ฟางเหม่ยหลิง เจ้าหัวใจจอมบัลลังก์

    ตอนที่31 งานชมดอกไม้


    ณ งานชมดอกไม้ ภายในวัง



     

         ดอกไม้ที่อยู่ในสวนกำลังแข่งขันกันบานจนส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณโดยรอบ งานชมดอกไม้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ดอกไม้ในสวนหลวงแห่งนี้ถูกปลูกไว้จนเต็มไปหมด ราวกับทุ่งดอกไม้ขนาดย่อมเลยก็ว่าได้ ดอกไม้ที่มีหลากหลายรูปแบบทั้งไม้เลื้อยที่ต้องหาที่เกาะเกี่ยว และดอกไม้ที่เป็นพุ่มหายาก ต่างกำลังแข่งกันบานเพื่ออวดโฉม


     

        แต่ที่ทุกคนรอคอยวันนี้นั้นไม่ใช่แค่เพียงการชมดอกไม้ เพราะต่างก็ต้องการพาบุตรชายบุตรสาว มาเปิดตัวเพื่อมองๆหาคู่ในที่นี้กันทั้งนั้น งานนี้จึงนับได้ว่าเป็นงานใหญ่ประจำปีเลยก็ว่าได้ เหล่าเชื้อพระวงค์คุณนาง น้อยใหญ่ ที่ได้รับเชิญต่างเตรียม บุตรชาย บุตรสาวของตน มาเป็นอย่างดี เพื่อจะได้เกี่ยวดองกัน เพื่อเสริมบารมีเสริมอำนาจให้กัน งานจึงกำลังเป็นไปด้วยความครึกครื้น ผู้คนมากมายกำลังแนะนำ บุตรชาย บุตรสาวให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้จัก เหล่าเชื้อพระวงค์ก็เดินเข้ามาในงานทั้ง องค์หญิง องค์ชาย พระสนม ทุกคนต่างทำความเคารพ และพูดคุยแนะนำ บุตรชาย บุตรสาวตนให้ เหล่าองค์ชาย องค์หญิงได้รู้จักเพื่อจะได้มีวาสนาเกี่ยวดองกับคนในราชวงค์ 



     

    ทางด้านองค์ชายแปด ก็กำลังมองหาสตรีที่ตนเฝ้าคิดถึงอยู่ แต่ก็ยังไม่เจอนางเสียที

     

    '' เจี่ยนหยาง เจ้ากำลังมองหาใครอยู่หรือ ''


     

    องค์ชายสี่ เห็นหลงเจี่ยนหยาง กำลังสอดสายส่ายตาหาใคร จึงเกิดความสงสัยเข้าไปถาม

     

    '' เรื่องของข้า ไม่เกี่ยวกับท่าน ''


     

    หลงเจี่ยนหยางตอบแบบไม่แยแส

     

    '' อะไรกัน ข้าก็แค่สงสัย ปกติเจ้านะ ไม่มางานแบบนี้ แต่ข้ากับรู้สึกแปลกใจที่เห็นเจ้าในวันนี้ นะเนี่ย  ''

     

    ปกติไม่เคยเห็นว่าหลงเจี่ยนหยางจะสนใจอะไร นอกจากงาน ออกรบเรื่องงานชมดอกไม้ นี้ไม่น่าใช่เรื่องสำคัญที่ทำให้เทพเจ้าแห่งสงครามอย่างเขามางานได้ หลงเป๋าเฟยจึงรู้สึกแปลกใจมากว่ามันต้องมีอะไร

     

    '' ข้ามองหาว่าที่ชายาอยู่มีอะไรหรือไม่ ''

     

    ''เอ๋ ใครกันนะ ที่จะเป็นชายาเจ้าได้เนี่ย หน้าตาเย็นชาขนาดนี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

     

    พอได้ยินหลงเจี่ยนหยางตอบแบบนั้นเขาก็ชะงักไปทีหนึ่ง ก่อนที่หลงเป๋าเฟย จะหัวเราะชอบใจก่อนจะเดินจากไปยังที่สาวๆ อยู่กันมากมาย ตามนิสัยเจ้าชู้ของเขา วันนี้เขาคงได้สาวๆหลายคนมาอุ่นเตียงแน่

