เทพสงครามมังกรเทวะ

    แฝงกาย

    เมื่อเข้าเขตของพิภพของตำหนักรัตติกาลที่อยู่ทางใต้สุดของของทวีป เฟยหรงก็ไม่รอช้ารีบปลอมแปลงร่างกายและพลังปราณของตนเองในทันทีพร้อมทั้งเปิดมิติให้เป่ยลู่หลินเข้าไปด้านใน เนื่องจากอำนาจของบัลลังก์ราชันแห่งความมืดสามารถใช้ได้กับเจ้าของเท่านั้น เขายังไม่อยากให้นางไปแบบเสี่ยงๆเช่นนั้น

     

    แน่นอนเเรกเริ่มเดิมทีนางก็ขัดขืนไม่ยอมเข้าไป เฟยหรงจึงต้องใช้ไม้แข็งอุ้มนางและโยนเข้าไปแทน และด้วยพลังของเขาที่มาอยู่ในจุดสูงสุดของโลกใบนี้แล้วไม่มีทางที่นางจะขัดขืนเขาได้แต่อย่างใด เเมื่อขังนางเอาไว้ได้แล้วเฟยหรงก็หันหลังและเดินเข้าตำหนักรัตติกาลในทันที ด้วยพลังปราณแห่งความมืดนี้และด้วยหน้าตาที่เขาปลอมแปลงมันจนโหดเหี้ยม พวกศัตรูจึงไม่ได้สังเกตุมากนัก เนื่องจากลมปราณแห่งความมืดนั้นมีเพียงแค่ตำหนักรัตติกาลและตระกูลจีเท่านั้นที่ใช้ อีกทั้งตระกูลจียังปิดผนึกตัวเองไปอย่างยาวนานและมีไม่ทีท่าว่าจะออกมาดังนั้นพวกมันจึงมั่นใจว่า เฟยหรงเป็นพวกของมันแน่ๆ

     

    "เหอะ เจ้าพวกนั้นคงจะมั่นใจในตัวเองมากเลยทีเดียว"เฟยหรงกล่าวขึ้นและเตรียมตัวเดินสำรวจในทันที อย่างแรกที่เขาต้องทำเมื่อมาถึงสถานที่แห่งนี้คือการแฝงตัวเข้าไปในศิษย์ของพวกมันและค่อยๆสืบไป

     

    "เจ้าหนูข้าไม่เข้าใจทำไมถึงไม่กวาดล้างพวกมันไปให้สิ้นเรื่อง"กู่เทียนหลงกล่าวถามด้วยความสงสัยด้วยอำนาจที่เฟยหรงถือครองอยู่บนโลกใบนี้ไม่มีใครต่อต้านเขาได้อีกแล้ว

     

    "ท่านอาจารย์ ขุมกำลังนี้ลึกลับเกินไป อีกทั้งหากทำอะไรโดยไม่ระมัดระวังเกรงว่าอาจจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี บางทีพวกมันอาจจะมีไพ่ตายอะไรที่เราไม่คาดฝันซ่อนเอาไว้เราไม่อาจเสี่ยงได้ การมาในครั้งนี้เพื่อสืบดูว่าพวกมันกระทำจริงหรือเปล่าเท่านั้น หากมันทำจริงเราค่อยลงมือก็ยังไม่สาย"เฟยหรงกล่าวขึ้นในทันที หากเขาไล่ฆ่าฟันอีกฝ่ายจนพวกมันถอยหนี จนตรอก ไม่มีทางเลือกขึ้นมา และหากพวกมันมีไพ่ตายในมือเกรงว่าพวกมันจะรีบใช้มันในทันที ทั้งนี้อาจจะเสียหายอย่างมหาศาลหรือไม่ก็ได้แต่ทว่าเฟยหรงไม่กล้าที่จะเสี่ยงขนาดนั้น แม้จะบอกว่าเขาเพียงสนใจครอบครัวของเขาเท่านั้นก็ตามแต่ทว่าหากไม่มีการสูญเสียย่อมดีกว่า

     

    เฟยหรงก้าวเดินไปอย่างนิ่งเฉย ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูโหดเหี้ยมของเขาที่มันกลมกลืนไปกับอีกฝ่ายจนไม่สามารถสังเกตุได้นั้นในที่สุดชายหนุ่มก็เดินมาถึงขุนเขาสีดำขนาดใหญ่ที่ด้านบนมีคฤหาสน์สีดำตั้งตระหง่ายอยู่พร้อมกับสายฟ้าที่แลบและร้องคำรามไม่ขาดสาย

