มารสำราญรม ภาค.โลกใบเล็ก

    มารสำราญรม ตอน 37 : แก่นธาตุสัตว์อสูร

    วันนี้ซุนนานและซุนเฟิ่งย่า ทั้งสองกลับมายังสถานที่เดิมอีกครั้ง ที่ที่ตัวของซุนเฟิ่งย่าถูกราชางูทมิฬเข้าโจมตี เนื่องจากบริเวณนี้มีรถม้าที่ได้ทิ้งซากข้าวของเครื่องใช้ไว้มากมาย เกรงว่าในอดีตคงมีขบวนสินค้าอาจจะหนีภัยของสัตว์อสูรมายังบริเวณนี้ ก่อนจะถูกเหล่าสัตว์อสูรฆ่าสังหารเป็นแน่


    และด้วยความที่วันนี้ซุนนานและซุนเฟิ่งย่าเตรียมตัวมาอย่างดี ด้านหน้าปากทางเข้าสู่บริเวณที่มีซากรถม้าเก่านั้น ซุนนานได้วางค่ายกลคมใบไม้ไหว ซึ่งเกิดจากการใช้มหาอักษรปฐมแรกกำเนิดเป็นพื้นฐาน ทำให้อานุภาพของมันช่างยากจะจินตนาการได้ ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงหากหลงเข้ามาก็อาจจะตกตายได้โดยง่าย


    เมื่อตัวซุนนานได้วางค่ายกลไว้ดีแล้ว ซุนเฟิ่งย่าก็ทำเหมือนทุกครั้ง นางจะเป็นเหมือนตัวล่อให้เหล่าสัตว์อสูรเข้ามาติดกับ


    หากแต่สิ่งหนึ่งที่นางไม่คาดคิดนั่นก็คือจำนวนอสรพิษในบริเวณนี้จะมากมายกว่าที่ตัวนางคิดมากมายนัก คาดว่าจำนวนนับร้อยในวันนั้นที่เห็น เป็นแค่จำนวนหนึ่งที่โผล่ออกมาจากการซ่อนตัวเท่านั้น หากแต่วันนี้พอทั้งสองเข้ามาและสำรวจบริเวณนี้อย่างละเอียดก็พบว่ามีอสรพิษน้อยใหญ่อยู่บริเวณนี้หลายพันตัวนัก ชวนให้ผู้คนที่ได้พบเห็นอกสั่นขวัญแขวนไม่น้อยเลย


    ซุนเฟิ่งย่านางดีดลูกหินสังหารเหล่าอสรพิษตัวแล้วตัวเล่ากระตุ้นให้เหล่าอสรพิษทั้งหลาย หมายเล็งเป้ามาที่นาง


    โชคดีเหล่าสัตว์อสูรนั้นช่างเบาปัญญา วิธีการนี้ของนางและซุนนานทำกันมาจนชินในหลายปีนี้ พอฝูงอสรพิษร้ายเริ่มไล่ล่าซุนเฟิ่งย่า นางก็รีบกระโดดไปมาพุ่งตัวอย่างรวดเร็ว ซุนนานที่นั่งรออยู่ไกลก็เตรียมพร้อมที่จะกระตุ้นค่ายกลที่วางไว้


    ซุนเฟิ่งย่าเมื่อถึงจุดนัดหมายนางก็ก้าวกระโดดพลิ้วสุดกำลัง ตรงนั้นเป็นพื้นที่ทุ่งโล่งแจ้งที่ดูไม่มีอะไร หากแต่เมื่อซุนเฟิ่งย่ากระโดดพุ่งตัวผ่านออกไปได้เท่านั้น ไม่ช้าซุนนานก็ทำการกระตุ้นค่ายกลกับดักคมใบไม้ไหว เหล่าเศษใบไม้และใบหญ้าต่างได้รับพลังจากธาตุปฐพี ทำให้ใบไม้ที่ควรจะเรียวลู่ลมอ่อนไหว ยามนี้เปรียบเสมือนหนึ่งใบมีด และเมื่ออักษรวิญญาณได้ชักนำธาตุลมโดยรอบให้เกิดความแปรปรวน เหล่าใบไม้ก็หมุนวนไปมาราวกับเป็นพายุลูกเล็กๆ ใบไม้ใบหญ้าเปรียบดังมีดหอกที่แหลมคมในตอนนี้ เหล่าอสรพิษหลายพันตัวที่วิ่งตามซุนเฟิ่งย่ามานั้นส่งเสียง "ซ่าๆๆ" กรีดร้องอยู่สองสามทีก็ตกตายกันเป็นจำนวนมาก