     

    '' มาแล้ว ขอรับ ''


     

    จื่อฟงรีบมารายงานว่าตอนนี้ ฟางเหม่ยหลิง มาถึงหน้างานแล้ว

     

     

         ทางด้านฟางเหม่ยหลิงก็มาถึงงานแล้ว ทุกคนที่อยู่หน้างาน ต่างพากันซุบซิบว่า นางเป็นใคร เนื่องจาก ฟางเหม่ยหลิง เปลี่ยนไปมาก และไม่ค่อยออกไปไหน จึงไม่มีใครรู้จัก ไม่มีใครอยากคบกับนาง เพราะนางเป็นแค่ขยะไร้ค่า แต่นั้นมันเมื่อก่อน ตอนนี้นางเปลี่ยนไปแล้ว 

     

    '' ท่านปู่ เข้าไปในงานก่อนเถอะเจ้าคะ เดี่ยวข้าตามไป ''

     

    '' ได้ งั้นเจ้าก็ตามมาเร็วๆละ ''

     

    ฟางเหม่ยหลิง ค่อยๆเดินเข้างานอย่างช้าๆ เพราะตลอดทางประดับด้วยดอกไม้มากมายหลากหลายพันธุ์ งดงามละลานตาเต็มไปหมด เธออยากจะขอดูให้เจริญตาเจริญใจสักหน่อย เธอจึงไม่รีบมากนัก พอเธอเดินเข้ามาในงานก็พบกับผู้คนมากมายที่ยืนอยู่ตามจุดต่างๆ โดยมีดอกไม้ ล้อมลอมเต็มไปหมด ส่งกลิ่นหอมออกมา พวกเขากำลังสนธนากันอย่างสนุกสนาน พอดีกับที่ฟางเหม่ยหลิงเดินเข้ามา มีชายหนุ่มคนหนึ่งเห็นเธอเข้า เขาก็เลยพูดออกมาอย่างละเมอ 


     

    'นะ..นางฟ้า'


     

    ทุกคนได้ยินชายหนุ่มคนนั้นพูดว่านางฟ้าก็สงสัยจึงได้หันไปดูตามที่ชายหนุ่มคนนั้นกำลังมองอยู่ พวกเขาก็แปลกใจ ด้วยเห็นฟางเหม่ยหลิงกำลังยืนอยู่หน้าประตูที่เป็นซุ้มดอกไม้ ทำให้ดูงดงามเหมือนกับนางฟ้า

     

    ' นั้นใครนะ ช่างงามเหลือเกิน '


     

    'เป็นองค์หญิงหรือปล่าว'


     

    'ไม่น่าใช่นะ '


     

    'เป็นคุณหนูบ้านไหนกัน ไม่เคยเห็น '

     

    ทุกคนต่างพากันส่งเสียงกระซิบ กระซาบ ถกเถียงกันไปต่างๆนานา ด้วยไม่รู้จัก ผู้มาใหม่ว่าเป็นใคร นางงดงามโดดเด็นที่สุดในงานในตอนนี้เลยก็ว่าได้ 

     

    องค์ชายสี่ เห็นคนกระซิบกระซาบกัน จึงหันไปมองตามเสียงนั้น เค้าก็เห็น หญิงสาวนางหนึ่งงดงามหมดจดสวมชุดขาวประดับมุกยืนอยู่ตรงซุ้มดอกไม้จึงตกตะลึง เขาเดินเข้าไปหาอย่างไม่รีรอ ทิ้งคุณหนูต่างๆที่กำลังคุยยอกล้อไว้ข้างหลัง เขาก้าวไปยืนข้างหน้าหญิงสาวและยิ้มให้ก่อน พูดทักทาย

     

    '' ไม่ทราบคุณหนูท่านนี้ เป็นลูกหลานตระกูลใดหรือ ข้าคือ องค์ชายสี่ หลงเป๋าเฟย ''

     

