หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป เหลียงกังยังคงตามหาเหมยซูไม่เจอ ทำให้ตอนนี้เขาได้ปล่อยเนื้อปล่อยตัว ไว้หนวดไว้เครา ไม่ยอมดูแลตัวเอง แม้กระทั่งข้าวปลาอาหารก็ไม่ค่อยจะกิน จนกระทั่งมือปราบได้มาเชิญตัวเขาไปสอบสวนที่จวนใต้เท้าหานเว่ย
ณ จวนใต้เท้าหานเว่ย
“ตอนเย็นวันที่เหมยซูหายตัวไป เจ้าไปอยู่ที่ไหน” ใต้เท้าหานเว่ยสงสัย
“ข้าน้อยยังอยู่ที่บ้านท่านอ้ายเจียงเล่ยขอรับ ท่านอ้ายเจียงเล่ยเป็นพยานให้ข้าน้อยได้” เหลียงกังกล่าวตามจริง
“เจ้ากับเหมยซูมีปัญหาทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า” ใต้เท้าเค้นถาม
“ไม่นะขอรับ ข้ากำลังหาฤกษ์วันแต่งงานระหว่างพวกเรา นี่ใต้เท้ากำลังสงสัยข้าน้อยอยู่ใช่หรือไม่” เหลียงกังมองออก
“เจ้าอย่าเพิ่งโมโหไป มันเป็นเรื่องปกติ เวลาที่คนหายตัวไปหรือเสียชีวิตอย่างปริศนา คนแรกที่น่าสงสัยที่สุดก็คือคู่ชีวิตของพวกเขา เพราะเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดมากที่สุด และอาจกระทบกระทั่งผิดใจกันได้ง่ายที่สุด” ใต้เท้าอธิบาย
“แต่สำหรับข้าน้อยกับเหมยซู พวกเรายังอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน และถึงไม่ใช่ช่วงรักกันใหม่ๆ ข้าน้อยก็ไม่มีวันทำร้ายคนรักได้ลงคอหรอกขอรับ” เหลียงกังกล่าวอย่างมั่นใจ
“เอาล่ะ ข้าก็แค่เชิญท่านมาสอบถามเพื่อไขความกระจ่าง หากข้ามีเบาะแสอะไรจะแจ้งท่านก็แล้วกัน” ใต้เท้าตัดบท
“ขอรับใต้เท้า” เหลียงกังทำท่าคารวะแล้วเดินจากไป
แรกเริ่มเดิมทีใต้เท้าหานเว่ยก็สงสัยเหลียงกัง แต่เมื่อเชิญตัวอ้ายเจียงเล่ยมาสอบปากคำ เขาก็ให้การตรงกันกับเหลียงกัง และสามารถเป็นพยานบุคคลให้เหลียงกังได้ เหลียงกังจึงพ้นจากการเป็นผู้ต้องสงสัย
ดังนั้นตอนนี้การหายตัวไปของเหมยซูก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่
********************************************
เหลียงกังนั่งดื่มเหล้าจนเมามายอยู่ในห้องทำงาน ณ ร้านขายของเก่า
“เจ้าอยู่ไหนน่ะ เหมยซู เจ้าทิ้งข้าไปอย่างนั้นหรือ เจ้าไม่สงสารข้าบ้างเลยงั้นหรือ” เหลียงกังคร่ำครวญ
“เอ่อ ขออภัยที่รบกวนเจ้าค่ะ” กว้านจู่เดินเข้าไปในห้องทำงาน ก็เห็นเจ้านายดื่มเหล้าไม่หยุด
“กว้านจู่! มีอะไร” เหลียงกังยังพอมีสติ
“ข้ามีเรื่องจะบอกท่านเจ้าค่ะ” กว้านจู่กล่าว
“ว่ามาสิ” เหลียงกังรอฟัง
“หลายวันก่อน ช่างปั้นหุ่นขี้ผึ้งนามว่าไห่ถัง คนที่อยู่ร้านข้างๆ ร้านขายของเก่า เขาได้มาจีบท่านหมอเหมยซูด้วยเจ้าค่ะ” กว้านจู่ฟ้อง
“อะไรนะ!” เหลียงกังตกใจจนถึงขั้นสร่างเมา
“แต่ท่านหมอเหมยซูไม่ได้เล่นด้วยนะเจ้าคะ นางเห็นว่าเขาไม่ได้มาตรวจรักษาโรค นางก็เลยไล่เขาไปเจ้าค่ะ” กว้านจู่กล่าวตามที่เห็น
“แล้วยังไงต่อ” เหลียงกังอยากรู้
“ชายคนนั้นยังคงไม่ยอมแพ้ เขามาหาท่านหมอเหมยซูแทบทุกวัน ท่านหมอก็ทำได้เพียงไล่เขาไปเท่านั้น” กว้านจู่กล่าว
“ทำไมเหมยซูไม่ยอมบอกข้าบ้างเลย” เหลียงกังรู้สึกน้อยใจที่คนรักไม่ยอมปรึกษาเขา