    หากแต่ค่ายกลใบไม้ไหวก็หาได้หยุดไม่ เพราะมันจะไม่หยุดจะกว่าสัญญาณชีพสุดท้ายจะมอดดับลง ซุนนานสังเกตได้ว่าในพายุแห่งคมมีดนั้น มีหนึ่งอสรพิษที่แตกต่างจากตัวอื่นๆ ร่างกายของมันพุ่งฉีกไปมาซ้ายทีขวาทีอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นคมใบมีดจากใบหญ้านั้นยังเชือดเฉือนเนื้อหนังของมันได้เพียงบางๆ มิได้บาดลึกหรือตัดขาดร่างของมันได้ในทันที


    หากแต่สิ่งหนึ่งที่เป็นเรื่องโชคร้ายของมันยิ่ง คือตัวมันนั้นได้เข้าสู่ตาพายุของค่ายกลนี้แล้ว


    ส่วนตัวซุนนานเองก็ลอบดีใจและมีหวังเล็กๆ บางอย่าง อสูรตัวนี้ย่อมไม่ใช้อสูรระดับปกติธรรมดาเป็นแน่ อย่างน้อยๆ มันต้องเป็นอสรพิษระดับ 5-6 ซึ่งเทียบเท่าผู้ฝึกปราณระดับก่อปราณ [ผู้ฝึกปราณระดับ 4] เป็นอย่างน้อย ถ้าเป็นอย่างนั้นดีงูและเนื้อของมันต้องมีคุณค่าอย่างยิ่งเป็นแน่น


    ซุนนานถ่ายพลังวิญญาณและดึงพลังธรรมชาติเข้ามาในค่ายกลอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งพยายามบีบค่ายกลนี้ให้เล็กลง เพื่อเพิ่มความหนาแน่นและความรุนแรงของค่ายกลนี้ หวังจะสยบเจ้าอสรพิษร้ายที่เหลืออยู่ตัวเดียวโดยเร็วที่สุด




    "ชุบ ชุบ ชุบ ชุบ"


    และในไม่ช้าทุกอย่างก็จบลงร่างของอสรพิษร้ายได้ถูกกำราบลงจนได้ มันตายอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจอย่างแน่นอน ในยามนี้ซุนนานและซุนเฟิ่งย่าค่อยๆ ช่วยกันเก็บร่างอสรพิษทั้งหลายเข้ากระเป๋าใบใหญ่ที่เตรียมมา คาดว่าในวันนี้ไม่อาจจะเก็บผลไม้ได้อีก กระเป๋าหลายใบต่างเก็บร่างของงูเหล่านี้จนเต็ม ดีงูของพวกมันนั้นมีประโยชน์อย่างมากในการเอาไปทำโอสถ ซุนนานเห็นปริมาณของงูพวกนี้ที่ถูกสังหารก็รอบดีใจ ตัวมันได้รับวัตถุดิบในการสร้างโอสถจำนวนมากแล้ว


    หากแต่ร่างงูที่ตัวมันซุนนานสนใจมากที่สุดกับเป็นร่างของงูร้ายที่อดทนในดงห่าใบมีดของค่ากลใบไม้ไหวได้นาน เมื่อซุนนานได้สัมผัสร่างของมัน ตัวซุนนานถึงกับต้องตกตะลึง นั่นเพราะว่าในร่างของงูตัวนี้มีแก่นธาตุอยู่