    เขารีบแนะนำตัวเองให้เห็น ว่าเขาคือองค์ชายผู้สูงศักดิ์ มีใครบ้างจะไม่ชอบองค์ชาย ถ้านางรู้ว่าเขาเป็นองค์ชาย ต้องยอมรับไมตรีจากเขาแน่

     

    เธอยิ้มก่อนจะนึกขันกับท่าทางอวดบารมีของเขา

     

    '' เอ๋ ท่านน่าจะรู้จักข้านะเพคะ ข้าคือคนที่ถอนหมั้นท่านอย่างไรละ องค์ชายสี่ ''

     

    ตั้งแต่เธอได้เสือหยกมา ก็ให้ท่านปู่นำไปคืนแก่ฝ่าบาทตั้งนานแล้ว ถือเป็นการถอนหมั้นโดยสมบูรณ์

     

    เขาตกตลึงไปชั่วขณะกับคำตอบที่ได้ยิน นางคือฟางเหม่ยหลิง ยายหมูอ้วน ขยะไร้ค่า อย่างนั้นหรือ ทำไมกันไม่เหมือนกับที่เขาได้ยินมานี่นา  นี่หรอหมูอ้วนสวยยังกับนางสวรรค์ขนาดนี้ นี่เขามัวแต่เชื่อข่าวลือทั้งๆที่ไม่เคยเห็นนางสักครั้ง ขนาดที่เค้ากำลัง มึนงง กับเรื่องที่เจอ เพราะพลาดทิ้งเพชรเม็ดงามไปนั้น 

     

    องค์ชายแปดก็เดินมาทางนางพอดี

     

    '' หลิ๋งเอ่อ มาแล้วหรือ ข้ารอเจ้าตั้งนาน เราเดินไปดูดอกไม้ทางนั้นกันกำลังบานสวยมากเลยทีเดียว  ''

     

    เขาเดินเข้าไปคุยกับนางอย่างสนิทสนม โดยไม่สนใจ องค์ชายสี่ที่ยืนงงอยู่ 

     

    ''ถวายพระพรเพคะองค์ชายแปด ได้สิเพคะหม่อมฉันยินดีไปชมดอกไม้กับองค์ชาย''


     

    ฟางเหม่ยหลิง ทำความเคารพคนตรงหน้าก่อนตอบตกลงไปชมดอกไม้กับเขา เธอมองไปทางองค์ชายสี่ ที่ตอนนี้ยังยืนงงอยู่ 

     

    'นั่น องค์ชายแปด '


     

    'และนั้นองค์ชายสี่'


     

    'ทำไมองค์ชายทั้งสองรู้จักนางได้ละ '

     

    ทุกคนต่างเกิดความสงสัยในตัวฟางเหม่ยหลิง  ในขณะที่ฟางเหม่ยหลิง กำลังเดินชมดอกไม้ตามคำเชิญขององค์ชายแปด ก็ทำให้เกิดความริษยา จากบรรดาสาวๆ ไปทั่วทั้งงาน 

     

    องค์ชายสี่ หลังจากตกอยู่ในพะวังก็ได้สติ ว่าคนที่เขาปฎิเสธที่จะแต่งงาน คือ ฟางเหม่ยหลิง ทำให้เสียดายอย่างมาก แต่ถ้าเขาพยายามเข้าไปสานไมตรีต่อ ต้องมีโอกาสแน่ แต่พอเห็นองค์ชายแปดเดินดูดอกไม้กับฟางเหม่ยหลิงแล้ว ทำให้คิดไดว่านี่หรือจะเป็นคนที่หลงเจี่ยนหยางพูดว่ามองหาชายาก็หมายถึงฟางเหม่ยหลิง  งั้นเค้าจะทำไงดี ยิ่งคิด ยิ่งโมโห ที่พลาดท่าเสียได้ เขาเป็นถึงองค์ชายที่มีหญิงสาวพร้อมพลีกายถวายตัวให้ตั้งมากมาย มีหรือจะยอมให้ฟางเหม่ยหลิง มาถอนหมั้น และหลุดมือไปได้ง่ายๆ

     


     


     

