ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่168 สะกดรอย

“ไอ้เวรนั่นจะพาอาจารย์ไปไหนกัน...” ช่วงเที่ยงวันอาจารย์หนุ่มไม่ได้ออกไปกินข้าวข้างนอกแบบคนอื่น เขาค่อนข้างประหยัดพอตัว จึงทานข้าวในโรงอาหารกับนักศึกษา

ครั้นเดินออกมาในสภาพอิ่มอร่อย ดวงตากลับมองเห็นชายสองคนก้าวเท้าเข้าไปในรถ BMW X5 ในฐานะเป้าหมายที่ถูกหมายหัว แค่มองป้ายทะเบียนอาจารย์หนุ่มก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นรถใคร

รถของนักศึกษาไม่ดี!

“หรือว่าเด็กนี่จะยัดเงินอาจารย์...ต้องใช่แน่ๆ พวกเขาต้องออกไปแอบคุยกัน ไม่ก็ถามว่าข้อสอบเทอมนี้จะออกข้อไหนบ้าง ร้ายนักนะ ดีละในฐานะที่ผมเป็นอาจารย์จะปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด!” อาจารย์หนุ่มตัดสินใจเด็ดเดี่ยว ตั้งเป้าหมายแล้วก็ทำให้ถึงที่สุด

เขาวิ่งไปที่รถมอเตอร์ไซค์คันละห้าหมื่น สตาร์ทรถแล้วรีบบิดคันเร่งตามรถคันหรูไปทันที

จริงอยู่ว่าอีกฝ่ายขับรถเร็วมาก แต่ช่วงเที่ยงวันรถบนถนนพัทยาค่อนข้างหนาแน่น ต่อให้อาจารย์หนุ่มขับช้าเอื่อยๆ ยังตามทันเลย

อย่างรวดเร็ว อาจารย์หนุ่มตามมาถึงร้านอาหารที่เป็นปลายทาง ชื่อร้าน'เรือนหงส์หยก'เป็นร้านอาหารไทยมีระดับ มองแค่หน้าร้านก็รู้ได้ทันทีว่าต่างจากอาหารข้างทาง

อาจารย์หนุ่มจอดรถไว้หน้าร้าน เดินเข้าไปได้ไม่ทันไรต้องถูกถามคำถามอย่างแย้มยิ้มโดยพนักงานต้อนรับชุดไทยชายหญิง

“ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าได้จองโต๊ะไว้หรือเปล่าคะ”

อาจารย์หนุ่มตอบเถรตรง “ไม่ได้จองครับ จำเป็นต้องจองด้วยเหรอ?”

ในมุมมองเขามองว่า ร้านอาหารก็เหมือนกันหมด ทำไมถึงต้องจองโต๊ะด้วย ก็แค่มากินเสร็จแล้วก็ไปไม่ใช่หรือ?

พนักงานตอบพร้อมกับยิ้ม “ขอโทษนะคะคุณลูกค้า ทางเรือนหงส์หยกมีลูกค้าเข้ามารับประทานอาหารจำนวนมาก ต้องจองโต๊ะไว้ล่วงหน้า จึงจะเข้าไปรับประทานอาหารได้ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าสะดวกจองโต๊ะตอนนี้หรือเปล่าคะ”

“สะดวกสิครับ!” ก็แค่จองไม่ใช่เหรอ ไม่เห็นจะยาก

พนักงานสองคนหยิบหนังสือขึ้นมาตรวจสอบ แล้วชี้ไปยังเดือนถัดไป “คุณลูกค้าสะดวกมาวันไหนคะ เดือนหน้าเรามีโต๊ะว่างห้าโต๊ะค่ะ”

“อะไรนะครับ เดือนหน้า...หมายความว่ายังไง” อาจารย์หนุ่มเกาศีรษะงุนงง

“คืองี้ค่ะ เนื่องจากร้านอาหารของเราเป็นร้านมิชลิน ลูกค้าต้องจองโต๊ะล่วงหน้าหนึ่งเดือนถึงจะสามารถเข้ามารับประทานอาหารได้ รบกวนคุณลูกค้าระบุวันและเวลาด้วยค่ะ”

