คนนอกสายตา ที่แอบรักเธอ_End

    บทที่ 5 ไม่ว่าอะไร... 50%

            “ที่นี่บรรยากาศดีมากเลยเธอ”

            พรกรัณย์ทำตาโตมองดูรอบๆ ร้านอาหารที่ชาลิสาพามา คือเป็๞ร้านที่ติดกับชายหาดเลย ร้านหันหน้าเข้าชายหาด ลงไปทะเลได้เลย การจัดตกแต่งร้านค่อนข้างสวยเก๋ ตามสไตล์ชาวเล ที่นั่งกินอาหาร ก็มีทั้งที่นั่งภายในร้าน และที่นั่งอยู่บริเวณชายหาด คือมันได้บรรยากาศแห่งการมาเที่ยวทะเลมากมาย

            “ฉันบอกแล้วว่าร้านนี้โอเคทุกอย่าง”

            ระหว่างที่เดินกันไปที่โต๊ะที่จองเอาไว้ ชาลิสาบอกพรกรัณย์อย่างมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเลือก เพราะร้านนี้ชาลิสามานั่งกินอาหารกับชิตศนุอยู่บ่อยๆ โต๊ะที่ชาลิสาจอง เป็๞โต๊ะที่อยู่บริเวณชายหาด จะได้กินอาหารไป ซึมซับบรรยากาศไปด้วยในคราวเดียวกัน

            ในการนั่งที่โต๊ะอาหาร ก็เป็๲เหมือนเช่นที่นั่งกันมาในรถตู้คันหรู คือพรกรัณย์นั่งกับพลกฤต ชาลิสานั่งกับชิตศนุ พรกรัณย์ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ก็ให้รู้สึกดีอยู่มิใช่น้อย ที่ได้นั่งเคียงข้างกับพลกฤต แต่กระนั้นเธอก็สึกประหม่าอยู่เหมือนกัน

            “ที่นี่มีกุ้งเผาสดและอร่อยมากเลยนะเธอ ฉันมาที่นี่ฉันก็สั่งกุ้งมากินทุกที”

            ชาลิสาเปิดดูเมนูไป ก็พูดแนะนำอาหาร ให้พรกรัณย์ได้รู้ไปด้วย ว่ามีอะไรอร่อยบ้างของที่นี่ พรกรัณย์เปิดดูเมนู และดูรายการกุ้งเผา ซึ่งก็น่าจะสดและอร่อยอยู่หรอก เพราะดูจากราคาไม่ใช่ถูกๆ เลย

            “เธอมาที่นี่บ่อย เธอเลือกสั่งมาเลยก็ได้นะ ฉันกินได้ทุกอย่างนั่นแหละ”

            พรกรัณย์เงยหน้าขึ้นจากเมนู ที่มีรายการอาหารหลากหลายมาก แต่ละอย่างก็ล้วนแต่ราคาแพงๆ ทั้งนั้น เธอจึงส่งยิ้มให้ชาลิสา พร้อมกับบอกกล่าวให้ชาลิสาเป็๲คนเลือกได้เลย ชาลิสาจึงจัดการสั่งอาหาร ที่คิดว่าอร่อยมา แต่ก็ไม่ได้ที่จะตามใจตัวเองเสียทีเดียว เพราะก็มีอาหารบางอย่างที่ทั้งพลกฤต และชิตศนุสั่งด้วยเหมือนกัน

            “เอ้า!... ชนแก้ว”

            เมื่อสั่งอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟ ชาลิสายกแก้วเครื่องดื่มของตัวเองชูขึ้น พร้อมกับเชิญชวนให้ทุกคนยกขึ้นมาชนด้วย ทุกคนจึงยกแก้วเครื่องดื่มของตัวเอง ขึ้นมาชนกับแก้วเครื่องดื่มของชาลิสา แล้วจึงพากันยกดื่ม

            “ก็ถ้าไม่มีอะไรด่วนๆ มาแทรกอีก พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ กันนะ”

            ชาลิสาบอกกล่าวให้พรกรัณย์ และรวมไปถึงพลกฤตด้วยนั่นแหละให้รับรู้ วันนี้ที่แผนการเที่ยวสถานที่ต่างๆ ถูกยกเลิก เพราะชาลิสาจะต้องเข้าประชุมด่วนแทนพลกฤต จึงพูดดักพลกฤตเอาไว้ก่อน เหมือนประมาณว่า ไม่ให้พลกฤตทำให้แผนการเที่ยว เป็๲อันถูกยกเลิกไปเป็๲ครั้งที่สอง

            “พี่ขอโทษเราสองคนด้วยแล้วกัน ที่วันนี้ทำให้เราสองคนไม่ได้ไปเที่ยวตามแผนที่วางเอาไว้”

            พลกฤตรู้ตัวเองว่าทำให้แผนการเที่ยวของสองสาวล่ม เขาจึงเอ่ยขอโทษ ตอนนั้นเขากำลังเศร้าเสียใจมากจริงๆ เขาจึงดื่มเหล้าเยอะไปหน่อย และแถมตอนเช้ายังดื่มเพิ่มเข้าไปอีก จึงทำให้เมาไม่เป็๲ท่าเลย แต่ก็มีบางอย่างที่พอจะเป็๲ท่าอยู่บ้าง สำหรับเขาและหญิงสาวตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ กาย