     

    เฟยหรงค่อยๆเดินเข้าไปไม่ให้พวกมันได้รู้ตัว แต่ทว่ากลับต้องชะงักงันในที่สุด เขาสัมผัสได้ถึงลมปราณที่คุ้นเคยและนั่นไม่ใช่อะไรนอกจากลมปราณคำสาปอาชูร่า 'ดูเหมือนพวกมันจะกลั่นลมปราณเสร็จแล้ว'

     

    เฟยหรงอุทานในใจเขาค่อยๆเข้าไปปรากฏว่าด้านในมีเหล่าผู้อาวุโสผู้นำและคนอื่นๆที่มีออร่าสีดำทมิฬกำลังนั่งอยู่บริเวณรอบๆกองศพที่มีผู้คน สัตว์ นับสิบล้านคนนอนกองอยู่ ดูแล้วน่าสยดสยองเป็นที่สุด อีกทั้งเขายังตรวจสอบได้อีกว่า มันมีค่ายกลอยู่ด้านล่างกองศพนั้นอีกด้วย

     

    "เจ้าหนูลงมือซะ มันคือการอัญเชิญ!!"กู่เทียนหลงตะโกนออกจาก หอคอยเทพมังกรในทันมด เฟยหรงเองก็ไม่มีทางเลือกเขาไม่รุ้ว่าพวกมันอัญเชิญอะไรออกมาแต่มว่าเขาจำเป็นต้องหยุดมัน

     

    "ฟุ๊บ!"

     

    "หืม ผุ้บุกรุกรนหาที่ตาย"

     

    ชายหนุ่มพุ่งเข้าไปด้วยความเร็วสูงโดยพลัน ผู้อาวุโสคนหนึ่งของตำหนักรัตติกาลพลันเข้ามาขวางในทันที ในเวลานี้เฟยหรงไม่อยากจะเล่นกับมันมากนักสิ่งเดียวที่เขาต้องทำคือทำลายค่างยกลเหล่านี้ให้จบสิ้น

     

    "อย่าได้หวังจะมาขวางข้า"วิถีแห่งราชันสำแดงพลังของมันในทันที ผู้อาวุโสคนนั้นพลันแข็งค้างในที่สุด เฟยหรงไม่รออีกต่อไป ชายหนุ่มยกมือขึ้นวาดเป็นสัญลักษณ์กระบี่ในทันใด กระบี่ลมปราณขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเหนือฟ้าและพุ่งลงมาหมายจะทำลายพิธีกรรมในทันที

     

    "อย่าหวัง!"เจ้าตำหนักรัตติกาลกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม มือของมันปรากฏขวานสีดำเล่มหนึ่งพุ่งไปฟันกระบี่ลมปราณจนแหลกเหลวไปตามๆกัน

     

    "พลังปราณคำสาปเข้มข้นมาก นี่คือพลังที่เจ้าสังเวยคนนับสิบล้านเพื่อให้ได้มางั้นหรือ"เฟยหรงกล่าวขึ้นน้ำเสียงเต็มไปด้วยตะลึงเล็กน้อย ลมปราณคำสาปนี้แข้งแกร่งว่าที่เขาเจอในดินแดนเร้นลับเสียอีก ถึงขนาดทำลายกระบี่ปราณมังกรของเขาได้นับว่ามันไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง

     

    "ฮ่าๆๆๆแน่นอน เพื่อความแข็งแกร่งต่อให้ข้าใช้คนทั้งโลกมาสังเวยข้าก็จะทำ!"หวูคงกล่าวและหัวเราะอย่างบ้าคลั่งพลังของมันสำแดงออกมาช่างเป็นสิ่งที่น่าพึงพอใจมากเลยทีเดียว

     

    "เห้อ เกินเยียวยาแล้วสินะ เช่นนั้นก็ไม่มีทางเลือก"เฟยหรงสบัดมือ กระบี่ลมปราณนับแสนปรากฏเหนือหัวและตกลงมาราวกับห่าฝน หวูคงแสยะยิ้มไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร และเพียงแค่ป้องกันตัวจากกระบี่ลมปราณเท่านั้น โดยหารู้ไม่ว่ากระบี่ลมปราณเหล่านั้นไม่เพียงแค่พุ่งไปหาตนแต่ทว่ากลัวพุ่งลงไปที่ค่ายกลด้านล่างต่างหาก

     

    "เสร็จกัน!!"หวูคงที่รู้ตัวพลันตื่นตระหนกยกใหญ่ แม้มันจะตามไปตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้ว กระบี่ของเฟยหรงพุ่งไปอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงชั่วสามลมหายใจก็ใกล้จะพุ่งใส่ค่ายกลเป็นที่เรียบร้อย แต่ทว่าอยู่ดีๆก็มีม่านะลีงสีทองแปดชั้นมาขวางเอาไว้

     

    "เพล้ง!"

