ชายวัยกลางคนที่ต่อสู้กับหลงเปานี้คือ โจเชฟ อดีตหนึ่งในผู้บุกเบิกที่เคยเข้าไปใช้ชีวิตในโลกต่างมิติมาแล้วหลายสิบปี หลังจากที่เขาอายุมากขึ้นแล้วฟันฝ่าอันตรายมามากมายนับครั้งไม่ถ้วน ก็เริ่มผันตัวเองมาเป็ส่วนหนึ่งของกองกำลังป้องกันตนเองของรัฐบาลในประเทศ T เพื่อรับใช้บ้านเกิดที่เขาเติบโตมา
“แก่เกินไปแล้วซินะเรา แค่สู้กับวัยรุ่นเืร้อนคนเดียวก็ถึงกับหอบขึ้นคอขนาดนี้แล้ว” โจเซฟบ่นไปพร้อมกับกำลังควบคุมสรรพสัตว์ให้โจมตีหลงเปาที่กำลังต่อสู้ดินรนเอาชีวิตรอดอย่างเอาเป็เอาตายอยู่ตรงหน้า ถึงมองดูจากภายนอกว่าพวกสัตว์ร้ายภายในอาณาเขตจะดูวุ่นวาย แต่พวกมันที่ถูกควบคุมอย่างเป็ระเบียบแบบแผนทำให้หลงเปาที่กำลังหาหนทางหนีออกไปก็ได้แต่ทำใจเพราะมันช่างยากเย็นซะเหลือเกิน ไม่ว่าเขาจะหายตัวหรือโจมตีพวกสัตว์ร้ายเหล่านี้ไปมากมายเท่าไหร่พวกมันก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ได้เรื่อย ๆเหมือนกับว่าพวกมันมีชีวิตอย่างไม่จำกัด
หลงเปาตอนนี้อย่าแม้แต่จะคิดที่จะสู้กลับเลยอาวุธสักชิ้นในตัวก็ถูกแย่งชิงไปจนไม่มีเหลือ หลงเปาได้แต่ถูกอัดจนสะบักสะบอมนอนน้ำตาตกเพราะไม่คิดเลยว่าประเทศนี้จะส่งผู้มีพลังพิเศษระดับสูงมาช่วยเ้าเด็กนั่น เพราะพวกเขาเองก็ไม่รู้ประวัติความเป็มาที่แท้จริงของพ่อแม่ของรอย รู้เพียงแค่ว่าพวกเขาเคยทำงานให้กับรัฐบาลของประเทศนี้เพียงแค่นั้น นี่ไม่ต่างอะไรกับเจอสายลับสองหัวระดับสูงภายในองค์กรเลย เพราะไม่ว่าจะภายในองค์กรเมฆทมิฬทั้งคู่ก็ไม่ต่างอะไรกับพวกระดับต่ำขององค์กรที่ทำงานเหมือนกับถวายทั้งชีวิตให้องค์กรดูไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร แต่พอทั้งคู่ก่อเื่ขึ้นมาก็ทำให้องค์กรต้องเสียหายอย่างหนักและพอลูกของพวกมันถูกลักพาตัวมาก็มีพวกผู้มีพลังพิเศษระดับสูงของประเทศตามมาช่วยเหลืออีก หลงเปาคิดได้แค่ว่าทำไมเขาถึงได้ซวยมารับงานแบบนี้กัน
