รวมเรื่องสั้น เรื่องเสียวแนวจีนโบราณ

    ปลอบใจพี่เขย

    1.ไยไม่เป็นข้า

             

             

            นัยน์ตาสั่นระริกวูบไหวมองร่างพี่สาวแท้ๆ และบุรุษข้างกายพี่สาวของนางที่นั่งเคียงกันตรงหน้าบิดามารดาของนาง โดยที่เก้าอี้ด้านข้างมีบิดามารดาของเขาพร้อมทั้งแม่สื่อนั่งรวมอยู่ด้วย

            ‘เหตุใดคนที่เขามาขอถึงไม่ใช่นาง’

            เสิ่นเจียงหลินมองคนที่นางแอบชอบมานานยิ้มอ่อนให้พี่สาวของนางที่แต่ไหนมา นางไม่เคยอยู่เขาในใจให้เขาเลย ใช่เจียงหลินรู้ว่าพี่สาวไม่ได้ชอบบุรุษข้างกายแต่เพราะเขาแสนดี คนทั้งเมืองต่างรักและชื่นชมกู้สินว่าเขาเก่งกาจมากความสามารถแม้อายุยังน้อยแต่ก็สำเร็จได้ด้วยตนเองและที่สำคัญกู้สินยังเป็นศิษย์ของบิดานาง อดีตราชครูฮ่องเต้ราชวงศ์ก่อน

            ฉะนั้นสำหรับพี่สาวนางการได้ครอบครองบุรุษเพียบพร้อมถึงเขาจะฐานะไม่อาจเท่าก็ถือเป็นเรื่องที่คนทั้งเมืองต้องริษยาแล้ว

            ตลอดเวลาที่บ้านกู้มาสู่ขอพี่สาวของนางเสิ่นเจียหยาเด็กสาววัยสิบเจ็ดก็ได้แต่มองท่าทางยินดีเหล่านั้นของพวกเขาทั้งสองด้วยความรู้สึกปวดใจนางต้องพยายามอย่างมากที่ไม่ให้น้ำตาไหลลงอาบใบหน้าต่อผู้คนมากมายฝืนมองบรรยากาศชื่นมื่นที่โอบล้อมคนทั้งสองจนจบขั้นตอนสู่ขอโดยที่ในระหว่างเด็กสาวก็เอาแต่ถามตัวเอง ว่านางสู้พี่สาวไม่ได้ตรงไหนอะไรที่พี่สาวทำได้นางก็ล้วนทำได้ทั้งสิ้น หมาก พิณ กาบ กลอน ร้องเพลง ร่ายรำสิ่งเหล่านั้นนางล้วนชำนาญไม่ต่างพี่สาวจะว่าหน้าตาหรือก็สะคราญจนชายทั้งเมืองชื่นชม แล้วเหตุใด เหตุใดคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นถึงไม่ใช่นาง

            กว่าจะรอดพ้นบรรยากาศอึดอัด ทุกข์ใจมาได้ฝ่ามือเล็กของเจียงหลินก็เต็มไปด้วยรอยเล็บจิกซ้ำบางจุดมีเลือดซิบออกมาทว่าเจ้าของกายไม่ยักจะเจ็บปวดเท้าของนางสาวไปทางเรือนนอนด้วยความเร็วจนสาวใช้ที่อยู่ด้านข้างก็ตามแทบไม่ทันดวงตาคลอน้ำใสมองทางพร่าเลือนก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา ปลายจมูกแดงแสบซ่าหนักเรื่อยๆจนสุดท้ายเจ้าของกายทนไม่ไหวยกมือขยี้มันแรงๆ หลายทีแล้วออกวิ่งทิ้งสาวใช้ข้างกายให้ร้องเรียกอย่างไม่สนใจ

            ปึ้ง!!

            “ฮื้ออ ฮึกฮื้อออ ทำไมฮือออฮึกพี่กู้สินไยคนที่จะได้ข้างกายท่านถึงไม่เป็นข้า ฮือออ”

            ปังปัง! ปัง ปัง

            “คุณหนูเปิดประตูให้บ่าวหน่อยเจ้าค่ะ คุณหนู คุณหนู”

            เจียงหลินไม่สนใจเสียงบ่าวที่ตะโกนเรียกนางอยู่ด้านนอกกายเล็กนั่งกอดเข่าที่พื้นซุกหน้าตัวเองกับเข่าห้องไฮ้เสียงดังอย่างกลั้นไม่อยู่พร้อมถามตัวเองซ้ำๆ ว่าเหตุใดเขาถึงไม่รักนาง

            ฮึกกก ฮืออออ ฮึก

            ตั้งแต่เล็กมาในชีวิตของนางก็มีบุรุษผู้นี้เข้ามาแล้วในสายตานางกู้สินเป็นคนอ่อนโยน ยิ้มเก่ง ไม่ว่าเรื่องใดเขาก็สามารถผ่านมันไปได้และยิ่งโตเขาก็ยิ่งฉายความหล่อเหลาออกมาอย่างชัดเจนจนเด็กสาวมากมายต่างคลั่งไคล้เขาซึ่งนางก็รวมอยู่ในนั้น

