แต่ถึงแม้จะโกรธ แต่เชิ่งหงเทาก็ยังคงใจคิดหาทางด้วยความเย็น
เขาไม่ได้เร่งรีบดำเนินการอะไร เขาพิจารณาไตร่ตรองสักพัก เขาก็ฉุกคิดได้ว่าการที่ข่าวแบบนี้ปรากฏขึ้นได้ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ สถานีโทรทัศน์ประจำจังหวัดเป็นทางแผนกโฆษกที่รับผิดชอบ ยิ่งไปกว่านั้น แผนกโฆษก ก็มีบทบาทอย่างมากเพราะพวกเขาเริ่มที่จะเผยแพร่การรายงานเกี่ยวกับชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะคดีสะเทือนขวัญที่หานกั๋วชิงก่อขึ้น มันย่อมไม่แปลกที่ข่าวนี้จะถูกเผยแพร่ผ่านสื่อ
อย่างไรก็ตาม เชิ่งหงเทา ก็ตระหนักได้อย่างรวดเร็ว โดยทั่วไปแล้วเรื่องแบบนี้น่าจะถูกปิดอย่างมิดชิดในจิงหลิน และยากที่ใครจะรู้ได้ แต่จากหลักฐานที่สถานีโทรทัศน์เผยแพร่ออกมามันชัดเจนและชี้ไปที่ข้าราชการจิงหลินโดยตรง มันทำให้เขารู้ว่าจะต้องมีคนมีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องแบบนี้ออกมาเคลื่อนไหวแน่นอน เชิ่งหงเทารู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย ระหว่างนั่งคิดอะไรบางอย่าง
อย่างไรก็ตามไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นเช่นไร ความโกรธของเชิ่งหงเทาก็มิอาจสลัดมันทิ้งได้ เขานึกอะไรบางอย่างออก จึงโทรหาหวังจงซาน เลขาธิการหัวหน้าพรรคเมืองชางชาน แล้วพูดด้วยความโกรธว่า “สหายจงซานคุณได้ดูข่าวสถานีจังหวัดหรือเปล่า”
หวังจงซานกำลังยุ่งอยู่กับเอกสารในสำนักงานเขาเลยไม่ได้ดูข่าว แต่เมื่อได้ยินคำถามจากเชิ่งหงเทา ใจของเขาก็สั่นสะท้าน และรู้สึกได้ถึงความโกรธของเชิ่งหงเทาจึงถามออกไปว่า “เลขาธิการเชิ่งเกิดอะไรขึ้นหรือครับ?”
เชิ่งหงเทาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “สหายจงซาน ผมคิดว่า กวนซานในเทศมณฑลจิงหลินที่อยู่ภายใต้การปกครองของชางชาน กำลังจะโด่งดังไปทั่วประเทศในไม่ช้านี้ คุณไปตรวจสอบข่าวย้อนหลังดู และพรุ่งนี้ก่อนเที่ยงคุณจะต้องให้ข้อสรุปและการจัดการเรื่องหานกั๋วชิง เพื่อทวงความยุติธรรมให้คนในตำบลกวนซาน และเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของหน่วยงานข้าราชการจังหวัดและเทศบาลเมือง เจ้าหน้าที่ที่มีปัญหาจะต้องถูกจัดการ”
เชิ่งหงเทาพูดจบก็วางสายลงทันที
