ครืน!
เสียงคลื่นตะขาบวิญญาณขณะพาดผ่านเเผ่นฟ้ายังอื้ออึงอยู่ในห้วงคำนึงของเล็กน้ำ เพียงเเค่เงามืดค้ำหัวจากลำตัวเเบนราบที่ยาวกว่าสองร้อยศอก ก็บันดาลให้สรรพางค์ประหนึ่งถูกกดทับจนเเนบจรดผืนดิน ดวงตาเเดงก่ำข้างลำหนวดสั่นระริก กลอกกลิ้งราวกับมีเจตจำนงของตัวเอง คอยบงการเขี้ยวสังหารให้ตัดขาดทุกสิ่งในทุกขณะจิตที่เคลื่อนกาย
เล็กน้ำไม่เคยประสบพบเจอรังสีอำมหิตจากอสูรวิญญาณชนิดใดข้นคลั่กเช่นนี้มาก่อน
ฝูงเดรัจฉานมากับรูปแบบสังหารชั้นสูง ทั้งเงียบงันเเละเลือดเย็น เมื่อโอบล้อมรังเเมงมุมหัวกระโหลกไว้เเล้ว ก็ทะยานเเหวกฟ้าเข้าจู่โจมพร้อมกันในฉับพลัน เสมือนหนึ่งกองกำลังติดอาวุธที่ได้รับการเคี่ยวกรำมาหนักหน่วงในภพก่อน พวกมันเข้าขยี้ปิยมิตรของเจ้ากระต่ายน้อยจนตกตายหงายท้องดุจใบไม้ร่วง กระทั่งทั้งสองเห็นเเล้วถึงกับตัวเเข็งทื่อด้วยความสะพรึงกลัวจับใจ
ครั้นตระกูลกงบรรลุถึงเเดนดินใต้พิภพ ด้วยพลังฝีมืออันต่างชั้น ดั่งฟากฟ้าเเลมองมายังก้นเหว เเทนที่จะสังหารพวกเราทันทีเมื่อสบโอกาส กงอินกลับใช้วีถีทรมานอันต่ำช้า โดยเเสร้งละเลยให้เป้าหมายวิ่งเตลิดหนีห่าง ทว่าเมื่อผ่านพ้นทุกเจ็ดก้าว วงเวทย์สีทองบนปลายนิ้วเรียวขาว จะส่งฝูงมีดมายาความเร็วสูงเข้าเฉือนเนื้อหนังทีละเเผลสองเเผล พวกเราจำต้องลากสังขารรวยริน เลือดไหลอาบใกล้หมดต้ว ตายจากไปเเล้วครึ่งชีวิตราวกับคนสิ้นหวัง
" ไปสิ! รีบหนีไป! ฮ่า ฮ่า ฮ่า " เสียงหัวร่อหยอกเย้าหยาบเถื่อน เสมือนหนึ่งฝูงวิฬารพบพานโพรงมุสิก ร่องรอยเหวอะหวะนับไม่ถ้วนบนเนื้อหนัง ล้วนเกิดจากกงอินผู้หล่อเหลาประเคนให้เเต่ผู้เดียว
ท่วงท่าพริ้วพรายดั่งร่ายรำ ผนวกเข้ากับรอยยิ้มฉีกกว้างเย็นยะเยียบของนักเวทย์หนุ่ม ได้สลักลึกในบัญชีเเค้นของเล็กน้ำเเล้ว
กรอด...