            ทว่าในสายตาเขากลับมีเพียงพี่สาวของนางไม่ว่าอะไรก็เป็นเจียหยาที่หนึ่ง ขนม ของเล่น แม้ตำรา เขาก็มอบให้พี่สาวของนางสอนพี่สาวนางก่อนจะมาถึงนาง จนหลายครั้งนางก็ทำตัวไม่ดีเป็นเด็กริษยาแกล้งพี่สาว

            จนวันที่พี่สาวของนางถึงวัยปักปิ่นตอนนั้นบิดาจะให้พี่สาวของนางแต่งงานออกเรือนกับบุตรของสหายยามนั้นนางดีใจอย่างบอกไม่ถูกหัวใจของนางลิงโลดเต็มได้ความสุขแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในหัวเอาแต่คิดถึงช่วงเวลาที่นางและชายในดวงใจจะได้ใช้เวลาร่วมกันเพียงสองคน ทว่าก็เพียงไม่นานฝันของนางก็สลายเมื่อคนที่นางหมายปองกลับมาขอร้องเว้าวอนให้อาจารย์ของเขายกบุตรสาวให้กับตนและบิดาของนางก็ยอมตกลงเพราะชื่นชมศิษย์คนนี้อยู่แล้ว

            แต่สิ่งที่ค้านอยู่ในใจนางตั้งแต่วันที่กู้สินมาร้องขอบิดาคือคำพูดพี่สาว‘หากไม่ใช่เพราะเขาหล่อเหลาจนสตรีทั้งเมืองอยากจะครอบครองรับรองข้าไม่มีทางแต่งกับคนต่ำต้อยเช่นนั้นให้อับอายแน่’

            เพราะคำพูดนี้ของพี่สาวที่กล่าวออกมาให้นางได้ยินนางจึงบอกไปพี่ชายที่แสนดีหวังให้เขาตาสว่าง แต่กลับกลายเป็นว่านางริษยาพี่สาวนับจากวันนั้นเขาที่เอ็นดูนางก็คล้ายเป็นคนอื่น ห่างเหินไม่สนใจราวกับว่าที่ผ่านมาหลายปีไม่มีความหมายเลย

             

            กว่าน้ำตาจะหยุดไหลท้องฟ้าด้านนอกก็เปลี่ยนสีเจียงหลินมองไปทางนอกเรือนที่สว่างไปด้วยแสงไฟจากโคม ด้านนอกประตูห้องมีเงาหนึ่งยืนอยู่คาดว่าคงเป็นสาวใช้ที่ห่วงใยนางตลอดเด็กสาวจึงตัดสินใจลุกเปิดไปเปิดประตูให้สาวใช้เข้ามา

            “คุณหนู!! ท่าน”เสียงตื่นเต้นดีใจเจือความเป็นห่างดังออกมาจากปากของบ่าวก่อนจะเงียบลงเมื่อเห็นสีหน้า ท่าทางของนายตัวเองนางเดินไปจุดเทียนจนห้องนอนของเจ้านายจนสว่างก่อนจะหันมองไปทางเด็กสาวร่างเล็กที่อยู่เคียงข้างมาแต่นางแบเบาะด้วยความเป็นห่วง

            “ไม่ต้องห่วงข้าไม่เป็นไร”

             

            ผ่านไปเกือบครึ่งเดือนเจียงหลินคิดว่านางคงทำใจได้แล้วแต่เปล่าเลยครึ่งเดือนมานี้ที่คิดว่าทำใจได้นั้นมันไม่จริงเลยเพราะวันนี้เป็นวันแต่งงานของพี่สาวนางและชายในดวงใจที่เปลี่ยนสถานะมาเป็นพี่เขยอย่างสมบูรณ์แบบ

            ร่างพี่สาวที่กำลังจะขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว ทำนางริษยาจนอยากจะไปกระชากร่างในชุดมงคลนั้นอย่างแรงแล้วเดินขึ้นเกี้ยวแทนเสียเองยิ่งยามที่มือใหญ่ของชายร่างสูงที่ครั้งหนึ่งเคยลูบหัวนางจับแน่นกับมือบางของพี่ในนางก็เจ็บปวดจนอย่างจะร้องไห้ออกมาดวงตากลมคลอน้ำใส่มองร่างพร่าเลือนของทั้งสองด้วยความเจ็บปวดใจก่อนจะตัดใจหันหลังเดินออกมาไม่คิดไปร่วมงานเลี้ยงของทั้งคู่ที่จวนเจ้าบ่าว

            “อันอัน ฮึกฝากเจ้าบอกท่านว่าข้าปวดหัวมากไม่ไปร่วมงานเลี้ยง”กล่าวจบนางก็ปิดประตูทันทีเปิดโอกาสให้สาวใช้ข้างกายได้เอ่ยถาม

            ‘พี่กู้สิน ฮึกจากนี้ข้า ข้าจะตัดใจจากท่าน’

             

