ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 48 อี้กัง
"พวกเจ้ากำลังเล่นอะไรกัน!!"
หลิวจื้อที่เห็นของเล่นหน้าตาแปลกประหลาดในมืออาฟู่และอาฟงก็เอ่ยถามออกมาอย่างลืมตัว เขาลืมไปแล้วว่าตัวเองตั้งใจจะไม่พูดกับใครจนกว่าเขาจะได้กลับไป อาฟู่ลูกชายคนกลางที่ได้ยินคำถามก็เอ่ยขึ้นว่า
"เหตุใดข้าต้องบอกคนนอกอย่างเจ้าด้วย?"
"เพราะว่า...เอ่อ...เพราะว่าข้าไม่ใช่คนนอก ข้ากำลังจะมาอยู่ที่นี่ชั่วคราว"
ผู้อาวุโสหลิวที่ได้ยินคำถามตอบของเด็กทั้งสองก็พยักหน้า พ่อหนุ่มคนนั้นเลี้ยงลูกมาได้ดีจริงๆ แม้เขาจะสนใจของเล่นที่เด็กๆกำลังเล่นกันอยู่ แต่เขาสนใจในตัวอาฟู่มากกว่า เด็กคนนี้ดูท่าจะอนาคตไกล ตั้งแต่มาถึงบ้านเขาได้มองเหตุการณ์ตั้งแต่อาฟู่ตั้งใจไปเอาของเล่นออกมาเพื่อดึงดูดความสนใจ หลังจากนั้นยังเอ่ยให้หลานชายของเขาติดกับด้วยคำพูดเพียงคำเดียว คิดไม่ผิดจริงๆ ที่ฝากเจ้าหลานตัวดีเอาไว้ที่นี่
อาฟู่ที่ได้ยินคำตอบของหลิวจื้อก็ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ ถ้าเจ้าเด็กเกเรนั่นยอมอยู่ที่นี่ บิดาและพี่ชายของเขาก็จะได้ฝึกพลังยุทธ์ได้เต็มที่โดยมีผู้อาวุโสหลิวเป็นคนให้คำแนะนำ ต่อไปเมื่อบิดาและพี่ชายของเขามีพลังมากพอ ทั้งตัวเขาและน้องชายก็จะไม่ต้องกังวลถึงคนที่คอยมารังควาน และพวกที่คอยตามล่าพวกเขาอีกต่อไป แค่แลกกับการดูแลเด็กเกเรคนเดียว แค่นี้สบายมาก ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยเย้าแหย่หลิวจื้อ อาฟงน้องชายคนเล็กกลับเอ่ยขึ้นมาก่อนว่า
"ฉี่ๆ"
ดังนั้นอาฟู่จึงรีบพาน้องชายออกไปทำธุระที่หลังบ้านทันที ก่อนที่น้องชายจะทำชุดของตัวเองเลอะเทอะ แต่ยังไม่วายเอ่ยกำชับขึ้นว่า
"หากเจ้าอยากจะเล่นต้องรอพวกข้าที่เป็นเจ้าของ กลับมาก่อนเท่านั้นนะ"
หลิวจื้อที่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้สนใจ หมายจะเข้าไปเล่นรถสามล้อที่วางอยู่ เมื่อเหลือบสายตาไปเห็นสีหน้าของท่านลุง เขาก็กลับไปนั่งที่เดิม แต่สายตายังคงจดจ้องไปทางรถสามล้อคันนี้ไม่วางตา
ผ่านไปไม่นานจางหย่งและอาเฟยลูกชายคนโตก็ยกอาหารมาที่โต๊ะหน้าบ้าน อาฟู่และอาฟงเองที่เสร็จจากการทำธุระส่วนตัวก็เดินกลับมาพอดี ดังนั้นทุกคนจึงพร้อมหน้าพร้อมตากันอยู่ที่โต๊ะอาหาร และเริ่มลงมือกินข้าวเย็น มีเพียงหลิวจื้อที่ไม่ยอมลงมือ จนผู้อาวุโสหลิวทนเห็นหลานชายไม่กินข้าวไม่ได้จึงเอ่ยขึ้นว่า
"หลานรัก เหตุใดไม่ลงมือกินข้าว เจ้าไม่หิวงั้นหรือ"
หลิวจื้อไม่ยอมตอบคำถาม ทั้งยังหันไปทางอื่น ผู้อาวุโสหลิวคิดจะเอ่ยให้หลานชายตัวเองยอมกินข้าว แต่ถูกสายตาของจางหย่งหยุดเอาไว้ดังนั้นผู้อาวุโสหลิวจึงก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อโดยไม่ได้พูดอะไรอีก