“มันเป็นช่วงที่ท่านไปเมืองฉายลู่เพื่อช่วยออกตามหาคุณชายอ้ายเจียงยี่เจ้าค่ะ” กว้านจู่แก้ตัวให้เจ้านาย
“ข้าจะไปหาชายคนนั้นเดี๋ยวนี้” เหลียงกังลุกจากเก้าอี้ทันที
“ข้าว่าพวกเราแจ้งใต้เท้าหานเว่ยน่าจะดีกว่านะเจ้าคะ อย่างน้อยใต้เท้าก็สามารถออกหมายค้นให้ได้” กว้านจู่แนะนำ
“เจ้ากำลังคิดว่า ช่างปั้นหุ่นขี้ผึ้งอาจลักพาตัวเหมยซูไปใช่มั้ย” เหลียงกังตีความได้
“ข้าคิดว่าน่าจะเป็นไปได้นะเจ้าคะ” กว้านจู่เชื่อเช่นนั้น
“ข้าจะไปหาใต้เท้าเดี๋ยวนี้” เหลียงกังไม่รอช้า เขารีบเตรียมตัวออกเดินทางไปที่จวนใต้เท้า
“แต่นี่มันก็ดึกมากแล้วนะเจ้าคะ” กว้านจู่กังวล
“ยิ่งหาตัวเหมยซูได้เร็วเท่าไหร่ เหมยซูก็ยิ่งมีโอกาสมีชีวิตรอดมากขึ้นเท่านั้นนะ” เหลียงกังอยากช่วยชีวิตเหมยซูให้เร็วที่สุด
“เจ้าค่ะ” กว้านจู่กล่าว
ดังนั้นพ่อค้าเหลียงกังจึงไปพบใต้เท้าหานเว่ยในยามวิกาล
********************************************
ณ จวนใต้เท้าหานเว่ย
“เจ้ากำลังสงสัยช่างปั้นหุ่นขี้ผึ้งที่มีนามว่า ไห่ถัง สินะ” ใต้เท้าหานเว่ยกล่าว
“ข้าน้อยอยากให้มือปราบไปค้นที่บ้านของไห่ถังขอรับ” เหลียงกังบอกวัตถุประสงค์
“เขาเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย พวกเรายังไม่มีพยานหรือหลักฐานว่าเขาคือคนลักพาตัว คงออกหมายค้นให้ไม่ได้ งั้นเอาอย่างนี้ข้าจะส่งลูกน้องไปขอความร่วมมือกับไห่ถังก่อน หากเขาบริสุทธิ์ใจจริง เขาก็ต้องยอมให้ตรวจค้น” ใต้เท้าแนะนำ
“ขอบคุณมากขอรับ” เหลียงกังรู้สึกมีความหวัง
ดังนั้นเหลียงกังและท่านมือปราบพร้อมกับลูกน้องก็บุกไปที่ร้านขายหุ่นขี้ผึ้งที่อยู่ข้างๆ ร้านขายของเก่าหมายเลขอนันต์
ณ ร้านขายหุ่นขี้ผึ้ง
“นี่มันยามวิกาลนะ จะตรวจค้นอะไร ให้มาตอนกลางวันดีกว่ามั้ย” ไห่ถังทำท่าหาวนอน
“ถ้าท่านบริสุทธิ์ใจจริง ไม่ว่าเวลาไหน ท่านก็ควรให้ความร่วมมือไม่ใช่หรือ” มือปราบกล่าว
“ก็ได้! อยากค้นก็ค้นเลย” ไห่ถังยักไหล่และปล่อยให้พวกเขาเข้าไปค้นในร้านได้ตามใจ
มือปราบ เหลียงกัง และลูกน้องนับสิบคนก็พากันไปค้นที่ร้านขายหุ่นขี้ผึ้ง แต่ค้นยังไงก็ค้นไม่เจอ แม้จะพยายามหาทุกซอกทุกมุมแล้วก็ตาม
“เป็นไง เจอมั้ยล่ะ” ไห่ถังยิ้มมุมปาก
“เจ้านำเหมยซูไปไว้ที่ไหนกันแน่” เหลียงกังเค้นถาม
“ท่านหมอก็ต้องอยู่ร้านหมอสิ จะมาทำอะไรที่ร้านข้า” ไห่ถังกล่าวกวนๆ
“พอเหมยซูปฏิเสธเจ้า เจ้าก็เลยโกรธแค้นจนถึงขั้นลักพาตัวนางไปไงล่ะ” เหลียงกังคาดการณ์
“แล้วพวกเจ้าเจอนางมั้ย ไม่เจอใช่มั้ยล่ะ เอาล่ะ ข้ายอมให้ความร่วมมือแล้ว เชิญพวกท่านกลับได้แล้ว” ไห่ถังรีบไล่
“หากเหมยซูเป็นอะไรไป ข้าไม่ไว้ชีวิตเจ้าแน่” เหลียงกังขู่
“ลาก่อนท่านเหลียงกัง” ไห่ถังแสร้งทำเป็นคารวะ และเดินเข้าไปในร้านของตัวเองอย่างอารมณ์ดี
********************************************
ณ ร้านขายของเก่า
“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ เจอตัวท่านหมอเหมยซูหรือไม่” กว้านจู่รีบถามหลังจากเจ้านายเดินเข้ามาในร้าน
เหลียงกังส่ายหน้าช้าๆ
“ไห่ถัง! ซ่อนตัวท่านหมอไว้ที่ไหนกันนะ” กว้านจู่รู้สึกเจ็บใจ
“บางที ไห่ถังอาจไม่ใช่คนร้าย” เหลียงกังกล่าว
“ข้าไม่เชื่อเจ้าค่ะ” กว้านจู่มั่นใจมากว่าคนร้ายคือไห่ถัง
“เจ้าไปพักผ่อนก่อนเถอะนะ ขอเวลาให้ข้าคิดหาทางใหม่ก่อนก็แล้วกัน” เหลียงกังกล่าว
“เจ้าค่ะ” กว้านจู่เห็นใจเจ้านาย ตอนนี้ดูเขาเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ
สองวันผ่านไป ก็ยังไม่มีใครทราบเบาะแสของท่านหมอเหมยซูเลย แม้ว่าชาวบ้านจะช่วยกันออกตามหาและช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้แล้วก็ตาม
เมื่อร้านหมอปิดมานาน กว้านจู่จึงได้ย้ายไปทำงานที่ร้านขายของเก่าหมายเลขอนันต์แทน
ณ ห้องทำงานของเหลียงกังในร้านขายของเก่า
“ท่านเหลียงกังเจ้าคะ ข้าไปหยิบสินค้าที่ห้องใต้ดิน อยู่ดีๆ ข้าก็ได้ยินเสียงคนขอความช่วยเหลือด้วยเจ้าค่ะ” กว้านจู่กล่าว
“เจ้าหูฝาดไปหรือเปล่า ห้องใต้ดินมีแต่สินค้าทั้งสิ้น” เหลียงกังไม่เชื่อ
“ไม่เชื่อ ท่านก็ลองไปดูสิเจ้าคะ” กว้านจู่ท้า
********************************************
ณ ห้องใต้ดิน
เหลียงกังถือตะเกียงนำหน้าไปที่ห้องใต้ดิน โดยมีกว้านจู่เดินตามด้วยท่าทางหวาดกลัว เพราะนางหวั่นใจว่านางจะได้ยินเสียงผีหลอก
“ไหน! ไม่เห็นมีเสียงอะไรเลย เจ้าคิดไปเองหรือเปล่า” เหลียงกังกล่าว
“ตรงนี้เจ้าค่ะ ข้าได้ยินตรงนี้” กว้านจู่พาเดินไปที่ผนังห้องใต้ดิน
“ช่วยย ด้วยย ใครร ก็ ได้ ช่วยย ข้า ด้วยย” เสียงร้องขอความช่วยเหลือนั้นแผ่วเบาพอสมควร
“เจ้าเป็นใครน่ะ ได้ยินข้ามั้ย บอกซิว่าเจ้าเป็นใคร” เหลียงกังตะโกนผ่านผนังห้อง
“เหมยย ซู” หญิงสาวกล่าวอย่างอ่อนแรง
“เหมยซูงั้นหรือ เจ้าจริงๆ ใช่มั้ย” เหลียงกังดีใจอย่างบอกไม่ถูก
และแล้วเสียงก็เงียบไป
“เหมยซู! เหมยซู! เจ้าเป็นอะไรไป ทำใจดีๆ ไว้นะ ข้าจะหาทางช่วยเจ้าเดี๋ยวนี้” เหลียงกังทั้งเคาะผนัง ทั้งตะโกนเรียก
เหลียงกังและกว้านจู่จึงช่วยกันหาช่องทางหรือประตูเพื่อทะลุไปอีกด้านของผนังห้องใต้ดิน แต่หายังไงก็หาไม่เจอ
“จะทำยังไงดีเจ้าคะ” กว้านจู่จนปัญญา
“ถ้านางอยู่อีกฝั่งของผนังห้องใต้ดิน แสดงว่านางอยู่ห้องใต้ดินของร้านขายหุ่นขี้ผึ้ง” เหลียงกังกล่าว
“ข้าจะรีบไปแจ้งท่านมือปราบนะเจ้าคะ” กว้านจู่เสนอ
“ข้าจะบุกไปที่ร้านมันก่อน ไม่เช่นนั้นอาจช่วยเหมยซูไม่ทัน” เหลียงกังร้อนใจ
“เจ้าค่ะ” กว้านจู่รีบวิ่งไปที่จวนใต้เท้าหานเว่ยให้เร็วสุดชีวิต
********************************************
ณ ห้องใต้ดินของร้านขายหุ่นขี้ผึ้ง
“เจอตัวซะทีนะ นังตัวดี” ไห่ถังจิกหัวหญิงสาวที่นอนราบไปกับพื้น นางไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว ทำให้นางไร้ซึ่งเรี่ยวแรงขัดขืน
“ปล่อยข้าไปเถอะนะ ไห่ถัง” เหมยซูกล่าวอย่างอ่อนแรง
“ข้ารักเจ้านะเหมยซู ข้าจะทำให้เจ้าอยู่กับข้าไปตลอดกาล ข้าจะทำให้เจ้ากลายเป็นหุ่นขี้ผึ้งของข้า เจ้าดูสิ เจ้ามีเพื่อนด้วยนะ ข้าจะแนะนำให้เจ้ารู้จัก หุ่นนี้คือแม่ข้า นั่นก็คือพี่สาวคนโต ส่วนหุ่นนี้คือน้องสาวข้า และหุ่นสวยๆ นี้ก็เป็นรักแรกของข้า เจ้าจงมาเป็นครอบครัวเดียวกันกับข้าดีกว่า” ไห่ถังเดินไปแนะนำหุ่นอย่างภูมิใจ