“นี่แหละนะแกยังไม่เคยผ่านสนามรบจริง ๆก็เป็ซะแบบนี้ คิดว่ามีพลังที่เหนือกว่าก็ใช้มันบดขยี้คู่ต่อสู้โดยที่ไม่ยั้งคิด ฉันเพียงแค่ล่อให้แกตายใจง่าย ๆแค่นี้แกก็หลงกลซะแล้ว พวกเด็กสมัยนี้นี่ไม่เอาไหนกันซะเลย คิดถึง่เวลาที่อยู่ในโลกต่างมิติจริง ๆที่ต้องระแวงไปซะทุกอย่าง ไม่ว่าจะพืชผลไม้มีพิษ สัตว์ดุร้ายที่รอขย้ำตอนที่เราเหนื่อยล้าไหนจะ่เวลานอนที่หลับไม่ค่อยสนิทในแต่ละคืนเพราะมีภัยอันตรายจากรอบด้านให้หวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา” โจเซฟนึกย้อนกลับไปใน่วัยรุ่นที่ออกผจญภัยในโลกต่างมิติกับกลุ่มพวกพ้องของเขาที่ได้รับหน้าที่ในการออกสำรวจพื้นที่ในต่างโลก
หลงเปาที่ได้ยินแบบนั้นก็แทบจะโกรธควันออกหูที่ถูกหลอกยังไม่พอยังต้องมาฟังเื่ราวอดีตบ้าบออะไรก็ไม่รู้ของชายแก่นี่ก็อีก
หน่วยเสริมที่โจเซฟเรียกไปนั้นก็มาถึงและขัดจังหวะการเล่าเื่ของชายแก่ไป พวกกำลังเสริมเข้ามาจับกุมหลงเปาไว้ได้อย่างง่ายดายโดยที่แทบจะไม่ต้องออกแรงให้เสียเหงื่อกันเลย
หน่วยเสริมที่มามีกันทั้งหมดสิบคนพวกเขาไม่รอช้าเข้าไปตรวจค้นร่างกายหลงเปาเพื่อหาข้อมูลว่าเป็ใครมาจากไหน
“นี่ไม่ต้องหาหรอกเ้านี่มันเป็คนขององค์กรเมฆทมิฬลองดูที่หลังหูของมันดี ๆซิถึงจะซ่อนเอาไว้ด้วยหนังมนุษย์เทียมแต่ถ้าดูดี ๆก็มองออกได้ไม่ยาก”
เป็อย่างที่โจเซฟว่าไว้เพราะที่หลังหูของหลงเปาติดหนังมนุษย์เทียมเอาไว้จนยากที่จะแยกแยะออกจริง ๆถ้าไม่สังเกตมันดี ๆ ด้านหลังหูของหลงเปามีรอยสักรูปงูดำลวดลายสายฟ้าพันรอบ ๆตัวเมฆเอาไว้
“หัวหน้าหน่วยรู้ได้อย่างไรครับว่าเ้านี่มันเป็คนขององค์กรเมฆทมิฬ” หนึ่งในกำลังเสริมที่จับกุมหลงเปาอยู่หันมาถามอย่างสงสัย
“หัดเช็คโทรศัพท์กันบ้างซิเ้าพวกบ้า หน่วยข่าวกรองก็ติดประกาศเอาไว้อยู่ว่าเ้าพวกองค์กรเมฆทมิฬมันเข้าประเทศเรามาเมื่อไม่นานมานี้”
“เอ่อ...เป็งั้นเองหรอกหรือ ผมก็คิดว่าหัวหน้าตาดีเลยสังเกตเห็นหลังหูของเ้าหมอนี่”
ควันรูปร่างเหมือนค้อนทุบเข้าไปที่หัวของคนที่บ่นอย่างจัง
โอ๊ย!
“หยุดบ่นแล้วจับตัวมันกลับไปสำนักงานใหญ่ได้แล้ว ยังมีพรรคพวกของมันหลงเหลืออยู่อีกนะ”
“รับทราบครับ” ชายที่ถูกทุบด้วยค้อนตอบรับอย่างแข็งขันและรีบทำตามที่บอกทันที
โจเซฟชี้นิ้วไปที่ชายหัวล้านพร้อมกับออกคำสั่งว่า
“นี่เ้าล้านมีของวิเศษที่ใช้เคลื่อนที่ได้ซินะรีบ ๆเอามันออกมาเลยแล้วตามควันที่ฉันชี้ทางไปให้ซะ”
ชายหัวล้านตอบรับอย่างทันท่วงทีพร้อมกับเอาขวดแก้วที่ข้างในบรรจุรถม้าเหล็กขนาดเล็กจิ๋วเอาไว้แล้วปามันออกไปข้างหน้า
เกิดเสียงแตกของแก้วพร้อมกับควันสีขาวฟุ้งกระจายออกมาจากตรงจุดที่เกิดเสียง ปรากฏรถม้าเหล็กขนาดใหญ่พร้อมกับเชือกที่ยังไม่ได้จูงสิ่งใดเอาไว้
ชายหัวล้านมองมาที่โจเซฟพร้อมกับกล่าวออกไปว่า
“หัวหน้าครับผมลืมเอาสัตว์อสูรมาด้วย รบกวนหัวหน้าใช้พลังควันสร้างสัตว์มาจูงรถม้าผมที” ชายหัวล้านตบหัวตัวเองแก้เขินเพราะดันลืมไปว่าสัตว์ที่ใช้จูงรถม้าของเขากำลังพักรักษาตัวอยู่ที่สำนักงาน
“ตอนนี้ฉันยิ่งต้องพักเอาแรงอยู่ แต่ก็เอาเถอะยังดีกว่าที่ฉันจะต้องสร้างสัตว์หลาย ๆตัวให้พวกแกนั่งกันล่ะนะ”
ชายหัวล้านหันมาพูดกับโจเซฟ
“หัวหน้าไม่ได้เข้าไปในโลกต่างมิตินานแล้วคงจะไม่รู้ ตอนนี้เดอะคิวบ์มาสร้างป้อมปราการที่จักรวรรดิยูเรเซียทางตะวันออก การหาซื้อของวิเศษสักชิ้นมาใช้อะไรก็สะดวกยิ่งขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนเยอะ หัวหน้าน่าจะเข้าไปแล้วหาซื้อของวิเศษแบบนี้มาเก็บไว้กับตัวสักชิ้นก็ดีนะครับ”
โจเซฟตบหัวชายหัวล้านเข้าให้พร้อมกับบ่นออกไป “คนในหน่วยก็มีให้ยืมใช้แล้วอย่างแกนี่ไงแล้วทำไมฉันจะต้องไปซื้อมาใช้ให้เสียเงินด้วยล่ะ?”
ชายหัวล้านได้ยินโจเซฟพูดแบบนั้นไปก็ได้แต่หัวเราะแห้ง ๆแล้วไม่พูดอะไรต่ออีกเลย
โจเซฟสร้างควันรูปร่างเป็ม้าเพกาซัสตัวสูงใหญ่ซึ่งดูไม่ได้สง่างามเหมือนในภาพวาดหรือจินตนาการที่เคยพบเห็น แต่มันเป็เพียงแค่ม้ามีปีกร่างบึกบึนดูสูงใหญ่ก็เท่านั้น กลุ่มควันม้าเพกาซัสเดินทะลุตรงเข้าไปที่หน้ารถลากอย่างเป็ระเบียบ กลุ่มกำลังเสริมที่เหลือก็เข้าไปในรถม้าอย่างเร็วไว เหลือคนที่ต้องพาหลงเปากลับสำนักงานไว้ 2 คนเพียงเท่านั้น
รถม้าถูกลากออกไปและบินขึ้นเหนือพื้นด้วยความเร็วสูงแค่เพียงพริบตาเดียวก็เห็นรถม้าอยู่ไกลลิบบนฟากฟ้าแล้ว
ด้านของรอยที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของตนเองเลย เพราะตอนนี้เขาทำได้เพียงแค่นอนแน่นิ่งถูกขังในรังไหมสีเืเพียงเท่านั้นและไม่ได้รับรู้เลยว่าตัวเขาเป็ต้นเหตุที่ทำให้เกิดสงความระหว่างกลุ่มผู้มีอำนาจทั้ง 2 นี้
บริเวณป่าแห่งหนึ่ง กลุ่มคนที่ลักพาตัวรอยกำลังพากันวิ่งหนีด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ
แต่อยู่ ๆคาร่าก็หยุดวิ่งเพราะจับััของหลงเปาไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะอยู่ไกลกันก็ตามแต่ถ้าเกิดััของหลงเปาหายไปแสดงว่าหลงเปาจะต้องหมดสติหรือตายไปแล้วเท่านั้นไม่มีเหตุผลอื่นเลยที่จะทำให้ััของคาร่าหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุแบบนี้
ทั้งกลุ่มพอเห็นว่าคาร่าหยุดวิ่งก็เลยพาหยุดตาม ๆกัน ซีโน่ชายสวมแว่นพอเห็นว่าคาร่าหยุดวิ่งก็หยิบธนูออกมาแล้วใช้สายตาของเขามองไปทั่วบริเวณแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร จึงได้รู้สึกแปลกใจและมองมาที่คาร่าเพื่ออยากที่จะถามว่ามีอะไรเกิดขึ้นกันแน่
“หลงเป่าดูเหมือนจะเสียท่าให้กับคนที่เขาออกไปสู้ด้วยแล้วล่ะ”
เคนพอได้ยินแบบนั้นก็ะโเข้ามาหาคาร่าด้วยสีหน้าที่ตื่นใ เพื่อที่จะถามให้แน่ชัดอีกครั้งเพราะเขาไม่เชื่อเลยว่าจะมีคนที่สามารถล้มหลงเปาได้ในประเทศเล็ก ๆแห่งนี้ ถึงจะถูกรุมด้วยศัตรูมากมายก็น่าจะหนีรอดออกมาได้ ในความคิดของเขามันไม่น่าจะเป็ไปได้เลยที่หลงเปาจะเสียท่าให้กับใครง่าย ๆแบบนี้
“ถ้าเป็แบบนั้นจริงฉันว่าอีกไม่นานหรอกที่พวกมันจะตามเราเจอ” ชายอ้วนที่มีชื่อว่าดุ๊กพูดออกไปแล้วนำอุปกรณ์บางอย่างออกมาจากกระเป๋าที่เขาสะพายอยู่ซึ่งมันคือสนับเหล็กเข้ามาสวมไว้ที่แขนทั้งสองข้างของเขา
“ฉันคิดได้อยู่ 2 ทางแยกกันหนีแล้วให้คนใดคนหนึ่งพาเ้าเด็กนี่ไปจุดนัดพบ อีกทางเลือกหนึ่งวางกับดักแล้วรอซุ่มโจมตีพวกมันหรือไม่ก็ย้อนกลับไปช่วยหลงเปากลับมา”
ซีโน่ที่ได้ยินแบบนั้นก็บอกออกไปทันทีเลยว่า “ตัวเลือกที่ 2 นี่แกใช้หัวคิดแล้วเหรอถึงพูดมันออกมา เราไม่รู้เื่จำนวนไม่รู้เื่พลังของฝ่ายศัตรูเลยจะให้วางกับดักแล้วรอซุ่มโจมตีงั้นเหรอ ตลกแล้วเ้าดุ๊กแล้วยิ่งให้กลับไปช่วยเ้าหลงเปากลับมายิ่งไม่ต้องพูดเลย มันออกไปลุยเดี่ยวแล้วแพ้เองแท้ ๆใครจะโง่ไปช่วยมันฉันไม่เอาด้วยแล้วหนึ่งคน แยกกันหนีแล้วรีบ ๆส่งเ้าเด็กนี่ให้เสร็จภารกิจไปก็จบเื่แล้ว ใครจะเป็จะตายยังไงฉันไม่สนหรอกนะ” ซีโน่กล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
เคนเองก็ตอบรับด้วยการพยักหน้าตอบ ทุกคนที่เหลือเองถึงจะลังเลใจแต่ก็เห็นด้วยกับซีโน่ ดุ๊กที่เป็คนออกความเห็นก็ยอมรับผลแต่โดยดีเพราะด้วยการที่ทุกคนเห็นด้วยกับซีโน่แบบนั้นเลยไม่มีอะไรที่จะแย้งหรือพูดคุยกันต่อ พวกเขาทั้งหมดต่างก็รีบมุ่งหน้ากันแยกออกไปคนละทิศคนละทางและแต่ละคนก็ได้พยายามหาวิธีล่อหลอกไม่ให้คนที่ตามมาจับทางได้ถูก
แต่ความเร็วของโจเซฟที่ใช้รถม้าลากมาด้วยความเร็วสูงก็ตามมาได้จนถึงจุดที่กลุ่มคนที่ลักพาตัวรอยมารวมตัวกันและแยกออกไปคนละทิศคนละทาง
โจเซฟที่เห็นควันสุนัขของเขาหยุดอยู่ตรงจุดนั้นก็ได้แต่สบถคำหยาบออกมา เพราะเขาอุตส่าห์ตามพวกมันมาได้ถึงขนาดนี้แล้วแต่พวกมันดูเหมือนจะรู้ตัวกันก่อนแล้วว่าถูกตามเลยแยกกันหนีออกไป ควันสุนัขถึงมันจะแยกแยะกลิ่นได้แต่มันไม่สามารถคิดเองได้ถ้าไม่ได้ออกคำสั่งต่อไปให้มัน พอมันมาเจอทางแยกของกลิ่นก็เลยทำให้เกิดเื่อย่างที่เห็นขึ้น
โจเซฟเองก็รู้ดีว่าคนพวกนี้ไม่ธรรมดาเลยสักคนการที่พวกมันจะรู้ตัวแบบนี้ก็ไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่เพราะองค์กรเมฆทมิฬมีแต่คนที่อันตราย ๆรวมตัวกันอยู่ทั้งนั้นแถมไม่รู้ว่าพวกที่หนีไปจะมีพลังพอ ๆกับเ้าหนุ่มเอเชียนั่นหรือเปล่า โจเซฟเองก็ไม่อยากที่จะแยกกระจายกันออกไปตามหาเพราะกลัวว่าลูกน้องของเขาจะรับมือกับพวกมันไม่ไหวและปล่อยให้พวกมันหนีไปได้
ชายผมทองหน้าตาหล่อเหลาเดินเข้ามาหาโจเซฟที่ยืนนิ่งอยู่ตรงจุดนั้นนานจนผิดสังเกต เขาเลยลงจากรถม้าเพื่อมาถามไถ่ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า
“เกิดอะไรขึ้นหรือหัวหน้า?”
“พวกมันแยกกันหนีไปแล้ว” โจเซฟหันกลับมาตอบอย่างหงุดหงิด
“โถ่แล้วก็ไม่รีบบอก สมาชิกใหม่ของเรามีพลังในการสะกดรอยเป็พิเศษอยู่ด้วย”
โจเซฟตบหัวชายผมทองไปหนึ่งที
ป๊าบ
“เอ้า!! แล้วไม่รีบบอกกันล่ะวะ”
ชายผมทองลูบหัวแล้วตอบกลับไปแบบเซ็ง ๆที่โดนตบหัว
“ก็หัวหน้าไม่ได้ถามหนิ”
“พลังมันเป็แบบไหนไปเรียกมันมาเดี๋ยวนี้เลย” โจเซฟถามกลับไปอีกครั้งด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายลงแล้วเอาบุหรี่ขึ้นมาสูบ
“พลังััอดีตหน่ะหัวหน้า! ทันทีที่มือของเ้าหมอนั่นัักับสิ่งของหรือสิ่งมีชีวิตเมื่อไหร่มันจะสามารถมองเห็นอดีตใน่เวลาหนึ่งได้ แต่ก็เพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น”
โจเซฟเองก็สนใจทันทีที่ได้ยินถึงพลังแบบนี้เพราะมันสามารถใช้ในการสืบคดีที่ยากลำบากให้กลายเป็เื่ง่ายได้เลยเพียงแค่ย้อนอดีตกลับไปดูจุดเกิดเหตุว่าใครทำอะไรตรงจุดนั้นไปบ้าง
“เดี๋ยวนี้เริ่มมีพลังแปลก ๆออกมาให้เห็นอยู่เรื่อยเลย”
ชายผมทองหยักหน้าตอบแล้วหันไปทางรถม้าพร้อมกับะโเรียก
“เด็กใหม่ลงมานี่ด่วนเลย”
ครับ!!
