18.คบเป็นสหาย
คืนนั้นบิดาของเขาไม่ได้กลับมาร่วมวงอย่างที่รับปากลูกชายเอาไว้ ซานหลงก็ไม่ได้ติดใจอะไร เมื่อกินออิ่ม จัดแจงเวรยามเฝ้าเนื้อรมควันเสร็จ ทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนท้องฟ้าสีแดงของรุ่งอรุณมาเยือน ซานหลงมองทอดสายตาออกไปยังท้องน้ำในลำธารใหญ่ ที่อยู่คนละฝั่งกับท้องทุ่ง มีนกเป็ดน้ำหลายหมู่กำลังดำผุดดำว่ายอยู่ตามสองข้างตลิ่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติที่ดินมรดกของบิดาเป็นพื้นที่ที่ดีที่สุดในแถบนี้ ด้านหน้าทิศเหนือ ติดกับถนนเส้นเล็กๆ ที่ตัดผ่านป่าละเมาะสู่ถนนหลักที่มุ่งหน้าเข้าเมือง ทิศใต้ติดกับภูเขาทิศตะวันออกติดกับแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลเรียบตีนเขาออกสู่ทะเล ทิศตะวันตกติดกับแปลงนาของชาวบ้านคนอื่นๆ หากพิจารณาจากแปลงนานี้เป็นหลัก ชานเมืองจะอยู่ห่างออกไปราวๆ 1 กิโลเมตร ในทิศนี้ เนื่องจากที่ดินผืนนี้ไม่ได้อยู่ติดกับถนนสายหลักโดยตรง และมีป่าละเมาะขั้นเอาไว้ ที่นี่จึงไม่เป็นจุดสนใจของผู้คนมากนัก“นายน้อย ท่าตื่นแล้วหรือ” เสียงของสตรีดังขึ้นด้านหลังของเขา“อี้หลัน....ทำไมท่านถึงตื่นเร็วนัก” เขาทักขึ้นด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นอีหลันเดินออกมาจากปางพักชั่วคราวของเหล่าสตรี“ข้าเป็นคนค้าขายมาก่อน จึงติดนิสัยตื่นแต่เช้าเช่นนี้”“อ่า ข้า..ลืมไปฮ้าๆ” รอยยิ้มอันอบอุ่นของเขาระบายออกบนใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ ของคุณชายเจ้าสำอาง“ท่านกำลังทำอะไรอยู่หรอ”“ข้ากำลังชมธรรมชาติ ของท้องน้ำที่อุดมสมบูรณ์”“หือ..แปลกคนจริงไยท่านถึงสนใจสิ่งเหล่านี้ละท่านจะแต่ง กวีหรือ..” อี้หลันถาม เธอเคยเห็นแต่นักกวีแก่ๆ หรือไม่ก็ขุนนางเกษียณ ที่จะสนใจชมนกชมไม้แบบนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินประโยคนี้ออกมาจากปากของเด็กหนุ่ม 15-16 ปี แต่เธอก็นึกขึ้นได้ว่าเขาเป็นคนเขียนกวีสกุนซานขึ้นมา จึงถามขึ้น“ฮ้าๆๆ ไม่หรอก ท่านล้อข้าเล่นแล้ว ข้าจะไปมีอารมณ์เขียนกวีได้เช่นไร ข้าเพียงแต่มองดูและตั้งคำถาม..เท่านั้น”“คำถามอะไรหรือ..” เธอเดินมายืนอยู่ข้างๆ เขามองทอดสายตาออกไปยังท้องน้ำเบื้องหน้าเช่นกัน ภาพบรรยากาศที่นี่ดีกว่าในเมืองหลายเท่านัก อากาศที่เต็มไปด้วยความสดชื่น กลิ่นอายธรรมชาติลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทำให้อารมณ์ของเธอผ่อนคลายลง ในเมืองฮอง ถึงจะเป็นเมืองชายแดนเล็กๆ แต่ก็เต็มไปด้วยความวุ่นวายของผู้คนไม่แพ้เมืองใหญ่“เจ้าดูฝูงปลานั้นสิ มีมากมายจนนับไม่หมด ดูนกพวกนั้น ไม่ต่ำกว่าฝูงละร้อยตัว ชายฝั่งริมตลิ่งด้านนั้น มีหมูป่าปลายฝูงแวะเวียนลงมากินน้ำ ทรัพยากรธรรมชาติมากมายขนาดนี้ ทำไมถึงมีคนอดยากมากมายนัก” ซานหลงพูดเขาพ่นคำแปลกๆ ออกมาอีกแล้ว แต่ด้วย สถานการณ์มันจึงไม่ยากนักที่เธอจะเข้าใจความหมาย“ข้าจะตอบท่านอย่างไรดี...