หลี่ซวนรีดเร้นพลังวิญญาณทั้งหมดจากห้วงลมปราณขนาดแปดสิบจั้งให้ไหลเวียนพล่านไปทั่วทั้งร่าง นัยน์ตาสีฟ้าครามสว่างวาบก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสีครามเข้มลึกล้ำอีกครั้ง!
[ปฏิกิริยาพลันเพิ่มขึ้นครึ่งเท่า!]
ภายใต้สภาวะเช่นนี้ แทบจะเรียกได้ว่าเขาคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในระดับลมปราณแรกเริ่มอย่างแท้จริง!
หลี่ซวนตั้งท่าอย่างมั่นคง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหารที่หลั่งไหลทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขามองว่าคนตรงหน้าหาใช่ผู้บำเพ็ญที่แข็งแกร่ง ทว่าคืออสูรร้ายที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เขาเคยเผชิญหน้า!
เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าก้าวหนึ่งแล้วโน้มตัวพุ่งตรงเข้าไปอย่างสุดกำลัง ก่อเกิดเป็นพายุสายลมกรรโชกพัดพาสรรพสิ่งรอบข้างจนใบหญ้าสั่นไหวหลุดลุ่ย ก่อนจะตวัดเหวี่ยงกระบี่ออกไปสุดแรงเกิด ฟาดฟันเข้าใส่มือสังหารเฒ่า!
ฟึ่บ!
คมกระบี่กรีดเฉือนผ่านอากาศตรงหน้า ทว่าซาอู๋เหิงเพียงแค่เอนท่อนบนไปด้านหลัง ก็สามารถหลบหลีกมันได้อย่างง่ายดาย
เมื่อเห็นเช่นนั้น ชายหนุ่มก็รีบหมุนตัวย่อกายก้มต่ำลง ก่อนจะตวัดขาเตะกวาดเข้าที่ข้อเท้าของศัตรูอย่างรุนแรง หมายจะให้คนตรงหน้าเสียหลักล้ม ทว่าซาอู๋เหิงราวกับอ่านการเคลื่อนไหวของเขาออกทะลุปรุโปร่ง
มือสังหารเฒ่ารีบดึงตัวกลับมายืนตั้งมั่นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระโดดเหินตัวขึ้น เอียงกายแล้วตวัดขาเตะสวนเข้าที่หน้าของหลี่ซวนอย่างเต็มแรง!
เมื่อเห็นท่อนขาอันทรงพลังกำลังพุ่งแหวกอากาศเข้ามา เขาก็รีบเบี่ยงหน้าหลบอย่างสุดชีวิต
ฟิ้ว!
แม้จะเบี่ยงหลบพ้นมาได้อย่างหวุดหวิด ทว่าแรงอัดอากาศจากคมเตะนั้น กลับกรีดฝากรอยแผลเป็นทางยาวราวกับโดนของมีคมบาดลงบนใบหน้าของเขาจนเลือดไหลซิบ
เขารีบถอยออกไปตั้งหลัก ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าใส่เป้าหมายอีกคราด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม
ครั้งนี้หลี่ซวนนำเล่ห์เหลี่ยมพลิกแพลง แบบที่อวี่ฟ่านและจ้าวเทียนเหอมักใช้มาประยุกต์ เขาแสร้งพุ่งแทงกระบี่ตรงไปเบื้องหน้า ทว่าพอเห็นเป้าหมายเตรียมขยับหลบ เขาก็ชักรั้งกระบี่กลับอย่างกะทันหัน แล้วตวัดฟันเปลี่ยนวิถีเข้าที่ลำคอแทนอย่างรวดเร็ว!
ซาอู๋เหิงมองอย่างเย็นชา แขนปกติค่อย ๆ ถูกปกคลุมด้วยม่านเงาสีดำทมิฬ ก่อนจะยกขึ้นมาปัดป้องด้วยมือเพียงข้างเดียว!
เพล้ง!
เสียงกระบี่ปะทะดังกังวานราวกับฟาดฟันเข้ากับก้อนเหล็กกล้า!
แต่หลี่ซวนหาได้ยอมแพ้ เขาโหมกระหน่ำโจมตีด้วยลูกไม้หลอกล่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า สาดซัดเพลงกระบี่เข้าใส่มือสังหารตรงหน้าราวกับพายุคลั่ง!