    "!!!แก่นธาตุ" ซุนนานร้องออกมาด้วยความตกใจ และไม่คิดไม่ฝันว่างูตัวนี้สัตว์อสูรระดับ 8 - 9 ที่ว่ากันว่าบางตัวนั้นมีระดับสูงกว่าผู้ฝึกปราณระดับกระแสพลัง [ผู้ฝึกปราณระดับ 5] ซึ่งว่ากันว่าต่อจากระดับกระแสพลังเป็นต้นไปผู้ฝึกปราณทุกคน แม้แต่สัตว์อสูรที่มีกระแสปราณร่างกายจะแปรเปลี่ยนแก่นกำเนิดให้กลายเป็นแก่นธาตุ ซึ่งแก่นธาตุนั้นก็เปรียบได้กับก้อนพลังงานบริสุทธิ์ที่มีค่าเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งว่ากันว่าในโลกใบนี้มีแต่ราชาสัตว์อสูรเท่านั้นที่มีมัน


    หากแต่ตัวซุนนานก็ไม่คิดเลยว่า ตัวมันจะมีโอกาสได้รับเจ้าสิ่งนี้ในเวลานี้ อีกความหมายหนึ่งของการได้รับสิ่งนี้มา นั่นหมายถึงโอกาสในการสร้างโอสถที่ทุกคนในดินแดนนี้ต่างใฝ่ฝันถึง [โอสถผนึกแก่นธาตุ] ซึ่งจำต้องมีแก่นธาตุเป็นวัตถุดิบหลัก


    หากแต่ในดินแดนนี้แก่นธาตุจากอสูรถือเป็นของหายากราวกับเป็นวัตถุฟ้าดิน มีตำนานเรื่องเล่ามากมายครั้งมีผู้ปรารถนาจะหลอมโอสถผนึกแก่นธาตุ ผู้คนมากมายตกตายเป็นสายน้ำ ยอดยุทธ์ระดับก่อปราณนับพันตกตายเพื่อเปิดทางเข้ามาในดงอสูร ส่วนยอดฝีมือระดับกระแสพลังจำนวนไม่น้อยก็บาดเจ็บและล้มตายเพื่อล่าราชาสัตว์อสูรเพียงเพื่อตามหาแก่นธาตุนี้


    หากแต่ตัวซุนนานนั้นกลับได้ครอบครองมันอย่างง่ายดาย ซุนนานมิเคยเลยว่าค่ายกลใบไม้ไหวที่ตัวมันเตรียมการอย่างรีบร้อนจะมีอานุภาพมากถึงขนาดนี้


    หากแต่เมื่อซุนนานวิเคราะห์ร่างกายของเจ้าราชาสัตว์อสูรที่เป็นงูตัวนี้ดู มันก็พอเข้าใจแล้วว่าทำไมงูตัวนี้ถึงได้ตายง่ายดายกว่าปกติมากนัก นั่นเป็นเพราะอายุขัยของมันได้มาถึงช่วงสุดท้ายของชีวิตพอดี หากตัวมันอ่อนเยาว์กว่านี้ซัก 20 ถึง 30 ปี เกรงว่ายามนี้ผู้ที่ต้องวิ่งหนีมันคงเป็นตัวซุนนานกับท่านแม่แปดซุนเฟิ่งย่าแล้ว


    "ซุนน้อยเจ้าเป็นอะไร" ซุนเฟิ่งย่ากล่าวถาม


    "ท่านแม่แปดพวกเราพึงได้ฆ่าราชาสัตว์อสูรไป" ซุนนานพูดพร้อมชูแก่นธาตุสัตว์อสูรให้ซุนเฟิ่งย่าดู


    "!!!อะไรนะ" ซุนเฟิ่งย่ากล่าวด้วยน้ำเสียงตกใจ นางรู้ดีว่าแก่นธาตุสัตว์อสูรคืออะไร มันเป็นเรื่องราวระดับตำนานที่ผู้คนมากมายล่วงรู้และปรารถนาต้องการมัน หากแต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะออกล่าเพื่อมันเช่นกัน "นิคงไม่ใช่เรื่องจริงกระมัง" ซุนเฟิ่งย่าพูดราวกับตัวนางอยู่ในความฝัน สิ่งนี้มีค่ามากเกินกว่าที่นางจะจินตนาการได้


    ซุนนานหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอามันไปเก็บไว้ในกระเป๋าพร้อมกับรีบเก็บซากงูเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด แต่ด้วยจำนวนนับพันกระเป๋าของมันกับท่านแม่แปดซุนเฟิ่งย่าจึงไม่เพียงพอ ซุนนานจึงได้แต่สร้างอักขระค่ายกลขนาดเล็กล้อมรอบซากเหล่านี้เอาไว้ ไม่ใช่เพื่อป้องกันคนขโมยหากแต่เพื่อการถนอมอาหาร เพราะค่ายกลนี้คือค่ายกลหนาวเย็น เป็นค่ายกลเล็กๆ ที่ไม่ได้สิ้นเปลืองพลังงานอะไรดังนั้นคุณภาพของมันทำร้ายใครไม่ได้อย่างแน่นอน


    และด้วยความที่ค่ายกลนี้ใช้พลังธรรมชาติเป็นหลักไม่มีแก่นธาตุหรือศิลาธาตุพลังใดๆ ช่วยเหลือ ความเย็นของมันก็เป็นได้เพียงห้องเย็นธรรมชาติเท่านั้น หากแต่สำหรับซุนนานมันก็นับว่าเพียงพอแล้วสำหรับการถนอมอาหารชั่วคราว


    ไม่ช้าซุนนานและซุนเฟิ่งย่าทั้งสองก็กลับไปสำรวจบริเวณซากรถม้าอีกครั้ง ในครั้งนี้ดูเหมือนแทบจะไม่มีอสรพิษร้ายใดๆ อีกต่อไป นั่นเพราะอสรพิษส่วนใหญ่ได้ตายไปหมดแล้ว ส่วนที่เหลือจำนวนน้อยต่างก็ไม่ได้ดูแข็งแกร่งอะไรเพียงซัดด้วยก็ก้อนหินเบาๆ ก็ตายทันที


    และแล้วสายตาของซุนเฟิ่งย่าก็ดีใจเป็นที่สุดเพราะในซากรถม้านั้นมีหีบเสื้อผ้าอยู่หลายหีบ นอกจากนั้นยังมีแต่ของดีๆ แสดงว่าเจ้าของรถม้านี้ต้องเป็นผู้สูงศักดิ์หรือไม่ก็เป็นผู้ที่มีฐานะดีไม่น้อย หากแต่การวิ่งเข้ามาในดงอสูรเช่นนี้เกรงว่าคงจะจบชีวิตไม่ดีไปแล้ว


    หลังจากค้นไปค้นมาอยู่นานซุนนานและซุนเฟิ่งย่าก็พบป้ายประจำตระกูล ซึ่งสิ่งนี้ราวกับเป็นบัตรประชาชนของคนในยุคสมัยนี้ แต่มันก็เป็นเพียงเครื่องแสดงฐานะอย่างหยาบๆ เท่านั้น ที่บ่งบอกว่าเป็นคนมาจากอาณาจักรใดและได้รับการยอมรับว่าเป็นชนชั้นสูงหรือไม่ สำหรับซุนนานแล้วป้ายนี้ช่างเหมาะกับมันอย่างยิ่ง หน้าป้ายมีอักษรตัวใหญ่ตัวเดียวเขียนว่า [อู๋] ด้านหลังมีอาณาจักรที่สังกัดคือราชวงศ์หู


    ซุนนานที่ต้องการจะไปอยู่ที่ราชวงศ์เกาการปลอมตัวเป็นคนจากอาณาจักรราชวงศ์หูนี้นับว่ามีประโยชน์ต่อตัวมันอย่างยิ่ง เพราะแบบนี้จะทำให้ไม่มีใครสืบพื้นเพที่มาของมันได้โดยง่าย


    ไม่ช้าตัวซุนนานและท่านแม่แปดซุนเฟิ่งย่าของมันก็ค่อยๆ เลือกเกี้ยวรถม้ามาหนึ่งคันและหยิบหีบที่ใส่เสื้อผ้าค่อยๆ เข็นกลับไปยังถ้ำเร้นลับ แม้จะเข้าไปไม่ถึงด้านใน หากแต่ก็ตั้งใจว่าจะเอาเกี้ยวรถมานี้ไปให้ได้ใกล้มากที่สุด