หวนนึกถึงความอัปยศที่กงอินหยิบยื่นให้ เรียวฟันของเล็กน้ำขบกันจนรู้สึกเจ็บ ในดวงใจเต้นตุบตับดั่งสูบฉีดด้วยเปลวเพลิงร้อนลวก เขาจำได้เเม่นยำ ยามสองมืองามเเละบอบบางสอดประสาน ดาบยักษ์ดุจภาพมายาจะบินออกมาราวกับกังหัน เเยกร่างเเมงมุมหัวกระโหลกให้ขาดจากกันในทีเดียวหมดจด เล็กน้ำรับรู้ได้ทันที ในกมลสันดาลของอีกฝ่ายไร้ซึ่งความปรานีเเม้เพียงเศษเสี้ยว คล้ายว่าทุกอย่างนอกเหนือตัวมัน ล้วนไม่สมควรได้รับให้ดำรงชีวิตอีกต่อไป
' หือ! นั่นอะไร '
ขณะพยายามข่มภาวะเดือดดาลนั่นเอง ในม่านน้ำสีคราม พลันปรากฏอักขระสีทองมากมาย วนเวียนอยู่รอบกายที่ยังไม่คืนสติ พาให้สำนึกวิญญาณของเล็กน้ำสัมผัสได้ถึงเส้นใยเชื่อมโยงอันแปลกประหลาด เเละความผูกพันอันเเข็งเเกร่งได้ก่อตัวขึ้นมาอย่างเฉียบพลันในห้วงจิต ราวกับถูกบางสิ่งเรียกเร้า เขายื่นมือเข้าไปในม่านน้ำคว้าหนึ่งในอักขระสุกสว่างนั้นออกมา
ซูม!
ทว่าขณะวงเเหวนม่านน้ำได้ทิ้งตัวลง สร้างคลื่นน้ำกวาดออกไปในบ่อหิน ประหนึ่งจวนเจียนจะลุล่วงในภารกิจ เส้นเเสงวับวาบสายหนึ่ง พุ่งออกมาจากความลึกซึ้งสีเข้ม กระเเทกกับมือที่ยึดกุมอักขระเต็มเเรง ส่งอักขระเก่าเเก่หลุดลอยจากครอบครองของชายหนุ่ม ให้บินย้อนกลับเข้าไปในม่านน้ำด้วยความงุนงง
" เฮ้ย! ได้ไงวะ! " เล็กน้ำหันรีหันขวาง พลางปัดป่ายน้ำในบ่อหินเป็นพัลวัน เขาต้องการควานหาเจ้าสิ่งลึกลับกลับมาให้ได้ " ไม่มี! ไม่มี! ไม่มี! หรือว่า... "
ซ่า... ซ่า...
น้ำเย็นจัดถูกถ่ายออกไปไม่หยุดมือ เมื่อมวลน้ำพร่องลงไปคืบหนึ่ง ความสิ้นหวังกลับประเดประดังเข้าท่วมตัว ทำไมถึงไม่เคยระเเวดดระวังพร้อมไว้ เหตุใดถึงไม่เตรียมตัวให้ทันกับสถานการณ์ตลอดเวลา เล็กน้ำเศร้าใจ ทิ้งกายอิงกับขอบบ่อ อักขระลึกลับตัวนั้นอาจจะเป็นความหวังเดียวของทั้งหมดทั้งมวลที่เผชิญอยู่ในขณะนี้ก็เป็นได้ เอาเเต่สำนึกเศร้าใจก็สายเสียเเล้ว
' อ่อนเเอเหลือเกิน ทำไมตัวเราถึงเป็นภาระให้คนอื่นเคยเเบกรับตลอดเลย ' เล็กน้ำก้มมองกำปั้นกำเเน่นด้วยความชอกช้ำเเละเอือมละอาย ขณะจิตใจจมดิ่งถึงขีดสุด นัยน์ตาเปียกชื้นสิ้นหวัง ลำเเสงเจิดจ้าพลันทะลักผ่านง่ามของกำปั้นออกมาทั้งสองข้าง เเปรเปลี่ยนภาวะสิ้นหวังดำดิ่งให้กลับกลายเป็นความตื่นเต้นระทึกใจ ' ทะลวงเคล็ดเจ็ดวิบัติได้สองจุดเเล้ว ตั้งเเต่เมื่อใหร่กัน '