“เอ๋...” อาจารย์หนุ่มสมองเบลอไปชั่วขณะ นี่ก็แค่ร้านอาหารเองทำไมต้องจองตั้งเป็นเดือน คนที่มาทานอาหารที่นี่ยังสติดีหรือเปล่า

“แล้วถ้าผมจองวันนี้ ก็เข้าไปไม่ได้เหรอครับ” อาจารย์หนุ่มไม่ยอมแพ้ สายตามุ่งมั่นแรงกล้า

พนักงานต้อนรับยังคงประดับยิ้มมุมปาก “ไม่ได้ค่ะ ลูกค้าที่มารับประทานวันนี้โดยส่วนใหญ่จองล่วงหน้าหนึ่งเดือนทั้งนั้น ต้องขอโทษคุณลูกค้าด้วยนะคะ...”

อาจารย์หนุ่มไม่สามารถเข้าไปได้ สุดท้ายจึงต้องยอมรับความจริงแล้วกลับไปนั่งรถมอเตอร์ไซค์ตากแดด รอให้ทั้งคู่ออกมา จากนั้นเขาจะถ่ายคลิปวีดีโอเก็บเป็นหลักฐาน ว่าทั้งสองแอบมีลับลมคมใน!

เจมส์ต้องมีคำอธิบายสำหรับเรื่องนี้!

.......

อาจารย์เกรียงไกรค่อนข้างประหม่า

นี่คือครั้งแรกที่ได้เข้ามานั่งในร้านอาหารระดับสูง หากไม่เป็นเพราะนักศึกษาพามา เขาคงไม่คิดเฉียดกายเข้ามาหรอก

“อาจารย์อยากทานอะไรเหรอครับ อาหารที่นี่อร่อยมากเลยนะ ถ้าหากอยากจะนั่งทานต้องจองโต๊ะล่วงหน้าเป็นเดือน!” เจมส์เปิดเมนูอาหาร ทั้งยังจงใจแสดงให้เห็นว่าตัวเองนั้นเจ๋งแค่ไหน

“จองล่วงหน้าหนึ่งเดือน! อย่าบอกนะว่าเธอคิดกำหนดการนี้ไว้แล้ว...” ตอนแรกเกรียงไกรก็รู้สึกดีต่อเจมส์ แต่พอรู้ว่าการเข้ามาทานที่นี่เป็นเรื่องยาก นั่นหมายความว่าอีกฝ่ายวางแผนมานานแล้ว

เจมส์ส่ายศีรษะ ดวงตามีน้ำตาคลอเบ้า “อาจารย์เห็นผมเป็นคนแบบไหนกันครับ จริงอยู่ที่ผมเข้าหาอาจารย์เพราะเรื่องธุรกิจที่ทำอยู่ อีกส่วนก็เพราะเห็นว่าอาจารย์ร่างกายผ่ายผอม ในฐานะนักศึกษาผมทนเห็นไม่ได้เลยอยากให้อาจารย์ได้มากินของดีๆ และร้านอาหารนี้ผมก็ใช้สิทธิพิเศษที่รู้จักกับหนึ่งในผู้ถือหุ้น ไม่งั้นคงไม่ได้เข้ามากินหรอกครับ”

“เป็นอย่างนี้นี่เอง อาจารย์ต้องขอโทษจริงๆ ที่มองเธอในแง่ร้าย วันนี้ไม่ว่าเธอจะถามอะไรอาจารย์ อาจารย์จะตอบทุกคำถามเอง!” ทันใดนั้นเกรียงไกรรู้สึกผิด ลูกศิษย์ดีกับเขาขนาดนี้ ทำไมเขาถึงคิดลบไปได้

“ถ้างั้นอาจารย์ก็ต้องกินเยอะๆ นะครับ” เจมส์เลือกเมนูอาหาร ดวงตาใสซื่อน่าเวทนาทำให้อาจารย์เกรียงไกรไม่สามารถปฏิเสธ ทำได้เพียงพยักหน้าตามอย่างเคร่งครัด

