“ฉันรู้แค่เรื่องสองเรื่อง ถ้านายอยากจะรู้ ฉันจะบอกให้” โรซี่พยักหน้าแล้วพูด “พลังของนิกายหลักนั้นแข็งแกร่ง เพราะงั้นมันจึงเกิดการแข่งขันขึ้นระหว่างพวกเขา นิกายปีศาจก็รวมตัวแต่พวกตัวเอง แม้ว่าจะเป็นแบบนั้น พวกเขาก็ไม่สามารถต้านทาน 8 นิกายหลักได้ ปัจจุบันนี้นิกายปีศาจเป็นการรวมตัวกันของ 6 นิกายที่ใหญ่ที่สุดของปีศาจ
“ทั้ง 6 นิกายประกอบด้วย โล่วชา (รากษส) , หยานโล่ว (ราชานรก) ,ซิ่วโล่ว (อสูร) ,หวู่จี๋ (ไร้ที่สุด) ,เหยาโล่ว (อสูรปีศาจ) แล้ว ฮวงจี่ (อำนาจราชัน) นิกายโล่วชาเป็นนิกายที่ทรงอำนาจที่สุด แต่นิกายหยานโล่วเป็นนิกายที่ประหลาดที่สุด”
“วิธีการฝึกฝนของนิกายหยานโล่ว สามารถพูดได้ว่าเป็นการท้าทายสวรรค์ พวกเขามักจะตระเวนไปทั่วสุสานแล้วดูดซับวิญญาณของคนตาย พวกเขาฝึกความสามารถของเขาโดยการควบคุมวิญญาณคนตาย หนึ่งในจุดเด่นของความสามารถคือ พวกเขาสามารถใช้วิญญาณพร้อมกันแล้วทำให้พวกมันต่อสู้กันเอง ผู้ชนะจะดูดซับพลังของผู้แพ้ แล้วทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วผู้ชนะคนสุดท้ายจะถูกเรียกว่าราชาวิญญาณ”
“ควบคุมวิญญาณ” ฉินเฉาครุ่นคิด จากนั้นเขาก็จำได้ว่าระหว่างที่เขาสู้กับโจวเต๋อ เขาเห็นโจวเต๋อเรียกเปลวไฟสีฟ้าออกมา จากนั้นเหมือนกับเขา ความแข็งแกร่งของร่างกายของเขาเพิ่มขึ้นหลายต่อหลายครั้ง ท้ายที่สุด เมื่อโจวเต๋อพยายามจะจับเขา ไฟสีฟ้าก็กลายเป็นผีแล้วแยกออกจากร่างของเขาเหมือนหางตุ๊กแก เกือบจะทำให้เขาบาดเจ็บ
“ไม่น่าล่ะ ไม่น่าล่ะ” ทันใดนั้นตาของฉินเฉาก็เบิกกว้าง เขาจำได้ว่าวันที่เขาไปดูซูจีซ้อมเต้นที่โรงยิม วันนั้นอยู่ ๆ ชั้นวางของก็ตกลงมาแล้วซูจีก็รอดอย่างหวุดหวิด
“ฉันรู้แล้ว!” เขาร้องออกมาแล้วกระโดดลงจากเตียง “วันนั้นที่โรงยิม เขาต้องใช้ให้ผีเข้าสิงหนึ่งในนักเรียน จากนั้นเขาก็ใช้ความสามารถของผีกระชากชั้นให้ตกลงมา วันนั้นฉันถูกโจวเต๋อตบตาโดยสิ้นเชิง”
“ความสามารถในการสังหารของนิกายหยานโล่ว สุดยอดจริง ๆ ไม่มีมนุษย์ธรรมดาคนไหนที่จะต่อต้านได้”
“แต่ว่าถ้าใช้คาถาฆ่ามนุษย์ พวกเขาจะไม่ถูกสวรรค์ลงทัณฑ์เหรอ?” ฉินเฉาอดถามออกมาไม่ได้
“นั้นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม นิกายหยานโล่วปัจจุบันถึงมีสภาพอย่างนี้” โรซี่ยักไหล่ “พวกศิษย์ของพวกเขาไม่สามารถเข้าสู้ขั้นสร้างรากฐานได้ ดังนั้นพวกเขาจึงเพลิดเพลินกับการใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์ ผลลัพธ์คือนิกายของพวกเขาแทบไม่มีผู้เชี่ยวชาญอยู่เลย เท่าที่ฉันรู้มา พวกเขามีแค่ผู้เชี่ยวชาญขั้นหวนคืนสู่จุดกำเนิด แค่คนเดียว ซึ่งนั่นเป็นผู้นำของพวกเขา”
“ขอคิดแป๊บหนึ่งนะ วันนั้นนักเรียนคนไหนลงมือกับฉันหว่า” ฉินเฉาอยู่ในห้วงความคิด เขากำลังคิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงยิม วันนั้นคนที่ไม่มีอะไรทำมีสองคน เขาแล้วก็...ใช่แล้ว! อีกคนคือประธานซุนนั่นเอง!