            พลกฤตหันมามองใบหน้าสวยหวานของพรกรัณย์ ซึ่งเธอรู้สึกว่าเขากำลังมองเธออยู่ เธอจึงหันไปมอง ดวงตากลมโตคู่สวยปะทะเข้ากับดวงตาคมกริบพอดี เธอเห็นบางสิ่งบางอย่างในดวงตาคู่นั้น จึงทำให้เธอเกิดอาการประหม่า เขินอายขึ้นมา และก็ทำให้ไม่อาจสู้ดวงตาคมกริบนั้นได้อีกต่อไป จึงแสร้งก้มลงมองแก้วเครื่องดื่มของตัวเอง

            “พี่กฤตไม่ต้องขอโทษพวกเราหรอก พวกเราเข้าใจ”

            พรกรัณย์พูดกับพลกฤต อย่างเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเขา ดีเท่าไรแล้วที่เขาดูเหมือนจะฟื้นจิตใจได้เร็วไว หากเป็๞คนอื่นๆ หรือเธอ ไม่แน่ว่าตอนนี้คงไม่มีกระจิตกระใจ จะมานั่งกินข้าวกับใครอย่างแน่นอน

            “นี่น้ำชา เดี๋ยวฉันมานะ ขอลงไปเดินดูทะเลหน่อย...”

            “เดี๋ยวมานะคะ”

            พรกรัณย์เอ่ยกับชาลิสา แล้วหันไปเอ่ยกับชายหนุ่มทั้งสองคน แล้วลุกออกจากโต๊ะ เดินลงไปยังทะเล ที่เห็นสลัวๆ ซึ่งในเวลาค่ำคืนอย่างนี้เป็๲๰่๥๹ที่น้ำทะเลลด เธอจึงคิดว่าอยากจะลงไปถ่ายรูปเก็บเอาไว้บ้างอะไรบ้าง อีกอย่างอยากจะออกมาควบคุมความประหม่าของตัวเองด้วย

            พรกรัณย์เดินมาหยุดมองท้องทะเลในที่มืด แต่ยังพอมีแสงสว่างจากร้านอาหารส่องมาให้เห็นอยู่บ้าง เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ค่อยๆ ปล่อยออกช้าๆ เพื่อเป็๞การควบคุมความประหม่าของตัวเองก่อนเป็๞อันดับแรก จากนั้นจึงยกโทรศัพท์มือถือ ขึ้นมาถ่ายวิวทิวทัศน์ท้องทะเลยามค่ำคืน

            “อุ๊ย!!!!.... ขอโทษค่ะ”

            พรกรัณย์ก้าวถอยหลัง แต่ไม่ได้หันไปดูว่ามีคนยืนอยู่ด้านหลัง เธอชนเข้ากับกายแกร่งเข้าอย่างจัง จึงกล่าวขอโทษและรีบหันไปมองบุคคลคนนั้น ก็ต้องเบิกตากว้าง ใบหน้าสวยหวานแดงระเรื่อซับสี ถึงจะเห็นหน้าคนที่ถูกเธอชนไม่ชัด เพราะเขายืนหันหลังให้แสงไฟ แต่ก็รู้ว่านั้นคือพลกฤต

            “ลงมาอยู่ที่สลัวๆ อย่างนี้คนเดียว ไม่รู้หรือไงว่ามันอันตราย”

            เสียงนุ่มทุ้มบอกกล่าวให้พรกรัณย์เข้าใจ ว่าเขาเป็๞ห่วงเธอ จึงเดินตามลงมา และในขณะพูด มือใหญ่ยังคงสวมกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างบางล้มไปกองบนพื้นทราย

            “นกฮูกลงมาแค่จะถ่ายรูปเก็บไว้แป๊บเดียวเอง ไม่ได้จะลงมานานเลย คงไม่น่าจะมีอันตรายอะไรมั้งคะ เพราะตรงนี้ก็ไม่ได้มีใคร มีแสงไฟจากร้านส่องมาให้เห็น ไม่ได้ว่าจะมืดจนมองไม่เห็นสักหน่อย”

            พรกรัณย์ขืนตัวออกจากอ้อมแขนแกร่ง ชายหนุ่มตัวโตยอมปล่อยแต่โดยดี พอออกจากอ้อมแขนแกร่งมาได้ เธอแสร้งเดินถ่ายรูปอีกครั้ง พร้อมกับบอกกล่าวให้เขาเข้าใจไปด้วย ขณะที่เดินถ่ายรูป พลกฤตก็เดินตามเธอไปห่างๆ

            “โอเคค่ะ นกฮูกถ่ายเสร็จแล้ว เรากลับขึ้นไปกันดีกว่า อาหารน่าจะมาเสิร์ฟแล้วล่ะ”

            พรกรัณย์เห็นชายหนุ่มตัวโตเดินตาม จึงถ่ายรู้ไปอีกสองรูป เธอจึงหันไปบอกเขา พลกฤตจึงผายมือใหญ่เพื่อให้เธอเดินขึ้นไปก่อน แล้วเขาค่อยเดินตามไปติดๆ

    ๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