ยอดยุทธ์สมาพันธ์ปักษาเทวาวิวาทกันอย่างรุนแรง ไม่ต้องรอให้ศัตรูเป็นผู้ออกแรงกระทำ พวกมันก็เข่นฆ่ากันเองบาดเจ็บล้มตายไปกว่าสองในสาม
.. ความโลภภายในจิตใจคนช่างน่ากลัวอะไรเช่นนี้
เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เทพบัณฑิตไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ หากปล่อยไว้เช่นนี้คงไม่มีใครเหลือรอดออกไปภายนอกแล้ว .. คิดได้เช่นนั้นมันจึงตั้งสติรวมพลังปราณ แล้วจึงโบกสะบัดพัดในมืออย่างแรง
.. ฟิ๊ววววว ! ฟิ๊ววววว ! ฟิ๊ววววว ! .. ก่อเกิดกระแสวายุธาตุเป็นสายลมรุนแรง พัดต้องกายของยอดยุทธ์เหล่านั้น
ยอดยุทธ์ที่อยู่ใกล้พลันหยุดชะงัก !!!
บางคนถึงกับทรงตัวไม่อยู่คุกเข่าลงกับพื้น !!!
หลายคนถึงกับอาเจียนออกมาเป็นน้ำเมือกสีดำสนิทมีกลิ่นเน่าเหม็น !!!
“เกิดอันใดขึ้น ..” ยอดยุทธ์ผู้หนึ่งอุทาน สติของมันกลับมาชั่วครู่
ร่างของมันหยุดยืนในมือถือมีดเกรอะด้วยคราบเลือด มือหนึ่งถือห่อผ้าภายในบรรจุด้วยเหรียญทองมากมายจนล้นร่วงหล่นลงพื้นศิลา
พวกมันคล้ายคืนสติ รู้สึกงุนงงกับเหตุการณ์ไม่รู้เกิดเรื่องราวใด
.. แต่แล้ว !!!
.. ฮี .. ฮี .. ฮี .. ฮี !!! เสียงหัวเราะอันยะเยือกเย็นดังขึ้นมา
'... ไม่ต้องการทองคำเหล่านี้หรืออย่างไร .. ฮี .. ฮี .. ฮี’ เสียงนั้นดังก้องอยู่ข้างหู ‘.. มันเป็นของเจ้าแล้ว .. เป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว ... ฮี .. ฮี !!!'
กองเหรียญทองคำที่เบื้องหน้าส่งประกายระยิบเป็นเท่าทวี แสงสีทองส่องเข้าดวงตาของพวกมันอีกครั้ง เหล่ายอดยุทธ์ดวงตาเหม่อลอยสีหน้าหมองคล้ำ .. สำนึกแห่งตัวตนที่เกิดเพียงชั่วครู่กลับสูญหายไป
“ทองคำ ! ทองคำของข้า .. หุ หุ”
“ฮ่า ฮ่า ... ขุมสมบัตินี้ .. ต้องเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว”
“.. ห้ามแตะต้องทองของข้า ! .. เจ้าต้อง ตายยยยยยย”
พวกมันร่ำร้องตะโกน บ้างหัวเราะอย่างคลุ้มคลั่ง พากันวิ่งเข้าหากองเหรียญทองอีกครั้ง สถานการณ์กลับมารุนแรงยิ่งกว่าเดิมอีก
“!!!” เทพบัณฑิต มันเพียงเรียกสติของเหล่ายอดยุทธ์กลับมาได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น
เสียงหัวเราะเยือกเย็น ‘ฮี ฮี ฮี ฮี’ ยังดังขึ้นอย่างยาวนาน ก้องกังวานอยู่ในห้วงจิตของทุกผู้คนภายในวิหาร .. บังเกิดแสงสว่างลึกล้ำเป็นลำดังส่องลงมาจากสวรรค์ แสงนั้นฉายลงทาบผ่านร่างปริศนาที่นั่งนิ่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า
ลำแสงเจิดจ้าเด่นชัด เสื้อคลุมสีดำส่องประกายศักดิ์สิทธิ์วิบวับ ลวดลายมังกรทั้งเก้าเคลื่อนไหวได้ดังมีชีวิต มีบางสิ่งดลจิตใจของพวกมันได้รับรู้
.. อาภรณ์เก้ามังกร !!!