“ซุนเสี่ยวเฟิง!” ฉินเฉาขบฟัน “ฉันไม่คิดเลยว่าจะเป็นนาย!”
“ดูท่าทางโมโหของนายสิ” โรซี่หัวเราะ แล้วพูดว่า “เมื่อผู้คนถูกวิญญาณสิงสู่พวกเขาหรือเธอจะสูญเสียความนึกคิดไป”
“มันเป็นอย่างนั้นหรอกเหรอ” ฉินเฉาหายใจเข้าลึก ๆ แล้วผ่อนคลายตัวเอง “เอ่อ โรซี่ เธอมีวิธีที่ฉันจะใช้กำลังเอาผีออกจากตัวซุนเสี่ยวเฟิงมั้ย?”
“ฉันไม่สามารถช่วยนายได้ เพราะว่าร่างกายของเขาถูกราชาวิญญาณสิงอยู่” โรซี่โบกมือ แล้วพูดว่า “ถ้าแค่นายขอพรกับฉันล่ะก็ เพียงแค่เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้ สำหรับปีศาจแบบฉัน ฉันสามารถช่วยนายให้จัดการกับมันได้แน่นอน!”
“ลืมไปซะ ฉันจะหาทางเอง” ฉินเฉาไม่อยากจะเสียพรไปโดยเปล่าประโยชน์ เขาโบกมือแล้วจากนั้นก็นอนลงกับเตียง “โรซี่ ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ แต่ตอนนี้กลับไปได้แล้วล่ะ”
“โอ้ ผู้ใช้ใจร้าย หลังจากได้ข้อมูลที่นายต้องการ นายก็ไล่ฉันเลยเหรอ”
“งั้นทำไมเราสองคนไม่มานอนด้วยกันล่ะ?”
“แน่นอน ทำไมจะไม่ล่ะ” โรซี่หัวเราะคิกคัก เคาะตัวเธอเบา ๆ ลอยขึ้นแล้วลงมานอนข้าง ๆ ฉินเฉา หน้าอกขนาดใหญ่ของเธอทับแขนของฉินเฉา “เอาล่ะ นายอยากให้ฉันนอนทับนายมั้ย?”
“โรซี่ รีบกลับไปได้แล้ว! ยัยเด็กเลว!” ฉินเฉาหน้าแดงเหมือนเป็นไข้ ร่างกายเลือดเนื้อที่อ่อนนุ่มของโรซี่ทำให้หัวใจของเขาเต้นถี่ ก่อนที่เขาจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ ทันใดนั้นเขาก็ผลักโรซี่ออกไป
“ฉันเป็นปีศาจ ไม่ใช่ตัวเลวร้ายสักหน่อย ตราบเท่าที่เป็นปีศาจ ฉันสามารถเติมเต็มความปรารถนาที่ชั่วร้ายของนายได้” โรซี่หัวเราะ “เอาล่ะ... ถ้างั้นฝันดีแล้วกันนะ”
เมื่อฉินเฉาหันกลับไป เขาก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของโรซี่ คืนนี้ฉินเฉานอนคนเดียวไม่มีใครนอนเป็นเพื่อน
………...
เมื่อเจียงตงปรากฏตัวต่อหน้าซูเฟยในที่พักตระกูลซู ท่าทางของเขาดูไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นยังมีรอยเลือดอยู่มุมปากของเขาอีกด้วย ซูเฟยถามด้วยความแปลกใจ “เจียงตง ใครทำให้นายมีสารรูปแบบนี้กัน?”
