Ep 048 :: ไม่ว่าอย่างไร
เคร้ง!!
“ฆ่า!! หากจับเป็นไม่ได้ก็ฆ่าให้หมด!!”
ท่ามกลางซากศพของผู้คนที่เริ่มมากขึ้นเสียงของแม่ทัพผู้พิชิตจตุรทิศแห่งแคว้นฉินยังคงดังกึกก้อง ทุกคราที่ตวัดดาบไม่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายของผู้เป็นอริก็เป็นต้องปลิดปลิวไป แม้ศัตรูจะมากเพียงใดแผ่นหลังของแม่ทัพผู้กำชัยในสนามรบมาหลายคราก็ยังคงตั้งตระหง่าน สร้างขวัญกำลังใจให้แก่พวกเดียวกันและสร้างแรงกดดันมหาศาลให้แก่เหล่าอริศัตรู
นักฆ่าอย่างไรเสียก็เป็นนักฆ่า เมื่อมิได้แอบแฝงตัวอยู่ในเงาแล้วรอคอยจังหวะปลิดชีพเป้าหมายในคราเดียว แต่กลับถูกไล่ต้อนให้เปิดเผยตัวออกมายังที่โล่งแจ้งมีหรือที่นักฆ่าเหล่านั้นจะสามารถรับมือกับเหล่าทหารหาญที่รบทัพกรำศึกมาอย่างโชกโชนได้
“เรียนท่านแม่ทัพ! หน่วยที่สองจับกุมนักฆ่าที่อยู่ด้านหลังได้ทั้งสิ้นสิบคนส่วนที่เหลือเสียชีวิตหมดแล้วขอรับ!!”
“ดี! อย่าปล่อยให้พวกบัดซบเหล่านั้นชิงฆ่าตัวตายเด็ดขาด!”
“กำลังเสริมเข้าร่วมแล้วขอรับ!!”
“ที่ค่ายควบคุมสถานการณ์ได้แล้วใช่หรือไม่?”
เฟยเกาจงฮ่องเต้ตรัสถามขุนนางข้างตัว ในขณะที่สายพระเนตรยังคงจ้องมองไปยังรอบข้าง ผืนหญ้าที่บอบช้ำถูกชโลมด้วยโลหิตของทั้งทหารใต้บังคับบัญชา รวมถึงชีวิตที่ฝั่งศัตรูต้องถูกปลิดลมหายใจมาใช้เป็นเครื่องสังเวยที่บังอาจคิดร้ายกับแคว้นฉินในวันนี้
“เหล่านางสนมและคุณหนูทุกนางอยู่ในการควบคุมพ่ะย่ะค่ะ”
“เสด็จพ่อ!”
“ปลอดภัยดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ!?”
องค์ชายรองเฟยหรงซิ่น องค์ชายห้าเฟยต้าซานและองค์ชายเก้าเฟยสวี่ฉีควบม้ากลับมายังข้างกายของพระบิดา ในมือของบุรุษสูงศักดิ์ทั้งสามมีดาบที่เปื้อนเลือดสีแดงสด ตามใบหน้าและลำตัวปรากฏรอยแผลเล็กน้อยมีทั้งเลือดของตนเองและศัตรู
ผู้เป็นบิดาพยักหน้าแล้วยิ้มน้อย ๆ ก่อนที่จะได้เอ่ยปากตอบอะไร สายพระเนตรของโอรสสวรรค์ก็พลันเข้มขึ้น สุรเสียงที่เปล่งออกมาเย็นชายิ่งกว่าครั้งไหน ๆ
“เจ้าใหญ่อยู่ที่ใด?”
สามพี่น้องมองหน้ากัน องค์ชายเก้าทำทีจะเปิดปากตอบผู้เป็นบิดาก็สั่งเสียงก้อง
“หลังจากจัดการนักฆ่าได้ให้ส่งคนออกไปตามหาองค์ชายใหญ่! อย่าลืมสั่งคนให้ไปคุมตัวฮองเฮาไว้ด้วย!”
“พ่ะย่ะค่ะ!!”
“เสด็จพ่อเหตุใดจึงมีรับสั่งเช่นนั้น!?”