ทุกคนที่ได้ยินเสียงเรียกก็ลงตามกันมาจากรถม้ากันทั้งหมดเพราะเห็นว่าทั้ง 2 คนยืนอยู่ตรงนั้นนานแล้วจะต้องมีเื่อะไรเกิดขึ้นเป็แน่
คนที่ขานรับชายผมทองรีบวิ่งมาหาอย่างเร็วไวหลังจากที่โดนเรียกหา คือชายหนุ่มรูปร่างผอมบางปิดบังหน้าตาเอาไว้ด้วยแมสสีดำพร้อมกับสวมถุงมือไว้ทั้งสองข้าง ที่ดูยังไงก็แปลกประหลาดไม่ใช่น้อยทั้งที่ตอนนี้เป็หน้าร้อนแท้ ๆแต่ชายหนุ่มคนนี้กลับสวมถุงมือเอาไว้
“มีอะไรหรือครับ”
“ใช้พลังของนายตรวจดูหน่อยซิว่าคนที่ถูกลักพาตัวหายไปไหนจากตรงจุดนี้”
ครับผม!! ชายสวมแมสตอบรับแล้วเดินมาอยู่ข้าง ๆโจเซฟ
“หัวหน้าหน่วยจับที่ไหล่ผมเอาไว้ด้วยครับ” โจเซฟทำตามที่บอกทันทีโดยไม่ถามไถ่หรือหาเหตุผลว่าให้จับไหล่ทำไม แต่ก็มีภาพของคนกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นมาให้เห็นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
“หัวหน้าหน่วยไม่ต้องใเพียงแค่เฝ้ามองเฉย ๆก็พอ อย่าสติหลุด่นี้เด็ดขาดนะครับเพราะมันจะเป็อันตรายได้”
ภาพเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อตอนที่ทั้ง 5 คนกำลังคุยกันเพื่อตกลงว่าใครจะหนีไปทางไหนและใครเป็คนรับผิดชอบหน้าที่พาตัวเ้าเด็กนี่ไปส่งที่จุดนัดพบ
“พวกมันคุยอะไรกันเราไม่ได้ยินเสียงหรือยังไง?” โจเซฟถามเพราะได้เห็นเพียงแค่ภาพความทรงจำเท่านั้นแต่ไม่สามารถได้ยินเสียงเลยว่ากลุ่มคนตรงหน้านี้กำลังคุยอะไรกันอยู่
“พลังของผมมันทำได้แค่นี้แหละครับหัวหน้า พลังของผมพึ่งตื่นขึ้นเมื่อไม่นานนี้เอง”
“เอาเถอะ ๆแค่นี้ก็รู้แล้วว่าจะไปทางไหนแล้วต้องตามกลิ่นของใครไป”
โจเซฟที่จับไหล่อยู่ก็รู้สึกได้ทันทีเลยว่าเ้าหมอนี่มันกำลังฝืนอยู่ เลยรีบสั่งให้หยุดทันทีเพราะรู้แล้วว่าคนที่จะต้องตามไปคือเคนชายตาเดียวที่รับหน้าที่พาตัวรอยไป ส่วนคนที่เหลือแยกกระจายกันไปก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าได้วางแผนดักรอพวกเขาไว้หรือเปล่ายังไงก็ต้องระวังเอาไว้ก่อน