เจียงตงเป็นพ่อบ้านมืออาชีพที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวด ไม่เพียงแค่สามารถจัดการงานบ้านได้อย่างดีเยี่ยม เขายังสามารถจัดการธุรกิจได้ นอกจากนี้ เขายังรู้กังฟูแล้วยังชำนาญเรื่องปืน เมื่อพวกเธอตกอยู่ในอันตราย เขาสามารถจัดการดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้านายในที่พักตระกูลซูได้อีกด้วย
ซูเฟยไม่แปลกใจเลยที่เห็นเจียงตงทำตัวเหินห่างแบบนี้
“คุณหนูใหญ่ มันไม่เป็นไร ผมแค่ไปเตะเจอตอเข้าเท่านั้นเอง” เจียงตงรู้สึกช่วยไม่ได้ที่ต้องอธิบายเรื่องน่าอายของเขาออกไปให้ซูเฟยฟังอย่างไม่มีทางเลือก
“แล้วเรื่องฉินเฉาล่ะ?”
“เขากลับบ้านไปแล้ว”
“ที่ถนน เขาไม่ได้พยายามที่จะล่วงเกินซูจีใช่มั้ย?”
“ขอโทษด้วยครับคุณหนูใหญ่ ผมแพ้เขา”
“นายแพ้เขา?” ซูเฟยแปลกใจอีกครั้ง เธอจ้องเจียงตงโดยไม่กะพริบตา
เจียงตงหน้าแดงแล้วพูดว่า “ผมขอโทษครับ คุณหนูใหญ่ ผม ผมถูกฉินเฉาจัดการ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมสารรูปผมจึงเป็นแบบนี้”
“อ่า?” ซูเฟยดันแว่นที่จมูกของเธอ เธอรู้ว่าฉินเฉามีความสามารถ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สามารถช่วยน้องสาวของเธอจากอันธพาลพวกนั้นที่สวนสาธารณะเจาหยางได้หรอก
อย่างไรก็ตาม เจียงตงไม่ใช่คนธรรมดา เท่าที่เธอรู้ เจียงตงเป็นลูกศิษย์ของโรงเรียนสอนหมัดแปดทิศ ที่เป็นที่สอนกังฟูระดับชาติคนธรรมดาไม่สามารถทำร้ายเขาได้
“ผมขอโทษครับ คุณหนูใหญ่ เป็นความผิดของผมเอง ผมจะจัดการเอง!” เจียงตงร้องออกมา ซูเฟยโบกมือ
“ลืมมันซะ เจียงตง เพียงแค่จับตาดูเขาไว้ก็พอแล้ว อย่าปล่อยให้เขาเข้าใกล้ซูจีได้ก็พอ”
“ปกป้องคุณหนูของบ้านเป็นหน้าที่ของพ่อบ้านที่ดีครับ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ผมจะไม่ปล่อยให้ฉินเฉาเข้าใกล้คุณหนูรองเด็ดขาด”
เจียงตงพูดอย่างมั่นใจ
“พอแล้ว ไปใส่ยาซะ อย่าปล่อยให้มันติดเชื้อ”
“ครับ คุณหนู”
หลังจากที่เจียงตงจากไป ซูเฟยนั่งอยู่บนโซฟาอย่างว่างเปล่า เธอกำลังคิดเกี่ยวกับคำพูดที่ฉินเฉาพูดกับเธอเมื่อคืน
“ผมก็ผิดหวังกับคุณมากเหมือนกัน”
‘เขาผิดหวัง? ผิดหวังเรื่องอะไร? ชายคนนี้ คิดว่าตัวเองเป็นใคร!? ไม่ใช่ว่าเขาเป็นแค่การ์ดตัวเล็ก ๆ หรอกเหรอ!?’