องค์ชายห้าเฟยต้าซานถามอย่างไม่เชื่อหู มือหนาตั้งท่าจะรั้งทหารที่ได้รับคำสั่งเอาไว้ หากแต่คำพูดของพระบิดาทำให้พวกเขาทั้งสามคนพี่น้องนิ่งค้างพูดอันใดไม่ออกอีกเลย
“สกุลตู้ของพี่เจ้าเป็นกบฏ”
...
เสียงชายฉกรรจ์หลายคนตะโกนโต้ตอบกันไปมาในขณะที่ดาบในมือก็ยังคงตวัดผ่านร่างของชายชุดดำคนแล้วคนเล่า แต่แล้วเสียงตะโกนของบุตรชายก็ดึงความสนใจของท่านแม่ทัพใหญ่ได้อย่างหมดจด
“ท่านพ่อ!”
“เกิดอะไรขึ้นหย่งเลี่ย!?”
“...พวกทหารหาปิงเอ๋อร์ไม่พบ!”
แม้ดวงตาคมกล้าจะเบิกกว้างร่างกายคล้ายจะหยุดสั่งการไปชั่วครู่ แต่ดาบในมือหนาตวัดผ่านลำคอของคนที่พุ่งเข้าใส่โดยไม่แม้แต่จะหยุดคิด เสียงเข้มห้าวหาญหลุดเสียงคำรามลั่นอย่างพยัคฆ์กำลังเจ็บปวด
“ว่าไงนะ!!?”
เทพสงครามผู้ไร้ซึ่งอาวุธกำลังเผชิญหน้ากับหงส์บาดเจ็บที่ครอบครองอาวุธที่เขาไร้ข้อมูลอยู่ในมือ ดวงตาหงส์คู่งามที่มองสบมานิ่งสงบ แม้ใบหน้างามจะซีดเซียวไปมิใช่น้อยแต่ก็มิอาจหาอะไรมาบรรยายความเข้มแข็งที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายในร่างเล็ก ๆ นั่นได้
“หากท่านต้องการข้อมูลจากข้า ก็จงสยบข้าให้ได้ในเวลานี้”
ปัง!
เท้าเล็กถีบพื้นหญ้าพุ่งเข้าใส่ร่างสูงอย่างใจกล้า
ปืนในมือถูกลั่นไกปล่อยลูกกระสุนออกจากรังเพลิงพุ่งผ่านเฉียดร่างหนาที่โยกตัวหลบอย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วของลูกปืนที่มากเกินกว่าเทพสงครามผู้กรำศึกได้คาดคิดไว้ แม้จะหลบลูกปืนนั้นได้แต่รอยแผลที่สื่อว่าเขามิอาจหลบพ้นทั้งหมดก็ปรากฏให้เห็นเป็นทางยาวตรงข้างแขนซ้าย
มือหนาตวัดพุ่งเข้าใส่ร่างเล็กอย่างเต็มแรงโดยไม่มีการออมมือ หญิงงามขยับกายหลบได้อย่างฉิวเฉียด มือเล็กขยับเอื้อมไปเบื้องหน้าก่อนจะคว้าชายแขนเสื้อยาวที่นางพึ่งขบกัดไว้อย่างมั่นคง แรงที่ร่างสูงใช้ออกกลับกลายเป็นภัยเมื่อหญิงงามใช้แรงนั้นให้เป็นประโยชน์
หยางเฟิ่งปิงออกแรงดึงรั้งให้ร่างสูงไม่มีศูนย์ถ่วงในการทรงตัว เพียงแค่อาการเซหรือชะงักเล็ก ๆ ก็เพียงพอให้นางขยับทางกระบอกปืนให้เล็กไปที่ศีรษะของร่างสูง
ปัง!