ทุกคนไม่ได้มีความสามารถเพียงพอที่จะเอาสิ่งเหล่านั้นมาเป็นอาหารได้ ในป่าฝั่งนั้นหรือป่าไหนๆ มันไม่ได้มีแค่ หมูป่า กวาง หรือกระต่าย แต่มันยังมี เหลาหู่ (เสือ) ,หมาป่า หรือสัตว์ร้ายอื่นๆ ที่น่ากลัว คนธรรมดาไหนจะกล้าเข้าไปล่าพวกมัน ในน้ำก็เช่นกัน นอกจากปลาแล้วยังมี เอ้อหยี๋ (จระเข้) ซ่อนตัวอยู่ คนที่ตายเพราะพวกมันในแต่ละปีก็มีไม่น้อย และปลาก็ไม่เป็นที่นิยมมากนัก ไหนเลยจะมีคนล่า พวกพรานป่าก็มีน้อยนิด ความรู้ความสามารถของพวกเขาก็มีจำกัด” เธอถอนใจออกมาเบาๆ“ความสามารถงั้นหรือ...” ซานหลงเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ใบหน้าของเขาเรียบนิ่งไม่รู้ว่าในใจกำลังคิดอะไร“ใช่ความสามารถ...” อี้หลันเอ่ยตาม แต่ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความขมขื่นในหัวใจ“ถ้าหากตัวข้ามีความสามารถ ข้าคงไม่ต้องมายืนอยู่จุดนี้” เธอคิดตัดพ้อต่อชะตาภายในใจ“ความสามารถไม่มี ก็แค่..เรียนรู้ให้มันมี...เมื่อเป็นคนของข้าแล้วไม่ว่าภายภาคหน้าพวกเขาจะไปอยู่ที่ไหน จะไม่มีวันอดตายในโลกใบนี้” เสียงเอ่ยกับตัวเองแผ่วเบา ของบุรุษด้านข้างปลุกเธอให้ตื่นขึ้นจากภวังค์แห่งความเศร้าโศก“เรียนรู้....เหรอ” สายตาของอี้หลันจ้องมองดวงหน้าของบุรุษที่ยืนเคียงข้างเธอด้วยความคิด เขาชั่งมองโลกแตกต่างกับคนทั่วไปยิ้งนัก เธอคิด“ฮ่าๆๆ ทำไมถึงมองหน้าขาวแบบนี้เล่า ถ้าไม่ใช่ตัวประหลาดสักหน่อย” เขาหัวเราะออกมาเมื่อเห็นสายตาของเธอ อี้หลันเบนสายตาไปทางอื่น พวงแก้มของเธอแดงขึ้นเพราะความเขินอาย“ฮ่าๆๆ …” เมื่อเห็นพวงแก้มขึ้นสี ของอี้หลัน นักวิจัยพันธุ์พืชจากศตวรรษ21 ก็ไม่อาจตอบสนองใดๆ ได้ทัน“อะแฮม...คนอื่นๆ ตื่นกันหมดแล้วเราไปรวมกันที่ลานบ้านกันก่อนเถอะ” เขาพูดขึ้น อี้หลันพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะเดินนำออกไป ซานหลงทอดสายตามองแผ่นหลังบางๆ ที่เดินออกไป รอยยิ้มบางๆ ปรากฏที่ใบหน้าของเขาทุกๆ วันหน้าที่การเตรียมอาหารเช้าจะเป็นของมารดา กับลูกมือทั้ง 5 คน แต่วันนี้ ด้วยจำนวนคนที่เพิ่มมากขึ้นหลายเท่า จำเป็นต้องมีการแบ่งงานกันใหม่อีกครั้ง เพื่อความเหมาะสม มันเป็นไปไม่ได้ที่คน 6 คนจะเตรียมอาหารสำหรับคน 50 คนได้ทันเวลาทุกคนมาตามที่ได้ถูกนัดในเอาไว้ ซานหลงเป็นคนสุดท้ายที่เดินเข้ามาสมทบ ซานหู่กับมารดานั่งประจำที่รออยู่ก่อนแล้วสมาชิกใหม่ถูกแจกจ่ายออกไปอย่างรวดเร็ว มารดาของเขาได้คนมาเพิ่มอีก 10 คน รวมกับที่มีอยู่เดิมเป็น 15 คน ในจำนวนนี้มีเด็กๆ 2 คน และคนสูงอายุ 4 คนรวมอยู่ด้วย จากผู้หญิงและเด็กทั้งหมด มีเพียง อี้หลันเท่านั้นที่ยังไม่มีหน้าที่ใดๆจากคนทั้งหมด 57 คน หากไม่นับตัวเขาและอี้หลัน เหลือ 40 คนถูกแบ่งเป็น 4 กลุ่ม หม่าเหลียงและพี่น้องของมันรับสมาชิกใหม่เพิ่มเข้าไปในกลุ่ม รวมเป็น 10 คนพอดี กลุ่มของ ซูกวน.