(จบ)ทะลุมิติไปเป็นแม่บุญธรรมของสามแสบแสนซน

    บทที่ 29 แย่งจักรยานฉันเหรอ?

    บทที่ 29 แย่งจักรยานฉันเหรอ?


    ฮั่วเสี่ยวฉวนได้กลิ่นหอมๆ จากตัวคุณป้าจาง และอยากนอนซุกคุณป้าอย่างห้ามไม่ได้ 


    เจ้าตัวเล็กนอนไม่หลับ เลยเอามือไปสะกิดพี่ชายคนรอง 


    "พี่รอง ผม…ผมอยากนอนซุกแม่เลี้ยง"


    "อย่าซน นอนได้แล้ว" คุณพี่รองหรือว่าฮั่วหยุนฉี ตวัดตามองน้องชาย 


    เจ้าตัวเล็กได้แต่เม้มปากอย่างน้อยใจ แต่ก็ไม่กล้าปีนไปนอนซุกคุณป้าจางจริงๆ กลัวว่าคุณป้าจะไม่พอใจ


    ส่วนทางด้านฮั่วเสี่ยวเยว่ที่นอนติดกับจางจิงจิง เธอขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ อย่างอดไม่ได้ กลิ่นกายของคุณป้าช่างคุ้นเคย คล้ายๆ กลิ่นของคุณแม่ แต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียว เอาเป็นว่ามันทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นใจ 


    ไม่นานนัก เด็กๆ ทั้งสามคนก็ผล็อยหลับไป


    เช้าวันต่อมา จางจิงจิงตื่นแต่เช้าเข้าครัวทำอาหาร หลังจากที่ทุกคนกินข้าวเสร็จ หญิงสาวก็เป็นคนล้างจาน ก่อนจะออกจากบ้าน จางจิงจิงยังทำกับข้าวเผื่อเด็กๆ ทั้งสามคนไว้ด้วย กลัวว่าพวกเขาจะหิว 


    "เดี๋ยวตอนเที่ยงป้าจะมาทำกับข้าวให้ พวกหนูอยู่บ้านกันดีๆ นะ รู้ไหม?"


    "ค่ะ พวกเราจะเป็นเด็กดี"


    หวู่เพ่ยหลานมองอยู่ด้านข้าง เอ่ยขึ้นว่า "สถานีวิทยุอยู่ไกลจากบ้านมากเลยนะ เธอต้องเดินไปเดินกลับ แล้วยังต้องทำกับข้าวอีก แบบนี้มันเหนื่อยเกินไป เสี่ยวเยว่พาน้องๆ ไปกินข้าวที่บ้านคุณปู่คุณย่าทวดก็ได้ ตอนเที่ยงค่อยไปกินที่โรงอาหาร"


    ตอนนี้ท่าทีของหวู่เพ่ยหลานที่มีต่อจางจิงจิงดีขึ้นมากแล้ว ไม่ได้เกลียดชังเหมือนแต่ก่อน


    ในฐานะที่เป็นผู้หญิง เธอเองก็ย่อมเข้าใจความยากลำบากของผู้หญิงด้วยกัน ซักผ้า ทำกับข้าว ล้างจาน ดูเหมือนจะเป็นงานเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้าต้องทำแบบนี้ทุกวี่วัน มันก็เหนื่อยมากอยู่เหมือนกัน


    ถึงแม้อีกฝ่ายจะทนเหนื่อยได้ พวกเขาก็ไม่ควรจะรังแกกันเกินไป


    "แบบนี้จะดีเหรอคะ? จะรบกวนท่านทั้งสองเกินไปหรือเปล่า?"


    เด็กสามคนก็กินจุอยู่เหมือนกัน อยู่ในวัยกำลังโต ทำกับข้าวให้กินแต่ละมื้อก็ไม่ใช่งานง่ายๆ


    "ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ เป็นครอบครัวเดียวกัน จะมาพูดว่ารบกวนหรือไม่รบกวนกันได้ยังไง"


    คุณปู่กับคุณย่าเกษียณแล้ว ช่วงนี้ก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่แล้ว การทำกับข้าวให้เด็กๆ ทานสามคนไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร พอถึงเวลา พวกเราก็แค่เอาเงินกับคูปองไปให้ท่านก็พอ


    "ถ้าอย่างงั้นก็ตกลงค่ะ ขอบคุณพวกท่านมากเลยนะคะ" 


    พอได้ยินแบบนั้น ฮั่วฟางฟางก็ออกมาแสดงความคิดเห็นอีก ตามจริงพี่ชายแต่งภรรยาก็เพื่อให้ดูแลเด็กๆ แต่นี่อะไร แม่บ้านชนบทอย่างหล่อนดันต้องไปทำงาน แถมยังต้องให้เด็กๆ ไปกินข้าวที่บ้านคุณปู่คุณย่าอีก ไม่รู้ว่าแต่งเข้ามาทำไม