     

    "ผนึกเทวะแปดชั้นฟ้า"เสียงของหญิงสาวดังขึ้นนางกำลังนั่งอยู่บริเวณบัลลังก์เล็กข้างๆกับบัลลังก์บิดาของนางและมองมาที่เฟยหรงอย่างเมินเฉย เฟยหรงเมื่อเห็นดังนั้นใบหน้าของเขาก็จริงจังในทันที เวลานี้หวูคงที่จัดารกับกระบี่ลมปราณเสร็จแล้วพุ่งมาหาเขาจากด้านหลังและฟาดขวานสีดำใส่เขา

     

    "ตูม!!"

     

    "ฮ่าๆๆตาย คนที่มันขัดขวางข้ามันต้องตาย!!"มันกล่าวด้วยความมั่นใจขวานนี้ควรที่จะเข้าไปที่คอของเฟยหรงอย่างไร้ปราณี แต่ทว่าในช่วงวินาทีนั้นดวงตาของมันเบิกกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้าคอที่ควรจะขาดยังอยู่ที่เดิม อีกทั้งเฟยหรงยังรับการโจมตีของมันได้เพียงใช้นิ้วเพียงข้างเดียวเท่านั้นเอง

     

    "กายผนึกเทวะ ว่าแล้วช่างเป็นปัญหาจริงๆ"เฟยหรงไม่ได้สนใจหวูคงแม้แต่น้อย เขาเพียงหันไปและเตะไปยังหน้าของอีกฝ่ายอย่างฉับพลันจนหวูคงถึงกับหน้าหันพุ่งกระเด็นไปราวกับลูกศรที่ถูกปล่อยออกจากคัน

     

    "เช่นนั้นก็ต้องฆ่าเต้าก่อน"เฟยหรงก็หันกลับไปและพุ่งเข้าใส่ธิดาของเจ้าตำหนักรัตติกาลในทันที

     

    แต่พอมองไปที่นางแล้วเฟยหรงอดไม่ได้ที่จะแปลกใจ เนื่องจากนางมีพลังอยู่แค่จักรพรรดิเทวะขั้นปลายเท่านั้นแต่กลับยังคงรอยยิ้มที่งดงามประดุจไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี่นางไม่หวาดกลัวเขาเลยหรือ

     

    ชายหนุ่มพุ่งมายังเบื้องหน้าของนางมือคว้าจับไปที่คอแล้วยกขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความเย็นชาอย่างถึงที่สุดมองไปยังหญิงงามที่แม้แต่ตอนนี้ก็ยังคงยกยิ้มบางๆให้กับเขา

     

    "เจ้ายิ้มอะไร"เฟยหรงกล่าวด้วยความสงสัย นี่ขนาดกำลังจะตายอยู่แล้วยังยกยิ้มเช่นนี้ได้อีกหรือ

     

    "หึหึ อย่าเข้าใจผิดข้ายกยิ้มให้กับชะตากรรมของข้าต่างหาก หาใช่ยกยิ้มให้เจ้า คุณชายเฟยจะคุยกันแล้วเหตุใดยังต้องปิดบังตัวเองอยู่อีก"นางยิ้มเยาะ

     

    "เจ้ารู้!!"เฟยหรงอุทานอย่างตกใจ เขาว่าเขาปลอมตัวแนบเนียนแล้วเหตุใดนางยังคงจำเขาได้

     

    "ฮ่าๆๆทักษะแรกที่เจ้าใช้ข้าเคยเห็นในดินแดนเร้นลับจึงรู้ได้ทันที"เฟยหรงได้ยินก็พลันชะงัก นี่เขาพลาดจุดเล็กๆเพียงแค่ใช้ทักษะหรือนี่

     

    "เห้อ ในเมื่อรู้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องปิดบัง เช่นนั้นจงมอบความกระจ่างให้ข้าหรือจะตาย"เฟยหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาพร้อมกับเปลี่ยนใบหน้าให้หล่อเหลาตามเดิม ทันใดนั้นเสียงดังสนั่นจากด้านหลังก็เกิดขึ้นพร้อมกับหวูคงที่ลุกขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าที่โกรธเกรี้ยว!