    "หลิงเอ๋อ วันนี้เจ้าช่างงดงามนัก ทำให้ข้าไม่อาจละสายตาไปจากเจ้าได้"


     

    หลงเจี่ยนหยางเอ่ยชมหญิงสาว จนตอนนี้ฟางเหม่ยหลิงเริ่มหน้าแดง


     

    "ที่จริงแล้วข้ามีเรื่องอยากจะบอกเจ้า "


     

    "อะ..อะไรหรือเพคะ"


     

    ฟางเหม่ยหลิงเริ่มรู้สึกประหม่า


     

    ''พรุ้งนี้เจ้าจะได้รับข่าวดี ''


     

    หลงเจี่ยนหยาง บอกยิ้มๆ

     

    ''อะไรหรือเพคะ ''

     

    ''เดี่ยวเจ้าก็รู้เอง''

     

    เธอได้แต่ทำหน้าตาสงสัย

     

     

    ไป๋เฉียนฉิง นั้นเพิ่งมาถึงงาน พอเข้ามาก็เจอกับภาพ บาดตาบาดใจ เห็นคนที่นางแอบหลงรักกำลังคุยสนุกสนานอยู่กับศรัตตรูหัวใจ อยากเข้าไปตบๆ แต่ก็ต้องข่มอารมณ์ไว้ เหลือบไปเห็นองค์ชายสี่ กำลังมองไปทาง ฟางเหม่ยหลิงอย่างขัดใจ นางก็รู้ทันทีว่าเขาต้องการอะไร นางจึงคิดแผนดีๆ ออก

     

    '' ถวายพระพร องค์ชายสี่ เพคะ ''

     

    '' อ้าวเจ้านี่เอง เจ้าเป็นลูกสาวเสนาขวา ข้ารู้จักเจ้า มีอะไรหรือปล่าว''

     

    '' เพคะ หม่อมฉันรู้ว่าองค์ชายนั้นกำลังมอง ฟางเหม่ยหลิง''


     

    นางรีบพูดเข้าประเด็นทันที

     

    '' ใช่แล้วทำไมหรือ''


     

    เขาตอบอย่าง ตรงไปตรงมา

     

    '' หม่อมฉันว่าเรามาร่วมมือกันเถอะเพคะ''


     

    นางมองไปยังหลงเป๋าเฟยด้วยสายตาที่แน่วแน่

     

    ''ได้สิข้ารู้ว่าเจ้า ต้องการอะไร ''


     

    เขาเองก็รู้ว่านางต้องการอะไร เพราะเห็นนางมองไปที่ องค์ชายแปดด้วยสายตารักใคร่ขนาดนั้น ทั้งสองคนต่างก็มีความต้องการแบบเดียวกัน

     


     

    ไม่นานมากนัก ฝ่าบาทก็เสด็จ ทุกคนต่างพากันทำความเคารพ และแยกย้ายกันไปนั่ง โดยเชื้อพระวงค์แยกไปนั่งที่ๆเตรียมไว้ให้ ฟางเหม่ยหลิง ขอตัวและแยกไปนั่งกับท่านปู่ ทุกคนแปลกใจมากที่ เห็นนางไปนั่งกับ เสนาบดีฝ่ายซ้าย  


     

    องค์จักพรรดิจึงประกาศให้ ทุกคนออกมาแสดง ความสามารถ เพื่อเพิ่มบรรยากาศงานให้ครึกครื้นยิ่งขึ้น เหล่าคุณหนูทั้งชายหญิง ต่างก็สลับกันออกมาแสดง ความสามารถที่ได้ร่ำเรียนมา เพื่อให้เป็นที่พอพระทัย จนมาถึงตาของ ไป๋เฉียนฉิง นางออกมา บรรเลงพิณที่ฝึกมานาน ทุกคนต่างจับจ้องมองไปที่นาง เพราะนาง คือ ลูกสาวเสนาบดีฝ่ายขวา แถมยังได้เข้าสำนักวังบาดาลอันเลื่องชื่อว่าเข้ายากมาก เป็นคนที่สำคัญของแคว้นเลยก็ว่าได้พวกเค้าต่างได้ยินว่าปีนี้มีคนจากแคว้นของเรา เข้าสำนักวังบาดาลสองคน แต่อีกคนไม่รู้ คือใคร