หลิวจื้อที่เห็นลุงของเขาไม่คะยั้นคะยอให้กินข้าวก็เหลือบสายตาไปมอง เมื่อเห็นว่าผู้อาวุโสหลิวก้มหน้าก้มตากินข้าวโดยไม่สนใจเขา หลิวจื้อก็โมโหคว่ำชามข้าวตรงหน้าตัวเองลงเสียงดัง
โครม~
ทุกคนต่างหยิบชามของตัวเอง อีกมือที่เหลือหยิบชามกับข้าวหลบได้ทัน แม้แต่เสี่ยวเหมาที่กำลังหงอยเหงาเพราะสาวสวยของเขาไม่ได้ตามมาด้วยยังคาบชามตัวเองหลบอย่างว่องไว แม้มันจะกินอะไรไม่ลงแต่นี่ชามข้าวของมันนะ ทำให้มีเพียงชามข้าวของหลิวจื้อเท่านั้นที่หกเลอะเทอะบนโต๊ะ จางหย่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มงวดว่า
"ใครทำหกเลอะเทอะคนนั้นก็ต้องเก็บกวาด"
ผู้อาวุโสหลิวได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า
"ให้บ่าวรับใช้มาช่วยเก็บก็แล้วกัน"
"ผู้อาวุโส ท่านอยากให้ข้าช่วยสั่งสอนหลานชาย หรือท่านอยากจะดูแลหลานท่านเอง"
"จริงสิ ดูเหมือนข้าจะลืมอะไรบางอย่างไป"
เมื่อได้ยินคำพูดของจางหย่ง ผู้อาวุโสหลิวก็โผทะยานหนีไปจากบ้านทันที เหลือเพียงหลิวจื้อที่ตกตะลึงในความเร็วของผู้เป็นลุง
เมื่อเหลือเพียงหลิวจื้อ จางหย่งก็เริ่มปฏิบัติการเปลี่ยนลิงให้เป็นคนทันที หากไม่เก็บข้าวที่ทำหกก็จะไม่ได้กินข้าว หากไม่ช่วยปูที่นอนก็จะไม่ได้นอนบนเตียง หากไม่ช่วยตักน้ำก็จะไม่ได้อาบน้ำ ทำเอาหลิวจื้อผู้ไม่เคยลำบากมาก่อนถึงกับหวาดกลัวจางหย่งทุกครั้งที่ได้ยินเสียง
---------
ณ บ้านใหญ่ตระกูลอี้
อี้กังที่ถูกปฏิเสธการรักษากลับมาบ้านด้วยความผิดหวัง หมอเทวดาจ้าวบอกให้พวกเขาไปขออภัยจางหย่งถึงจะยอมรักษาให้ บิดาผู้รักศักดิ์ศรีมากกว่าชีวิตไม่มีทางทำเช่นนั้นแน่ ในตอนนั้นเขาเองก็คิดเช่นเดียวกัน
แต่เมื่อมีเวลามานั่งคิดดีๆ แค่ไปขออภัยจางหย่งแลกกับการที่เขาได้รับการรักษาอาการมีบุตรยาก มันจะไม่คุ้มค่าได้อย่างไร ท่านหมอเทวดาจ้าวไม่ได้ระบุเสียหน่อยว่าใครเป็นคนขออภัย ถ้าเขาเป็นคนไปก็ไม่น่าจะมีปัญหาใช่หรือไม่
เมื่อคิดได้ดังนั้นอี้กังก็คิดจะไปที่บ้านจางหย่งอีกครั้งเพื่อทำภารกิจของตัวเองให้สำเร็จ แต่ขณะที่เขาก้าวออกจากเรือน เสียงทักทายก็ขึ้น
"อี้กัง เจ้ากำลังคิดจะไปไหน?"
เสียงนั้นคือเสียงของอี้เจียวหั่วที่เพิ่งกลับมาจากสำนักอัคคีด้วยความหัวเสีย เขาถูกอาจารย์ของเขาสั่งสอนเรื่องคุณธรรมเสียยกใหญ่ หาว่าเขาเป็นคนไม่มีคุณธรรม ไม่รู้จักใช้พลังในทางที่ถูกที่ควร ไม่รักษาสัจจะ เรื่องเหล่านี้ย่อมไม่พ้นผู้อาวุโสหลิวที่เป็นผู้มาบอกกล่าวเป็นแน่ ทำให้เขารู้สึกอารมณ์เสียอย่างมากในตอนนี้
เมื่อกลับมาถึงบ้านเห็นอี้กังกำลังจะออกไปจึงได้เอ่ยถามขึ้น แต่ไม่ได้สนใจจะได้รับคำตอบมากนัก แต่เมื่อได้ยินคำตอบเขาก็หันกลับมาทันที
"ข้ากำลังจะไปบ้านจางหย่ง"
"เจ้าจะไปทำอะไรที่นั่น?"