            แล้วก็เป็นอย่างที่เจียงหลินตั้งใจในทุกวันนางเอาแต่ศึกษาเล่าเรียนจนบิดาแปลกใจแต่ก็ชื่นชอบที่นางเล่นน้อยลงแล้วสนใจการเรียนแม้จะยังคิดถึงอยู่บ้างแต่นางก็ทำเหมือนปกติ แม้จะคอยหลบหน้าพี่สาวพี่เขยก็ตาม

            เด็กสาวร่างเล็กเดินไปตามทางไปห้องโถงด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนมือของนางทั้งสองชื้นไปด้วยเหงื่อพร้อมกับใจเต้นแรงอย่างไม่อาจความคุมหลังบิดาให้บ่าวมาตามนางที่เรือนบอกว่าพี่สาวมาหา

            เสียงหัวเราะเคล้าเสียงพูดคุยดังออกมาจากห้องข้างพาใจนางสั่นไหวอย่างคุมไม่อยู่อีกไม่กี่ก้าวนางก็จะได้พบเจอพี่เขยที่พยายามหลบหน้าแล้วเพียงคิดว่าจเจอเขานางก็เจ็บปวดใจขึ้นมาทั้งที่ผ่านมานานจนคิดว่าจะตัดใจได้

            แต่เมื่อก้าวเข้าไปกลับไร้เงาคนที่นางไม่อยากเจอลมหายใจหอบใหญ่ที่กลั้นเอาไว้พ่นออกมาจากปากของนางก่อนจะก้าวขาไปนั่งฝั่งตรงข้ามพี่สาวที่ไม่ได้พบเจอมานานเป็นเดือน

            “ไม่เจอเดือนเดียวอาหลินโตขนาดนี้เชียวท่านพ่อบอกว่าเจ้าตั้งใจเล่าเรียนไม่รักสนุกเช่นแต่ก่อน”

            “โธ่ท่านพี่ก็ ข้าโตแล้วก็ต้องตั้งใจเล่าเรียนสิจะได้มีบุรุษดีๆ อย่างพี่เขยมาสู่ขอ”สิ้นคำที่นางกล่าวในห้องก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและท่าทางเขินอายของพี่สาวนางที่ไม่เพียงคำล้อเรียนของน้องสาวแต่ยังมีสายตาล้อของบิดามารดาที่ส่งไปให้นางอีก

            “ว่าแต่พี่เขยไปไหนหรือเจ้าค่ะ ไยไม่มาพร้อมท่าน”แม้จะเจ็บปวดใจที่ต้องเรียกเช่นนั้นแต่เพื่อให้ทุกอย่างเป็นปกตินางจึงต้องกลืนความรู้สึกนั้นไปแล้วเรียกถามถึงเขาราวไม่มีอะไร

            “นี่เจ้าไม่รู้หรือว่าพี่เขยเจ้าได้บรรจุเป็นขุนนางขั้นสามแล้วตอนนี้ต้องไปต่างเมืองเพื่อทำงาน”

            รอยยิ้มปีติที่หายไปนานฉายขึ้นบนใบหน้าของเด็กสาวอย่างไม่รู้ตัวเมื่อได้ยินว่าเขาเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็ว อย่างที่ใฝ่ฝันไว้

            “และที่พี่มาก็อยากจะชวนเจ้าไปนอนที่เรือนระหว่างพี่เขยเจ้าไม่อยู่”

            “เออจะดีหรือเจ้าค่ะที่นั่นเป็นเรือนหอพวกท่านข้าไปมันจะดีหรือ”ใบหน้ากระจ่างเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นหมองหม่นนัยน์ตากลมไหวระริกเมื่อคิดว่าต้องไปอยู่รังรักของทั้งสอง

            “ดีสิข้ามีงานมากมายต้องทำจะกลับจวนเราก็ไม่เหมาะอย่างน้อยเจ้าไปอยู่ด้วยก็ช่วยคลายเหงาให้พี่ได้”

            “หลินเออร์พี่เจ้ามาชวนขนาดนี้แล้วเจ้าก็ไปกับนางเถอะถือเสียว่าไปเที่ยวเล่น”

            “นั่นสิ พี่เจ้าจะได้ไม่เหงา”

            เด็กสาวกวาดสายตามองบิดา มารดาที่คะยั้นคะยอนางก่อนจะมองพี่สาวที่ส่งสายตาคาดหวังมาไม่หยุดจนสุดท้ายต้องยอมพยักหน้ารับไปอย่างจนใจ

            “ก็ได้เจ้าค่ะ ข้าไปก็ได้”

            “ดีเลย เช่นนั้นเจ้าไปเก็บของเร็ว เราไปกันวันนี้เลย”

            “เออ เจ้าค่ะ”

            เจียหยามองน้องสาวที่ลุกออกจากห้องไปพลางยกยิ้มมุมปากแผนขั้นแรกของนางผ่านไปได้แล้วเหลือเพียงนั้นแนะเขาให้มาหานางคืนนี้

            ‘ขอโทษนะหลินเออร์หากไม่ได้เจ้าไปอยู่ที่จวนเขาก็เข้ามาลำบาก’