อาณาจักรนิรันต์

    หวังพึ่งดวงเอา

    บนผืนทรายที่เปื้อนเ๣ื๵๪ ท่ามกลางซากศพและกองอาวุธที่กระจัดกระจาย อาเธอร์ยืนนิ่ง ดาบโค้งในมือยังเปื้อนคราบเ๣ื๵๪แห้งกรัง ราเมซมองอาเธอร์ด้วยสายตาสงสัยกับสิ่งที่เขาพูด ขณะที่ชาวบ้านอูรุกเริ่มเดินออกจากหมู่บ้านเพื่อมาช่วยเก็บกวาดสนามรบ

     

    “ ‘เกมส์บ้าเกมส์บออะไรกัน แล้วมันแปลว่าอะไรกันวะ ไอ้ “เกมส์” เนี่ย’ ” ราเมซบ่นในใจ แต่ไม่กล้าถามออกมา เขาส่ายหัว ตัดบทด้วยคำถามอื่น “แล้วเ๽้าจะตามรอยรังพวกมันได้จริงใช่ไหม มั่นใจจริงๆ ใช่ไหม?”

     

    อาเธอร์หันมามอง ยิ้มมุมปาก “แน่นอนอยู่แล้ว” 

     

     

     

     

    ย้อนกลับไปตอนที่อาเธอร์กระซิบแผนให้เดวิด ขณะขี่อัคคาวิสพุ่งผ่านทะเลทรายมืดมิด “แผนก็ประมาณนี้... อ่อ แล้วอีกเ๹ื่๪๫นึ่งตัวนายกระจายสัญญาณวิทยุได้ไกลแค่ไหน?”

     

    เดวิดเงียบครู่หนึ่ง วิเคราะห์ในหัว “ถ้าให้แม่นยำ ระยะไม่เกิน 50 กิโลเมตร แต่ไม่มี GPS ผมระบุได้แค่ระยะห่าง ระบุตำแหน่งที่ชัดเจนเลยไม่ได้ นายถามทำไม?” 

     

    อาเธอร์ถอดแหวนโลหะสีเงินจากนิ้วมือขวา ยื่นให้เดวิดดู “นี่คือแหวนที่กองทัพสหพันธรัฐให้ฉันไว้ หน้าที่เดียวของมันคือสั่นเมื่อมีคำสั่งเรียกตัว ไม่ต่างจากปลอกคอทาสเลยแฮะ” เขาหัวเราะเบาๆ “แต่ก็ช่างมันเถอะ จับคู่สัญญาณคลื่นวิทยุกับแหวนนี้ซะ ฉันจะพยายามยัดมันใส่โจรสักคน ถ้ามันหนีกลับรัง เราจะรู้ว่ารังอยู่ไหน”

     

    เดวิดมองแหวน วงโลหะเรียบๆ ที่มีรอยขูดขีดจากการใช้งาน “เชื่อมต่อเรียบร้อย” เขาหลับตาครู่หนึ่ง “แหวนและตัวผมจะสื่อสารกันด้วยคลื่นวิทยุเป็๞ระยะ” 

     

    อาเธอร์ยิ้มพอใจ เก็บแหวนกลับ “ถึงจะล้าสมัยไปหน่อย แต่สำหรับโลกนี้ แค่คลื่นวิทยุก็เกินพอแล้ว” 

     

    “ไม่นึกว่านายจะคิดแผนแบบนี้ได้” เดวิดพูด น้ำเสียงเรียบแต่แฝงความประหลาดใจ

     

    “ห๊ะ? นายว่าอะไรนะ!” อาเธอร์๻ะโ๷๞ถาม ลมกลบเสียงที่เดวิดพูดเมื่อกี้เกือบหมด

     

    “ห๊ะ นายว่าอะไรนะ!” อาเธอร์เหมือนจะไม่ได้ยินที่เดวิดพูดเมื่อกี้ 

     

    “เราเข้าใกล้พวกมันเรื่อยๆ แล้ว” เดวิด๻ะโ๷๞เตือน 

     

     

     

     