     

    การบรรเลงพิณเป็นไปด้วยความไพเราะ เสียงพิณทำให้คนเคลิบเคลิ้มนางร้องเพลงคลอไปกับเสียงพิณไพเราะมาก ทุกคนต่างตั้งใจฟัง จนเพลงจบ ก็ได้ยินเสียงปรบมือ ดั่งมาไม่ขาดสาย 

     

    '' ดี ดีมาก ประทานรางวัล ''


     

    ฝ่าบาทเห็นว่า ไป๋เฉียนฉิง แสดงได้ดีจึงมอบรางวัลให้ ไป๋เฉียนฉิงและเสนาบดีขวาไป๋ฟงหวิน ต่างดีใจมาก ตอนนี้พวกเขาต่างหน้าบานด้วยความยินดี เพราะการแสดงของไป๋เฉียนฉิง ถือว่าเป็นการแสดงที่ดีที่สุดในตอนนี้ ทุกคนต่างเอ่ยชมนางไม่ขาดปาก ทำให้นางยิ้มจนแก้มแทบปริด้วยความพอใจ นางพยายามมองไปทางหลงเจี่ยนหยางที่ตอนนี้ ไม่ได้สนใจมามองนางเลยสักนิด นางจึงหน้าบึ้งไปเล็กน้อย

     

    ''มีใครอีกไหม ที่จะออกมาแสดง''


     

    องค์จักพรรดิ ทรงถามออกไปด้วยเสียงกังวาล

     

    ''หลานสาวกระหม่อมเอง พ่ะย่ะค่ะ''

    ฟางเฉินฟง กล่าว และตอนนั้นเองฟางเหม่ยหลิงก็ได้ก้าวเท้าออกมาหน้าพระพัก

     

    '' ถวายพระพรฝ่าบาท หม่อมฉัน ฟางเหม่ยหลิง เพคะ ''

     

    ทุกคนต่างพากันฮือฮา และพากันกระซิบ กระซาบ 

     

    ' นี่หรือ หลานสาวไร้ค่า ของตระกูลฟาง เป็นไปได้อย่างไรที่เราเคยได้ยินมา นางทั้งอ้วน อัปลักษณ์ แล้วทำไมถึงเป็นหญิงสาวที่ งดงาม คนนี้ไปได้ละ '

     

    'นั้นสิ ข้างง ไปหมดแล้ว '

     

    'ที่แท้เป็นหลานสาว เสนาซ้าย หรือนี่'

     

    องค์จักพรรดิเองก็ตกใจด้วย ไม่เคยเห็นนางมาก่อน กลับคิดตามคนอื่นพูดว่าหลานสาวเสนาซ้ายนั้น เป็นคนไร้ค่าของตระกูลและองค์ชายสี่ก็มาขอถอนหมั้น เพราะไม่อยากแต่งกับนาง ยิ่งย้ำชัดว่านางคงไม่คู่ควรจริงๆ องค์ชายสี่จึงได้ขอถอนหมั้น แต่ที่ไหนได้ต่างจากที่คิดไว้มากทีเดียวเลย เห็นทีเขาเองก็คงฟังคนลือมากไป 

     

    ''เจ้าเองหรือ หลานสาวเสนาซ้าย เจ้ามีอะไรมาแสดงละ ''

     

    ''หม่อมฉันขอร่ายรำประกอบดนตรีเพคะ ''

     

