“ทานข้าวซิ เฮียเตรียมไว้ให้แล้ว” คนที่บอกว่าเตรียมไว้ให้แล้วละสายตาจากไอแพทมามองรินทร์ที่แง้มประตูออกมากจากห้องนอน
“อะ” รินทร์ยิ้มออกมาแล้วพยักหน้าเบาๆ มองคนที่ตอนนี้หันไปสนใจไอแพทในมือต่อ
ก็ได้แต่พาร่างอันอ่อนล้าของตัวเองไปที่โต๊ะอาหาร แต่สายตาก็ไม่วายหันไปมองคิมหันษ์เป็ระยะๆ มองเองก็เขินเอง ‘อยากรู้จังว่าเฮียรู้สึกยังไงกับเื่เมื่อคืน’
“วันนี้เฮียไม่ไปทำงานเหรอคับ” กล้ากล้าๆ กลัวที่จะถามแต่ก็กลั้นใจถามออกไปจนได้
“อืม” มือหนาวางไอแพทลงข้างตัวแล้วดึงแว่นสายตาออกจากใบหน้าคม ก่อนจะลุกเดินเข้าห้องทำงานของตัวเองไปเงียบๆทิ้งให้คนตัวเล็กนั่งเหงาอยู่ที่โต๊ะอาหารเพียงลำพัง
‘เฮียเป็อะไรไปนะ เหมือนไม่ใช่เฮียคนเดิม’ ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง คิมหันษ์ก็เดินออกมาจากห้องทำงานพร้อมกับกุญแจรถในมือ รินทร์ที่เห็นอย่างนั้นก็รีบลุกขึ้นเดินเข้าไปหาคนที่กำลังจะออกจากห้อง
“เฮีย จะออกไปข้างนอกเหรอค๊าบ” คิมหันษ์ที่กำลังจับลูกปิดประตูหันมามองกันเงียบๆ คิ้วหนาของคนตัวสูงขมวดเข้าหากันเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะถอนหายใจออกมา
“ไม่ไปไม่ได้เหรอคับบ อยู่กับหนู” เมื่อคนตัวสูงไม่ตอบคำถามกันแต่กลับจะเดินหนีกันสะอย่างนั่น รินทร์ก็เลยฉวยเอาแขนล่ำของคนตัวสูงเอาไว้
มือเล็กที่เห้อร้อนด้วยพิษไข้ทำเอาคิมหันษ์ต้องหันมามองร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆ ใบหน้าหวานดูซีดเสียว เสียงหวานก็แหบแห้งเหมือนคนไม่สบาย
“ไม่สบายก็ไปนอนพัก” คิมหันษ์ตอบแค่นั่น แล้วดึงมือเล็กที่เกาะแขนของตนเอาไว้ออก แต่มือเล็กก็ไม่ยอมปล่อย ยังคงจับเอาไว้มั่น
“งือ ไม่เอา”
“อย่าดื่อกับเฮีย”
“หนูไม่ดื่อ”
“ถ้าไม่ดื่อก็ปล่อยแขนเฮีย”
“อือ ไม่ เฮียอยู่กับหนูนะ” สองคนสบตากันในความเงียบ…….ก่อนที่คิมหันษ์จะเป็คนละสายตาจากใบหน้าแสนหวานที่มองกี่ครั้งก็ยังน่ารักเหมือนลูกแมวขี้อ้อน
“เฮียอยากอยู่คนเดียว…สักพัก” คำพูดนิ่งๆ ของคิมหันษ์ทำเอามือเล็กร่วงลงข้างตัว ก่อนจะหันหันหลังให้คนตัวสูง เมื่อตัวเองเหมือนจะเก็บเอาก้อนสอื่นไว้ไม่ไหว แต่ก็ยังฝื่นกลืนลงไป แล้วพาร่างบอบบางของตัวเองเดินเข้าห้องนอนมา ร่างเล็กทิ้งตัวลงบนเตียงนอน กอดตัวเองเอาไว้
“ไม่อย่าร้องซิรินทร์ เื่แค่นี้ทำอะไรแกไม่ได้อยู่แล้ว ฮือ ฮืก เฮียแค่เหนื่อย เฮียแค่อยากอยู่คนเดียว ฮืก ฮือ” น้ำตาเม็ดใส่ไกลลงบนหมอนจนเปียกชุม
“ฮือ ฮือ ทำไมต้องเป็แบบนี้ด้วย ฮือ เฮียไม่รักหนูแล้วเหรอ ฮืออ” หลับไปพร้อมน้ำตา……….