หลังจากเชิ่งหงเทาวางสาย หวังจงซานก็รู้สึกวิตกกังวล ต้องรู้ว่าเชิ่งหงเทาเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นคนใจเย็นและมีความคิดที่ซับซ้อนอ่านได้ยาก เขาเป็นที่เด็ดขาดและไม่เคยปรานีต่อเจ้าหน้าที่ข้าราชการที่ก่อปัญหา ข้าราชการจึงหวั่นเกรงและตอนนี้เลขาธิการเชิ่งโทรหาเขาโดยตรง และเอ่ยถึงเทศมณฑลจิงหลินเช่นนี้ ดูท่าว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นในเทศมณฑลจิงหลิน ดังนั้นเขาจึงรีบโทรหา เลขาธิการพรรคเทศบาลเมือง เย่หมิงหยู่ แล้วถามเรื่องที่เกิดขึ้นในจิงหลิน แต่เลขาธิการเย่เองก็ค่อนข้างยุ่งเขาจึงไม่ได้ดูข่าว แต่เขาก็ค้นหาข่าวได้อย่างรวดเร็ว หลังจากได้ดูวิดีโอและอ่านข้อมูลเกี่ยวกับหานกั๋วชิง หวังจงซานก็โกรธมาก เขารู้แล้วว่าทำไมเลขาธิการเชิ่งถึงโกรธขนาดนั้น เพราะเรื่องของหานกั๋วชิงแม้แต่เขาก็ทนไม่ได้เช่นกัน
หวังจงซานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหา เซี่ยเจิ้งเต๋อทันที
ในห้องประชุมคณะกรรมาธิการของเทศมณฑลจิงหลิน เซี่ยเจิ้งเต๋อและคนอื่นๆ กำลังพูดคุยเรื่องเกี่ยวกับเอกสารของหานกั๋วชิง และทั้งสองฝ่ายก็ต้องชะงักไป
เพราะสายของหวังจงซานโทรเข้ามา
เมื่อเห็นหวังจงซานโทรเข้ามา เซี่ยเจิ้งเต๋อก็ยิ้มขึ้นเขายกมือขึ้นเบรกทุกคนแล้วพูดว่า “ขอพักการประชุมชั่วครู่ เลขาธิการหัวหน้าพรรคเทศบาลเมือง หวังจงซานโทรเข้ามา”
หลังจากรับโทรศัพท์ เซี่ยเจิ้งเต๋อก็กดปุ่มเปิดลำโพง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะได้ยินเสียงของหวังจงซาน เซี่ยเจิ้งเต๋อพูดด้วยความเคารพว่า “สวัสดีครับ เลขาธิการหัวหน้าพรรคหวัง เซี่ยเจิ้งเต๋อกำลังพูด”
ก่อนที่เซี่ยเจิ้งเต๋อจะพูดจบ หวังจนซานก็พูดด้วยความโกรธ “เซี่ยเจิ้งเต๋อเกิดอะไรขึ้นกับเทศมณฑลจิงหลิน พวกคุณจัดการเรื่องหานกั๋วชิงแบบนี้ คิดว่าทุกคนโง่หรอ พวกคุณเองก็เห็นแล้วว่าหานกั๋วชิงฆ่าเด็กตาย แต่กลับจัดการกับคดีแบบนี้หรอ หานกั๋วชิงไม่ใช่แค่ไม่ได้รับโทษ แต่ยังเป็นผู้กำกับต่อได้หน้าตาเฉย คุณเป็นถึงเลขาธิการประจำเทศมณฑล คุณน่าจะรู้ดีว่าคณะกรรมาธิการของเทศมณฑลมีความสามารถในการทำงานเพื่อประชาชนมากพอหรือไม่ สมาชิกคณะทำงานเทศมณฑลจิงหลินของคุณเก่งกันมาก รู้ไหมว่าเรื่องนี้ได้ออกอากาศสถานีข่าวประจำจังหวัด ทางเลขาธิการพรรคประจำจังหวัดโกรธมาก เขาสั่งให้ผมบอกให้คุณส่งคนไปกุมตัวหานกั๋วชิงไว้ และยังสั่งให้ฝ่ายคณะกรรมาธิการเทศบาลเมืองลงมาจัดการ ดูเหมือนว่าฝ่ายสืบสวนสอบสวนอาจถูกส่งไปที่จิงหลินเพื่อทำการสอบสวนพวกคุณด้วย”
หลังจากพูดจบ หวังจงซานก็วางสาย ต่อจากนั้นหวังจงซานก็โทรหาเลขาธิการพรรคเทศบาลเมืองโดยตรงและบอกให้เขาเรียกประชุมด่วนคณะกรรมาธิการประจำเทศบาลเมือง เพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องของหานกั๋วชิง