    เมื่อเริ่มตกเย็นซุนนานก็กลับมาถึงถ้ำเร้นลับมันเลือกยกหีบมากล่องหนึ่ง พร้อมกับกระเป๋าที่เต็มไปด้วยซากงูจำนวนมากสองกระเป๋า ส่วนที่เหลือจำต้องทิ้งไว้ที่ปากทางเข้าป่าเร้นลับที่ห่างออกไป 5 ลี้ นี่คือขีดจำกัดของเกี้ยวรถม้า เพราะทางที่เหลือคือทิวเขาและป่าที่สลับซับซ้อน การนำเกี้ยวรถม้าเข้ามาแทบจะเป็นไปไม่ได้ ต้องเดินได้แต่เพียงเท่านั้น


    ท่านแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านเห็นหีบเสื้อผ้านางก็ดีใจ หลายปีมานี้นางแต่งตัวรุ่มร่ามอยู่ตลอดในใจก็เขินอายเรื่องนี้ไม่น้อย แม้ที่นี่จะมีแต่คนกันเอง หากแต่จะมีสตรีใดบ้างที่ไม่ชอบแต่งกายสวยๆ งามๆ นางดูพึงพอใจและแทบอยากจะออกจากถ้ำเร้นลับไปช่วยแบบกองหีบสมบัติที่เก็บเสื้อผ้าเหล่านี้ขึ้นมาในทันทีเลย


    หากแต่ตัวซุนนานได้ห้ามไว้ พร้อมบอกว่าในดงอสูรที่ลึกขนาดนี้ไม่มีผู้ใดมาแย่งสมบัติเหล่านี้ไปได้หรอก


    แม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านก็พยักหน้าเข้าใจ


    .


    .


    .


    ซุนนานมันล้างเนื้อล้างตัวเล็กน้อย ก่อนจะเป็นผู้ทำหน้าที่ชำแหละซากงูจำนวนมากเหล่านี้ แม้ปัจจุบันนับตั้งแต่รู้จัก [คัมภีร์ค่ายกลกักสวรรค์] ซุนนานได้สร้างค่ายกลเล็กๆ ทำเป็นห้องแช่เย็นไว้เก็บอาหารแล้ว หากแต่ซากงูเหล่านี้กลับเหมาะที่จะเอาไปทำอาหารแห้งจริงๆ ซุนนานได้แต่คิด


    เริ่มค่ำมืดครอบครัวเล็กๆ นี้ก็พร้อมหน้ากินเนื้องูไปด้วยกันซึ่งมีทั้งย่างและต้ม หลายปีมานี้ซุนนานสะสมเครื่องเทศจากแถวนี้ได้ไม่น้อย ดังนั้นอาหารเหล่านี้จึงมีรสชาติไม่แย่เสียทีเดียว เมื่อตกดึกทุกคนต่างอิ่มท้องและก็ได้แยกย้ายกัน แม่เจ็ดซุนเฟิ่งย่าออกไปฝึกปราณมหาจันทราที่หน้าถ้ำ เจ้าอ้วนซุนผูกินและนอนเป็นปกติ


    หากแต่แม่แปดซุนเฟิ่งย่านางกลับเดินมาหาซุนนานในถ้ำลึกบริเวณที่ตั้งแท่นแผ่นจารึกอักษรวิญญาณเพื่อสอบถามเรื่องสำคัญบางอย่าง ซึ่งนางอยากให้เรื่องนี้ลุล่วงโดยเร็วที่สุด


    "ซุนนานของแม่แปดเมื่อกลางวันพวกเราได้พูดคุยเรื่องการฝึกฝนของเจ้า นอกจากเรื่องคู่บำเพ็ญเพื่อกลั่นปราณและซึมซับแก่นหยินของเจ้าแล้ว เจ้ายังต้องการร่างกายสตรีพรหมจรรย์เป็นคู่ฝึกฝนในการทะลวงไปสู่ขั้นถัดไปใช่หรือไม่"


    "ใช่ขอรับท่านแม่" ซุนนานพยักหน้ารับ


    "เรื่องนี้แม่แปดตั้งใจช่วยเจ้าเอง หากแต่เจ้าลองบอกแม่แปดหน่อยได้หรือไม่ว่าการรับแก่นหยางจากเจ้านั้นต้องทำเช่นไร เป็นอันตรายต่อสตรีคู่บำเพ็ญคู่ฝึกฝนของเจ้าหรือไม่ แม่แปดใคร่อยากรู้"