เล็กน้ำยิ้มร่า ลืมเลือนความหดหู่เสียสิ้น นัยน์ตาระยิบระยับกวาดมองเเสงจัดจ้าสลับกันไปมา ใบหน้าฉายเเววตื้นตันยากจะบรรยาย เขาครุ่นคิด ' บางทีอาจเป็นเพราะการหนีลงสู่บึงมรกต เเล้ววิญญาณข้ามผ่านมายังภพภูมิใหม่ เอกะพลังจึงยกระดับขึ้น หากข้าก้าวหน้าเช่นนี้ เเล้วเจ้านั่นเล่า? "
ชายหนุ่มเข้าใจดี ตนเองหาใช่อัจฉริยะเหมือนอีกฝ่ายที่กระทำสิ่งใดล้วนสำเร็จได้รวดเร็ว ชีพจรเเห่งเคล็ดเจ็ดวิบัติก็เปิดได้ถึงสองจุดในรวดเดียว เขาส่ายศีรษะรัวเเรง เมื่อเผลอคิดชั่วร้ายนำตนเองไปเปรียบกับเจ้าปีศาจน้อยผู้เก่งเกินใครพาให้จิตใจบอบช้ำ คล้อยหลังเสียงทอดลมหายใจเฮือกหนึ่ง มุมปากลู่ลงเสมือนใบหน้าบูดบึ้งทั้งวันทั้งคืนพลันม้วนขึ้น เเต่ดวงตากลับพร่ามัว
เขาคิดถึงไฝเหลือเกิน...
" เข้าท่าเเฮะ "
หนุ่มน้อยนารันในชุดบ้านป่าสีน้ำเงินเข้มช่างเข้ากันได้ดี เมื่อกระดุมเม็ดสุดท้ายถูกกลัดเรียบร้อย เล็กน้ำหมุนตัวซ้ายทีขวาที ภายในใจรู้สึกชอบกล เนื่องจากดวงวิญญาณลอยไปอยู่ในร่างคนอื่น จึงเเลดูตนเองเเล้วตะขิดตะขวงใจนัก เขานึกสนุกๆ หากคราวหน้า ตื่นขึ้นมาในพิธีศพของตนเอง ยามนั้นคงได้หัวร่อกันดังสนั่นเป็นเเน่
ทว่าเมื่อได้ก้าวมาอยู่ในจุดที่เกินกว่าความฝันจุดนี้ ทุกสิ่งคล้ายจะเป็นไปได้เสมอ ไม่มีอะไรยากเกินไปจะเปลี่ยนเเปร ความไม่เเน่นอนก็คือกระจกบานหนึ่ง ส่องสะท้อนความเเน่นอนภายในกระจกอีกบานนั่นเอง ' ผมเชื่อเเล้วไฝ เชื่อคุณสุดใจเลย ความจริงเเท้ที่คอยผลักดันทุกสรรพชีวิตในทุกยุคสมัยให้ก้าวต่อไป ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากถ้อยคำเลือนลางพวกนั้น '
" ดารา... ซินะ " เล็กน้ำพึมพำกับตนเอง ความทรงจำของนารันไหลทยอยสู่ห้วงจิตบ้างเเล้ว ในขณะเดียวกันผ้าสีเเดงในตู้ก็ถูกเขาดึงออกมาโพกรอบศีรษะ จัดทรงจนสวย จากนั้นกล่าวกับตนเองด้วยความมั่นใจ ราวกับเป็นคนละคนกับชายหนุ่มผู้สิ้นหวังก่อนหน้า " อะไรจะเกิดก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไป ไม่มีอะไรจะเสียเเล้วซิเรา ถ้างั้นตามน้ำไปเลยเเล้วกัน "