แม้สายจะวางไปแล้ว แต่ความวุ่นวายในห้องประชุมของคณะกรรมาธิการเทศมณฑลจิงหลินพึ่งจะเริ่มต้นขึ้น
ทุกคนได้ยินสิ่งที่หวังจนซานพูดชัดเต็มสองหู เสวี่ยเหวินหลง หนิ่วเจี้ยนกั๋วและคนอื่นๆ หน้าซีดไปตามๆ กัน ไม่มีใครคิดว่าเรื่องของหานกั๋วชิงไม่เพียงจะสร้างความตกใจให้แค่ทางคณะกรรมาธิการเทศมณฑลเท่านั้น แต่ตอนนี้มันยังลุกลามไปถึงเทศบาลเมือง และทางจังหวัดแล้ว เลขาธิการพรรคประจำจังหวัด ติดต่อหวังจงซานให้เขาสั่งการควบคุมตัว หานกั๋วชิง ด้วยคำสั่งนี้มันเปรียบดั่งระเบิดที่ตกลงกลางห้องประชุม
เซี่ยเจิ้งเต๋อกล่าวกับ เฉินฟ่านหยู่ทันที “คุณโทรไปที่สถานีโทรทัศน์ของเทศมณฑล ขอให้พวกเขาส่งคลิปและเอกสารมา พร้อมกับขอให้พวกเขาระงับการเผยแพร่ไปก่อน จากนั้นก็นำหลักฐานเหล่านี้ส่งให้ฝ่ายตรวจสอบเพื่อรอทางเทศบาลเมืองลงมาสอบสวน”
เฉินฟ่านหยู่ ได้ยินก็เริ่มดำเนินการทันที
เมื่อเซี่ยเจิ้งเต๋อพูดจบ ใบหน้าของพวกเสวี่ยเหวินหลงก็ซีดจางลงมากยิ่งขึ้น
หลิวชิงหยู่ซึ่งนั่งอยู่เก้าอี้ผู้ไม่มีสิทธิ์ลงคะแนนก็เข้าใจทุกอย่างแล้ว เซี่ยเจิ้งเต๋อ ที่เรียกนั้นขอนี้มากมาย จุดประสงค์ก็คือถ่วงเวลาเอาไว้ เมื่อคณะกรรมาธิการทุกคนถูกเรียกมารวมกันที่นี่ ก็จะไม่มีใครสามารถรับรู้แผนของเขา ระหว่างที่เวลาค่อยๆ ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงเวลาที่ข่าวเผยแพร่ออกอากาศซึ่งเป็นหัวใจหลักของแผนการครั้งนี้ หลิวชิงหยู่เชื่อว่า เซี่ยเจิ้งเต๋อรู้ว่าสถานีโทรทัศน์ประจำจังหวัดจะนำเสนอข่าวนี้ และเป็นไปได้ว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของเขา เพราะมันยากที่จะได้เอกสารและหลักฐานจากช่องทางอื่น หลิวชิงหยู่ มั่นใจแล้วว่าเซี่ยเจิ้งเต๋อคือหนึ่งในผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้หลิวชิงหยู่ต้องประเมินที่มาที่ไปของ เซี่ยเจิ้งเต๋อ ใหม่อีกครั้ง
ต้องรู้ว่ามันคือเรื่องยากที่จะทำให้ข่าวของหานกั๋วชิงเผยแพร่ออกไปโดยสถานีโทรทัศน์ประจำจังหวัด ถ้าหากปราศจากแผนกโฆษกให้ความร่วมมือ เดิมทีต่อให้เป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองทั่วๆ ไป ก็ไม่มีอิทธิพลมากพอจะประสานงานกับคณะกรรมาธิการพรรคประจำจังหวัดได้ แต่เซี่ยเจิ้งเต๋อกลับทำได้ นอกจากนี้ยังสามารถนำเรื่องนี้มาประกาศต่อคณะกรรมาธิการพรรคเทศมณฑลให้ได้รับรู้อย่างแนบเนียน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เซี่ยเจิ้งเต๋อมั่นใจมากว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นการลงนามบนเอกสารที่เซี่ยเจิ้งเต๋อสั่ง ก็เป็นการรวบรวมรายชื่อพันธมิตรของเสวี่ยเหวินหลง