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสองแม่ลูกยังคงเป็นที่สนใจของคนในตระกูลและผู้คนภายนอก
เยว่ซินในฐานะสมาชิกใหม่ของตระกูลซิกฟรีดกำลังกลายเป็นที่จับตามอง ไม่เพียงเพราะเธอเป็นอวาตาร์เทพเจ้า แต่ยังเพราะความงดงามและความสามารถที่โดดเด่นของเธอ
“ไปกันเถอะเยว่ซิน.. หลังจากนี้ไปน้องจะต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่”
ในเช้าวันถัดมา อนาเธอร์ได้พาเยว่ซินไปยังมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์
หนึ่งในสถาบันการศึกษาที่ทรงเกียรติและมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกของผู้เล่น แม้เยว่ซินจะมีอายุเพียงแค่ 15 ปี ซึ่งถือว่าน้อยกว่าขั้นต่ำที่กำหนดสำหรับการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยนี้
แต่ด้วยอำนาจและสถานะของตระกูลซิกฟรีด อนาเธอร์สามารถละเว้นกฎระเบียบเหล่านั้น และจัดการให้เยว่ซินได้เข้าเรียนในฐานะนักเรียนได้
“นี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับเธอ”
“ที่นี่ไม่เพียงแต่จะสอนทักษะและความรู้เกี่ยวกับโลกของผู้เล่น แต่ยังเป็นที่ที่เธอจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับอวาตาร์เทพเจ้า รวมถึงฝึกฝนพลังที่เธอได้รับมาอย่างเต็มที่”
อนาเธอร์กล่าวขณะพาเยว่ซินเดินผ่านทางเข้าอันโอ่อ่าของมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์
“หนูจะตั้งใจเรียนให้เต็มที่ค่ะท่านพี่!”
เยว่ซินตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น เธอยังรู้สึกประหม่ากับสถานการณ์ตรงหน้า แต่ความมั่นใจในตัวเองก็เพิ่มขึ้นมากเมื่อตัวของเธอได้รับการสนับสนุนจากอนาเธอร์
เมื่อเดินเข้าไปในมหาวิทยาลัย
ความงดงามและความอลังการของสถานที่ทำให้เยว่ซินต้องตกตะลึง อาคารเรียนถูกสร้างด้วยวัสดุที่ดูแข็งแกร่งและทันสมัย สนามฝึกซ้อมขนาดใหญ่ และหอสมุดที่เต็มไปด้วยข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับโลกของผู้เล่น ทุกสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานระดับสูงของมหาวิทยาลัยแห่งนี้
เยว่ซินได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคณะอาจารย์ผู้สอน ถึงพวกเขาจะไม่ได้คุ้นเคยกับการต้อนรับนักเรียนที่มีอายุยังน้อย แต่สถานะของเยว่ซินในฐานะอวาตาร์ของเทพเจ้าเทียนเผิง ทำให้พวกเขาต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
“ยินดีต้อนรับเยว่ซิน”
อาจารย์ใหญ่กล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“พวกเราทราบถึงสถานะของเจ้าแล้ว และมหาวิทยาลัยยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับอวาตาร์ของเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่”
“หากตัวของเจ้าต้องการความช่วยเหลือใดๆ กรุณาแจ้งเราได้เสมอ!”
เยว่ซินโค้งศีรษะตอบกลับอย่างสุภาพ
“ขอบคุณค่ะ หนูจะพยายามให้ดีที่สุด!”
เมื่อเธอเข้าสู่ห้องเรียนในฐานะนักเรียนใหม่ การปรากฏตัวของเธอทำให้เหล่านักเรียนทั้งชายและหญิงต้องตกตะลึงทันที
ด้วยรูปร่างและใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติ เยว่ซินดูไม่ต่างไปจากนางฟ้าหรือนางมารร้ายที่ยั่วยวนไปในเวลาเดียวกัน เส้นผมสีดำเงางามที่ปลิวไสวตามสายลม, นัยน์ตาสีม่วงอัญมณีที่เปล่งประกาย, และร่างกายที่สมบูรณ์แบบราวกับถูกปั้นแต่งขึ้นมาโดยฝีมือของเทพเจ้า
เธอสวมใส่ชุดฟอร์มของมหาวิทยาลัย ซึ่งประกอบด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวและกระโปรงสั้นสีดำเล็กน้อย แต่ปัญหาคือขนาดของชุดนั้นดูเหมือนจะเล็กเกินไปสำหรับรูปร่างของเยว่ซิน
เสื้อที่รัดรูปจนแทบจะเผยให้เห็นสัดส่วนหน้าอกที่โดดเด่น และกระโปรงที่สั้นเกินไปจนเผยให้เห็นเรียวขายาวและผิวพรรณที่ขาวเนียน สิ่งนี้สร้างความลำบากใจให้กับเยว่ซินไม่น้อย
“ต้องขอโทษด้วยค่ะ นายน้อยอนาเธอร์!”