โฉมงามจับเจ่าบนศิลาก้อนใหญ่ผิวเรียบ เเขนขาวท้าวคางเเหลม นั่งรอเขาด้วยสีหน้าบึ้งตึงชวนพิศวงในชุดดำปักลายนกขมิ้นตัวน้อยคู่หนึ่งบินโฉบเข้าหากัน บนศีรษะโพกผ้าสีเดียวกัน เหนือผ้าโพกศีรษะประดับปิ่นปักผมรูปใบไม้สะท้อนเเสงเเดดวิบวับ ดาราดูทะมัดทะเเมงดีเหลือเกิน
เล็กน้ำพบว่าบนหน้าตักของดารา พาดไว้ด้วยคันธนูสีน้ำตาลเข้มจัดที่ใหญ่กว่าเจ้าตัวเกือบสามศอก พาให้เขาตกตะลึงจนคืนสติจากความงามอันโฉบเฉี่ยว ลองครุ่นคิดต่อไป หากต้องการขึ้นสายทาบดอกธนูเเล้วละก็ เเม่นางน้อยผู้นี้ต้องมีกำลังวังชาเกินกว่าชายหนุ่มธรรมดาไปไกลโข เล็กน้ำรู้สึกหวั่นใจนิดๆ
" อย่าชักช้า ประชุมหมู่บ้านจะเริ่มเเล้ว " ดูเหมือนดาราจะหงุดหงิด ในน้ำเสียงห้าวห้วนเจือความจู้จี้เล็กน้อย เล็กน้ำผงะไปเเวบหนึ่ง ใจเต้นเเรง เมื่อถูกนัยน์ตาบาดคมคู่นั้นกวาดสำรวจ " เป็นผู้ชายเเท้ๆ ร่ำไรจริงเชียว "
เดินเคียงข้างกันไปเช่นนี้ ย่อมเป็นเป้าสายตาทิ่มเเทงของชายหนุ่มกว่าครึ่งหมู่บ้าน เล็กน้ำครั่นเนื้อครั่นตัวไปหมด ถูกประกายตาร้อนเเรงหลายสายเเผดเผาทั้งเป็น คงเป็นเรื่องจริงดั่งคำโบราณว่าไว้กระมัง อันตรายกว่าทุกสิ่งคือหญิงงาม ถอนใจอีกเเล้ว พลางลดฝีเท้ามาเดินตามหลังนางต้อยๆ
สิ้นเเสงจันทร์ฉาย สู่เเดดจัดจ้าเบาสบายในยามเช้า ฟลอร์เต้นรำเลือกคู่สุดดุเดือด เปลี่ยนกลับมาเป็นลานดินว่างเปล่าดุจเดิม ยามนี้ชาวบ้านออกมาอ่อกันเเน่นขนัด เเทบทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังอาศรมไม้เป็นจุดเดียว ชัดเจนได้เลยว่าในบ้านป่าผืนนี้ ผีไร้หน้าคือทุกสิ่งของวารีผกผันโดยเเท้จริง
" ตามมาเร็วเข้า " หลังถูกกำชับหนักเเน่นก่อนผละจากเรือน เล็กน้ำก็ไม่ห่างกายดาราเลย นางเเหวกฝูงชนเข้าไปอย่างปราดเปรียว เขาก็ทำตามนั้น ถึงจะดูเก้ๆ กังๆ อยู่บ้างก็ตาม
สองฟากฝั่งเบื้องหน้าอาศรมไม้มีบุญสรวงกับบุญแผนประจำอยู่คนละมุม ลูกบ้านบางส่วนก็แบ่งฝักเเบ่งฝ่ายเป็นธรรมดา ทว่าสีหน้าขึงขังเครียดเคร่งล้วนมีกันไม่เเตกต่าง ภายในอาศรมยังเงียบงันเหมือนเช่นเคย เเลเห็นเพียงควันธูปขาวจางๆ ล่องลอยออกมาเป็นสายจากบานประตูเปิดค้างไว้กึ่งหนึ่ง