ทว่าซาอู๋เหิงกลับปัดป้องและหลบหลีกการโจมตีเหล่านั้นได้ทั้งหมด! แม้ท่วงท่าจะดูไม่ลื่นไหลนัก แต่ก็สามารถหลบพ้นไปได้โดยไร้รอยขีดข่วน ก่อนที่มือสังหารเฒ่าจะตวัดกระบี่สีดำในมือ ปัดกระบี่ของหลี่ซวนให้เบี่ยงเบนออกพ้นทาง แล้วซัดหมัดกระแทกเข้าที่หน้าท้องของเด็กหนุ่มอย่างจัง!
ปั้ง!
"เฮือก!" หลี่ซวนหลุดเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดจุกเสียดจนแทบจะกระอักโลหิตสด ๆ ออกมา ทว่าเขาฝืนกัดฟันปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติในชั่วพริบตา
แต่แล้วเขาก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อพบว่าฝ่ามือมฤตยูของอีกฝ่าย พุ่งทะลวงมาจ่ออยู่ตรงหน้าเสียแล้ว!
ฝ่ามือนั้นชะงักหยุดลงเพียงชั่วครู่ ก่อนจะปลดปล่อยคลื่นพลังสีดำกระแทกเข้าใส่เขาทันที!
"ประทับเงา!"
เมื่อเห็นท่าไม่ดี หลี่ซวนจึงรีบโคจรพลังใช้วิชา 'ฝ่ามือสยบแปดทิศ' ออกมาต้านรับเอาไว้สุดกำลัง
ตูม!
แรงปะทะส่งผลให้เกิดฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ก่อนที่ร่างของหลี่ซวนจะกระเด็นลอยละลิ่วกลิ้งหลุน ๆ กับพื้นออกมา ชายหนุ่มฉวยโอกาสนั้นรีบหยิบโอสถฟื้นฟูระดับกลางทั้งสองเม็ด ที่ตั้งใจจะเก็บไว้ศึกษาและคอยปรุงในภายหลังขึ้นมายัดใส่ปากกลืนลงคอ ในขณะเดียวกัน นัยน์ตาสีครามเข้มของเขาก็คลายตัวกลับมาเป็นสีฟ้าครามดังเดิม
‘แข็งแกร่งเกินไปจริง ๆ... ข้าในตอนนี้ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน คงต้องงัดทุกอย่างที่มีออกมา เพื่อสร้างจังหวะหาทางเอาตัวรอดให้จงได้!’
หลี่ซวนดีดตัวกระโดดทะยานขึ้นไปกลางอากาศ ถ่ายทอดพลังวิญญาณเข้าไปในตัวกระบี่ ก่อนจะโหมกระหน่ำตวัดวิชา 'วายุสะบั้นฟ้า' ฟันคลื่นกระบี่ออกไปอย่างต่อเนื่อง!
ฟึ่บ ๆ ๆ!
ซาอู๋เหิงมองไปยังคลื่นลมหลายลูกที่กำลังซัดสาดมาทางตน ทว่ากลับไม่มีท่าทีตื่นตระหนกอันใดเลยแม้แต่น้อย
"สลับก้าวเงามายา!"
พอเขาแค่นเสียงแหบแห้งออกมา ร่างของชายชราพลันแปรเปลี่ยนเป็นเงาดำ เคลื่อนย้ายสลับตำแหน่งไปมาอย่างไร้ร่องรอย หลบหลีกคลื่นพลังทำลายล้างได้อย่างหมดจด โดยที่คลื่นกระบี่ของหลี่ซวนไม่อาจสัมผัสโดนได้เลยแม้แต่นิดเดียว!
ทว่า... เมื่อหลี่ซวนเห็นกระบวนท่าเคลื่อนที่ของอีกฝ่าย เขากลับมองเห็นว่านี่คือ 'โอกาสที่ทอง'!
ที่เขาจะได้คัดลอกกระบวนท่าหลบหลีกอันร้ายกาจ เพื่อใช้เป็นไพ่ตายในการรอดพ้นจากวิกฤตนี้! ไม่รอช้า หลี่ซวนตัดสินใจเปิดใช้งานความสามารถของดวงตา... เป็นครั้งที่สาม!