ไม่นานอาหารถูกนำมาเสริฟ

มองดูสิ่งที่อยู่บนโต๊ะเจมส์พยักหน้าพึงพอใจ

โชคดีที่ให้เนตรช่วย ไม่งั้นแม้แต่ตัวเขาหากอยากเข้ามากินปุบปับก็ไม่สามารถเป็นไปได้

เจมส์ยังไม่พูดถึงเป้าหมาย พออาหารมาแล้วก็เริ่มตักให้อีกฝ่าย ทั้งยังพูดจาเอาอกเอาใจ

อาจารย์เกรียงไกรกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่ เด็กคนนี้ดีกับเขามาก เพิ่งรู้จักกันเมื่อไม่กี่นาทีก่อนก็เป็นห่วงเป็นใยขนาดนี้ ดีกว่าเมียที่บ้านเยอะเลย!

กินได้ครู่หนึ่ง พอให้อาจารย์ได้ลิ้มรสอร่อยของเชฟมิชลิน เจมส์เริ่มพูดเข้าประเด็น “อาจารย์ครับ ผมมีแพลนจะเปิดโรงงานแปรรูปอาหารขนาดใหญ่ที่นิคมอุตสาหกรรมในสัตหีบ ไม่ทราบว่าอาจารย์พอจะมาเป็นที่ปรึกษาได้หรือเปล่าครับ”

นี่คือเหตุผลหลักของเจมส์ ความจริงเขาสามารถใช้เส้นสายก้องภพหาคนมีความสามารถได้ แต่ถ้าหากทำอย่างนั้นเขาก็คงไม่ต่างจากคนไร้ประโยชน์ ที่ต้องพึ่งคนอื่นอยู่เรื่อยไป

เส้นสายมีได้แต่ไม่สามารถนำมาใช้สุรุ่ยสุร่าย นั่นคือทัศนคติที่เจมส์มี!

จะให้คนอื่นมองว่าเขาไร้ประโยชน์ไม่ได้เด็ดขาด!

อาจารย์เกรียงไกรชะงักมือที่ตักอาหารครู่หนึ่ง สักพักดวงตาจึงเป็นประกาย “ได้สิ ได้อยู่แล้ว ลูกศิษย์จะเปิดโรงงานแปรรูปอาหารทั้งทีอาจารย์ก็ต้องสนับสนุน!”

เจมส์พยักหน้าพึงพอใจกับคำตอบ “ขอบคุณครับอาจารย์ สมแล้วที่อาจารย์ได้รับคำชมจากท่านอธิการบดี เป็นคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลแถมยังจิตใจดีมีเมตตา ช่วยเหลือลูกศิษย์ตัวเล็กๆ อย่างผม”

“เธอชมเกินไปแล้ว” ปากจะพูดแบบนั้นแต่เขากลับยิ้มแก้มปริ ดูก็รู้ว่าพอใจมาก

“อาจารย์ครับ โรงงานแปรรูปอาหารของผมจะเน้นวัตถุดิบทางทะเลเป็นหลัก อาจารย์คิดว่าต้องมีผู้ช่วยกี่คนที่มีความรู้ด้านนี้ถึงจะดี” เจมส์ไม่กล้าพูดตรงๆ ว่าต้องการผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก ต้องตะล่อมถามไปเรื่อย

“อาจารย์คนเดียวคงไม่พอ เอางี้อาจารย์มีนักศึกษาที่จบได้เกรดดีๆ เดี๋ยวจะลองติดต่อให้ แต่ว่าอาจารย์ไม่รับปากนะว่าพวกเขาจะมาทำงานให้”

“ผมเข้าใจครับอาจารย์ โรงงานของผมยังใหม่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง คงสู้โรงงานส่วนใหญ่ที่อยู่มาก่อนไม่ได้ แต่ช่างเถอะไม่เป็นไร ใครใช้ให้ผมต้องเป็นนักธุรกิจที่ไม่มีคนหนุนหลังล่ะ!” เจมส์มีหน้าตาเศร้าหมอง แต่ดวงตากลับมุ่งมั่นเป็นประกาย

ได้ยินแบบนั้นอาจารย์เกรียงไกรถึงกับเลือดพุ่งพล่าน

คนหนุ่มแบบนี้ควรได้รับการสนับสนุน

มีความมุ่งมั่นแรงกล้าไม่อาศัยเส้นสาย

ช่างเป็นคนดีที่มีคุณธรรม!