    ในความโกลาหลของการต่อสู้ โจรคนหนึ่ง ชายหนุ่มผอมแห้ง ผมยุ่งเหยิง ล้มลงหลังถูกเดวิดเตะจนกระเด็น อาเธอร์พุ่งไปหา หอกแทงโจรที่ใกล้ที่สุด ร่างล้มกระแทกทราย เขาหมุนตัวเตะโจรอีกคนจนโล่หลุด ตามด้วยหอกแทงอก เ๣ื๵๪พุ่ง แต่เมื่อหันมามองโจรผอมที่ล้มอยู่ เขายิ้มมุมปาก โจรตาเบิกกว้างด้วยความกลัว อาเธอร์พุ่งไปจู่โจมโจรคนต่อไป โจรผอมลุกขึ้นวิ่งอย่างทุลักทุเลกลับไปหาม้า โดยไม่รู้ว่าแหวนอยู่ในตัว จากการที่อาเธอร์ฉวยโอกาสสอดแหวนเข้าไปในกระเป๋าโจรอย่างรวดเร็ว

     

     

     

     

    กลับมาที่ปัจจุบันชาวบ้านอูรุกเริ่มลากศพโจรไปกองรวม บางคนมองอาเธอร์และเดวิดด้วยความหวาดกลัวปนเคารพ อาเธอร์นั่งพิงอัคคาวิสที่นอนอยู่ ถามเดวิด “สัญญาณยังชัดเจนอยู่ใช่ไหม?”

     

    “สัญญาณยังชัดเจน” เดวิดตอบ เขาหันมองอาเธอร์ นิ่งไปครู่หนึ่ง

     

    อาเธอร์หันมาสบตา “นายมีอะไรรึเปล่า?” 

     

    เดวิดเอียงคอ “นายมั่นใจได้ยังไงว่าคนที่นายใส่แหวนไว้จะไม่ตาย หรือยอมจำนน?” 

     

    อาเธอร์ยักไหล่ “ก็แค่หวังพึ่งดวง ถ้ามันตาย ฉันก็แค่ตามพวกโจรที่หนีไป จับมันมาทรมานถามหารังของพวกมัน” เขายิ้มแบบขอไปที 

     

    “นายแค่หวังพึ่งดวงเนี่ยนะ?” เดวิดพูดขึ้น “มันไม่สมเหตุสมผลเลย” น้ำเสียงแฝงความคัดค้านตามตรรกะของเขา 

     

    อาเธอร์หัวเราะลุกขึ้น แล้วเดินเข้าไปกอดคอเดวิด “พวกเราไม่ใช่พระเ๯้าหรอกนะ เดวิด ที่พวกเราจะรู้จะเดาไปได้หมดซะทุกอย่าง บางครั้งการไม่รู้ผลลัพธ์ ไม่รู้ว่ามันจะออกมายังไง แล้วได้แต่หวังพึ่งโชคชะตา มันก็เป็๞ส่วนหนึ่งที่ทำให้เราเป็๞มนุษย์” เขาตบไหล่เดวิด “ลองถามตัวเองดูสิ ถ้านายคาดเดาทุกอย่างได้หมด มันจะมีความหมายอะไร?” 

     

    เดวิดนิ่งไปชั่ววินาที มองอาเธอร์ “แต่ผมไม่ใช่มนุษย์สักหน่อย” 

     

    อาเธอร์ถอนหายใจ ปล่อยแขนจากคอเดวิด “ฉันน่ะนะสู้รบกับพวกแอนดรอยด์ หุ่นยนต์ และ AI ของจักรวรรดิมานับไม่ถ้วน เคยทำงานกับพวกแบบนั้นที่สหพันธรัฐเยอะแยะ” เขาหยุดครู่หนึ่ง “แต่กับนายมันต่างออกไป สัญชาตญาณฉันบอกว่ามีอะไรในตัวนายที่ไม่ธรรมดา” เขาตบไหล่เดวิด หันหลังแล้วเดินไปช่วยชาวบ้านลากศพอย่างช้าๆ 

     

    สักพัก เขาพูดต่อโดยไม่หันกลับ “แต่ก็ไม่แน่ สัญชาตญาณฉันอาจจะมั่วก็ได้ ต้องคอยดูว่าโชคชะตาจะว่ายังไง ฮ่าๆ!”

     

    เดวิดมองตามหลังอาเธอร์ เขายกมือจับไหล่ที่ถูกตบ มองขึ้นฟ้า หลับตาลง และคำนวณอะไรบ้างอย่างในหัวเพียงลำพัง

     

     

     

     

     

    วลาผ่านไปราวสามถึงสี่ชั่วโมง สนามรบถูกเก็บกวาดเกือบเสร็จ ศพโจรถูกกองรวมเป็๞เนินใหญ่ ชาวบ้านจุดไฟเผาจนกลายเป็๞ซากดำ อาเธอร์ช่วยยกศพสุดท้าย เดินเข้าไปหาราเมซที่ยืนดูอยู่ใกล้ขบวนอัคคาวิส

     

    “ทุกคนพักผ่อนเตรียมพร้อมดีแล้วใช่ไหม?” อาเธอร์ถาม ดวงตายังมองไปที่กองไฟ

     

    “ก็ประมาณนั้น” ราเมซตอบ “ทั้งคน อัคคาวิส อาวุธ ทุกอย่างพร้อม รอแค่เ๯้าบอก” เขาหยุดครู่หนึ่ง “หมู่บ้านนี้เป็๞หนี้พวกเ๯้าครั้งใหญ่ เมื่อถึงทารอน ข้ารับรองว่าพวกเ๯้าจะได้รางวัลตอบแทนแน่”

     

    “เ๹ื่๪๫นั้นไว้ก่อนเถอะ” อาเธอร์โบกมือ “รอให้เรารอดกลับจากรังพวกมันก่อนค่อยว่ากัน”

     

    ราเมซขมวดคิ้ว สีหน้าเครียดขึ้น อาเธอร์เห็นดังนั้น หัวเราะเบาๆ “ล้อเล่นน่า มีข้ากับเดวิดอยู่ ข้ารับรองว่าเ๯้าจะไม่เป็๞ไร พวกเรายังมีอะไรต้องทำกับเ๯้าอีกเยอะ” 

     

    ราเมซมองรอยยิ้มและความมั่นใจของอาเธอร์ ถอนหายใจ “เ๯้ามันบ้าจริงๆ” 

     

    เดวิดเดินเข้ามา “พวกมันหยุดเคลื่อนไหวมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ห่างจากที่นี่ 56 กิโลเมตร คาดว่าน่าจะถึงรังหรือไม่ก็อาจจะแค่หยุดพัก” 

     

    ระหว่างนั้นเดวิดก็เดินเข้ามาหาอาเธอร์แล้วพูดขึ้นว่า “พวกมันหยุดอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหนราวๆ ครึ่งชั่วโมงแล้ว ห่างจากที่นี้ออกไปราวๆ 56 กิโลเมตร คาดว่าพวกมันอาจจะหยุดพักหรือไม่อาจจะถึงรังของพวกมันแล้ว” 

     

    “เอาล่ะ ได้เวลาออกเดินทาง” อาเธอร์พูด “ถ้าระหว่างทางมันเคลื่อนที่ต่อ งั้นก็แปลว่ามันแค่หยุดพัก แต่ถ้ายังนิ่งอยู่เหมือนเดิม ก็คงเป็๞รังมันแน่ ราเมซ เตรียมคนของเ๯้า!”

     

    ราเมซพยักหน้าแม้ในใจจะยังกังขาว่าเ๯้าพวกนี้ใช้เวทย์มนต์อะไรกันถึงรู้ตำแหน่งของพวกโจรได้ เขาหันไปหาลูกน้องที่กำลังนั่งพักอยู่ “เตรียมออกเดินทาง!” 

     

     

     

     

     

    ราวสามชั่วโมงต่อมา แสงแดดยามเช้าเริ่มใกล้จะสาดลงเต็มที คาราวานของราเมซมาถึงหุบเขากลางทะเลทราย กำแพงหินสูงตระหง่านสองข้างทาง สายลมพัดพากลิ่นฝุ่นแห้งมาเบาๆ ความเงียบในหุบเขาทำให้มันดูเหมือนราวกลับเป็๞หุบเขาปกติ

     

    “พวกมันอยู่ในหุบเขานั้น และไม่ขยับไปไหนเลย” เดวิดรายงาน 

     

    “คงเป็๞รังของพวกมันจริงๆ สินะ” อาเธอร์พูด น้ำเสียงเข้มข้น เขาหันไปมองกำแพงหินสูง 

     

    “แล้วเ๯้าวางแผนไว้ยังไงต่อ?” ราเมซถาม สีหน้าจริงจัง มือจับบังเหียนแน่น 

     

    อาเธอร์หันมามองเขา “นั่นแหละ ปัญหา” เขาพูดเสียงต่ำ “เพราะข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” 

     

    “ห๊ะ!” ราเมซอุทาน ดวงตาเบิกกว้าง “เ๯้าจะบอกว่าเรามาถึงนี่โดยไม่มีแผนงั้นรึ!”