ความสามารถที่สี่... 'เนตรคัดลอก' ถูกงัดออกมาสำแดงฤทธิ์อีกครา!
ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของมือสังหารเฒ่า รวมถึงการไหลเวียนของเส้นชีพจรพลังวิญญาณรอบกาย ล้วนถูกประทับและบันทึกลงในสายตาของเขาอย่างทะลุปรุโปร่ง!
‘ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง! วิชาที่มันใช้ คือการอัดพลังวิญญาณลงไปที่ช่วงขา แล้วย่ำเท้าสลับตำแหน่งไปมานับครั้งไม่ถ้วนในระยะเวลาอันสั้น จนก่อให้เกิดภาพติดตาเป็นเงาสะท้อนซ้อนทับกันหลายสาย... แม้ข้าจะยังไม่เข้าใจหลักการอย่างถ่องแท้ แต่โดยคร่าว ๆ แล้ว ข้าก็น่าจะพอลองทำตามได้!’
ชายหนุ่มรวบรวมพลังฟันคลื่นวิชา 'วายุสะบั้นฟ้า' สายสุดท้ายพุ่งตรงออกไปอย่างรุนแรง จากนั้นจึงรีบใช้วิชา 'ล่องลอยนภา' บังคับกระบี่ให้เหินทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะเตรียมร่ายสุดยอดวิชาของจ้าวเทียนเหอ ที่ตนลอบคัดลอกเอาไว้เมื่อคราวงานประลองพันธมิตรเมฆา
แม้นี่จะเป็นการหยิบมาใช้เป็นครั้งแรก แต่เขาก็พอจะทำความเข้าใจแก่นแท้ของวิชานี้มาบ้างแล้ว!
"ฟู่..." หลี่ซวนพ่นลมหายใจยาว ก่อนจะทิ้งตัวกระโดดทะยานขึ้นไปให้สูงที่สุด เขาตวัดสองนิ้วชี้ขึ้นสู่ฟ้าเพื่อบังคับกระบี่ แล้วเปล่งเสียงร่ายบทกวีเคล็ดวิชาตามที่เคยได้ยินจากจ้าวเทียนเหอทุกประการ!
นํ้าเสียงของเขาแฝงไปด้วยพลังวิญญาณจนดังกึกก้องออกไปทั่วบริเวณ
"กระบี่ยักษ์ลือเลื่องชื่อ ฟ้าสยบ
ก้องพิภพทั่วหล้า พลันได้เห็น
กระบี่ใหญ่ฟาดไป ไร้คนเป็น
หมื่นผู้บำเพ็ญสยบใต้... เงากระบี่!"
พริบตานั้น กระบี่ที่อยู่ข้างบนก็ค่อย ๆ ขยายขนาดใหญ่โตขึ้น จนกลายเป็นกระบี่ยักษ์ความสูงมากกว่าสิบจั้ง! แม้เงาของมันจะไม่สามารถบดบังแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมายังผืนป่าในยามราตรีได้จนสิ้น แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ผู้ที่พบเห็นตกตะลึง
‘วิชาต้องห้ามอันดับหนึ่งของสำนักหยุนซาน! เจ้าเด็กนี่มันเป็นศิษย์หลักของสำนักหยุนซานจริง ๆ ด้วย!’ ซาอู๋เหิงเบิกตากว้างตื่นตระหนกสุดขีดในใจ
หลี่ซวนทิ้งร่างดิ่งพสุธาลงมาพร้อมกับกระบี่ยักษ์ที่ลอยคว้างอยู่เหนือหัว
"กระบี่… สะท้านเมฆา!!!"
"ฟัน!"
กระบี่ยักษ์ร่วงหล่นแหวกอากาศ พุ่งทะยานลงมาหมายบดขยี้ร่างของซาอู๋เหิงในทันที!
มือสังหารเฒ่ามองคลื่นกระบี่ยักษ์ที่กำลังตกลงมาหาตน ก่อนจะคิดในใจอย่างร้อนรน
‘ไม่ได้การ! ข้าต้องสังหารเจ้าเด็กนี่ให้ได้! หากข้าไม่สังหารมัน ข้าคงต้องหนีเตลิดไปซ่อนตัวให้พ้นขอบเขตที่พันธมิตรเมฆาควบคุมดูแลเท่านั้น! หากข้ารู้แต่แรกว่ามันเป็นศิษย์หลักของสำนักหยุนซานต่อให้เพิ่มรางวัลเป็นสองเท่า... ไม่สิ ให้เป็นสิบเท่า ข้าก็ไม่มีวันรับงานนี้เด็ดขาด!’