ไม่รู้ว่าคือความจริงหรือความฝัน แต่ในฝันเฮียช่างอ่อนโยน ทั้งเช็ดตัวให้กัน ทั้งป้อนยาให้กัน นอนกอดกันทั้งคืน
แต่พอตื่นขึ้นมาในตอนเช้ากลับพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในห้องนอนที่คอนโดเฮีย แต่กลับเป็เตียงของโรงพยบาลเอกชนที่ไหนสักแห้ง มือบางที่ห้อยสายน้ำเกลือไว้ แหละข้างเตียงที่ยังมีกะละมังกับผ้าเช็ดตัวอยู่ ร่างเล็กหันมองรอบห้องก็ไม่มีใครอยู่ข้างใน ก่อนจะได้ยินเสียงน้ำในห้องน้ำ
แต่เมื่อคนที่เปิดประตูออกมากลับไม่ใช่คนที่อยู่ในตวามคิด
“พี่รักษ์” ร่างแบบบางของพี่ชายตนเดินเข้ามาหา มือบางยกขึ้นมาอังหน้าผากมลก่อนจะยิ้มออกมา
“ตัวไม่ร้อนแล้ว” แขนเล็กยกขึ้นมากอดเอวบางของพี่ชายเอาไว้ แล้วซบหน้าลงกับหน้าท้องแบนราบ
“งือ น้องคิดถึงพี่รักษ์ ฮือ ๆ”
“ค๊าบ รู้ว่าคิดถึง เด็กดีของพี่ไม่ร้องไห้นะคับ” มือบางยกขึ้นมายีผมน้องอย่างเอ็นดู
“คุณหมอบอกว่ารอน้ำเกลือหมดถุงก็กลับบ้านได้ แล้วน้องหิวหรือยังทานข้าวต้มไหม เดียวพี่ป้อน”
“ยังก่อนดีกว่าคับ หนูยังไม่หิว” เงยหน้ามองพี่ชายส่ายหน้าเบาๆ ไปกับหน้าอ้อมกอดคนพี่
สายตาของคนพี่มองเห็นรอยแดงที่ลำคอขาวของคนน้อง มือบางแตะไปเบาๆ บนรอยสีกุหลาบจางๆ บนลำคอระหงส์สองพี่น้องสบตากัน มือเล็กยกขึ้นมาจับไปบนคอตัวเอง กำลังจะพูดบอก
เสียงเปิดประตูทำลายความเงียบในห้อง
แล้วร่างสูงของคิมหันษ์ก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับอาหารในมือ
“มาแล้วเหรอ ทำไมนายไปนานจัง นี่เราหิวจะแย่แล้วนะ ” รักษ์ หันไปคุยกับคนตัวสูงที่ยืนอยู่ในห้อง แล้วเดินเข้าไปรับอาหารจากมือของคิมหันษ์ ไปใส่จาน คิมหันมองคนตัวเล็กที่ค่อยๆ นอนลงหันหลังให้กัน
“คิม มาทานข้าว” เสียงของรักษ์เรียกคิมทำให้ต้องเดินออกมาจากเตียงคนไข้
ผ่านไปราว 20 นาที รักษ์ก็เดินกลับมาหาน้องชายพร้อมกับผลไม้ในจาน แล้วนั่งลงข้างกับเตียงคนไข้ โดยมีคิมหันษ์เดินตามมาติดๆ
“น้องรินทร์ ลุกขึ้นมาทานอะไรรองท้องก่อนเร็ว เดียวพี่ป้อน”
“น้องยังไม่หิว ขอไม่กินกินก่อนนะค๊าบ” สายหน้ากับหมอนไม่อยากหันไปมองคิมหันที่ยืนอยู่ใกล้
“ดื่อ ถ้าไม่กินแล้วเมื่อไหร่จะหาย” เสียงนิ่งๆ ของคิมหันษ์พูดแทรกขึ้นมาเมื่อเห็นว่าคนป่วยปฏิเสธ
