เชนพยายามระงับอาการมือสั่น ขณะนั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัด ความกระวนกระวายใจถาโถมเข้าใส่ จนเขาแทบเสียสติ การต้องส่งข่าวเรื่องอาการบาดเจ็บของริน ให้ครอบครัวและเพื่อนสนิทรับรู้ เป็นสิ่งที่เขาหวาดกลัวที่สุด เพราะมันตอกย้ำภาพจำในอดีตตอนที่หัวหน้า ฉานเฟิงเคยทำเช่นนี้...
“ข้าบอกเจ้าแล้วไง! สถานการณ์มันเลวร้ายขนาดนี้ ก็เพราะความถือดีของเจ้าแท้ๆ!” อาเธอร์ พยายามโพล่งออกมา เพื่อโยนความผิดให้พ้นตัว
ทว่าคำพูดนั้นกลับชะงักกึกอยู่ในลำคอของมัน
เมื่อเชนที่นั่งก้มหน้านิ่งค่อยๆ เงยสายตาที่มืดทะมึนขึ้นมอง มือที่ประสานกันแน่น และรังสีอำมหิต ที่แผ่ออกมาคล้ายเป็นคำสั่งตายว่า ‘ถ้าแกพูดอีกแม้แต่คำเดียว... เองไม่ได้ตายดีแน่’
อาเธอร์ถึงกับเหงื่อกาฬไหลพลั่ก ไม่พูดพล่ามอะไรออกมาอีกสักประโยค รีบลุกพรวดพราด หนีออกไปจากตรงนั้นทันที
ไม่นานนัก ประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออกพร้อมข่าวดีจากคุณหมอหญิง “คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วค่ะ”
เชน ค่อยผ่อนลมหายใจออกมายาว ด้วยความโล่งอก แต่ก็มองเป็นความผิดของตนเองด้วยส่วนหนึ่ง ที่ประมาทเกินไป จริงๆ เมื่อแจ้งข้อมูล อัปเดตอาการรุ่นพี่ริน อีกครั้ง
ชนิดเชนแทบไม่ได้สนใจตนเองที่มีบาดแผล ถูกลิ้มเหล็กปักที่ขา เขาผ่อนลมหายใจยาว ได้ไม่ถึงเสี้ยวลมหายใจ
อาเวย มาอย่างรีบร้อน ก็ปรี่เข้ามา ‘ดึงคอเสื้อ’ เชนขึ้นทันที “อะไรทำให้ โล่งใจ ไอ้บ้าเอ๊ย!” ขณะง้างหมัดต่อยหน้าเพื่อน หนึ่งที ชนิดไม่ถามไถ่
ซึ่งมองเป็นความผิด เชน ที่ทำให้รินบาดเจ็บหนัก
เปรี้ยง! เสียงนั้นกระแทกแก้ม กึ่งจมูกเชนดังหนักแน่น ให้ทุกคน พลันหันมองเป็นสายตาเดียว
เนื่องด้วยที่นี่เป็นโรงพยาบาลของสมาคมฮันเตอร์ ไม่มีใครกล้าทำเรื่องวุ่นวาย หากเป็นปกติ ตามสามัญสำนึกทั่วไป
พร้อม อาเวย กำลังจะถูกฮันเตอร์ควบคุมตัวไปอย่างรวดเร็ว ทว่าสายตาอีกฝ่าย เดือดดาลเชนอย่างมาก ที่ไม่ปกป้องรุ่นพี่รินให้ดีกว่านี้
เชน โดนต่อยแก้มบวมตาปิดขึ้นมาทันตาเห็น แต่ในแววตาของเขา ไม่มีความโกรธเพื่อนคนนี้ ซึ่งอาเวย อยากให้ เชน โต้ตอบเขาออกมาบ้าง
เชนแค่ตอบประโยคสั้นๆ “หมัดของเจ้าที่กระแทกหน้า…ข้าจะถือว่าเป็นหมัดเตือนสติ ข้าก็แล้วกัน อาเวย”
ด้านชายหนุ่มหล่อเหลา มาดดูสุขุม บัดนี้กลับเกรี้ยวกราด และเอาแต่ใจ ถูกลากออกไปพร้อมเสียงคำรามของ อาเวย “เจ้าควรที่จะโกรธ อธิบาย แล้วต่อยข้าคืนบ้าง ซิ ไอ้บ้าเชน!”