“เจ้าฆ่าท่านแม่ พี่สาว น้องสาว และคนรักคนแรกของเจ้า เจ้าไม่กลัวบาปกลัวกรรมบ้างเลยงั้นหรือ” เหมยซูนึกไม่ถึง
“พวกเขาไม่ได้จากข้าไปไหน พวกเขายังอยู่ที่นี่กับข้า รวมถึงเจ้าด้วย ต่อไปเหลียงกังจะแย่งเจ้าไปจากข้าไม่ได้อีก” ไห่ถังกล่าว
“ข้าไม่ยอมตายที่นี่หรอก” เหมยซูพยายามลุกขึ้นยืนและเดินหนีอย่างไร้เรี่ยวแรง แต่ไม่ทันไร นางก็ถูกกอดรวบตัว
“เจ้าหนีไม่พ้นหรอก อย่าขัดขืนอีกเลย ข้าไม่อยากทำร้ายเจ้าจนเกิดรอยช้ำ ถ้าเจ้ามีบาดแผล ข้าจะปั้นหุ่นขี้ผึ้งได้ไม่สวย” ไห่ถังห่วงผลงาน
เหมยซูไม่มีแรงจะขัดขืน นางถูกอุ้มให้ไปนอนบนแท่นหิน
“อดทนอีกนิดนะ เจ้าเจ็บปวดไม่นานหรอก” จากนั้นไห่ถังก็บีบคอหญิงสาว
เหมยซูกำลังจะขาดอากาศหายใจ นางเริ่มเกร็งมือเกรงเท้า จนกระทั่ง
“โอ๊ย!”
เหลียงกังกระชากไห่ถังออกมาและต่อยเขาไม่ยั้งด้วยอารมณ์โมโหสุดขีด
“เจ้ากล้าทำร้ายเหมยซู ตายซะเถอะ” เหลียงกังเกิดบันดาลโทสะ
“เหลียงกัง! เจ้าอย่าฆ่าคน ไม่เช่นนั้นเจ้าจะถูกประหารชีวิตนะ” เหมยซูพยายามพูดเตือนสติ
ท่านมือปราบที่มาทีหลังรีบช่วยกันดึงตัวเหลียงกังออกมา ส่วนลูกน้องที่เหลือก็ช่วยกันจับกุมตัวคนร้ายทันที
“จับข้าไว้ทำไม ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด” ไห่ถังกล่าว
“ท่านมือปราบ! ชายคนนี้ได้ฆ่าทั้งแม่ พี่สาว น้องสาว และคนรักของเขา ศพน่าจะอยู่ในหุ่นขี้ผึ้งที่ยืนอยู่ในห้องใต้ดินนี้แหละเจ้าค่ะ” เหมยซูกล่าวอย่างอ่อนแรง
“พวกเจ้าจงขนหุ่นขี้ผึ้งไปตรวจสอบที่ศาลเร็วเข้า” หัวหน้ามือปราบสั่งการลูกน้อง
“ขอรับ” ลูกน้องรับคำ
“อย่าแตะต้องหุ่นขี้ผึ้งของข้า” ไห่ถังพยายามดิ้นเพื่อที่จะไปขัดขวางเหล่ามือปราบที่กำลังยกหุ่นขี้ผึ้งออกไปจากห้องใต้ดิน
“เจ้ามันบ้าไปแล้ว กล้าจับคนมาทำหุ่นขี้ผึ้งได้อย่างไร” มือปราบไม่เข้าใจ
“พวกเขาจะได้ไม่ทิ้งข้าไปไหนอีก พวกเขาจะต้องอยู่กับข้าไปตลอดกาล” ไห่ถังมีภาวะทางจิต เขากลัวการอยู่คนเดียว อาจเกิดจากที่ทุกคนมักจะทอดทิ้งเขาไป จึงทำให้เขาคิดอะไรแผลงๆ เช่นนี้
ท่านมือปราบส่ายหน้ากับความคิดของไห่ถัง
เหลียงกังรีบอุ้มเหมยซูให้ออกไปจากห้องใต้ดินแห่งนี้ทันที
********************************************
ณ ห้องนอนภายในร้านขายของเก่า
พอเหมยซูได้ทานอาหารและน้ำพร้อมกับยาบำรุง ร่างกายของนางก็เริ่มแข็งแรงขึ้น
“เจ้าเปลี่ยนแนวใหม่อย่างนั้นหรือ ไว้หนวดไว้เคราซะน่ากลัวเชียว” เหมยซูแกล้งแซวเพื่อไม่ให้บรรยากาศตึงเครียด
“ยังจะมาทำเป็นพูดเล่นอีก ต่อไปข้าจะจ้างคนมาคอยคุ้มกันเจ้า” เหลียงกังไม่ตลกด้วย เขาเกือบสูญเสียคนรักไปตลอดกาล
“ข้าจะระวังตัวมากกว่านี้ เจ้าอย่าเปลืองอัฐเลยนะ” เหมยซูเกรงใจ
“ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้เจ้าเกิดอันตรายอีก เจ้ารู้มั้ย พอเจ้าหายไป ข้าก็แทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป” เหลียงกังจับมือหญิงสาวไว้แน่น