ซูเฟยรู้สึกโกรธ แต่ทันใดนั้นก็มีภาพเหตุการณ์ ๆ หนึ่งปรากฏขึ้นในใจเธอ
ที่ชั้น 7 ของตึก เพื่อที่จะช่วยเด็กผู้หญิง ฉินเฉาไม่ลังเลที่จะกระโดดลงมา ในตอนนั้นการกระทำของเขาทำให้เธอตกใจ
คำพูดที่ฉินเฉาตะโกนใส่เธอที่ออฟฟิศวันนั้น “ฉัน ฉินเฉา ตัวคนเดียว ไม่เคยกลัวอะไร ตั้งแต่ที่คุณตัดสินใจไม่ช่วยอวี๋เชี่ยน ฉันจะช่วยเธอเอง!” ลอยมาเข้าหูเธอ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ฟางหัวตายในหลายวันถัดมา
นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เธอไม่ต้องการให้ฉินเฉามีความสัมพันธ์กับน้องสาวเธอ
‘เป็นคนยังไงกันแน่ ผู้ชายคนนี้?’ ซูเฟยหยิบหมอนที่อยู่บนโซฟาขึ้นมากอด เธอเงียบเป็นเวลานาน
“พี่ฉิน วันนี้คุณจะไปดูการซ้อมเต้นอีกมั้ย?” จางลี่หยิบไฟแช็กออกมาแล้วจุดบุหรี่ในปากฉินเฉา วันนี้ฉินเฉามาเช้า คนที่อยู่เวรเมื่อคืน จางลี่เป็นคนเปิดประตูให้เขา
“อืม ตอนนี้ ฉันต้องไป” ฉินเฉาพูดในใจว่า ‘ก่อนที่ฉันจะปกป้องเธอจากราชาวิญญาณ ฉันต้องติดตามซูจี’
“ฮ่า ๆ พี่ฉิน ที่นั่นมีสาวน่ารักบ้างมั้ย?”
“น่ารักทุกคนแหละ”
“อ๊า! งั้นผมก็อยากจะเห็นด้วย! พี่ฉินพาผมไปด้วย ได้โปรด?”
“พอเถอะ ฉันกลัวนายจะเลือดออกจมูกจนตาย” ฉินเฉาทุบไหล่ของเขา “นายอยู่มาทั้งคืนแล้ว มันจะดีกว่าถ้าวันนี้นายพักซะ กลับบ้านไปนอนเถอะ ถ้านายอยากจะเห็นสาวสวยล่ะก็ นายสามารถหาเอาจากสาว AV ในเน็ตได้”
“แหม มันเทียบไม่ได้กับดูตัวเป็น ๆ หรอก”
“เจ้าเด็กเลว! ไปนอนในห้องสำนักงานซะ” ฉินเฉาเตะเท้าของเขาแล้วด่าไปนิดหน่อย
“แน่นอน แน่นอน! ไว้เราพบกันใหม่ พี่ฉิน!” หลังจากที่อยู่มาทั้งคืน ตาของจางลี่แดงเล็กน้อย เขาลาฉินเฉา จากนั้นก็หันกลับไปแล้วเดินไปนอนที่ห้องสำนักงานรักษาความปลอดภัย
ถ้าหลังจากที่อยู่เวรตอนกลางคืน แล้วยังทำงานต่อในเช้าถัดไป พวกเขาจะได้รับโบนัสเมื่อสิ้นเดือน เมื่อเทียบกับความหนุ่มแน่นของเขา จางลี่มีพลังเหลือเฟือที่จะเก็บโบนัสนั้น
หลังจากส่งจางลี่เข้านอน ฉินเฉาก็ถือเก้าอี้ออกมาจากสำนักงานแล้ววางไว้หน้าประตูทางเข้า จากนั้นก็นั่งสูบบุหรี่ที่นั่น
ซุนเสี่ยวเฟิงเป็นนักศึกษาปีสาม เขาเช่าบ้านอยู่กับแฟนสาวนอกมหาลัย เหตุผลที่ฉินเฉามาแต่เช้าแล้วนั่งอยู่หน้าทางเข้าก็เพื่อรอเจ้าเด็กนี่
เจ้าเด็กนี่มีเรียนเช้า ยิ่งกว่านั้นในคาบเรียนอาจารย์จะเรียกชื่อนักเรียนทีละคน เจ้าเด็กนี่ไม่กล้าไม่มา ถ้าเขาไม่อยากตกวิชานี้
แน่นอน ว่าข้อมูลนี้เขาได้รับมาจากหู่หลี่ลี่
ไม่นานพวกนักเรียนที่ขับรถมาเองก็มาถึง ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ที่เขากระโดดลงมาจากตึก พวกนักเรียนก็รู้ถึงตำนานของการ์ดคนนี้ พวกเขามักจะทักทายฉินเฉาเมื่อพวกเขาผ่านประตูเข้ามา
“หวัดดีตอนเช้า พี่ฉิน!”