“โอ้ยยยย รักษ์เราเจ็บนะ” คิมหันษ์ ร้องขึ้นมาเมื่อโดนมือบางของรักษ์ยกขึ้นมาดึงใบหูเข้าให้ มือหนาจับเอามือบางให้ปล่อยออก แล้วกุมมือบางเอาไว้ด้วยกลัวว่าจะโดนอีกรอบ
“สมน้ำหน้า พูดกับน้องเราดีๆ หน่อย” รินทร์ได้แต่มองสองคนที่กำลังจะทะเลาะกัน แล้วค่อยๆ ปิดตาลง ฟังแค่เสียงรอบข้าง
“ปล่อยก่อน ปล่อยมือเราก่อน” รักษ์ดึงมืออกจากมือใหญ่ของคิมหันษ์ แต่คนตรงหน้าไม่ยอมปล่อยมือกันง่ายๆ
“ได้ คิมถ้านายไม่ปล่อยเรากัดนะ” ใบหน้าหวานที่ยื่นหน้ามาจะกัดมือคนเป็เพื่อน แต่ไม่ไวเท่าคนเป็เพื่อนที่รีบปล่อยมือออกทันที
“ชอบแกล้งนักนะวันไหนเราจะแกล้งนายคืนบ้างรักษ์” คนตัวสูงได้แต่บ่นแล้วพละออกมาจากร่างบางแล้วเดินไปนั่งลงตรงโซฟา
เมื่อเห็นว่าคนน้องหลับไปแล้ว และไม่มีทีท่าว่าจะหิวก็ถอดใจแล้วเดินกลับไปนั่งข้างคนตัวโตที่นั้งมองกันอยู่ มือบางวางจานผลไม้ลงบนโต๊ะ แล้วเหลือบไปเห็นแผลที่นิ้วของคิมหันษ์ ก่อนจะควานหาพลาสเตอร์ยาในกระเป๋าของตัวเองออกมา
“ยื่นมือมา”
“แผลนิดเดียวเอง ไม่ต้องแปะพลาสเตอร์หร่อก” แผลบนมือที่ได้จากการปอกผลไม้ให้คนป่วยบนเตียง
“นิดเดียวก็ต้องแปะ” พูดพรางดึงมือของคิมหันมาวางบนตักก่อนจะฉีกพลาสเตอร์ยาเผื่อปิดแผลให้
“เจ็บไหม” รักษ์ถามขึ้นก่อนจะเงยหน้ามองคนตัวโตที่กำลังนั่งมองกันอยู่
“มือนายเบาไม่เจ็บเลย” เผลอสบตากันอีกครั้ง
“เหรอไม่เจ็บเหรอ นี่แน่” คิมหันษ์ร้องขึ้นเบาๆ เมื่อรักษ์กดมือลงบนแผลของตน
“ขี้แกล้ง” ส่วนคนแกล้งก็กลั้นขำเมื่อเห็นว่าคิมหันษ์เหมือนจะง่อนตน
“ไม่ต้องมาง่อนเลย เราไม่ง้อหร่อก” คิมหันษ์เอามือขึ้นมายีผมรักษ์อย่างหมั่นเขี้ยว
สักพักเสียงข้อความในมือถือของรักษ์ก็ดังขึ้น ร่างบางจึงขยับลุกขึ้นก่อนจะหยิบกระเป๋าของตนเองมาถือไว้
“นายจะกลับแล้วหร่อ” คิมหันษ์ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าร่างบางข้างๆ ลุกขึ้นหยิบกระเป๋า
“อืม พี่ฟ้ารออยู่ข้างล่างนะ ฝากน้องเราด้วยนะ นายนะเบาๆ มือหน่อย ถนอมน้องเราด้วย เราเห็นนะรอยที่คอน้องอะ” พูดพรางพร้อมกับส่งสายตาคาดโทษไปให้ ก่อนจะเดินไปที่เตียงคนไข้แล้วก้มลงหอมหน้าผากน้องชาย
“พี่กลับก่อนนะคับ” มือบางยกขึ้นยีผมน้องแล้วเดินออกไป โดยมีสายตาของคิมหันษ์ที่มองตามไป