“อย่าพูดอย่างนั้นสิ หากข้าไม่อยู่แล้วจริงๆ เจ้าก็ต้องมีชีวิตอยู่อย่างเข้มแข็งนะ” เหมยซูคิดว่าโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน นางไม่อยากให้ฝ่ายชายโศกเศร้าเสียใจและตายตามนางไป
“ข้าจะไม่ยอมสูญเสียเจ้าไปอีก” เหลียงกังกล่าวคำมั่น
“อย่าบอกนะว่าจะปั้นข้าเป็นหุ่นขี้ผึ้งน่ะ” เหมยซูแกล้งพูด
“พวกเราจะต้องมีชีวิตอยู่ด้วยกันจนแก่จนเฒ่า ไม่ใช่เห็นคนเป็นของสะสมเหมือนที่ไห่ถังทำ” เหลียงกังยังแค้นใจไม่หาย
“ก็ได้! ตอนนี้ข้าปลอดภัยแล้ว เจ้าไปนอนเถอะนะ” เหมยซูคิดว่าฝ่ายชายคงไม่ค่อยได้นอน เพราะใต้ตาหมองคล้ำอย่างเห็นได้ชัด
“ขอข้านอนกอดเจ้าจะได้มั้ย” เหลียงกังกล่าว
“พวกเรายังไม่แต่งงานกันเลยนะ” เหมยซูคิดว่ายังไม่ถึงเวลา
“ข้าจะไม่ล่วงเกินเจ้า ถ้าเจ้าไม่อนุญาต” เหลียงกังกล่าวยิ้มๆ
เหมยซูยอมใจอ่อน นางยอมให้เหลียงกังนอนกอดนาง
แต่แล้วเหลียงกังก็ไม่อาจหักห้ามใจได้อีกต่อไป เขาได้เผลอจูบกับหญิงสาวจนกระทั่งอารมณ์เตลิด และแล้วทั้งสองก็ตกอยู่ในห้วงพิศวาส บทบรรเลงเพลงรักได้เริ่มขึ้น กว่าจะจบลงได้ก็เช้าวันรุ่งขึ้น
เหมยซูนอนหนุนแขน ตอนนี้นางได้ตกเป็นของพ่อค้าหนุ่มโดยสมบูรณ์แล้ว นางก็เลยว่า “ไหนว่าจะนอนกอดเฉยๆ ไงล่ะ”
“ข้าขอโทษ! ข้าคงคิดถึงเจ้ามากไปหน่อย ข้าได้ฤกษ์งานแต่งมาแล้ว ข้าคงต้องเลือกฤกษ์ที่เร็วที่สุดแล้วสินะ” เหลียงกังรอช้าไม่ได้ ไม่เช่นนั้นว่าที่ฮูหยินได้ท้องก่อนแต่งเป็นแน่
“เอ่อ ข้าต้องรีบไปเปิดร้านหมอแล้วนะ” เหมยซูมองเห็นแสงตะวันเลยนึกขึ้นได้
“แต่เจ้ายังไม่ได้นอนเลยนะ เอาเป็นว่าข้าจะไปบอกกว้านจู่เองว่า ให้ปิดร้านหมออีกหนึ่งวัน ดีมั้ย” เหลียงกังเสนอ
“ว๊าย! ขออภัยจริงๆ เจ้าค่ะ ข้านึกว่าท่านหมออยู่คนเดียว กะว่าจะมาดูอาการของนางเฉยๆ เจ้าค่ะ” กว้านจู่ตั้งใจจะเข้ามาดูอาการของเจ้านาย เพราะคิดว่าเจ้านายอาจไม่สบาย นางไม่ได้ตั้งใจจะมาเห็นเจ้านายทั้งสองนอนกอดกันในสภาพเปลือยกายแต่มีผ้าห่มปกคลุมไว้อย่างมิดชิด
เหมยซูรีบคลุมโปงทันที
“ในเมื่อเจ้าก็เห็นหมดแล้ว เจ้าห้ามแพร่งพรายเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นเหมยซูอาจเสื่อมเสียชื่อเสียงได้ ข้าจะไปเตรียมงานแต่งงานก่อน ส่วนวันนี้อย่าเพิ่งเปิดร้านหมอเลยนะ เหมยซูคงยังไม่มีแรง” เหลียงกังกล่าวยิ้มๆ
“เจ้าค่ะ ข้าทราบแล้ว งั้นข้าขอตัวไปช่วยขายของเก่าก่อนนะเจ้าคะ” กว้านจู่ทำตัวไม่ถูก นางรีบวิ่งออกไปจากห้องนอนเจ้านายทันที
********************************************
หลังจากที่เหมยซูได้แต่งงานกับเหลียงกังตามขนบธรรมเนียมประเพณีแล้ว นางก็ยังคงเปิดร้านหมอต่อไป โดยร้านของนางมีส่วนลดพิเศษให้ผู้ป่วยที่ดูแลรักษาตัวเองจนหายป่วยด้วยระยะเวลาอันรวดเร็ว คนคนนั้นจะได้รับส่วนลดในการซื้อสินค้าในร้านขายของเก่าหมายเลขอนันต์ด้วย ทำให้ผู้ป่วยหลายคนที่มารักษากับหมอเหมยซูต่างดูแลรักษาตัวเองเป็นอย่างดี พวกเขาทานยาไม่เคยขาด พอหายแล้ว พวกเขาก็ใช้ส่วนลดไปซื้อสินค้าหายากในร้านขายของเก่าของสามีท่านหมอ
ณ ร้านหมอ
“อ้าว ไหนว่าท่านไปประมูลซื้อสมุนไพรเพิ่มสมรรถภาพทางเพศไงล่ะ ท่านประมูลไม่ได้อย่างนั้นหรือ” ท่านหมอเหมยซูทักคนไข้ที่เคยมารักษากับนางและเดินผ่านร้านหมอ
“มีคนชนะการประมูลไปแล้วขอรับ” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งบ่น
“ใครกัน” เหมยซูสงสัย
“สามีของท่านน่ะสิขอรับ” ชายวัยกลางคนกล่าว
“เอ่อ เขาประมูลไปทำไมกัน” เหมยซูสงสัย
“ข้าได้ยินมาว่า สามีท่านอยากมีลูกไวๆ ท่านระวังตัวให้ดีเถิด ข้าไปล่ะ” ชายวัยกลางคนแอบยิ้ม
“555 ท่านหมอเจ้าคะ ข้าว่าท่านประกาศปิดร้านไปช่วงหนึ่งก็ดีนะเจ้าคะ ท่านคงไม่มีแรงทำงานหรอกเจ้าค่ะ” กว้านจู่กล่าวแซว
“เลิกแซวข้าเถอะ” เหมยซูเขินจนหน้าแดง
“นั่นไงขอรับ ท่านเหลียงกังมานั่นแล้ว” เฉียนสุ่ยซึ่งเป็นจอมยุทธ์ที่เหลียงกังจ้างให้คอยคุ้มครองเหมยซูกล่าว
“ข้าจะไปเก็บสมุนไพรสักหน่อย บอกให้สามีข้ากลับบ้านไปก่อนนะ” เหมยซูกล่าวและเดินไปหลังร้านหมอ
แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เหลียงกังได้อุ้มฮูหยินกลับบ้านทันที
“ปล่อยข้าลงนะเจ้าคะ อายเขานะท่านพี่” เหมยซูกล่าว
“จะหนีไปไหนเล่า” เหลียงกังหอมแก้มฮูหยินทั้งที่ยังอุ้มนางอยู่
“ข้าจะไปเก็บสมุนไพร” เหมยซูกล่าวอ้าง
“ข้าไปเก็บให้ก็ได้เจ้าค่ะ” กว้านจู่รีบพูดเมื่อเหลียงกังหันมามองนาง
“กว้านจู่น่ะ” เหมยซูกล่าว
“พรุ่งนี้ข้าต้องเดินทางไปเมืองหลวงแล้วนะ” เหลียงกังมีเวลาอยู่กับฮูหยินไม่มากนัก
“อย่าบอกนะเจ้าคะ ว่าท่านพี่กินยาสมุนไพรนั่นไปแล้ว” เหมยซูสังเกตได้ว่าสามีมีอาการกระสับกระส่ายร้อนรนยังไงชอบกล
“ข้าดื่มหมดถ้วยเลยล่ะ” เหลียงกังยอมรับ
“ข้าขอให้ท่านมีลูกในเร็ววันนะขอรับ” เฉียนสุ่ยทำได้เพียงอวยพรเท่านั้น
“ขอบคุณมาก ข้าขอตัวนะ” เหลียงกังรีบอุ้มฮูหยินไปที่ห้องนอนในร้านขายของเก่าทันที
“ท่านพี่ ปล่อยข้าลงก่อนนะเจ้าคะ ข้าเดินเองได้” เหมยซูกล่าวแต่ก็ไร้ผล
และแล้วค่ำคืนยังคงอีกยาวไกลสำหรับสองสามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันไม่นาน
“พวกเราก็กลับบ้านกันเถอะ” เฉียนสุ่ยชวนราวกับว่าตนเป็นสามีของกว้านจู่
“จะบ้าหรือยังไง กลับบ้านใครบ้านมันสิ” กว้านจู่แอบเขิน
********************************************
เช้าวันรุ่งขึ้น เหลียงกังไปสั่งงานที่ร้านขายของเก่า
“ท่านหมอเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” กว้านจู่อยากรู้
“ให้นางนอนพักสักหน่อยนะ ตอนเที่ยงๆ เจ้าค่อยไปดูนางก็แล้วกัน” เหลียงกังกล่าวยิ้มๆ
“เจ้าค่ะ” กว้านจู่รับคำ
“ส่วนเจ้าจงคอยคุ้มกันฮูหยินของข้าให้ดี ไม่ใช่มัวมาคอยจีบกว้านจู่อยู่ล่ะ” เหลียงกังกำชับ
“ท่านจะก็ให้กว้านจู่คอยดูแลฮูหยินตลอดเวลาสิขอรับ พวกนางจะได้อยู่ด้วยกัน และข้าจะได้ตามติดพวกนางตลอด” เฉียนสุ่ยแกล้งพูด
“นี่เจ้า” เหลียงกังแกล้งตวาด
“ข้าล้อเล่นขอรับ ข้าสัญญา ข้าจะปกป้องนายหญิงยิ่งชีวิตขอรับ” เฉียนสุ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ข้าต้องไปนานพอสมควร เพราะต้องช่วยองค์รัชทายาทจัดการสายลับในวังหลวง” เหลียงกังกล่าวแผน
“หากท่านหมอตั้งครรภ์ ข้าจะส่งข่าวไปบอกนะเจ้าคะ” กว้านจู่อาสา
“ดีมาก” พอเหลียงกังหมดห่วงแล้ว จากนั้นเขาก็ขี่ม้าออกเดินทางไปเมืองหลวงทันที
********************************************
สามเดือนผ่านไป
“ข้าว่าท่านดูอวบขึ้นนะเจ้าคะ” กว้านจู่สังเกตได้
“แต่ข้ากินไม่เยอะนะ” เหมยซูแปลกใจตัวเองเหมือนกัน
“หรือว่าท่านจะท้องเจ้าคะ” กว้านจู่สงสัย
“เพื่อความมั่นใจ พักเที่ยงเมื่อไหร่ ข้าจะไปตรวจที่ร้านหมออีกร้านก็แล้วกัน” เหมยซูต้องการความมั่นใจจึงไปตรวจกับหมอคนอื่น
“ก็ดีเจ้าค่ะ” กว้านจู่รอลุ้น
พอเวลาเที่ยง กว้านจู่และเฉียนสุ่ยจึงพาท่านหมอเหมยซูไปตรวจที่ร้านหมออีกร้าน
“เจ้าตั้งครรภ์จริงๆ” ท่านหมอวัยกลางคนกล่าวหลังจากจับชีพจรเสร็จ
“จริงหรือเจ้าคะ ทำไมข้าถึงไม่มีอาการของคนแพ้ท้องเลยล่ะ” เหมยซูสงสัย
“เจ้าคงดูแลตัวเองเป็นอย่างดีกระมัง ข้าจะจัดยาบำรุงให้ก็แล้วกัน” ท่านหมอคาดเดา
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” เหมยซูกล่าว
กว้านจู่จึงประคองท่านหมอเหมยซูกลับร้านหมอของตัวเองอย่างอารมณ์ดี
“ไม่เห็นต้องดีใจขนาดนั้นเลย” เหมยซูเห็นผู้ช่วยยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี
“จะไม่ให้ดีใจได้ยังไงเจ้าคะ เจ้านายตั้งครรภ์ทั้งที ถ้าท่านเหลียงกังได้ยินข่าว เขาต้องดีใจมากแน่ๆ” กว้านจู่อยากรีบส่งข่าวไปบอกเจ้านายไวๆ
“ข้าอยากให้เขากลับมาเร็วๆ จัง” เหมยซูคิดถึงสามี
ณ ร้านหมอของหมอเหมยซู
กว้านจู่กำลังจะเขียนจดหมายส่งไปให้ท่านเหลียงกังเพื่อบอกข่าวดี แต่ทว่า
“ท่านเหลียงกัง! ท่านมาได้ยังไงเจ้าคะ ท่านไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างนั้นหรือ” กว้านจู่ตกใจเมื่อมองเห็นเจ้านายมาที่ร้านหมอ
“เหมยซูตั้งครรภ์แล้วใช่หรือไม่” เหลียงกังกล่าว
“ท่านรู้ได้ยังไง ข้ายังไม่ได้ส่งจดหมายไปบอกท่านเลยนะเจ้าคะ” กว้านจู่แปลกใจ
“ข้ามีอาการแพ้ท้องรุนแรงมาก ไม่ทันไรข้าก็อาเจียน สักหน่อยก็หน้ามืด ข้าก็เลยไม่ได้ช่วยงานองค์รัชทายาท พระองค์ทรงไล่ข้ากลับหนานโจวให้มาดูแลฮูหยินน่ะสิ” เหลียงกังเล่า
“555 นี่ท่านแพ้ท้องแทนท่านหมอหรือเจ้าคะ” กว้านจู่แอบขำ
“อย่ามาหัวเราะเยาะข้า ว่าแต่ฮูหยินของข้าอยู่ที่ไหน” เหลียงกังมองหาเหมยซู
“เอ่อ ท่านหมอยังตรวจคนไข้อยู่เจ้าค่ะ” กว้านจู่กล่าว
“ข้าคงต้องจ้างหมอให้มาช่วยงานนางอีกคนซะแล้ว ช่วงนางตั้งครรภ์ ข้าจะให้นางหยุดงานในร้านหมอไปก่อน” เหลียงกังไม่อยากให้ฮูหยินทำงานหนัก
“ก็ดีเหมือนกันเจ้าค่ะ ความจริงนางเอาแต่ทำงาน เพื่อที่จะได้เลิกคิดถึงท่าน” กว้านจู่ฟ้อง
“งั้นข้าไปหานางก่อนนะ” เหลียงกังอยากเจอหน้าฮูหยินใจจะขาด
ณ ห้องตรวจ
เหมยซูตรวจคนไข้คนสุดท้ายเสร็จพอดี เหลียงกังไม่รอช้า เขารีบจูงมือฮูหยินให้ไปคุยอยู่หลังร้านขายของเก่า