เทพสงครามผู้แข็งแกร่งขมวดคิ้วมุ่น รอยอะไรบางอย่างที่พุ่งถากข้างแก้มและแขนซ้ายเขาไปนั้นช่างแสบร้อนยิ่งกว่าบาดแผลจากลูกธนูหลายเท่า หากไม่ใช่มีปราณที่แข็งแกร่งคลุมกายอยู่บาดแผลที่ได้มาคงมิใช่แค่รอยถลอกเช่นตอนนี้ และหากเขาไม่เร็วพอที่จะโยกตัวหลบ ทั้งอกและใบหน้าคงได้มีรูโหว่แล้วถึงสองแห่ง
“สมกับที่ได้ฉายาว่าเทพสงครามเหลือเกินนะเพคะ”
หยางเฟิ่งปิงกัดฟันชมเชย การโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวถึงสองครามิอาจทำให้เขาสิ้นชื่อได้อย่างที่นางหวัง ยิ่งตอนนี้เขาได้ตั้งหลักแล้วโอกาสที่นางมียิ่งลดน้อยลง
สิ่งที่นางได้เปรียบมีเพียงอาวุธในมือ ลูกล่อลูกชนเทคนิคต่าง ๆ ที่นับได้ว่าพลิกแพลงมากกว่าคนในยุคนี้ แต่หากนับสิ่งที่นางเสียเปรียบนับว่ามียาวเป็นหางว่าว
อาวุธในมือนอกเหนือจากอานุภาพนางก็ฟันธงได้เลยว่าคนตรงหน้าก็คาดเดาวิถีกระสุนได้แล้ว ทั้งประสบการณ์ในการเผชิญหน้ากับความตายหลายต่อหลายครั้งก็คงมากกว่านางจนเทียบกันไม่ติด เรื่องจิตใจและเรี่ยวแรงก็นับได้ว่าคนละชั้น เนื่องจากเขาเป็นบุรุษเต็มวัยที่อายุมากกว่านางนัก
หากเขาตั้งตัวกับลูกเล่นที่นางใช้ได้ครานั้นนางก็แทบไม่มีอาวุธใด ๆ ไปต่อกร
...ยิ่งร่างกายนี้กำลังบาดเจ็บอีกต่างหาก...
อยากจะหยิบอาวุธหนักออกมาใช้เสียเหลือเกิน แต่ในเวลาเคร่งเครียดเช่นนี้นางจะเอาสมาธิที่ไหนไปเรียกออกมาได้ เพียงแค่ปืนกระบอกเดียวกับแมกาซีนอีกสี่ชุดที่เรียกออกมาตอนถ่วงเวลาพูดคุยก็ทำเอานางแทบลมจับแล้ว!
อย่างไรก็ตามข้อได้เปรียบที่มากที่สุดสำหรับนางคือนางฆ่าเขาได้ แต่หากเขายังต้องการข้อมูลจากนางอยู่เขาก็มิอาจลงมือทำให้นางถึงตายได้!
ผลัวะ!
เพราะเทพสงครามในเวลานี้ไร้ซึ่งอาวุธติดกาย ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดในการที่จะทำให้สาวงามยอมสยบจึงมีเพียงหมัดและเท้าที่มีความรุนแรงมากกว่าที่ใครจะคาดเดา แต่ละหมัดแต่ละฝ่ามือมุ่งหวังจะทำให้นางมิอาจสู้ต่อได้ และมันรุนแรงมากพอที่จะทำให้นางมิอาจขัดขืนอะไรเขาได้อีก
“ตอบคำถามของเปิ่นหวาง”
“ข้าตอบไปหมดแล้ว ยังมีสิ่งใดที่ข้าต้องตอบอีกกัน!”
เฟิ่งปิงกัดฟันข่มความเจ็บปวดที่สีข้าง อ้าปากตอบคำคนเบื้องหน้าขณะที่ร่างบางก็ยังคงขยับโยกหลบฝ่ามือฝ่าเท้าที่ประเคนมาไม่หยุดหย่อน แม้จะไม่ได้โดนจัง ๆ แต่เพียงแค่ถาก ๆ นางก็มั่นใจว่าในเวลานี้ใต้ร่มผ้าของนางคงมีแต่รอยช้ำแทบทั่วตัว
เสียเปรียบเกินไปแล้ว!