เสื้อคลุมของเทวามังกรอันศักดิ์สิทธิ์ ลวดลายมังกรสวรรค์เก้าตัวอยู่บนผืนผ้า เป็นสิ่งที่เพิ่มพลังเวทให้ผู้สวมใส่นับร้อยเท่าพันทวี ทั้งอยู่ยงคงกระพันเสริมพลังชีวิต นับเป็นสิ่งวิเศษที่ถูกเนรมิตจากเทวาบรรพกาลโดยแท้
.. คทาเทวะมังกร !!!
ร่างนั้นถือศาสตราวุธของเทวามังกร เป็นคทาเวทยาวสองศอกทำด้วยโลหะสีทองสลักลวดลายวิจิตรสุดล้ำค่า ด้านบนประดับด้วยมุกมังกรสี่สมุทร มีอานุภาพทำลายล้างสุดไพศาลจนแทบถล่มผืนปฐพีพลิกมหาสมุทรได้
.. ผลึกดวงเนตรสวรรค์ !!!
ร่างนั้นยังประดับสร้อยคอห้อยด้วยผลึกแก้วสีน้ำเงินอันหนึ่ง เป็นผลึกแก้ววิเศษภายในบรรจุเคล็ดวิชาและความลับของสวรรค์มากมาย
เหล่ายอดยุทธ์ต่างตกตะลึง !!! สามสิ่งนี้ทำให้กองเหรียญทองคำเบื้องหน้าไร้ค่ากลายเป็นกรวดหินไป
อุทัย ‘!!!’ .. มันรู้สึกแปลกใจอย่างยิ่ง
ญานินดา ‘!!!’ .. นางก็ทำหน้าตาฉงน
พวกมันยืนพิจารณาร่างปริศนานั้นอยู่เนิ่นนาน ยังสรุปไม่ได้ว่าบุคคลใต้ชุดคลุมคือมนุษย์หรือไม่ อยู่อยู่ก็มีเสียงผ่านพลังจิตบอกถึงสรรพคุณสิ่งวิเศษที่อยู่บนร่างนั้น
ทั้งสองมองหน้ากันล่อกแล่ก !!!
.. ไม่ธรรมดา !!! ไสยเวทของเจ้าผีโสโครกตนนี้ไม่ธรรมดาเสียแล้ว
เป็นดังที่อุทัยเข้าใจ เจ้าเงาปีศาจใช้วิชาไสยเวทอันชั่วร้าย กล่าวอ้างคุณสมบัติของวัตถุวิเศษที่อยู่เบื้องหน้าเพื่อกระตุ้นความโลภของทุกคนให้เพิ่มมากขึ้นอีก
เสียงหัวเราะ .. ฮี ฮี ฮี ฮี ฮี !!! .. เย็นเยือกภายในสำนึกของจิตใจ
“อาาาา !!!! วัตถุวิเศษของเทพมังกร”
“สิ่งของ ! สิ่งของนั่น .. สิ่งของวิเศษจากสวรรค์”
“ฮ่า ฮ่า โชคชะตานำข้ามาพบเจอของวิเศษเหล่านี้”
“คทาวิเศษ !!! ถล่มผืนปฐพีพลิกมหาสมุทร .. ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“เสื้อคลุมมังกร !!! เหมาะกับผู้ฝึกเวทยุทธ์เช่นข้า .. ฮี ฮี”
“อุ๊แม่เจ้า !!! สร้อยคอนั่น ต้องบรรจุเคล็ดวิชายุทธ์มากมายเป็นแน่”
“หากครอบครองสิ่งของทั้งหมดนี้ .. ข้าต้องเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน .. ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
.. ความโลภ
.. ความต้องการ
.. ความอยากได้ อยากครอบครอง
... ไม่มีที่สิ้นสุดในวิสัยจิตของปุถุชน
เหล่ายอดยุทธ์ต่างกระเหี้ยนกระหือรือต้องการวัตถุวิเศษเหล่านั้น มีสิบกว่าคนทิ้งถุงทองพุ่งทะยานออกไปมองเห็นเป็นเงาร่างนับสิบๆ สายเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วพุ่งตรงเข้าสู่ร่างปริศนาที่นั่งสงบนิ่งอยู่
ทันใดนั้น !!! เงาร่างหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มองเห็นเป็นเส้นสีดำทะมึนแล้วจึงปล่อยประกายปราณสังหารออกมา
.. ฉับบบ !!! .. ฉับบบ !!! .. ฉับบบ !!! .. ฉั๊วะะะ !!!