    การแสดงร่ายรำได้เริ่มขึ้น เธอเองอดีตก็เป็นนักแสดงมืออาชีพเป็นถึงนางเอกเบอร์หนึ่งของวงการบันเทิง ต้องเข้าฉากแบบนี้อยู่บ่อยๆ ทั้งต้องเข้าคลาสเรียนอยู่ตั้งนาน การร่ายรำของเธอ ไม่มีอยู่ในแคว้นนี้แน่นอน ถึงแม้จะใช้ดนตรีประกอบของยุคนี้ แต่ท่าร่ายรำเธอเอามาจากยุคก่อน จึงเป็นการร่ายรำที่แปลกใหม่สำหรับคนที่นี่ ทุกคนพากันมองอย่างเพลิดเพลิน กับท่าร่ายรำที่ไม่เคยเห็นมาก่อน องค์ชายแปดเองก็มองท่าร่ายรำของนางด้วยความสนใจ จวบจนจบเพลง ทุกคนจึงพากัน ปรบมือ เสียงดังไม่ขาดสาย 

     

    '' ประทานรางวัล ร่ายรำได้งดงามแปลกใหม่แปลกตา ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน ''


     

    ฝ่าบาทเอ่ยชื่นชม

     

    ''ขอบพระทัยเพคะ''

     

    '' เห็นว่าเจ้าไม่ค่อยสบาย อยู่แต่ในจวน หายดีแล้วรึ ''


     

    ฝ่าบาททรงเอ่ยถามนางด้วยความห่วงใย

     

    '' เพคะ หายดีแล้วเพคะ ''

     

    ''ทูลฝ่าบาท ตอนนี้หลานสาวของกระหม่อมหายป่วยแล้ว นางจึงได้ใช้เวลากับการเล่าเรียน พะยะค่ะ ''


     

    เสนาซ้ายกล่าวกับฝ่าบาท

     

    '' เรียนหรือที่สำนักไหนละ  ''


     

    ฝ่าบาทถามด้วยความสงสัย

     

    '' ทูลฝ่าบาท สำนักวังบาดาล เพคะ ''


     

    เธอตอบไปตามตรง เพราะวันนี้ เธอมาเพื่อเปิดตัว และทำให้คนอื่นรู้ว่าเธอไม่ใช่คนไร้ค่าของตระกูลอีกแล้ว ฟางเหม่ยหลิงคนนี้ไม่ใช่คนเดิม เธอจะทำให้ทุกคนได้รู้ว่าตราบใดที่เธอยังต้องอยู่ที่นี่ เธอก็จะต้องเป็นเบอร์หนึ่ง ให้เหมือนกับโลกเดิมที่เธอจากมา

     

    ทุกคนพากันฮือฮาอีกครั้งที่ได้ยินคำตอบ 

     

    'ที่แท้ คนที่เข้าสำนักวังบาดาลได้ ก็คือ หลานเสนาซ้ายนี่เอง '


     

    'เยี่ยมยอดมากจริงๆ ไม่ธรรมดาเลย'


     

    'เก่งมากเลยนะ ไม่น่าเชื่อ '

     

    ไป๋เฉียนฉิง โมโหแทบบ้า องค์ชายแปดเอาแต่มองฟางเหม่ยหลิง อย่างชื่นชม ไม่มองมาทางนางเลยแม้เพียงสักน้อยวันนี้นางถูกแย่งสายตาที่ควรมองแต่นาง ทุกคนควรชื่นชมแต่นางสิ 

     

    ''ดีเลย ที่เดียวกับโอรสของข้า องค์ชายแปดก็เรียนที่สำนักวังบาดาล ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดี ลูกสาว หลานสาว ของเซนาขวา เซนาซ้าย ได้สร้างชื่อเสียงให้กับแคว้นเหลียงของเรา พวกเจ้าจงตั้งใจเรียนอย่าทำให้แค้วนของเราต้องเสื่อมเสียละ  ''


     

    องค์จักพรรดิกล่าวอย่างชื่นชมและดีใจ ที่แคว้นเหลียงได้มีคนเก่งที่สามารถเข้าศึกษาสำนักวังบาดาลได้ถึงสองคน ถือว่าเป็นหน้าเป็นตาให้กับแคว้น เพราะปีที่แล้วมีโอรสของเขา คือองค์ชายแปด ได้ผ่านเข้าเรียนสำนักวังบาดาลแค่คนเดียว


     


     

    คล้ายกับเรื่องฟางเหม่ยหลิง เจ้าหัวใจจอมบัลลังก์ ที่คุณอ่าน