ทว่าอาเวย ถูกกันตัวออกไปพร้อมความวุ่นวายเล็กๆ แทบไม่ได้สังเกตเห็น ตรงที่นั่งเชน มีกองเลือดอยู่กองหนึ่ง กว่าจะสังเกตเห็นได้ ก็ปาเข้าไปช่วงลับสายตาเขาแล้ว…
ทีมที่เชนเข้าไปช่วยกู้ชีพ พร้อมริน เข้ามาขอบคุณ ชายหนุ่มผมขาว แต่งแต้มไปด้วยเลือดสีแดงสด ด้วยใจจริง ซึ่งหากไม่ได้ทีมพวกเชน ริน เข้าช่วยเหลือพวกเขาได้ทันเวลา เพื่อนมิตรสหาย พวกเขาก็คงต้องตายตก จากการเสียเลือดไปเพิ่มอีกคน
จู่ๆ เชน ฟังไม่ได้ตอบ ราวกับลดความผิดภายในใจลงไปได้บ้าง หน้าขาดสีเลือด ยิ้มตอนท้าย ก่อนบ้านหมุนสลบเหมือดลงไป ดื้อๆ ทำเอาคนพูดคุยด้วย ตกอกตกใจกันหมดเมื่อเห็นเชนบาดเจ็บ
…เชนลืมตาตื่นภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วย ช่วงเย็นเขาก็สามารถ กลับมหาวิทยาลัยราชันได้แล้ว
ทว่าหัวหน้าบ้านทีม10ปู้จิ้งอวิน มาเยือนพร้อมคนภายในทีม สั่งให้เขาต้องอยู่ที่นี่ก่อน…สำหรับฮันเตอร์ อาชีพอันตรายอย่างพวกเขา เข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่นกันอยู่แล้ว
“ว่าแต่น้องชาย ลงเกตมาหนักหน่วงไม่เบาเลย เล่นเอาเจ้าหน้าเขียวปั๊ด! เบ้าตาแตก เชียว”
รุ่นพี่วิลเลียม ข้างๆ ได้ยิน ยังแอบลอบขำกับรุ่นพี่คายะ เบาๆ ที่รู้เรื่องรอยฟกช้ำ หน้าหล่ออันตรายเชน เป็นฝีมือของอาเวย ไม่ได้เกี่ยวกับการลงเกตแม้แต่น้อย
เชนจับเบ้าตา แก้มยังบวมของตนเอง ยังต้องหัวเราะ แห้งๆ เหอะๆ ตอบรุ่นพี่ปู้จิ้งอวิน ด้วยน้ำเสียงแปลกๆ แต่แววตานั้น ไม่เคยหวาดกลัว หากพูดถึงการลงเกต จัดการบอสแล้วล่ะก็ “แค่นี้ สบายมาก รุ่นพี่”
เมื่อเห็นความใจสู้อีกฝ่าย พวกเขาก็พูดคุยอย่างออกรสออกชาติไปสักพักหนึ่ง ครั้นพา อาเธอร์ มาขอโทษเชน เองกับตัว ดูท่าที มีความจริงใจขึ้นมาหลายส่วน
รุ่นพี่ปู้จิ้งอวิน ยังกล่าวยอมรับ “เอาละข้าเชื่อเจ้าแล้ว เชน …แต่เดี๋ยวอีก3วัน รินก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว เจ้าเองก็อยู่ที่นี่ พักผ่อนกันไปก่อนแล้วกัน”
อีกฝ่ายพูดตัดบท แล้วพาคนอื่นๆ ไป ไม่รบกวน เชน…เมื่อก่อนหน้านี้ รุ่นพี่ปู้จิ้งอวิน เข้าไปพูดคุยกับคุณหมอ เรื่องอาการบาดเจ็บ พวกเขาเป็นการส่วนตัว
กลายเป็นเครียดเรื่องของเชน ขึ้นมาแทน เมื่อได้รู้ว่าเชน ร่างกายกำลังแบกรับภาระหนัก เป็นไปได้สูงที่อายุขัยจะไม่ยืนยาว อยู่ได้อย่างมาก แค่อายุ40ปีเท่านั้น
“อย่างไรก็ช่วยดูแล ‘ริน’ ด้วย” คำพูดทิ้งท้าย หัวหน้าบ้านทีม10 เห็นได้ชัดดูเป็นกังวล แต่แท้จริงไม่ได้กังวลเรื่องของริน แต่เป็นเรื่องของเชนต่างหาก
เมื่อเลิกผ้าม่านอีกด้านในห้องผู้ป่วย ห้องข้างๆ มีผ้าม่านฉากกั้น รินกลับมารักษาตัวในห้องพักฟื้นทั่วไป เชนได้แต่พยักหน้ารับคำ “ผมเข้าใจแล้วครับ รุ่นพี่”
ซึ่งเป็นไปตามคาดไม่นาน ริน ก็ลืมตาตื่น ได้สติกลับมาอีกครั้ง ด้วยความที่พวกเขาเป็นฮันเตอร์ ความอึดถึกทน จึงมีมากกว่ามนุษย์ทั่วไป ประมาณช่วงหนึ่งทุ่ม อาเวย แต่งตัวดูดีถือช่อดอกไม้ มาเยี่ยมรุ่นพี่เป็นคนแรก
แล้วก็มีฮันเตอร์หลายคน ที่เคยร่วมค่ายฝึก กับหญิงสาว ต่างก็มาพูดคุย เยี่ยมไข้ รุ่นพี่ริน พูดคุยกันอย่างสนุกปาก แม้กระทั่งทีมฮันเตอร์ พวกเขาเคยช่วยเหลือ เข้ามาพูดคุยเหมือนรู้จักกันมานาน
มันก็เหมือนรินได้ปลดล็อก บางสิ่งภายในใจ เมื่อเล่าออกมา “เธอเองก็เคยถูกหน่วยกู้ชีพช่วยชีวิตไว้ เมื่อ2ปีก่อน ชนิดพวกเราเกือบเอาตัวไม่รอดเชียวล่ะ ทีมกู้ชีพ พวกเราคราวนั้นเอง ก็มีฮันเตอร์ที่ไปช่วยเหลือ ตายตกอยู่ด้วย”