อาจารย์ผู้ดูแลเอ่ยขึ้นด้วยความกระอักกระอ่วน และแววตาที่ดูเลิกลั่ก
“เราไม่ได้เตรียมไซส์ที่เหมาะสมไว้ให้เธอ แต่เราจะรีบดำเนินการแก้ไขให้เร็วที่สุดค่ะ”
อนาเธอร์ที่ยืนอยู่ด้านข้างได้แต่ถอนหายใจเบาๆและใช้มือลูบหน้าผากอย่างปวดหัว
“เฮ้อ ไม่เป็นไรครับ”
“รีบแก้ไขให้เรียบร้อยก็แล้วกัน”
ส่วนเยว่ซินเองก็หน้าแดงจนถึงใบหู
เธอไม่เคยแต่งกายที่เผยให้เห็นสัดส่วนของตัวเองเช่นนี้มาก่อน
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูเข้าใจ!”
ภายในห้องเรียน เยว่ซินพยายามรวบรวมความมั่นใจและตั้งใจฟังการสอน แม้ว่าเธอจะยังใหม่กับโลกของผู้เล่น แต่ความเป็นธรรมชาติและเสน่ห์ของเธอทำให้เธอเป็นที่สนใจในทันที
นักเรียนชายหลายคนไม่สามารถละสายตาจากเธอได้ ส่วนนักเรียนหญิงบางคนก็เริ่มแสดงท่าทีอิจฉา แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร เพราะสถานะของเธอในฐานะน้องสาวบุญธรรมของอนาเธอร์ ทำให้ตัวของเธอกลายมาเป็นที่เกรงขามไปโดยปริยาย
อนาเธอร์ที่ยืนอยู่ด้านนอกห้องเรียนเพื่อดูความเป็นไปของเยว่ซิน สังเกตเห็นปฏิกิริยาของนักเรียนคนอื่นๆ เขาอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น
“ดูเหมือนจะต้องมีเรื่องให้ปวดหัวมากขึ้นแล้วสิ!”
เยว่ซินในฐานะน้องสาวบุญธรรมของอนาเธอร์ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากมหาวิทยาลัย
และไม่ใช่แค่อาจารย์เท่านั้นที่ให้ความสำคัญ เหล่าผู้เล่นระดับสูงภายในมหาวิทยาลัยเองก็เริ่มจับตามองเธอ สถานะของหญิงสาวในฐานะอวาตาร์เทพเจ้าเทียนเผิง และความงดงามที่ดึงดูดสายตาทุกคู่ ทำให้เธอกลายเป็นศูนย์กลางของความสนใจในเวลาอันรวดเร็ว
ระหว่างพักกลางวัน เยว่ซินได้พบกับกลุ่มนักเรียนหญิงที่ดูเหมือนจะไม่เป็นมิตรนัก พวกเธอคือกลุ่มคนที่รู้จักกันในชื่อ "ดาวเด่นแห่งเพลิงสวรรค์" ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียนหญิงที่มีทั้งความงดงามและความสามารถ พวกเธอเดินเข้ามาใกล้เยว่ซินพร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงความเย้ยหยัน
“ยินดีต้อนรับสู่มหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์”
“เธอนี่โดดเด่นมากเลยนะ แต่หวังว่าเธอจะไม่ลืมว่าที่นี่ไม่ได้มีแต่ความสวยอย่างเดียวที่ทำให้เธออยู่รอดได้!”
หนึ่งในนั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูไม่จริงใจนัก พลางเหลือบมองใบหน้าและเรือนร่างของหญิงสาวอย่างอิจฉาตาร้อนผ่าว
“หึหึ ได้เป็นถึงน้องสาวของท่านอนาเธอร์ แต่ตัวของเธอควรที่จะเจียมฐานะไว้บ้างนะ”
“นั่นสิ ถ้าไม่ใช่เพราะพลังอวาตาร์เทพเจ้า ตัวเธอคงไม่แม้แต่จะถูกท่านชายตามอง!”
เยว่ซินได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มบางๆ และตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สุภาพแต่แฝงความมั่นใจ
“ขอบคุณค่ะ แต่หนูไม่ได้พึ่งแค่รูปลักษณ์ของตัวเองหรือพลังของอวาตาร์เทพเจ้า!”
“หนูมั่นใจว่าความพยายามและความตั้งใจ จะทำให้หนูอยู่รอดที่นี่ได้อย่างแน่นอน”
“แล้วพวกคุณเป็นใครกันหรือคะ?..”
“แบบนี้ไม่ใช่ว่าพวกคุณกำลังอิจฉาหรือสาระแนเรื่องของชาวบ้าน?”
คำตอบของเยว่ซินทำให้กลุ่มดาวเด่นแห่งเพลิงสวรรค์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ พวกเธอไม่คิดว่าเยว่ซินจะตอบกลับเช่นนี้
“นี่เธอ! หาว่าพวกเราเสือกยังงั้นเรอะ?!!”
“ก็หนูยังไม่ได้พูดอะไรเลย”
“พวกพี่ร้อนตัวกันไปเอง”
อนาเธอร์ที่คอยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ไกลๆยิ้มออกมาเล็กน้อย เขาได้สอนให้เยว่ซินวางตัวซะใหม่และไม่ต้องมาเกรงกลัวใครอีกต่อไป
“ฮ่าฮ่าฮ่า เริ่มต้นได้ดีน้องสาวของฉัน!”
...
555555+