“พี่ฉิน ลองนี่ ผมมีจงหัว เอามั้ย?”
“พี่ฉิน พี่กินอะไรหรือยัง? ไปกินกับพวกเรามั้ย?”
พวกคำขอของนักเรียนได้รับคำตอบเป็นยิ้มจากฉินเฉา หวังเหวินคุนก็มาถึงโรงเรียนแล้ว กระเพาะเขาขยายออก มือของเขากำกระบองไฟฟ้า แล้วหน้าของเขาใหญ่เหมือนภูเขาฉางไป่
ชายคนนี้กัดฟัน เขาทำนายที่นี่มาสามสี่ปี ไม่มีนักเรียนคนไหนที่เขาจำไม่ได้ แต่ก็ไม่เคยมีใครทักทายเขา
ตั้งแต่ที่ฉินเฉาโผล่มา เขารู้สึกว่าตำแหน่งผู้กำกับนี้ไม่ปลอดภัย
กระบองไฟฟ้าน้ำตาไหลอาบหน้า เขารู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่วันนี้มาถึงเร็ว
ทันใดนั้น ก็มีสาวสวยมาจากข้างนอก กระบองไฟฟ้าหวังรีบปั้นหน้ายิ้มแล้วเข้าไปทักทายเธอ
“อรุณสวัสดิ์ครับ อาจารย์ซู!”
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ หัวหน้าหวัง” เหมือนจะอยู่ในอารมณ์ที่ไม่ดี คำพูดของเธอดูเหนื่อย ๆ
ฉินเฉาแข็งไปชั่วขณะ เมื่อเขาหันหัวไป ทันใดนั้นพวกเขาทั้งคู่ก็ต่างมองตากัน
ฉินเฉาไม่อาจปกปิดความต้องการที่ปรากฏในสายตาของเขา สิ่งนี้ซูจีสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน อารมณ์บูดของเธอเมื่อกี้ทันใดนั้นก็เปลี่ยนเป็นร่าเริง
แน่นอนว่าเขาคิดถึงเธอ ชายคนนี้เหมือนจะนอนดึก ทำไมเขาถึงมาเช้าขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะอยากจะเจอเธอ? หึ เจ้าตัวโสโครกนี่
ซูจีพยายามเข้าข้างตัวเอง แม้ว่าจริง ๆ แล้ว ฉินเฉาจะมีเหตุผลอื่นก็ตาม แต่เหตุผลหลักที่เขามาเช้าขนาดนี้ก็เพราะซูจีจริง ๆ
เหตุผลหลักก็เพื่อความปลอดภัยของเธอ
“อรุณสวัสดิ์ ฉินเฉา!” สาวน้อยคนนี้ยิ้มกว้าง เมื่อเห็นรอยยิ้มที่คุ้นเคย ความรู้สึกอบอุ่นก็ท่วมท้นใจเขา
“อรุณสวัสดิ์ครับ อาจารย์ซู”
“นายยังอยากจะดูซ้อมเต้นอยู่มั้ยวันนี้?”
“แน่นอน! ตราบเท่าที่เธออยู่ที่นั่น ฉันต้องไปแน่นอน”
“หึ ปากหวาน!” ซูจีหันหนี แต่เธอไม่สามารถปกปิดความสุขที่ปรากฏอยู่บนมุมปากของเธอ
ที่ด้านข้าง หวังเหวินคุนมองอย่างโง่งมกับการพูดคุยของพวกเขา บัดซบ เจ้าฉินเฉาคนนี้! ไม่คิดว่ามันจะกล้าจีบอาจารย์ซูต่อหน้าพวกนักเรียน! เจ้านี่แน่นอนว่ากำลังคบกับซูจี ถ้าเจ้านี่พูดอะไรไม่ดีเกี่ยวกับเขาให้ซูจีฟัง แล้วเขาจะยังมีอนาคตอยู่อีกเหรอ?
เอาเถอะ จากนี้ก็อย่าหาเรื่องเจ้านี่ละกัน
จบตอน#