     

    "หอกระบี่ดาวตกตัวดี!! ทำไมต้องทำลายแผนการของข้าไปเสียทุกอย่าง!!!"เฟยหรงหันหน้าไปมองอย่างเมินเฉย กระบี่ลมปราณของเขาแทงไปที่ค่ายกลอย่างเร็วทำให้แสงสีดำค่อยๆหายไป เมื่อเห็นเช่นนั้นหวูคงก็โกรธเกรี้ยวขึ้นมายกใหญ่ และพุ่งเข้าไปหาเฟยหรงอย่างไม่คิดชีวิต

     

    ชายหนุ่มหันบุตรสาวของมันไปเป็นโล่แต่ทว่ามันกลับฟันมาอย่างไม่ใยดีจนเฟยหรงถึงกับต้องดึงนางกลับมา มันช่างน่าแปลกนักที่ชายคนนี้ห่วงค่ายกลมากกว่าบุตรสาวของตนเองเสียอีก

     

    "ไม่มีประโยชน์ท่านพ่อไม่มีทางห่วงข้าหรอก"นางกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ยังคงประดับอยู่บนใบหน้า เฟยหรงเมื่อเห็นแบบนี้พลันรู้สึกหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ หญิงสาวคนนี้ไม่มีจิตใจเป็นของตัวเองหรืออย่างไรทำไมเวลาแบบนี้ยังคงหน้าระรื่นได้อีก

     

    "เจ้าช่างเป็นหญิงงามที่ไร้หัวใจจริงๆ"เฟยหรงกระโดดหลบการโจมตีของหวูคงก่อนที่ลงมือฟาดฝ่ามือสะกดพลังปราณไปที่นางและโยนออกไปที่อื่น ในเวลานี้เขาจะเอาจริงแล้ว

     

    "คิดไม่ถึงว่าแผนการของข้าจะถูกเด้กเมื่อวานซืนทำลายจนพังพินาศไม่มีชิ้นดี! แบบนี้เห็นทีต้องใช้เจ้าเป็นเครื่องสังเวยแทนพวกมันระดับครึ่งก้าวอมตะถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว ถ้าได้สังเวยคนมีพรสวรรค์เช่นนี้จะต้องเป็นผลดีแน่ๆ!! ฮี่ฮี่ๆๆ"หวูคงกล่าวขึ้นแววตาเริ่มแดงกล่ำอย่างที่ไม่เคยเป็นอีกทั้งปราณสีดำของมันก็หนาแน่นจนหน้ากลัว อีกทั้งด้วยที่มันมีมากจนเกินไปทำให้ลมปราณนั้นไหลทะลักกลายเป็นปีกปีศาจสีดำ

     

    เฟยหรงหันมองไปที่เหล่าผู้อาวุโสที่นั่งอยู่ก็พลันชะงักไปในทันที ในตอนแรกเขาก็สงสัยอยู่ว่าทำไมพวกมันไม่บุกเข้าโจมตีเขาแต่ทว่าที่ไหนได้ตอนนี้ทุกคน ณ ที่แห่งนี้กลับกลายเป็นคนพิการไร้พลังปราณและสติปัญญาอย่างสิ้นเชิง มีเพียงหวูคงและบุตรของเขาเท่านั้นที่ขยับได้

     

    "เจ้าเป็นใคร?"เฟยหรงมองหน้าหวูคงในทันทีเวลานี้ร่างกายของมันไม่เหมือนกับมนุษย์แต่ทว่ากลับเหมือนกับอาชูร่าเสียมากกว่าอีกทั้งบรรยากาศก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน แล้วจะไม่ให้เฟยหรงสงสัยได้อย่างไร

     

    "ฮี่ฮี่ๆๆในเมื่อเจ้าสงสัย ก่อนตายข้าจะบอกเสียหน่อยก็แล้วกัน ข้าคือเจ้าชายแห่งอาชูร่า ตี้หยางเสิ่น ที่แฝงตัวอยู่ในโลกนี้ตั้งแต่มันยังไม่ถูกปอดผนึกอย่างไรละ"เฟยหรงที่ได้ยินถึงกับตึงเครียด หากมันรอดพ้นจากจากเจ้าบัลลังก์ทั้งหลายมาได้แถมยังแฝงตัวมานานเช่นนี้เกรงว่าฝีมือของมันจะไม่ธรรมดาเป็นแน่แท้

     

     

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน