“อะไรอีกล่ะเนี่ย”
สตรีวัยกลางคนวิ่งเข้ามาหานางด้วยความตกอกใจใจยิ่ง ทั้งยังสำรวจเนื้อตัวนางไปมาอีกด้วย
“ดะ…เดี๋ยว…เดี๋ยว ๆ ท่านป้าเป็อะไรมากหรือเปล่าเนี่ย หนูไม่ได้เป็อะไรสักหน่อย ทำไม…”
“นี่…นังลูกคนนี้! บังอาจไปกล่าวหาคุณหนูอันหนิงของเ้าต่อหน้าฮูหยินเลยหรือ เ้านี่มันไม่ได้เื่นัก ข้าต้องตีเสียให้เข็ด!!”
หญิงวัยกลางคนวิ่งเข้ามาหมายจะฟาดฝ่ามือหนาใส่เด็กสาว นางรีบวิ่งวนรอบคุณหนูทันทีโดยมีมารดาวิ่งไล่ตามติด ๆ ปากนางยังส่งเสียงร้องลั่น “อย่านะท่านแม่! ข้าให้ท่านมาดูอาการคุณหนูไม่ใช่มาตีข้า ท่านแม่…อย่า!!!”
เฮ่อซินิแทบหัวหมุนเมื่อแม่ลูกมาวิ่งไล่จับกันโดยมีนางยืนคั่นกลางจึงเอ่ยเสียงแกมหัวเราะ “โอ้โห! ดูน่าสนุกดีนะ ข้าอยากเล่นด้วยเหมือนกัน”
เมื่อจินอู๋ได้ยินประโยคนั้นเท้าก็หยุดชะงักแล้วหันมาหาสาวน้อยด้วยความประหลาดใจยิ่ง “คุณหนู?…เมื่อครู่ท่านว่าอย่างไรนะเ้าคะ?”
“หนูบอกว่าอยากเล่นด้วยค่ะ” ยิ้มสดใสของคนตรงหน้าดูน่าชื่นชมหลงใหล แต่ทว่าไม่รู้เหตุใดใบหน้าของสตรีวัยกลางคนถึงบิดเบี้ยวขึ้นมา
“เดี๋ยวนะ ข้าไม่เข้าใจ อาิ! เล่าให้แม่ฟังสิว่าเกิดอะไรขึ้น” จินอู๋หันไปหาบุตรสาวของตน
“ฮ้า! เธอชื่ออาิเหมือนกันเหรอเนี่ย ฉันก็ชื่ออาิเหมือนกัน” ดวงตาเฮ่อซินิพราวระยับด้วยความตื่นเต้น แต่แม่ลูกทั้งสองกลับใบหน้ายิ่งบิดเบี้ยวเข้าไปกันใหญ่
“คุณหนูเ้าคะ คุณหนูจะชื่ออาิได้อย่างไร ท่านชื่อว่าฉีอันหนิงต่างหากล่ะเ้าคะ” อาิเอ่ยด้วยความประหลาดใจ
“ฉีอันหนิงเหรอ?” นางชี้นิ้วมาที่ตนเอง แล้วหัวเราะคนเดียวเอิ๊กอ๊ากเสียงดังลั่นไม่หยุด
จินิก้าวเข้ามากระซิบกับมารดา “ท่านแม่เห็นหรือไม่ ข้าก็มิรู้ว่าคุณหนูเป็อะไรเช่นกัน เมื่อเช้าตอนที่ข้ามาถึงเห็นคุณหนูนอนสลบอยู่ที่พื้น……ตะ แต่ท่านแม่!! นางจับชีพจรนางยังเต้นอยู่ พอคุณหนูตื่นมาก็เกิดอาการแปลก ๆ ดังเช่นที่ท่านเห็นนี่แหละ”
สายตาดุดันที่ตวัดมองมาเมื่อครู่ทำเอาหัวใจนางหล่นวูบไปกองที่ตาตุ่ม ถึงแม้จะพูดไปเช่นนั้นแล้วชีวิตน้อย ๆ ของนางก็ยังไม่รอดอยู่ดี
เพี๊ยะ!
“เ้าลูกคนนี้ปล่อยให้คุณหนูไปนอนที่พื้นได้อย่างไร! ทำไมเ้าไม่รีบวิ่งมาเร็ว ๆ ฮึ! ไปมัวโอ้เอ้ที่ไหนบอกแม่มาเดี๋ยวนี้นะ!!”
“โอ๊ย!…ท่านแม่ปล่อยหูข้าก่อน ข้าเจ็บแล้ว…ข้าไม่ได้ไปโอเอ้ที่ไหนเลย ข้าก็ตรงมาที่เรือนนี้เป็ปกติดังเช่นทุกวันนั่นแหละ ท่านแม่ ๆ ปล่อยข้าได้แล้ว”
เสียงแม่ลูกทะเลาะกันทำให้เฮ่อซินิหันมามองดูทั้งคู่ด้วยความสนใจ “เล่นอะไรกัน ขอข้าเล่นด้วยสิ”
“โอ๊ยยยยยย!!!” อาิน้ำตาร่วงเมื่อมีมือมาจับหูนางอีกข้างดึงไปด้วย ครานี้ยิ่งทำให้มารดาของนางยิ่งโมโหเข้าไปกันใหญ่
“ต้องเป็เพราะเ้าแน่ ๆ ไม่เช่นนั้นคุณหนูจะมาทำโทษเ้าได้เช่นไร ทั้งที่เมื่อก่อนก็ใจดีกับเ้าแท้ ๆ ครั้งนี้แสดงว่าเ้าทำเกินไปแล้ว”
“ไม่นะท่านแม่…คุณหนูเ้าขา ท่านช่วยบอกแม่ข้าทีว่าเมื่อเช้าข้ามาตรงเวลาใช่หรือไม่” อาิส่งสายตาอ้อนวอนไปยังคุณหนู เห็นนางทำหน้าครุ่นคิดใจก็เริ่มมีความหวังขึ้นมา
“ไม่รู้สิ ฉันจะไปรู้ได้ยังไง” คำพูดใสซื่อนั้นทำเอานางต้องร้องโอดโอยมากยิ่งขึ้นเมื่อมือหนาเหนียวราวคีมเหล็กยิ่งดึงหูนางหนักมากขึ้นหลายเท่า
“เห็นหรือไม่!! เป็เพราะเ้าแท้ ๆ เชียว ทำให้คุณหนูต้องลำบากเช่นนี้!!”