    "ฉันว่านะ เธอไม่ควรไปทำงานหรอก อยู่บ้านเลี้ยงลูกไม่ดีกว่าเหรอ? ดูสิ ตอนนี้แค่ดูแลเด็กก็ไม่ไหวแล้วรึไง? ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่จะแต่งเธอเข้ามาทำไม"  


    เสียงของฮั่วฟางฟางยังคงบ่นพึมพำไม่หยุด แถมบนใบหน้ายังเต็มไปด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ


    ครั้งนี้จางจิงจิงอดทนต่อไปไม่ไหว จึงพูดออกไปตรงๆ ว่า "อายุขนาดนี้แล้ว จะให้ฉันอยู่บ้านเฉยๆ กินนอนไปวันๆ ได้ยังไง คนเราเกิดมาต้องรู้จักสร้างคุณค่าให้กับตัวเองนะ การที่ฉันสอบเข้าสถานีวิทยุได้ มันไม่ใช่เรื่องง่าย คนอื่นอยากเข้ายังเข้าไม่ได้ ถ้าฉันทิ้งโอกาสนี้ไป คงน่าเสียดายแย่" 


    แม้บนใบหน้าของจางจิงจิงจะประดับไปด้วยรอยยิ้ม คำพูดคำจาก็ดูสวยหรู ไม่ได้หยาบคายแม้แต่น้อย แต่ฮั่วฟางฟางกลับหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันทีราวกับคนสำลักความโกรธ


    เป็นเพราะจางจิงจิงพูดถูกทุกอย่าง สถานีวิทยุไม่ใช่ว่าใครอยากจะเข้าก็เข้าได้ การที่หล่อนสอบเข้าได้ นั่นแปลว่าต้องมีความสามารถมากพอ


    ถ้าเป็นเธอ เธออาจจะสอบไม่ติดด้วยซ้ำ 


    เมื่อคิดได้ดังนั้น ฮั่วฟางฟางก็ยิ่งรู้สึกไม่สบอารมณ์ เธอเป็นถึงคุณหนูที่ได้รับการศึกษาอย่างดีมาตั้งแต่เล็ก แต่วันนี้กลับต้องมาแพ้ให้กับผู้หญิงบ้านนอกอย่างจางจิงจิง แบบนี้มันน่าอายจะตายไป


    "ทำเป็นพูดดีไปได้ ก็แค่ผู้ประกาศ ไม่เห็นจะน่าภูมิใจตรงไหน"


    ถึงแม้ในใจจะคิดมากมาย แต่ปากของเธอกลับไม่กล้าพูดออกมา


    จางจิงจิงขี้เกียจต่อปากต่อคำกับคนประเภทนี้เสียจริงๆ 


    พวกเขาคงหาเหตุผลดีๆ มาอธิบายไม่ได้หรอก 


    จางจิงจิงไม่ได้ตั้งใจจะเอาเรื่องเอาราวกับเธออยู่แล้ว แต่คุณพ่อฮั่วที่นั่งอยู่ข้างๆ ทนไม่ไหวจึงพูดขึ้น


    “เก่งนักนะสิ ถึงยังไงแกก็ทำไม่ได้หรอก” 


    ปกติคุณพ่อฮั่วเป็นคนพูดน้อย แต่พอพูดทีไรก็มักจะพูดแทงใจดำคนฟังอยู่เสมอ เรียกได้ว่าพูดตรงจุดไม่มีผิดเพี้ยน 


    แน่นอนว่าจางจิงจิงชอบฟังคุณพ่อฮั่วพูดมากเลยล่ะ ฟังแล้วมันสะใจดีจริงๆ 


    ไม่มีคำพูดใดจะร้ายกาจไปกว่าคำพูดของพ่อแท้ๆ อีกแล้ว ถึงแม้ว่าฮั่วฟางฟางจะเป็นคนเอาแต่ใจ แต่เธอก็ไม่กล้าเถียงพ่อของตัวเองหรอก ทำได้แค่ข่มความโกรธเอาไว้


    แต่ทว่าตอนที่เธอกำลังจะเดินออกไป สายตาก็ดันเหลือบไปเห็นจักรยานของจางจิงจิงเข้า 


    จริงๆ แล้วจักรยานคันนี้ ฮั่วฉางชิงเอาไว้ให้จางจิงจิงขี่ไปทำงาน แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นเป้าหมายของยัยคุณหนูฮั่วฟางฟางไปซะแล้ว 


    เธอไม่พูดอะไรสักคำ แต่กลับเดินไปที่จักรยานพร้อมกับกระเป๋าเป้ พอจางจิงจิงหันไปเห็นเข้าก็ขมวดคิ้วทันที


    “ฟางฟาง พี่ชายเธอบอกว่าจะให้ฉันใช้จักรยานไปทำงานที่สถานีวิทยุ ฉันจะต้องใช้มันขี่ไปสถานีวิทยุนะ"


    สถานีวิทยุนั้นไกลจากบ้านมาก ถ้าเธอเดินไปต้องสายแน่ๆ ยิ่งวันนี้เป็นวันแรกของการทำงาน ถ้าไปสายตั้งแต่วันแรกจะทำให้ความประทับใจแรกพบที่ไม่ดีแก่หัวหน้าเอาได้ 


