‘รอดไปที..ดูเหมือนโลกนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่าสกิลเฉพาะทาง หรือสกิลทางสายเือยู่ซินะ..เราควรระวังเอาไว้หน่อย..’มิเชลกล่าวกับตัวเองภายในใจ อาการของเขาดูเป็วิตกกังวลกับเื่นี้เป็อย่างมากคนอื่นๆในครอบครัวที่มองเข้ามาในฐานะคนในตระกูลเืเดียวกันก็มองมาอย่างเป็ห่วง
“หนูไม่ชอบองค์หญิงน้อยนั่นเลยท่านพ่อ..มาทำให้มิเชลของหนูกลัวเช่นนี้แล้วก็เดินหนีไปเฉยๆ ถ้าพี่สาวคนนี้โตขึ้นจะจัดการสั่งสอนนางด้วยตัวเองเลย มิเชลไม่ต้องเป็ห่วงไปนะ..” เฟียร่าเอ่ยกล่าวด้วยเสียงที่ดังพอประมาณแน่นอนว่าแฮฟอร์ดผู้เป็พ่อที่ได้ยินก็รีบจะเข้าไปอุดปากลูกสาวเอาไว้ก่อนการดูถูกราชวงศ์มันเป็เื่ต้องห้าม แค่คำพูดก็อาจจะทำให้ถึงขั้นปะาชีวิตเลยก็เป็ได้แต่เหมือนจะไม่ทันเพราะลูกสาวเพียงคนเดียวของเขาพูดออกมาจนหมดเปลือกแล้ว
“เ้าจะพูดเช่นนั้นไม่ได้นะลูกพ่อ .. เห้อช่างเถอะ น้องหญิงเ้าต้องอบรมลูกๆให้ดีๆด้วยล่ะ” เื่ของมารยาทในการพูดเป็เื่สำคัญเทียร่าพยักหน้ารับคำของสามี แฮฟอร์ดหันมามองที่ลูกชายอย่างสงสารเหตุการณ์ในวันนี้มันอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตหรือถ้าแย่สุดก็อาจจะส่งผลถึงทางจิตแต่เขาก็เชื่อว่ามิเชลที่มีความฉลาดจะเข้าใจเหตุการณ์ในครั้งนี้ เขาจึงยิ้ม และหันหลังเดินขึ้นรถม้าไป
‘เอ๊ะ!! ท่านพ่อมองออกอย่างนั้นรึ..’ มิเชลเริ่มเหงื่อตกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังจะถูกจับได้โป๊ะได้
‘ไม่ได้การล่ะ..เราต้องฝึกวิชาลับมากกว่านี้เสียแล้ว..’
จากนั้นพวกเขาก็ขึ้นรถม้าเข้าเมืองไปยังโรงแรมที่ตระกูลของเขาพักเป็ประจำถ้ามายังเมืองหลวงแห่งนี้ แน่นอนว่าระดับยศมาร์ควิสก็ต้องเป็โรงแรมชั้นยอดถึงจะไม่ได้เข้าพักในชั้นบนสุด มันก็กินเงินไป 10 เหรียญทองต่อคืนแล้วหรือตีเป็เงินเยนก็ราวๆ 330,000เยนโดยประมาณ
ครอบครัวฟิเรนติโนต่างพากันเข้าพักผ่อนตามห้องที่ถูกแบ่งเอาไว้มิเชลเองก็ได้ใช้วิชาลับตัวประกอบ ‘ดึงเืเฉพาะส่วน’มันเป็การดึงเืภายในร่างกายไม่ให้ไปเลี้ยงยังจุดเฉพาะในระยะเวลาหนึ่งจุดที่เขาเลือกก็คือใบหน้า เพื่อทำให้เหมือนว่าเขาหน้าซีดราวกับว่าจะเป็ลมทุกคนที่เห็นก็ปล่อยให้สมาชิกคนเล็กประจำบ้านเข้าไปพักผ่อนในห้องนอน
เฟียร่าที่มาถึงห้องก็โวยวายอยากจะออกไปซื้อขนมตามเป้าหมายของเธอท่านพ่อเองก็เห็นสมควรว่าจะพาลูกชายคนโตอย่างคอสตินไปเดินชมเมืองเพราะว่าคอสตินจะต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างน้อยอีก 3-5 ปีเทียร่าเองก็อยากจะเดินช้อปปิ้งด้วยเช่นกันทั้งครอบครัวจึงเดินออกไปเที่ยวตลาดในเมืองหลวง ยกเว้นแต่น้องเล็กที่ไม่สบายและมันก็เข้าทางมิเชลพอดี เขายกยิ้มภายใต้ผ้าห่ม..
เวลาผ่านไป ราวๆ 10 นาที...