มือเล็กตวัดคว้าไหล่ของคนร่างหนาก่อนที่ไอปราณจะแผ่ออกมาเป็นชั้นน้ำแข็งหนาในเสี้ยววิ ร่างสูงปัดมือเล็กที่เกาะกุมหัวไหล่เขาทิ้งอย่างว่องไว แต่ถึงกระนั้นแผ่นน้ำแข็งก็จับตัวอยู่บนร่างของเขา รวมถึงผืนดินรอบด้านที่เวลานี้กำลังกลายเป็นแผ่นน้ำแข็ง
ฮุ่ยเทียนเหมิงมองอย่างประหลาดใจ หากแต่สองขายังคงยืนอยู่บนแผ่นน้ำแข็งลื่นอย่างมั่นคง มือหนาตวัดปัดน้ำแข็งที่เกาะอยู่บนหัวไหลด้วยท่วงท่าสบาย ๆ แม้จะเย็นจนรู้สึกเหมือนผิวถูกแช่แข็งไปจนถึงกระดูก แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขา เพราะเขาเคยเจอความเย็นที่หนาวเหน็บกว่านี้มาทั้งปี
เฟิ่งปิงใช้ปราณน้ำแข็งอีกหน แท่งน้ำแข็งปรากฏขึ้นจากพื้นดิน ทว่าฮุ่ยเทียนเหมิงนั้นขยับหลบได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ไม่อยากบอกว่าท่วงท่าในการสไลด์บนแผ่นน้ำแข็งหนาของเขาไม่ต่างอะไรจากนักสเกตฝีมือดีแม้เพียงนิด
นางใช้กระสุนน้ำแข็งพุ่งแทงเขาไม่ต่างจากหัวลูกศร ทว่าเขากลับสามารถหลบหลีกและใช้มือเปล่าหุ้มปราณปัดป้องเฉพาะจุดที่จะโดนร่างกายเขาทิ้งไปได้อย่างง่ายดายอีกครั้ง
“กลของเจ้าหาได้ผลไม่ เปิ่นหวางเกิดและเติบโตท่ามกลางเหมันต์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำแข็งแบบไหน เปิ่นหวางก็เคยเจอมาจนครบทุกแบบแล้ว”
“F*ck!!”
เฟิ่งปิงอุทานอย่างหยาบคาย ปราณน้ำแข็งอันเป็นหนึ่งในไพ่ตายของนางกลับกลายเป็นไร้ค่า ด้วยปราณของเขาที่แข็งแกร่งเทียบเท่าบิดาของนาง ปราณของนางจึงมิอาจทำอันตรายเขาได้มากนัก แต่หากพูดถึงความเย็นก็เพียงแค่ทำให้เขาที่เติบโตบนแดนหิมะรู้สึกเย็นสบายเท่านั้นเอง
ต่อให้นางทุ่มจนสุดตัวแต่ด้วยความอดทนของคนเบื้องหน้า นางมั่นใจว่าอย่างมากก็ทำให้ร่างสูงโดนความเย็นกัดทั่วตัวเท่านั้น
...รู้เช่นนี้นางฝึกปราณเพลิงก็ดีหรอก!
“จะฆ่าเปิ่นหวางนับว่ายังเร็วเกินไป ยอมให้เปิ่นหวางสอบสวนเจ้าดี ๆ เสียเถอะ”
“...ไม่มีทางเสียล่ะ”
“ว่าไปแล้วเปิ่นหวางก็สมควรสอบปากคำเจ้าด้วยสินะว่าเจ้าใช้มนตราใดในการเสกน้ำแข็งเหล่านี้ออกมา ปราณของเจ้านั้นนับว่าน่าสนใจ แม่ทัพหยางเองก็มีปราณที่พิเศษเช่นนี้รึเปล่า?”
“บิดาข้าไม่มีปราณอ่อนหัดเยี่ยงข้าหรอก”
ไม่ได้ด้วยฝีมือก็ต้องได้ด้วยเล่ห์ หากไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องได้ด้วยกล!
“หากข้ายอมให้ท่านสอบสวน ท่านจะจับข้าขัง อดข้าวอดน้ำ โบยตีหรือแล่เนื้อเฉือนหนังข้าเล่า?”
นางกระโดดเว้นระยะห่าง หากแต่บุรุษตรงหน้ากลับโดดตามเข้ามาประชิดอย่างรวดเร็ว จะรุกหรือจะรับก็ช่างยากเย็น จะหนีก็ดูท่าจะเป็นไปไม่ได้
แต่นางก็หาได้คิดจะยอมแพ้ถึงตายก็ไม่มีวัน!
“ทุกวิธีที่กองทัพใช้ในการทรมาน”
“!!! ข้าเป็นหญิงงามผู้หนึ่ง ท่านจะกระทำกับข้าถึงเพียงนั้นเลยรึ!?”