    ซุนนานเกาหน้าของมันอย่างอายๆ ก่อนจะค่อยๆ อธิบายให้แม่แปดซุนเฟิ่งย่าฟัง "แก่นหยางของซุนน้อยไม่มีอันตรายใดๆ ขอรับ นอกจากนั้นยังทำให้ร่างของสตรีผู้บำเพ็ญใช้พลังปราณได้ดียิ่งขึ้นกว่าสตรีคู่บำเพ็ญที่ซุนน้อยกลั่นแต่ปราณและแก่นหยินบริสุทธิ์ให้นางด้วยขอรับ เพราะว่าเมื่อร่างกายนางมีแก่นหยินบริสุทธิ์และแก่นหยางบริสุทธิ์ในอัตรา 9 ต่อ 1 แล้ว แก่นหยินในร่างของนางจะบริสุทธิ์ถึงขีดสุดและทรงอานุภาพอย่างแท้จริงเลือดลมและปราณต่างๆ ในร่างก็จะบริสุทธิ์ถึงขีดสุด คาดหมายได้ว่าไม่ว่าจะเป็นกระทะลวงระดับชั้นใดๆ คอขวดต่างๆ ก็จะมีน้อยกว่าคนอื่นมาก นอกจากร่างกายจะได้ประโยชน์แล้วจิตวิญญาณก็จะชุ่มช่ำและเติบโตได้เร็วกว่าคนอื่นๆ อีกด้วยขอรับ นับว่ามีแต่ผลดีไม่มีผลเสีย ส่วนเรื่องความงดงามของผู้ได้รับหยางบริสุทธิ์ของตัวลูกนั้นก็ไม่ต้องพูดมากอะไร มันย่อมเจิดจรัสและตระการตากว่าการกลั่นหยินทั่วไปแน่นอน มาตรว่าการกลั่นหยินทำให้สตรีมีผิวพรรณดุจหยกขาวที่หายาก หากแต่การได้รับหยางบริสุทธิ์นอกจากเป็นหยกขาวที่หายากแล้วยังมีทอประกายงดงามขึ้นไปอีกหนึ่งระดับด้วยขอรับ ราวกับว่าเป็นผิวเรือนกายของนางสวรรค์" ซุนนานกล่าวชื่นชมเคล็ดมหารัญจวนของตัวมัน พร้อมอธิบายถึงข้อดีต่างๆ อย่างแช่มชื่น เพราะมันเกรงว่าแม่แปดซุนเฟิ่งย่าจะเข้าใจผิดว่าวิชาของมันจะไปทำร้ายสตรีคู่บำเพ็ญ


    ซุนเฟิ่งย่าได้ยินดังนั้นใบหน้าของนางก็พลันสดใสเสมือนคิดนึกอะไรบางอย่างออกมา "ซุนน้อยหากสตรีไม่มีร่างกายบริสุทธิ์มิได้ถือพรหมจรรย์แล้ว หากเจ้ากลั่นหยินให้นาง ให้นางได้รับแก่นหยางจากเจ้าด้วยผลจะเป็นเช่นไรรึ"


    ซุนนานหน้านิ่งพร้อมรีบกล่าวตอบถึงผลลัพธ์ทันที"มิได้ต่างกันเลยขอรับ ได้ผลเหมือนกัน เพียงแต่สตรีที่มิได้ถือพรหมจรรย์นั้นซุนนานมิอาจจะให้นางมาช่วยในห้วงเวลาสำคัญเช่นการผนึกแก่นเสมือนให้สมบูรณ์ได้นะขอรับ"


    ซุนเฟิ่งย่าเมื่อนางได้ยินดังนั้นก็พลันดีใจ "เช่นนั้นก็ดี ซุนน้อยให้แม่แปดช่วยเจ้าฝึกฝนเถอะ"


    "!!!หา" ซุนนานรอบร้องตกใจเบาๆ

    คล้ายกับเรื่องมารสำราญรม ภาค.โลกใบเล็ก ที่คุณอ่าน