จิวเถาและซานหู่ ก็เช่นกัน“เอาล่ะ ตอนนี้ทุกคนก็มีกลุ่มกันแล้วต่อไป ข้าจะแจกจ่ายหน้าที่ของแต่ละกลุ่ม เพื่อเริ่มงานของวันนี้” ทุกคนเงียบรอฝังคำสั่ง“หม่าเหลียง กลุ่มของเจ้าทำหน้าที่ตัดไม้ไผ่ ให้ได้ความยาวเท่าเดิมที่เคยตัด ตัดลงมาให้ได้มากที่สุด” หม่าเหลียงและสมาชิกกลุ่มของมันพยักหน้ารับ“ซูกวน กลุ่มของเจ้าทำหน้าที่ขุดหลุม รอบพื้นที่ 50 หมู่ ตรงนี้ โดยให้แต่ละหลุมห่างกัน ครึ่งจั้ง ขนาดของหลุมแต่ละหลุม ให้กว้าง 2 ฉือ ยาว 2 ฉือ ลึก 5 ฉือ”“ขอรับนายน้อย” พวกมันรับคำทันที“จิ๋วเถา กลุ่มของเจ้ารับหน้าที่ตัดไม้สูงสำหรับทำเสา เอาต้นที่มีลำต้นตรง ความยาว 1 จั้ง 5 ฉือ ตัดลงมาให้ได้มากที่สุด”“ขอรับนายน้อย” มันรับคำ“ท่านพ่อ ท่านเอาคนของท่าน 10 คนขุดคลองน้ำจากลำธาร มาถึงตรงนี้ ให้คลองน้ำมีขนาด 2 จั้งลึก 1 จั้ง” ซานหู่พยักหน้ารับไม่ได้ถามอะไรออกมา“ท่านแม่ งานของท่านก็เหมือนเมื่อวาน” ซานยี่พยักหน้า“ส่วนเจ้า เช้านี้ไปช่วยมาดาข้าทำอาหารก่อน” เขาหันไปหาอี้หลัน เป็นคนสุดท้าย“เอาละทุกคนเริ่มงานได้” ทุกคนแยกย้ายออกไปทำหน้าที่ของตัวเองทันที ซานหลงเดินสำรวจพื้นที่รอบๆ เพื่อวางแผนคร่าวๆ ในใจการดำรงชีวิตของคน ประกอบไปด้วยปัจจัย 4 คือเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม อาหาร ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค นี่คือสิ่งที่ควรจะเป็น แต่จริงๆ แล้วมันมีอะไรมากกว่านั้น หวังเพียงแค่ปัจจัย 4 มันไม่สามารถทำให้คน ในยุคสมัยนี้มีชีวิตอยู่ได้ในภาวะสงครามเช่นนี้ การมีแค่ปัจจัย 4 อาจจะทำให้คุณไม่อดตาย แต่คุณจะตายเพราะภัยสงคราม หรือถูกโจรร้าย ปล้น ฆ่า ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่ต้องนำมาพิจารณาตอนนี้ ที่นี่มีเพียงแค่ 1 ปัจจัยหลักที่ไม่ต้องกังวล คืออาหาร ส่วนอีก 3 ปัจจัยหลักอยู่ในความเสี่ยง และจำเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนอย่างเเรก ที่ถูกนำมาพิจารณาคือที่อยู่อาศัย นักวิจัยพันธุ์พืชมีแผน อยู่แล้วว่า เขาจะสร้างบ้านไม้กึ่งบ้านดิน และบ้านดิน บ้านทั้ง 2 แบบนี้ เหมาะกับที่นี่มาก ไม่มีต้นทุนใดๆ ใช้วัสดุที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ขั้นตอนการสร้างก็ง่ายดายบ้านดินมีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับ รองรับหน้าหนาวที่จะมาถึง จริงๆ แล้วบ้านดิน มีคุณสมบัติพิเศษ คือหน้าร้อน ภายในตัวบ้านใจเย็น กำแพงดินที่หนาทำให้การถ่ายเทในภูมิค่อนข้างช้าส่วนหน้าหนาว ไปตอนกลางคืนบ้านดินจะอุ่น ชั้นดินที่หนา จะเก็บอุณหภูมิภายในบ้านไว้ได้อย่างดี หากก่อไฟภายในบ้านหรือมีเตาผิง อุณหภูมิที่ได้จะทำให้บ้านอุ่นเป็นเวลานาน