“ท่านพี่จะลากข้าไปที่ไหนเจ้าคะ” เหมยซูสงสัย แต่นางก็เดินตามแรงลากจูงนั้นไป
พอถึงหลังร้านขายของเก่า เหลียงกังก็กอดฮูหยินและกล่าวว่า” ข้าคิดถึงเจ้ามากเลยนะฮูหยิน”
“ข้าเองก็คิดถึงท่านเจ้าค่ะ” เหมยซูกอดตอบ
“ข้าดีใจที่เจ้าตั้งครรภ์ลูกของข้านะ” เหลียงกังลูบไปท้องของฮูหยินเบาๆ
“ท่านจากไปนาน ท่านรู้ได้ยังไงว่าลูกเป็นลูกของท่าน” เหมยซูแกล้งพูด
“เจ้าอย่าแกล้งอำข้าเล่นเลย ข้ามีอาการแพ้ท้องแทนเจ้า ลูกจะไม่ใช่ลูกข้าได้ยังไง” เหลียงกังกล่าว
“เป็นความจริงงั้นหรือเจ้าคะ” เหมยซูแปลกใจ
เหลียงกังพยักหน้า
“ที่ท่านกลับมาหาข้า เพราะท่านมีอาการแพ้ท้อง เลยช่วยงานองค์รัชทายาทไม่ได้สินะ” เหมยซูน้อยใจ
“อย่าน้อยใจไป ข้าติดค้างองค์รัชทายาทไว้มาก พระองค์ทรงช่วยชีวิตข้าไว้ ดังนั้นข้าจะต้องตอบแทนบุญคุณ” เหลียงกังกล่าว
“ถ้าข้าคลอดลูก ท่านก็ต้องกลับไปใหม่สินะเจ้าคะ” เหมยซูไม่อยากห่างสามี
“คงไม่แล้วล่ะ พระองค์ทรงเห็นว่าข้ามีลูกมีเมียแล้ว ดังนั้นพระองค์จึงทรงปล่อยให้ข้ากลับมาทำการค้าอยู่ที่เมืองหนานโจว ไม่ต้องกลับไปเมืองหลวงอีก” เหลียงกังกล่าว
เหมยซูยิ้มดีใจแต่ไม่ได้พูดอะไรเพราะกลัวสามีว่านาง
“ช่วงที่เจ้าตั้งครรภ์ เจ้าก็มาดูแลร้านขายของเก่าหมายเลขอนันต์ไปก่อน ส่วนร้านหมอก็ให้ท่านหมอชุนเหยียนเป็นผู้ดูแลไปก่อนนะ” เหลียงกังกล่าวแผน
“ท่านพี่อยากทานอะไรมั้ยเจ้าคะ” เหมยซูเห็นว่าสามีเพิ่งเดินทางมาถึง
“ที่ร้านเจ้ามีผลไม้รสเปรี้ยวหรือไม่” เหลียงกังรู้สึกเปรี้ยวปาก
“ข้าจะให้กว้านจู่ไปซื้อมาให้นะเจ้าคะ” เหมยซูกล่าว
“ก็ดีเหมือนกัน” เหลียงกังอยากทานจริงๆ
และแล้วท่านหมอเหมยซูก็ต้องหยุดตรวจรักษาคนไข้ชั่วคราวและปล่อยให้หมอชุนเหยียนดูแลร้านหมอแทนนาง ส่วนนางก็ต้องกลับมาขายของเก่าพร้อมกับกว้านจู่ นั่นจึงทำให้นางรำลึกถึงร้านขายของเก่าหมายเลข 10
“ทำไมท่านหมอถึงดูเชี่ยวชาญในการขายของมากเลยล่ะเจ้าคะ” กว้านจู่สงสัย
“ข้าเคยความจำเสื่อม แล้วได้มาขายของที่ร้านนี้น่ะสิ” เหมยซูเล่า
“ถึงว่า ลูกค้าถึงดูคุ้นเคยกับท่านมากเลยนะเจ้าคะ” กว้านจู่สังเกตได้
“แต่นี่ยังดีนะ ที่สินค้าไม่ได้มีประวัติความเป็นมาลึกลับสลับซับซ้อนอะไรนัก คือขายไปก็จบ ถ้าเป็นขายสินค้าอย่างสมัยก่อน ข้าต้องตามไปแก้ปัญหาด้วย” เหมยซูเล่า
“แบบนั้นก็น่าสนุกนะเจ้าคะ” กว้านจู่ชอบความตื่นเต้น
“ข้ามาแล้วเหมยซู” ท่านป้าเหวยลู่ปรากฏตัว
“ท่านป้าเหวยลู่! ท่านมาทำอะไรที่นี่เจ้าคะ” เหมยซูสงสัย
“ข้าเอาสินค้ามาส่งที่นี่ไงล่ะ” ท่านป้าเหวยลู่กล่าวยิ้มๆ
“ท่านเป็นคนหาสินค้ามางั้นหรือเจ้าคะ” เหมยซูตกใจ
“555 ใช่แล้ว ต่อไปเจ้าจะได้เจอกับเรื่องสนุกๆ ไงล่ะ ขอให้สนุกกับการขายของนะ ข้าไปล่ะ” ท่านป้าเหวยลู่เดินจากไปทันที
“เอ่อ ทำไมท่านดูหน้าซีดแบบนี้ล่ะเจ้าคะ” กว้านจู่ทักเจ้านาย
“พวกเราจะต้องเจอกับเรื่องปวดหัวอีกน่ะสิ” เหมยซูคาดการณ์
“ยินดีต้อนรับเจ้าค่ะ” กว้านจู่มองเห็นลูกค้าเดินเข้ามา
“ข้าจะมาซื้อของเก่าหมายเลข….”
จบบริบูรณ์