ดังนั้นเซี่ยเจิ้งเต๋อถึงได้เน้นย้ำเรื่องลายเซ็นบนเอกสารเป็นพิเศษ นอกจากนี้เอกสารที่ได้จากหน่วยงานต่างๆ ยังต้องเป็นต้นฉบับ เพื่อให้หลักฐานที่รวบรวมมามีความรัดกุม สามารถใช้เป็นข้อพิสูจน์ ตอนนี้เอกสารทั้งหมดได้ตกอยู่ในมือของเฉินฟ่านหยู่แล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเสวี่ยเหวินหลงจะทำลายหลักฐานทิ้ง เพราะมันเป็นต้นฉบับและได้ถูกบันทึกเอาไว้ทั้งหมดแล้ว
นี่มันเป็นแผนการที่ฉลาดหลักแหลมและแยบยลมาก อีกฝ่ายจะฉลาดเกินไปแล้ว
ในเวลานี้หลิวชิงหยู่รู้สึกชื่นชมอีกฝ่ายจากใจจริง ที่สามารถวางแผนได้ถี่ถ้วนและแยบคายขนาดนี้ ต้องรู้ว่าเขามอบเอกสารให้เซี่ยเจิ้งเต๋อ จนถึงตอนนี้ก็ประมาณ 5 ชั่วโมงเท่านั้น แต่เซี่ยเจิ้งเต๋อไม่ใช่แค่ยื่นหนวดเข้าไปในสถานีโทรทัศน์ประจำจังหวัด แต่เขายังสามารถงัดกลยุทธ์มากมายออกมาใช้ เช่นการถ่วงเวลาศัตรูรอกำลังเสริม และหลอกล่อศัตรูให้ตกหลุมพราง ก่อนจะอ้อมกลับมาโจมตีอย่างสายฟ้าฟาด พวกเสวี่ยเหวินหลงที่ถูกแผนของเซี่ยเจิ้งเต๋อลวงให้มาติดกับทีละก้าวแบบนั้น เห็นได้ชัดว่า ความสามารถของเซี่ยเจิ้งเต๋อน่าทึ่งมากแค่ไหน หลิวชิงหยู่รู้สึกตื่นเต้น เขารู้ว่าคณะกรรมาธิการจะต้องพุ่งเป้าจัดการกับเรื่องหานกั๋วชิงแน่นอน หากเรื่องที่ลูกชายของจ้าวเอ้อหยาถูกฆ่าเปิดเผยต่อโลก ความคับแค้นใจของจ้าวเอ้อหยาก็คงได้รับการระบาย และบางทีเธอก็คงไม่ต้องรับข้อกล่าวหาแจ้งความเท็จอีกต่อไป แม้ว่าเซี่ยเจิ้งเต๋อจะทำงานหนักเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย แต่สุดท้ายประชาชนก็คือผู้ได้ผลประโยชน์ ตราบใดที่เขายังคิดเช่นนี้ก็ไม่มีอะไรจำเป็นต้องกังวลอีกแล้ว ตอนนี้หลิวชิงหยู่เลือกจะยืนข้างเซี่ยเจิ้งเต๋อ เพราะเซี่ยเจิ้งเต๋อเลือกจะทำเพื่อประชาชน แน่นอนว่าการทำเพื่อประชาชนมันไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการที่ซับซ้อนหรือกลอุบายอะไร และเซี่ยเจิ้งเต๋อก็ผ่านคุณสมบัติทุกประการ
ในไม่ช้าเฉินฟ่านหยู่ก็พบคลิปบันทึกการออกอากาศ เขาจึงเปิดมันขึ้นในห้องประชุม
เมื่อสมาชิกคณะกรรมาธิการเทศมณฑลจิงหลินได้ยิน สี่คำถามของผู้บรรยายข่าวพิเศษจากสถานีข่าวโทรทัศน์ สีหน้าของพวกเขาก็ดูปั้นยากโดยเฉพาะเสวี่ยเหวินหลง หนิ่วเจี้ยนกั๋วและคนอื่นๆ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความเศร้าโศก และขุ่นเคือง พวกเขารู้ดีว่าหานกั๋วชิงจบสิ้นแล้ว และเป็นไปได้ว่าอาจเกิดปัญหากับพวกเขาตามมา
หลิวชิงหยู่ ก็เริ่มสงสัยแล้วว่าสถานการณ์มันจะลุกลามไปถึงจุดไหน?