เสียงเนื้อหนังกระดูกถูกตัดขาด ร่างของยอดยุทธ์สามร่างเบื้องหน้าถูกแบ่งออกเป็นสองสามส่วน เลือดกระฉูดไหลนองส่งกลิ่นคาวฟุ้งกระจาย
.. ฉับบบ !!! .. ฉั๊วะะะ !!! .. ฉั๊วะะะ !!!
ศีรษะของยอดยุทธ์อีกสามคนขาดกระเด็น กลายเป็นร่างหัวขาดเลือดฉีดพุ่งสูงถึงสามศอก ร่างล้มตึงศีรษะหล่นกลิ้งไปคนละทิศละทาง
เงาร่างสีดำทะมึนหยุดยั้งยืนอยู่ มือซ้ายขวาสะบัดอาวุธเป็นตะขอคู่ยาวแผ่พลังปราณมืดหม่นมรณะ โลหิตที่ติดอยู่ถูกสะบัดลงพื้น
.. ตะขอคู่เกี่ยวขั้วใจ !!!
.. มันผู้นั้น .. เฒ่าปักษาวิญญาณ !!!
.. ทุกคนชะงักงัน .. เฒ่าปักษาวิญญาณที่เบื้องหน้าแผ่พลังปราณมืดอย่างรุนแรง ใบหน้ามันดำคล้ำดวงตาแดงฉาน ปากเผยรอยยิ้มอันชั่วร้าย
“ฮี ฮี ฮี ...” เฒ่าปักษาวิญญาณหัวเราะ แล้วกล่าวว่า “สิ่งของวิเศษเหล่านั้นต้องเป็นของข้า ... ของข้าแต่เพียงผู้เดียว ... ฮ่า ฮ่า”
ยอดยุทธ์ผู้หนึ่งตะโกนร้องออกมา “เช่นนั้นเจ้าต้องตายยย !!!”
มันเป็นยอดยุทธ์ร่างกำยำแต่มีท่าร่างว่องไว ทะยานร่างพร้อมร่ายรำสะบัดทวนพุ่งเข้าหา
.. ซี่ ! ซี่ ! ซี่ ! .. เพลงทวนสุดลึกล้ำ ประกายปราณแหลมคมทับโถมเข้าใส่เฒ่าปักษาวิญญาณ
“หึ ! เจ้าเฒ่าผี ข้าเหม็นขี้หน้าเจ้ามานานแล้ว” เสียงของยอดยุทธ์ผู้ใช้กระบี่เป็นอาวุธซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
.. ฟิ้ว ! ฟิ้ว ! ฟิ้ว! .. ปราณกระบี่แหวกอากาศเป็นประกายดอกบุปผาพุ่งเข้าหาเฒ่าปักษาวิญญาณ
ยอดยุทธ์อีกผู้หนึ่งกระโจนเข้าหา “ฮ่า ! กำจัดมันก่อน แล้วมาแบ่งของวิเศษกัน” .. ดาบในมือฟาดฟันออก
.. ฟับ ! ฟับ ! ฟับ ! .. เพลงดาบของมันก่อเกิดพลังปราณสังหารเป็นวงโค้งนับสิบสาย เป้าหมายคือเฒ่าปักษาวิญญาณ
เฒ่าปักษาวิญญาณตะโกนก้อง “อยากตายก็เข้ามา .. ย๊ากกก ..”
.. เคร้งงง ! เคร้งงง ! เคร้งงง ! .. เสียงอาวุธตะขอคู่ปะทะเพลงทวนที่เบื้องหน้า .. เฒ่าปักษาวิญญาณวิชายุทธ์สูงล้ำกว่าหลบหลีกประกายทวน ส่งท่าเท้าเข้าถีบยอดยุทธ์ผู้นั้นอย่างจัง
.. โครมมม ! ยอดยุทธ์ผู้ใช้ทวนถูกถีบกระเด็นจนหงายหลัง
แต่เฒ่าปักษาวิญญาณไม่ทันรั้งเท้ากลับ ประกายกระบี่คมดาบก็ฟาดฟันเข้ามาถึง มันหมุนกายร่ายรำอาวุธเข้ารับไว้
.. เคร้งงง ! เคร้งงง ! เคร้งงง ! เคร้งงง !
หนึ่งกระบี่หนึ่งดาบเข้ามาพัวพัน ยอดยุทธ์ผู้ใช้ทวนปรับพลังปราณแล้วจึงกระโดดเข้ามาร่วมวงใหม่
.. เคร้งงง ! เคร้งงง ! เคร้งงง ! .. กลายเป็นสภาพสามรุมหนึ่ง เฒ่าปักษาวิญญาณได้แต่ปัดป้องท่าสังหารของยอดยุทธ์เหล่านั้น
ยอดยุทธ์สี่ห้าคนวิ่งกรูมาถึงร่างปริศนา แต่ก็ต้องพบกับปราการปราณขวางกั้นไว้ พวกมันไม่สามารถเข้าไปเอาสิ่งของวิเศษได้
.. เปรี้ยง ! เปรี้ยง ! .. ยอดยุทธ์ผู้หนึ่งนำดาบฟาดใส่ปราการปราณนั้น
.. โครม ! โครม ! โครม! .. ยอดยุทธ์อีกผู้หนึ่งระดมหมัดชกเข้าใส่อย่างสุดแรง
.. เปรี้ยงงง ! บึ้มมม ! .. ระเบิดปราณทำลายล้างจากยอดยุทธ์ที่มีพลังวัตรสุดยอด
... แต่ .. ปราการปราณยังคงอยู่ดี ไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย ...
เหตุการณ์วุ่นวายชุลมุน ยอดยุทธ์บางคนกำลังกอบโกยเหรียญทองคำ บ้างเข้าปะทะต่อสู้กันเป็นหลายกลุ่ม บ้างพุ่งกายเข้าหาร่างปริศนาที่มีสิ่งของวิเศษ เฒ่าปักษาวิญญาณก็ยังต่อสู้พัวพันกับยอดยุทธ์อีกสามคน
อุทัยกล่าว “เกิดอันใดขึ้น !!! .. ราวอยู่ในสงคราม” ภาพที่เกิดกับเหล่าสมาพันธ์ปักษาเทวาทำมันงุนงง
ญานินดารีบกล่าวว่า “พี่ใหญ่ ! จะเกิดอันใดก็ช่าง พวกเรารีบไปจากสถานที่ผีสางเช่นนี้ก่อน ..”
การเข่นฆ่าเป็นไปอย่างสยดสยอง ทุกคนในที่นี้เสียสติคลุ้มๆ คลั่งๆ ต่างประหัตประหารพวกเดียวกันเอง เสียงหนึ่งทำทั้งสองตกใจ
“อ๊ากกกก !!!” เสียงของราชิตร้องอย่างเจ็บปวด กล่าวว่า “อาถรรพ์ไสยเวทรุนแรงเกินไป ข้าทนไม่ไหวแล้ว”
ราชิตทรุดนั่งคุกเข่าตัวสั้นระริก ความเจ็บปวดแผ่สภางค์มาจากดวงจิต มันกำลังต่อต้านไสยเวทของเจ้าเงาปีศาจตนนั้น
.. ทันใดนั้น !!! ร่างสายหนึ่งพุ่งเขามาอย่างว่องไว
“คิดจะหลบหนีไปยังที่ใดอีก .. อิ อิ” เสียงของสตรีดังกระทบโสตของทั้งสอง
อุทัยถึงกับสะดุ้งโหยง ... เป็นนาง ...
สตรีปักษาวารีหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า ผมสะบัดพัดด้วยพลังปราณ สีหน้านางหมองคล้ำดวงตาแดงก่ำ
“ส่งดวงจิตปักษาคืนมา .. แล้วจงเลือกวิธีตาย ที่เจ้าต้องการ”
ความงามอันเพริศพริ้งฉายจากดวงหน้าอันงดงามของสตรีปักษาวารี แต่เป็นความงามด้วยสีหน้าแววตาที่กระหายเลือดอย่างยิ่ง
ญานินดาครุ่นคิดในใจ ‘สตรีผู้นี้ดุร้ายยิ่งนัก’
อุทัยเห็นดังนั้นจึงกล่าวว่า “.. หากเก่งกล้า .. ก็เข้ามา !!!”
สตรีปักษาวารีแยกเขี้ยวยกยิ้ม “หากเป็นเช่นนั้น ก็จงตายเสียบัดนี้”
เสื้อผ้านางสะบัดพลิ้ว ผมกระพือหมุนเป็นเกลียว เกิดกระแสวารีธาตุไหลวนรอบกาย แล้วจึงผนึกจนเป็นพลังปราณอันกร้าวแกร่ง ปราณห่อหุ้มร่างกายส่งสว่างประกายสีฟ้า
“ไอ่หัวเกรียน !!! เจ้าต้องตายยยย ..” นางตะโกนสุดเสียง
รอบกายของสตรีปักษาวารีเกิดประกายสีฟ้าระยิบระยับนับสิบนับร้อย ความงดงามที่มาพร้อมความตาย
.. ดวงดาวแห่งวารี !!!
ประกายสีฟ้าส่งแสงจรัส เป็นปราณสังหารที่งดงามดังดวงดาวบนฟากฟ้า ปราณสังหารนับสิบดวงพุ่งเข้าหาอุทัยอย่างรวดเร็ว
ชิ !!! .. อุทัยสบถ มันก้าวมาเบื้องหน้าตั้งท่าเตรียมรับพลังปราณวารีพิฆาต
.. ทันใดนั้นเอง !!!
“อ๊ากกกก” เสียงของเจ้าธรรม มันเงียบสงบฝืนทนการยั่วยุจากเวทมนตร์เจ้าเงาปีศาจอยู่เนิ่นนาน สุดท้ายก็ระเบิดอารมณ์ปราถนาออกมาอย่างรุนแรง
เจ้าธรรมพุ่งทะยานไปยังทิศทางของร่างปริศนา หาได้สนใจสตรีปักษาวารีที่อยู่เบื้องหน้าไม่
ญานินดาร้องเรียก “เจ้าทึ่มมม !!!” .. นางฉุดรั้งร่างของเจ้าธรรมไว้ไม่ทัน
อุทัยตั้งจิตสมาธิผนึกนิ่ง .. ไม่สนใจเจ้าธรรม ไม่สนใจเสียงร่ำร้องของญานินดา ไม่สนใจราชิตที่กำลังเจ็บปวดทรมาน มีเพียงกระแสปราณภายในกายที่ไหลวนไปทั่วร่าง
นัยน์ตาดำเกิดวงปราณอักขระสีทองวิ่งวน มันเหยียดแขนซ้ายออกระเบิดพลังปราณออก
.. ก้องเกาะมังกร !!!
ที่แขนซ้ายปรากฏโล่ปราณเป็นจานสีทองขนาดหนึ่งศอก อักขระสีทองวิ่งวนอยู่ภายในโล่ปราณนั้น แขนขวาสะบัดวูบปรากฏดาบสั้นเล่มดำไร้ประกายเล่มหนึ่ง
.. ดาบสยบจักรภพ !!!
อุทัยท่าร่างวูบวาบเหลือเพียงภาพติดตา .. ร่างกายของมันกระโดดพุ่งเข้าหาสตรีปักษาวารีด้วยจิตสงบนิ่งอย่างไม่นำพาสิ่งใด ...