"เมื่อกลางวันพวกเราพบท่านหมอเทวดาจ้าวแล้ว แต่เพราะมีปัญหาบางอย่างทำให้ข้ายังไม่ได้รักษาอาการบาดเจ็บ"
"แล้วเกี่ยวอะไรกับไอ้สวะนั่น"
อี้กังที่ได้ยินคำถามก็เล่าเรื่องราวที่ไปพบหมอเทวดาจ้าวเมื่อกลางวันที่ผ่านมา
"หมอเทวดาจ้าวจะยอมรักษาให้ข้า ต่อเมื่อไปขออภัยจางหย่ง"
ตั้งแต่เล็กอี้เจียวหั่วถูกตั้งความหวังว่าต้องทำให้ได้ดีกว่าคนอื่นเสมอ เขาไม่ได้มีเวลาจะเล่นเช่นคนอื่นๆ จางหย่งที่เกิดมาทีหลังกลับใช้ชีวิตอย่างสงบสุขโดยไม่ถูกกดดันใดๆ เหมือนกับเขาและน้องชาย ทำให้เขารู้สึกอิจฉาจางหย่งมาตลอด แต่เขาเก็บความรู้สึกนี้เอาไว้ในใจ ไม่เหมือนกับอี้กังที่แสดงออกอย่างชัดเจนและกลั่นแกล้งจางหย่งมาตลอด ดังนั้นเมื่อได้ยินคำตอบของน้องชายเขาจึงเอ่ยขึ้นว่า
"อย่าบอกนะว่าเจ้าจะไปขอโทษมัน!"
อี้กังไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่ปฏิกิริยาของเขาก็ทำให้อี้เจียวหั่วผู้เป็นพี่ชายรับรู้คำตอบของคำถามได้ทันที
"เจ้าคิดจะลดศักดิ์ศรีไปขอโทษมันงั้นหรือ ข้าไม่มีทางยอมเด็ดขาด"
เสียงพูดคุยของทั้งสองค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ จนอี้ถังกับฮูหยินใหญ่อี้รู้สึกสงสัยจึงพากันออกมาหาบุตรชายทั้งสองของเขา อี้เจียวหั่วที่เห็นบิดาเดินมาทางพวกเขาก็รีบเอ่ยฟ้องขึ้นว่า
"ท่านพ่อ อี้กังจะออกไปขอโทษไอ้สวะนั่น ท่านยอมได้หรือขอรับ"
"อี้กัง จริงอย่างที่พี่ชายเจ้าว่าหรือไม่?"
"ขอรับ"
"ไร้สาระ!!"
อี้กังก้มหน้ามองพื้น เขาคิดมาดีแล้ว แม้เขาจะไม่ชอบจางหย่ง แต่เขาก็ไม่ได้เกลียดจนถึงขั้นทิ้งความสุขในชีวิตของตัวเองไปทั้งชีวิต เขาและจางหย่งเกิดปีเดียวกัน เขาจึงมักถูกเปรียบเทียบกับคนผู้นั้นอยู่เสมอ จริงๆ แล้วจางหย่งเองก็ไม่ได้ทำอะไรเขา เป็นเขาที่รู้สึกอิจฉาและคอยกลั่นแกล้งอีกฝ่ายมาตลอด ตัวเขาเคยเกือบมีภรรยาถึงสองครั้ง ว่าที่ภรรยาคนแรกเกิดเสียชีวิตกะทันหันก่อนงานแต่งงาน กว่ามารดาจะหาคนที่เหมาะสมกับเขาได้ใช้เวลาเกือบสามปี แต่ว่าที่ภรรยาคนที่สองกลับหนีไปกับคนรัก ทำให้เขายังไม่ได้แต่งงานมาจนถึงตอนนี้ ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาในอนาคตเขาไม่มีทางที่จะมีบุตรสืบสกุลได้อีก หากเรื่องนี้หลุดรอดออกไปสตรีดีๆ ที่ไหนจะยอมแต่งงานกับเขา ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรอี้กังจะต้องทำให้หมอเทวดาจ้าวยอมรักษาเขาให้ได้
"ท่านพ่อ แค่ขออภัยจางหย่ง ข้าจะได้รับการรักษาแล้วมีลูกหลานสืบสกุลให้ท่านต่อไปได้ ท่านไม่เห็นว่ามันเป็นเรื่องดีหรือขอรับ"
"จะให้ยอมลดศักดิ์ศรีไปขออภัยลูกของเจ้ารอง ข้ายอมให้เจ้าไม่มีบุตรสืบสกุลเสียยังดีกว่า!!"
"ท่านพี่ เราจะไม่มีลูกหลานสืบสกุลไม่ได้นะเจ้าคะ"
"แม้อี้กังจะมีไม่ได้ แต่ยังมีข้านะขอรับ"
"ถูกของเจียวหั่ว"
"ไม่ ข้าไม่ยอม!!"
กล่าวจบอี้กังก็หันหลังหมายจะเดินออกไปนอกบ้าน อี้ถังที่เห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยสั่งขึ้นว่า
"พวกเจ้าจับอี้กังไปไว้ในห้อง หากข้าไม่อนุญาตห้ามให้เขาออกมาได้เด็ดขาด"
สุดท้ายอี้กังผู้คิดจะไปบ้านจางหย่งจึงถูกจับไปขังไว้ในห้องนอนของเขาเอง