    จริงๆ ก็นั่งรถประจำทางไปได้ แต่เวลารถประจำทางก็ไม่แน่นอน ยังไงก็กลัวไปสายอยู่ดี


    "เธอก็เดินไปสิ ฉันจะปั่นจักรยานไปโรงเรียน"  


    ฮั่วฟางฟางไม่สนใจ ยังคงดื้อดึงเข็นจักรยานออกไป  พอเห็นแบบนั้นจางจิงจิงก็โมโหขึ้นมาทันที ยัยนี่หูหนวกหรือไง ถึงฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง


    ฟญิงสาวรีบเดินไปคว้าแฮนด์จักรยานเอาไว้ทันที


    "บ้านเราอยู่ไกลจากสถานีวิทยุมากนะ วันนี้เป็นวันแรกที่ฉันเริ่มงาน ถ้าเดินไปต้องสายแน่"


    โรงเรียนของฮั่วฟางฟางอยู่ใกล้บ้านมาก เดินเพียงไม่นานก็ถึงแล้ว ปกติเธอก็เดินไปเรียนได้ ด้วยฐานะอย่างตระกูลฮั่วแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่มีปัญญาซื้อจักรยานหรอก แต่ถ้าโรงเรียนฮั่วฟางฟางอยู่ไกล คงซื้อให้ขี่ไปนานแล้ว ที่ไม่ซื้อให้เพราะเห็นว่าไม่จำเป็น


    แต่ตอนนี้ฮั่วฟางฟางกลับจะมาสร้างความลำบากใจให้จางจิงจิง


    "เธอจะไปสายแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน? จักรยานคันนี้เป็นของบ้านเรา ฉันอยากปั่นก็ปั่น ไม่เกี่ยวกับเธอสักหน่อย"


    ฮั่วฟางฟางแอบคิดในใจ 'ไปสายๆ นั่นแหละ ดีเลย! นังบ้านนอกนี่จะได้โดนไล่ออกตั้งแต่วันแรก แล้วเลิกเหลิงเสียที!'


    "จักรยานคันนี้เป็นของพี่รองเธอ และฉันเป็นภรรยาเขา เขาเป็นคนให้ฉันขี่มัน" จางจิงจิงย้ำกับเธอชัดๆ


    จักรยานของที่บ้านกับของฮั่วฉางชิงน่ะมันคนละเรื่องกัน ถ้าจักรยานคันนี้เป็นของคุณพ่อคุณแม่ฮั่วล่ะก็ ต่อให้เธอจะขี่ จางจิงจิงก็ไม่ว่าอะไรหรอก แม้ว่าเธอจะต้องตื่นเช้าขึ้นอีกหนึ่งชั่วโมง เดินไปทำงานก็ย่อมได้


    "หมายความว่ายังไง? นี่เธอจะมาแย่งฉันเหรอ?" 


    จางจิงจิงกำลังจะโกรธเต็มที แต่แล้วก็เห็นเจ้าตัวเล็กวิ่งปรู๊ดปร๊าดเข้ามาหาเหมือนลูกระเบิด


    "นี่! คนไม่ดี จะมาทำให้คุณป้าคนสวยไปทำงานสายไม่ได้นะ"  เขาพูดอย่างโมโห จนต้องเอามือผลักเธอออกไป


    ปกติแล้ว เธอมักจะชอบรังแกพวกเขาสามคนพี่น้อง แต่พวกเขาก็ไม่เคยปริปากบ่น เพราะรู้ตัวว่าอยู่บ้านคนอื่นก็ต้องยอมๆ ไปบ้าง 


    แต่คุณป้าใจดีกับพวกเขามาก ทำไมเธอถึงทำแบบนี้ ทำไมถึงใจร้ายแบบนี้! 


    จางจิงจิงไม่คิดเลยว่าเจ้าตัวเล็กวัยสี่ขวบจะปกป้องตัวเองขนาดนี้  หญิงสาวยืนนิ่งตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ


    พอตั้งสติได้ ฮั่วฟางฟางก็ง้างมือจะฟาดเจ้าตัวเล็กเข้าให้พอดี เห็นแบบนี้แล้วจางจิงจิงจะอยู่เฉยได้ยังไง จึงรีบคว้าแขนเธอไว้


    "อย่าทำเด็กนะ มีอะไรไม่พอใจก็มาลงที่ฉันนี่!" 


    เห็นท่าทางทั้งสองคนจะเปิดศึกกัน หวู่เพ่ยหลานเลยต้องเข้ามาห้ามทัพ


    "ฟางฟาง เอาจักรยานให้พี่สะใภ้ไป เดี๋ยวเขาจะไปทำงานสายเอา"



    คล้ายกับเรื่อง(จบ)ทะลุมิติไปเป็นแม่บุญธรรมของสามแสบแสนซน ที่คุณอ่าน