“ไม่ต้องห่วง! อาจารย์จะช่วยอีกแรง โรงงานที่อยู่มาก่อนแล้วมีอะไรดี นอกจากระบบอันคร่ำครึก็ไม่มีอะไรอีกแล้ว จะก้าวหน้าก็ยาก แถมยังไม่สามารถเสนอความคิดใหม่ๆ ในที่ประชุมได้”

“ใช่ไหมละครับอาจารย์ ถ้าหากเป็นโรงงานใหม่นะ หากมีผลงานดีเด่น จะก้าวหน้าก็ไม่ใช่เรื่องยาก...”

อาจารย์เกรียงไกรจับมือลูกศิษย์แน่น “ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้คนมีความสามารถ อาจารย์รู้จักคนกว้างขวาง ลูกศิษย์ที่จบออกไปต่างก็มีความสามารถเป็นเลิศ รับรองว่าจะไม่ให้เธอต้องผิดหวัง!”

“ขอบคุณมากครับอาจารย์ เท่านี้ก็สามารถแก้ปัญหาโรงงานไปได้หนึ่ง” แทนที่จะดีใจ ลูกศิษย์คนดีกลับมีหน้าตาเศร้าหมอง

“เป็นอะไรไป ยังมีเรื่องหนักใจอะไรอีก บอกอาจารย์มาได้เลย!”

“ผมกลัวว่าจะรบกวนอาจารย์มากเกินไป เรื่องที่อาจารย์ช่วยมาเป็นที่ปรึกษาให้กับโรงงานแปรรูปอาหาร ผมก็ไม่รู้จะขอบคุนยังไงแล้วครับ”

ได้ฟังคำตอบเกรียงไกรรู้สึกอบอุ่นเหลือเกิน แม้จะมีปัญหาที่ยังไม่ได้แก้ แต่ลูกศิษย์ยังมองว่าอาจารย์อาจเดือดร้อน คนหนุ่มแบบนี้จำเป็นต้องสนับสนุน!

“อาจารย์เป็นอาจารย์ของเธอนะ มีอะไรก็พูดมาได้ ขอเพียงไม่ใช่เรื่องใหญ่เกินไป อาจารย์สามารถช่วยได้ทั้งนั้น!”

เจมส์มีใบหน้าซาบซึ้ง “อาจารย์ นอกจากจะเปิดโรงงานแปรรูปอาหารจากทะเลแล้ว ผมยังมีแพลนจะสร้างไวน์องุ่น เรื่องสถานที่เพราะปลูกองุ่นไม่มีปัญหา แต่คนที่มีความรู้ด้านนี้โดยตรงน่ะสิหายากจริงๆ”

“จะทำธุรกิจสองอย่างในเวลาเดียวกัน...อาจารย์ว่าจะไม่หนักเกินไปเหรอ” เกรียงไกรแสดงความเป็นห่วงชัดเจน

“อาจารย์ครับ ตอนนี้ผมยังหนุ่มยังแน่น มีแรงพอที่จะขับเคลื่อนธุรกิจหลายชนิดในเวลาเดียวกัน ก็ใครใช้ให้ผมเกิดมาจนล่ะ! ผมก็แค่ต้องพยายามมากกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง”

อาจารย์เกรียงไกรเขย่ามือลูกศิษย์ บ่อน้ำตาแตกเป็นสาย

ลูกศิษย์คนนี้มีความมุ่งมั่นดีเหลือเกิน

คนดีแบบนี้ถ้าหากไม่สนับสนุนเขาก็แค่อาจารย์ไม่ได้เรื่อง!

“อาจารย์มีลูกสาวคนหนึ่ง เชี่ยวชาญเรื่องไวน์โดยเฉพาะ”

คล้ายกับเรื่องถุงมือฟ้าประทาน ที่คุณอ่าน