“เจ้าก็เป็นเพียงตัวอัปลักษณ์น้อยเท่านั้น”
“ท่านมันตาบอด ไอ้เทพสงครามงี่เง่า ช่างไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาเอาเสียเลย!”
หญิงงามร่างบางและชายหนุ่มร่างสูงยังคงวิ่งไล่กวดและปะทะกันไม่หยุด ทั้งฝ่ามือ หมัด เท้า รวมถึงปืนหนึ่งกระบอกยังคงได้สาดกระสุนอยู่เนื่อง ๆ เช่นเดียวกับฝีปากที่ถูกงัดขึ้นมาทำสงครามน้ำลาย หากแต่ทั้งนางและเขาหาได้มีผู้ใดได้รับบาดแผลใหญ่ไม่
ราวกับว่าการจะฆ่ากันของทั้งสองเป็นเพียงเรื่องหยอกล้อ
...ทว่าไม่ใช่กับบาดแผลข้างลำตัวที่หญิงงามเคยได้รับ
เลือดสีแดงฉานย้อมเสื้อผ้าเนื้อดีให้เปียกชุ่มไปด้วยเลือด ยิ่งเลือดไหลออกมามากเท่าไหร่ ใบหน้างามก็ยิ่งซีดขาวมากขึ้นเท่านั้น และก่อนที่ขาสองข้างจะทรุดลงกับพื้น นางก็วิ่งมาถึงน้ำตกขนาดใหญ่
ความสูงที่น่าหวาดกลัวยังไม่เท่าผืนน้ำเบื้องล่างที่มีน้ำวนที่เกิดจากน้ำตกหมุนวนอยู่และทางน้ำที่ยังไหลเชี่ยวจนไม่เห็นที่สิ้นสุด
“ท่านช่างมีความพยายามยิ่งนัก ชินอ๋องแห่งแคว้นเซี่ย”
“เจ้าก็ช่างดื้อดึง”
“ข้าหาได้มีสิ่งใดที่ท่านต้องการ” นางถอนหายใจยาว “...แต่ท่านควรรู้ว่าข้าหาได้เกรงกลัวความตาย เพราะข้าเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง”
“...”
หญิงงามร่างบางกล่าวขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แม้ใบหน้าจะซีดขาวประหนึ่งคนใกล้ตาย หากแต่ในดวงตาของนางนั้นยังคงนิ่งเฉย และลึกลงไปนั้นยังคงประกายบางอย่างอยู่ และด้วยประกายในดวงตานั้นทำให้บุรุษร่างสูงมิกล้าประมาทแม้เพียงนิด
“ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะไม่ยอมให้ตัวเองสร้างปัญหาให้กับครอบครัว แม้ว่านั่นจะหมายความว่าข้าจะต้องตายก็ตาม”
...แกร๊-ก
เมื่อพูดจบท่อนเหล็กสีดำก็ถูกยกขึ้นมาจ่อขมับบาง อานุภาพของอาวุธปริศนานั่นฮุ่ยเทียนเหมิงรู้ดี ร่างสูงยืนนิ่งอยู่กับที่หากแต่ภายในใจกลับกระวนกระวาย ไม่รู้ว่าเพราะเกรงกลัวว่าข้อมูลสำคัญจะหายลับไป หรือเพราะหัวใจที่ด้านชาของตัวเองกำลังเต้นแรงด้วยความหวาดกลัวกันแน่
...เขาต้องการจับตัวนางให้ได้ ไม่ใช่ปล่อยให้นางหนีจากเขาไปตลอดกาล
“...หากท่านต้องการอะไรจากข้า”
“...”
“ก็ค่อยตามมาถามข้าชาติหน้าแล้วกัน ...เทียนเหมิง”
รอยยิ้มหวานจากริมฝีปากที่ซีดขาวฉีกยิ้มงดงาม ดวงตาสุกใสเปล่งประกายงดงามสว่างไสว ก่อนที่นิ้วเรียวในไกปืนจะเริ่มขยับช้า ๆ
...ปัง!
----- ...คู่นี้เขาเป็นพระนางจริง ๆ นะ
//ย้ำรอบที่สิบล้าน นิยายเรื่องนี้คือการรีอัพ ความไม่สมเหตุสมผลจะมากหน่อย เดี๋ยวไวเดี๋ยวช้า ขออภัยด้วยจริงๆ T^T