“ทุกคนออกไปกันหมดแล้ว.. เสร็จโจร ฮ่าๆ..”เขาได้ใช้สกิลร่างทิพย์ขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่ร่างทิพย์นั้นจะพุ่งลอยออกไปยังเป้าหมายเหตุที่มิเชลต้องรอจนทุกคนออกไปก่อน ก็เพราะว่าเขายังระแวงกับเื่การใช้พลังของตัวเองอย่างน้อยๆก็ยังมีคนที่พอจับสกิลของเขาได้อยู่ และเพื่อความเนียนเขาจึงระวังมากขึ้น
อย่างแรกที่มิเชลทำคือการสำรวจตลาดในทุกซอกทุกมุมเมืองการดำรงชีวิตของผู้คนในเมืองหลวงแน่นอนว่ามันแตกต่างจากที่เมืองกรีล่าที่เขาอาศัยอยู่ค่อนข้างมากแต่ก่อนที่เขาจะมุ่งไปที่ถ้ำมหาสมบัติหางตาของเขาก็เห็นอะไรเข้าสักอย่าง
“ออกไปเลยเ้าพวกติดสาปอย่าเข้ามาที่ร้านของข้าอีก..” เสียงของพ่อค้าร้านขนมปังดังขึ้นมาอย่างชัดเจนร่างของหญิงสาววัยน่าจะราวๆสิบห้าปีถูกไล่ออกมาจากร้านนั้นอย่างกับหมูกับหมาผู้คนรอบข้างที่ได้ยินได้เห็นต่างก็ไม่มีใครช่วยเหลือเธอเลยสักคนเดียว ทุกคนอยากเดินหลีกออกห่างจากตัวของเธอ
“เดี๋ยวก่อนซิเ้าคะท่านพ่อค้าข้ามีเงินพอที่จะซื้อสินค้าของท่านนะเ้าคะ..” หญิงสาวพยายามพูดว่าตัวเองไม่ได้มาขอกินอะไรฟรีๆเธอมีเงินพอที่จะซื้อมันได้ แต่พ่อค้ากลับไม่สนใจคำพูดของเธอเลยแม้แต่น้อย เขาตะคอกกลับมาอย่างไม่ไยดี
“เงินสกปรกๆของเ้า ข้าไม่้าไปให้พ้นซะ..ปัง!!!” ชายคนนั้นกล่าวจบก็ปิดประตูใส่หญิงสาวที่นั่งกองอยู่กับพื้นมิเชลมองภาพนี้ด้วยความสงสัย เพราะเหตุใดกันผู้คนจึงพากันรังเกียจในตัวผู้หญิงคนนี้กันเขาค่อยๆเคลื่อนตัวไปใกล้กับหญิงสาวก็สังเกตเห็นจุดดำๆในทันที
“จุดดำๆพวกนี้มันคืออะไรกันนะ.. อื้มเหมือนว่าจะเป็คำสาป น่าจะใช่ล่ะมั้ง” มิเชลวิเคราะห์ตามที่ได้ยินมาจากผู้คนรอบข้างเขาเดินเข้าไปใกล้กับหญิงสาวเรื่อยๆเพื่อมองมันให้ชัดเจนแต่เขาก็ไม่สามารถระบุมันได้ว่ามันเป็คำสาปจริงหรือเปล่า และมันสามารถแก้ไขได้หรือไม่ถึงเขาจะสามารถมองคำสาปเหล่านี้ออกจากพลังของท่านเทพที่ได้รับมาก็ตามแต่ถ้าไม่มาด้วยร่างจริง ทุกอย่างก็เปล่าประโยชน์
มิเชลเอามือกุมคางมองหญิงสาวด้วยสายตาพิจารณาในขณะที่หญิงคนนี้จะลุกขึ้นยืน และเดินออกจากตรงนี้ไปให้ไกลที่สุด มิเชลเองก็ลอยตัวตามไปอย่างห่างๆด้วยความสงสัยหญิงสาวค่อยเดินหายไปในซอกซอยหนึ่ง มันเป็ซอยมืดๆที่ไม่มีผู้คนเธอคนนี้นั่งกอดเข่าตัวเองให้บ้านที่ไม่อาจจะเรียกว่าบ้านได้มันเป็เพียงแค่กล่องไม้ลังเก่าๆ ที่เอาไว้กันแดดกันฝนเพียงเท่านั้น
น้ำตาของเธอค่อยๆล่วงลงอย่างเศร้าหมองมิเชลมองเธอแล้วก็รู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจเขามองอยู่สักพักก็ดึงร่างทิพย์กลับมาที่ร่างต้น ก่อนจะลุกจากเตียงนอนเรียกหาพีนัสเมดสาวประจำตัวในทันที