มือสังหารเฒ่ากัดฟันกรอด รีดเร้นพลังวิญญาณอัดแน่นลงในกระบี่สีดำทมิฬของตน ก่อนจะบังคับกระบี่ให้พุ่งทะยานสวนขึ้นไปปะทะกับคลื่นกระบี่ยักษ์บนฟ้า หวังจะหักล้างพลังทำลายล้างนั้น!
ตูม!!
เสียงปะทะดังกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วผืนป่า บังเกิดคลื่นกระแทกและหมอกควันฟุ้งกระจายบดบังทัศนวิสัย ต้นไม้ใหญ่รอบด้านหักโค่นล้มระเนระนาดไปหลายสิบต้น
สิ้นสุดแรงปะทะ ซาอู๋เหิงสะบัดแขนเสื้ออย่างแรงเพียงครั้งเดียว พัดพาม่านฝุ่นควันให้สลายหายไป ทว่าเขากลับพบเพียงความว่างเปล่า... ร่างของหลี่ซวนได้หายไปจากจุดนั้นเสียแล้ว!
ชายชราเหินร่างขึ้นไปบนฟากฟ้าพร้อมกับยืนทรงตัวอยู่บนกระบี่ทมิฬ แผ่ขยายจิตสัมผัสออกไปตรวจสอบโดยรอบ ก่อนจะพบร่องรอยการหลบหนีของเป้าหมาย ดูเหมือนว่าชายหนุ่มกำลังพุ่งทะยานมุ่งหน้ากลับไปทางสำนักเฟิงหยวน
‘หืม? เจ้าเด็กนี่คิดจะหนีกลับไปที่สำนักเฟิงหยวนงั้นรึ? ไม่สิ...’
มือสังหารเฒ่าเพ่งสมาธิตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้ง ก่อนจะพบความผิดปกติ ทิศทางนั้นเป็นเพียงร่องรอยลวงตาที่ทำทีเหมือนจะมุ่งหน้ากลับไปสำนักเฟิงหยวน แต่แท้จริงแล้ว กลับมีไอวิญญาณอีกสายหนึ่ง พุ่งทะยานตรงไปยังทิศทางเบื้องหน้าซึ่งเป็นเขตป่าลึกแทน!
‘น่าสนใจ...’ ซาอู๋เหิงลอบคิดในใจ ‘หากเป็นผู้บำเพ็ญระดับฐานวิญญาณขั้นต้นทั่วไป ก็อาจจะหลงกลติดกับมันไปแล้ว แต่เด็กน้อยอย่างเจ้ากล้ามาเล่นลูกไม้กับคนอย่างข้า สงสัยยังผ่านโลกมาน้อยเกินไป หึ ๆ...’
ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะพุ่งทะยานตามรอยจริงของหลี่ซวนไปนั้น ชายชรากลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายวิญญาณสีดำสายหนึ่ง ที่หลงเหลือทิ้งไว้ตรงร่องรอยลวงตาฝั่งสำนักเฟิงหยวน
มันช่างเป็นกลิ่นอายที่คุ้นเคยยิ่งนัก... หรือว่า...
‘สลับก้าวเงามายา!? เจ้าเด็กนี่มันใช้วิชาของกลุ่มมือสังหารเช่นข้า... ที่เพิ่งจะใช้ไปเมื่อครู่นี้ได้อย่างงั้นหรือ!?’
คิ้วสีเทาภายใต้หน้ากากขมวดเข้าหากันแน่น ใบหน้าเหี่ยวย่นแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดจริงจังในทันที
‘หากอยากรู้ความจริง มีแต่ต้องไปเค้นเอาจากปากมันด้วยตัวเองเสียแล้ว’
ชายชราวาดกระบี่สีดำทมิฬ ร่างกายพลันแปรเปลี่ยนเป็นกลุ่มเงา พุ่งทะยานไล่กวดตามทิศทางที่หลี่ซวนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
...