“หนูขอถามหน่อยได้มั้ย ว่าท่านป้าเป็ใครเหรอคะ?”
“……………………..”
“……………………..”
“ว่าอย่างไรนะเ้าคะ” กว่าจะมีเสียงตอบรับจากหญิงวัยกลางคนตรงหน้าทำเอาเฮ่อซินิเกือบลืมไปแล้ว
“หนูถามว่าท่านป้าเป็ใครเหรอคะ?”
“……………………………..……………..”
ครานี้ยิ่งรอนานกว่าเก่าเมื่อเห็นหน้าของหญิงวัยกลางคนที่ดูเหมือนวิณญาณจะออกจากร่างไปเสียแล้ว จนคิดว่าตนเองคงพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า
“ท่านป้า…นั่งก่อนดีกว่า…” เฮ่อซินิเชื้อเชิญให้คนตรงหน้านั่งแต่นางกลับเอ่ยปากขึ้นมาก่อน
“เมื่อวานคุณหนูคงจะพักผ่อนน้อยเกินไป วันนี้ต้องรีบนอนแต่หัวค่ำ อาิ…เ้าต้องดูแลคุณหนูให้ดีกว่าที่ผ่านมา วันนี้แม่คงจะเหนื่อยเกินไปจึงรู้สึกหูตาไม่ค่อยดี…”
จินอู๋ลากขาอันหนักอึ้งออกจากเรือนไปด้วยใบหน้าไร้วิณญาณ พยายามคิดทบทวนเหตุการณ์เมื่อครู่ว่าเป็แค่ความหลอนของตนเอง วันพรุ่งนี้มาเยี่ยมคุณหนูอีกครา นางคงจะสติดีขึ้น
เฮ่อซินิยืนอยู่ในห้องกับสาวใช้วัยเดียวกัน “ท่านป้าคนนั้นเป็อะไรเหรอ?”
อาิมองนายสาวของตนด้วยแววตาเศร้าสร้อยสงสารยังไม่ลืมคำสั่งของมารดาเมื่อครู่ “คุณหนู…วันนี้ท่านต้องรีบพักผ่อนนะเ้าคะ บ่าวจะเตรียมที่นอนให้เดี๋ยวนี้”
อาิก้าวเท้าตรงไปยังที่นอนจัด หมอนผ้าห่มให้เรียบร้อยแล้วหันมาเอ่ยกับคุณหนูอันหนิง “เสร็จแล้ว เชิญคุณหนูมานอนพักผ่อนก่อนเถิดเ้าค่ะ”
เฮ่อซินินิ่งคิด หัวคิ้วเรียวงามขมวดมุ่นจนแทบชนกันก่อนจะวิ่งไปที่หน้าต่างแล้วยื่นแขนเรียวเล็กออกไปจนกระทบกับแสงแดดที่สาดส่องลงมา
“คุณหนูทำอะไรเ้าคะ เดี๋ยวก็อาการกำ…”
“ข้าได้ยินมาว่าตอนกลางวันมีดวงอาทิตย์กลางคืนมีดวงจันทร์ แสงแดดจะร้อนสว่างจ้าแสงจันทร์จะเย็นสว่างนุ่มนวล เราต้องนอนตอนกลางคืนแล้วตื่นตอนกลางวัน…แต่นี่ยังร้อนแสดงว่าเช้าอยู่เลย แล้ว…จะนอนได้ยังไงล่ะ?”
ใบหน้าหมดจดชะงักไปกับคำพูดที่ซับซ้อนแต่ก็ลากตัวคุณหนูออกมาจากหน้าต่าง “โธ่คุณหนู…ก็ปิดหน้าต่างสิเ้าคะ มาเร็วเถิดเ้าค่ะ ท่านต้องรีบพักผ่อนั้แ่ตอนนี้ ข้าอยู่นอกห้องหากท่านมีอะไรก็เรียกข้าได้เลยนะเ้าคะ”
ระหว่างที่พูด มือของนางก็จัดการลากตัวคุณหนูที่ยืนทำหน้างงอยู่มานั่งบนเตียงพร้อมกับดันตัวให้นอนลงบนที่นอนอย่างนุ่มนวล แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายจนแน่ใจว่ามิดชิดทุกด้าน
ความมืดปกคลุมทั่วทั้งห้องทันทีเมื่อบ่าวรับใช้งับหน้าต่างเข้าหากันแล้วโค้งคำนับก่อนจะถอยกายออกจากห้องไปพร้อมกับประตูที่ปิดเข้าหากัน
เฮ่อซินินอนลืมตาโพลงอยู่ในความมืดที่มีแสงสลัวเป็นานพักใหญ่ แล้วะโออกไป
“ถามหน่อยสิ!…ทำไมฉันนอนไม่หลับเลยล่ะ?”
……………………..
ไร้เสียงตอบรับจากภายนอกโดยสิ้นเชิง
คอมเมนต์พูดคุยติชมกันได้น้าาาา อิอิ