“พี่สาวพีนัสข้า้าทานอาหารสักหน่อยท่านพอจะสั่งมาให้ข้าได้หรือไม่..” มิเชลเปิดประตูออกมาให้สาวใช้สั่งบริการอาหารจากครัวของโรงแรมแม้ว่าพีนัสจะมึนงงแต่ก็ทำตามรับสั่งในทันที
“ได้เ้าค่ะท่านมิเชล..ข้าจะให้พนักงานที่โรงแรมนำอาหารขึ้นมาบริการถึงห้องเองเ้าค่ะ..” พีนัสกล่าวรับคำก่อนที่นางจะเดินลงไปข้างล่างและแน่นอนว่านางถึงขั้นล็อกห้องเอาไว้เพื่อความปลอดภัยของผู้เป็นายอีกชั้นหนึ่งทั้งๆที่มีอัศวินอยู่ประจำหน้าห้องอีกสองคน
“พีนัส ทำไมเ้าถึงออกมากันล่ะเ้าควรจะอยู่ดูแลท่านมิเชลไม่ใช่รึ หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกัน..” อัศวินคนหนึ่งเอ่ยกล่าวกับพีนัสเขามีนามว่า ‘เกอรัส’เขาได้รับหน้าที่คุ้มกันท่านมิเชลมานานหลายเดือนแล้วั้แ่เกิดเื่ที่ท่านมิเชลหมดสติ
“ท่านมิเชลคงจะหิวแล้วข้าเลยออกมาสั่งอาหารข้างล่างให้ท่านน่ะเกอรัส..” พีนัสตอบกลับไป เกอรัสก็ทำหน้าเข้าใจแต่มันไม่ใช่กับอัศวินอีกคนหนึ่ง
“เื่อาหารข้าลงไปสั่งให้กับเ้าก็ได้เ้าควรอยู่ดูแลท่านจะเป็การดีที่สุด..” อัศวินอีกคนกล่าว เขามีนามว่า ‘ทอริน’ พวกเขาทั้งสามที่ติดตามท่านมิเชลและค่อยเป็มือเป็เท้าให้นั้นรู้ดีว่าร่างกายของท่านมิเชลอ่อนแอมากแค่ไหนด้วยความผูกพันที่มีมานานกับท่านมิเชล พวกเขาเลยเป็ห่วงกันอย่างทั่วหน้า
“ไม่ได้หรอก เ้าก็รู้นี่นาว่านี่ไม่ใช่คฤหาสน์ฟิเรนติโน่อาหารการกินจะแปลกประหลาดออกไปมาก ท่านมิเชลที่ร่างกายอ่อนแออยู่แล้วจะรับประทานอาหารอย่างนี้ได้อย่างนั้นรึ เ้าลองคิดดู..” พีนัสกล่าวพร้อมกับให้เหตุผลออกไปเธอตั้งใจจะลงดูครัวด้วยตัวเอง จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลังทั้งสองพยักหน้าด้วยความเข้าใจ
“เ้าทำหน้าที่ของเ้าไปเถอะพวกข้าจะอยู่ตรงนี้เอง.. แล้วก็กุญแจห้องควรฝากข้าเอาไว้ก่อนหากเกิดอะไรขึ้นพวกข้าจะได้เข้าไปช่วยเหลือท่านมิเชลได้ทันการ”
เกอรัสมักจะเป็คนที่รอบคอบเสมอๆหน้าที่ตรงนี้มันไม่ได้มากันง่ายๆ ถึงจะไม่ได้เก่งมากที่สุดในเื่ของการต่อสู้แต่ก็ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลมิเชล เพราะเขาอาจจะเป็คนประเภทนี้ก็ได้ส่วนอัศวินทอรินเองก็มักจะคิดอะไรได้แตกต่างกันกับคนอื่นจึงได้รับหน้าที่ด้วยเช่นกัน เพราะเหตุร้ายมักจะมาอย่างคาดไม่ถึงเสมอ ทั้งสองที่มองมุมมองอีกด้านหนึ่งจึงมีประโยชน์อย่างมาก
“ตกลง ข้าฝากดูท่านเป็ระยะๆด้วย เผลอๆข้าอาจจะต้องลงมือทำอาหารด้วยตัวเองหากครัวของที่นี่มันมีปัญหาเกินไป..” พีนัสกล่าวพร้อมกับยื่นกุญแจห้องให้กับเกอรัสไปทอรินเองก็พักหน้า และบอกให้ไว้ใจพวกเขาได้ ส่วนเ้าตัวปัญหาเด็กน้อยมิเชลก็ได้แต่สงสัยว่าหญิงสาวคนนั้นเป็โรคอะไรกันแน่เขาหลับตา และครุ่นคิดอย่างจริงจัง…