ทางด้านหลี่ซวน ในยามนี้เขากำลังบังคับกระบี่บินหนีอย่างสุดชีวิต วิชา 'ล่องลอยนภา' นี้มีขีดจำกัด ต่อให้กลืนกินโอสถฟื้นฟูพลังวิญญาณเข้าไปด้วย ก็สามารถทนฝืนบินต่อเนื่องได้มากสุดเพียงสองวันเท่านั้น ท้ายที่สุดเขาก็ต้องหยุดพักเพื่อนั่งสมาธิฟื้นฟูร่างกายอยู่ดี สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือ รีบหาสถานที่หลบซ่อนที่อยู่ใกล้ที่สุดให้พบ!
แต่แล้วในเวลาไม่นาน เงามืดสายหนึ่งที่พุ่งทะยานมาด้วยความเร็วเหนือจินตนาการ ก็กำลังคืบคลานเข้าประชิดแผ่นหลังของเขาอย่างรวดเร็ว
‘แย่แล้ว!’ ชายหนุ่มร้องลั่นในใจพร้อมกับหันขวับกลับไปมอง
เงาดำสายนั้นตวัดฟันคลื่นกระบี่สีดำทมิฬเข้าใส่เขาทันที!
ฟึ่บ!
หลี่ซวนรีบพลิกตัวกลับ พร้อมกับงัดวิชา 'ฝ่ามือสยบแปดทิศ' ออกมาตั้งรับด้วยสองมืออย่างเต็มกำลัง!
ปั้ง!
ม่านพลังจากฝ่ามือต้านทานคลื่นกระบี่ได้เพียงอึดใจเดียว ความแตกต่างของระดับพลังก็สำแดงผล โล่ป้องกันแตกสลาย ร่างของชายหนุ่มกระเด็นหลุดจากกระบี่บิน ร่วงหล่นลงสู่พื้นป่าเบื้องล่างในทันที!
เขารีบตั้งสติกลางอากาศ กัดฟันฝืนใช้ท่อนแขนที่เจ็บจนชาดึงกระบี่คู่กายให้ลอยกลับเข้าสู่กำมือ ทว่าวินาทีที่สองเท้าแตะลงพื้นและหันกลับไปมองเบื้องหน้า...
เขากลับพบเข้ากับหน้ากากอันน่าขนลุก ที่พุ่งมาโผล่อยู่ห่างจากใบหน้าเพียงคืบ!
ฉับ!
ยังไม่ทันที่จะได้ตั้งตัว มือสังหารเฒ่าก็ตวัดคมกระบี่หมายบั่นคอของเขาในทันที!
หลี่ซวนย่อตัวก้มหัวหลบคมมีดไปข้างหน้าได้อย่างหวุดหวิด ทว่ากลับถูกซาอู๋เหิงยกเข่ากระแทกเสยเข้าที่ใบหน้าอย่างจัง!
"ตุบ!" "เฮือก!"
เขาหน้าหงายขึ้น เลือดกำเดาไหลซึม ในจังหวะนั้น คมกระบี่สีดำก็ตวัดฟันตามมาเป็นครั้งที่สอง หมายผ่าร่างของเขาให้ขาดสะบั้น!
ดวงตาข้างหนึ่งของเขาจากฟ้าครามเปลี่ยนเป็นครามเข้ม
[ปฏิกิริยาพลันเพิ่มขึ้นสองส่วน]
"คล้อยตามสายลม!"
ฟึ่บ! ร่างของหลี่ซวนเลือนหายไป คมกระบี่ฟันผ่าได้เพียงอากาศธาตุ
"สลับก้าวเงามายา!" ซาอู๋เหิงแค่นเสียง ร่างกลายเป็นเงาติดตามชายหนุ่มไปติด ๆ ไม่ยอมปล่อยให้คลาดสายตา!
เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!
เสียงคมกระบี่ปะทะกันดังกึกก้องกังวานไปทั่วผืนป่า ที่ค่อย ๆ ลาดชันไต่ระดับขึ้นไปบนเนินเขาสูง หลี่ซวนพยายามกัดฟันต้านรับการโจมตีอันหนักหน่วงของมือสังหารตรงหน้า สลับกับการใช้วิชา 'คล้อยตามสายลม' เพื่อหลบหลีกรักษาระยะห่าง
ทว่าซาอู๋เหิงกลับอาศัยวิชาสลับก้าวเงามายา เคลื่อนกายติดตามไล่บี้เขาอย่างไม่ลดละ!
หากเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับลมปราณแรกเริ่มขั้นปลายธรรมดาทั่วไป คงเพลี่ยงพล้ำตกตายไปตั้งแต่โดนการโจมตีระลอกแรกแล้ว ทว่าหลี่ซวนในยามนี้ คือผู้มีห้วงลมปราณขนาดแปดสิบจั้ง!
ในตอนนี้เขาคือหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในระดับต้น ๆ ของลมปราณแรกเริ่มอย่างไม่ต้องสงสัย จึงสามารถยืนหยัดต่อกรกับระดับฐานวิญญาณขั้นต้นได้อย่างดุดัน และไม่ยอมอ่อนข้อให้แม้แต่น้อย!
‘เจ้าเด็กนี่เหตุใดถึงสังหารได้ยากเย็นนัก! ข้าใช้พลังไปเกือบเจ็ดส่วน แต่กลับไม่สามารถปลิดชีพเด็กน้อยระดับลมปราณแรกเริ่มได้เนี่ยนะ!?’ ซาอู๋เหิงคิดในใจอย่างหงุดหงิด
เมื่อการปะทะยืดเยื้อ มือสังหารเฒ่าก็เริ่มหมดความอดทนกับความอึดทนทายาดของเป้าหมาย
"พอกันที! ตายซะเถอะ!"
มือสังหารเฒ่าสะบัดมือ ร่างกลายเป็นเงาทะยานเหินขึ้นสู่ฟากฟ้า หมายจะงัดไม้ตายก้นหีบออกมาปิดฉากเด็กน้อยตรงหน้าให้สิ้นซาก! เขาปล่อยกระบี่สีดำให้ลอยคว้างอยู่เบื้องหน้า ร่ายอาคมด้วยสองมือ เมื่อนิ้วทั้งห้าประสานกันจนเสร็จสิ้น เขาก็ตะโกนก้องกังวาน
"เงากระบี่แปดสายกลืนกิน สังหารสิ้น!"
สิ้นเสียง กระบี่สีดำก็สั่นสะท้าน พลันแตกตัวออกเป็นเงากระบี่สีดำทมิฬแปดเล่ม พุ่งทะยานแหวกอากาศเข้าทะลวงร่างของหลี่ซวน ด้วยความเร็วและพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัว!
"เข้ามา!!!"
หลี่ซวนแผดเสียงตะโกนลั่นอย่างไม่เกรงกลัว! ตั้งแต่ตอนที่มือสังหารเฒ่ากำลังร่ายวิชาอยู่บนฟากฟ้า เขาก็ฉวยโอกาสกลืนกินโอสถฟื้นฟูพลังวิญญาณลงไปรอไว้แล้ว!
หลี่ซวนตวัดกระบี่วาดสลักชื่อของตนเองลงบนอากาศเบื้องหน้า รีดเร้นเจตจำนงและจิตวิญญาณทั้งหมดใส่ลงไปเพื่อประกาศก้องว่า 'เขาจะไม่มีวันลืมเลือนตัวตนของตนเอง!' จินตนาการถึงภาพอนาคตอันเกรียงไกร ว่าตัวเขาจะสามารถยิ่งใหญ่ได้ถึงเพียงใด!
ฉับพลันนั้นเอง... เงามายาโปร่งแสงขนาดมหึมาสูงกว่าสิบจั้งพลันก่อตัวขึ้นเบื้องหลังชายหนุ่ม!
มันคือร่างเงาของบุรุษหนุ่มผู้มีกลิ่นอายความยิ่งใหญ่อันไร้ขีดจำกัด ท่วงท่าและใบหน้านั้นละม้ายคล้ายคลึงกับหลี่ซวนแทบจะทุกประการ!
ชายหนุ่มตวัดกระบี่ฟันเฉียงออกไปสุดแรงเกิด ร่างเงามายาเบื้องหลังก็ขยับกายตวัดกระบี่ยักษ์ฟันตามการเคลื่อนไหวของเขาในเสี้ยววินาทีเดียวกัน!
"กระบี่… ก้องยุทธภพ! สิบส่วน!"
ฟึ่บ!
ปั้ง!!!!!