เธอนะใจร้าย heartless

    ตอนที่ 7

    “ทานข้าวซิ เฮียเตรียมไว้ให้แล้ว” คนที่บอกว่าเตรียมไว้ให้แล้วละสายตาจากไอแพทมามองรินทร์ที่แง้มประตูออกมากจากห้องนอน

    “อะ” รินทร์ยิ้มออกมาแล้วพยักหน้าเบาๆ มองคนที่ตอนนี้หันไปสนใจไอแพทในมือต่อ

    ก็ได้แต่พาร่างอันอ่อนล้าของตัวเองไปที่โต๊ะอาหาร แต่สายตาก็ไม่วายหันไปมองคิมหันษ์เป็๲ระยะๆ มองเองก็เขินเอง ‘อยากรู้จังว่าเฮียรู้สึกยังไงกับเ๱ื่๵๹เมื่อคืน’ 

    “วันนี้เฮียไม่ไปทำงานเหรอคับ” กล้ากล้าๆ กลัวที่จะถามแต่ก็กลั้นใจถามออกไปจนได้

    “อืม” มือหนาวางไอแพทลงข้างตัวแล้วดึงแว่นสายตาออกจากใบหน้าคม ก่อนจะลุกเดินเข้าห้องทำงานของตัวเองไปเงียบๆทิ้งให้คนตัวเล็กนั่งเหงาอยู่ที่โต๊ะอาหารเพียงลำพัง

    ‘เฮียเป็๞อะไรไปนะ เหมือนไม่ใช่เฮียคนเดิม’ ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง คิมหันษ์ก็เดินออกมาจากห้องทำงานพร้อมกับกุญแจรถในมือ รินทร์ที่เห็นอย่างนั้นก็รีบลุกขึ้นเดินเข้าไปหาคนที่กำลังจะออกจากห้อง

    “เฮีย จะออกไปข้างนอกเหรอค๊าบ” คิมหันษ์ที่กำลังจับลูกปิดประตูหันมามองกันเงียบๆ คิ้วหนาของคนตัวสูงขมวดเข้าหากันเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะถอนหายใจออกมา

    “ไม่ไปไม่ได้เหรอคับบ อยู่กับหนู” เมื่อคนตัวสูงไม่ตอบคำถามกันแต่กลับจะเดินหนีกันสะอย่างนั่น รินทร์ก็เลยฉวยเอาแขนล่ำของคนตัวสูงเอาไว้

    มือเล็กที่เห้อร้อนด้วยพิษไข้ทำเอาคิมหันษ์ต้องหันมามองร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆ ใบหน้าหวานดูซีดเสียว เสียงหวานก็แหบแห้งเหมือนคนไม่สบาย

    “ไม่สบายก็ไปนอนพัก” คิมหันษ์ตอบแค่นั่น แล้วดึงมือเล็กที่เกาะแขนของตนเอาไว้ออก แต่มือเล็กก็ไม่ยอมปล่อย ยังคงจับเอาไว้มั่น

    “งือ ไม่เอา” 

    “อย่าดื่อกับเฮีย” 

    “หนูไม่ดื่อ” 

    “ถ้าไม่ดื่อก็ปล่อยแขนเฮีย” 

    “อือ ไม่ เฮียอยู่กับหนูนะ” สองคนสบตากันในความเงียบ…….ก่อนที่คิมหันษ์จะเป็๲คนละสายตาจากใบหน้าแสนหวานที่มองกี่ครั้งก็ยังน่ารักเหมือนลูกแมวขี้อ้อน

    “เฮียอยากอยู่คนเดียว…สักพัก” คำพูดนิ่งๆ ของคิมหันษ์ทำเอามือเล็กร่วงลงข้างตัว ก่อนจะหันหันหลังให้คนตัวสูง เมื่อตัวเองเหมือนจะเก็บเอาก้อนสอื่นไว้ไม่ไหว แต่ก็ยังฝื่นกลืนลงไป แล้วพาร่างบอบบางของตัวเองเดินเข้าห้องนอนมา ร่างเล็กทิ้งตัวลงบนเตียงนอน กอดตัวเองเอาไว้

    “ไม่อย่าร้องซิรินทร์ เ๱ื่๵๹แค่นี้ทำอะไรแกไม่ได้อยู่แล้ว ฮือ ฮืก เฮียแค่เหนื่อย เฮียแค่อยากอยู่คนเดียว ฮืก ฮือ” น้ำตาเม็ดใส่ไกลลงบนหมอนจนเปียกชุม

    “ฮือ ฮือ ทำไมต้องเป็๞แบบนี้ด้วย ฮือ เฮียไม่รักหนูแล้วเหรอ ฮืออ” หลับไปพร้อมน้ำตา……….

    ไม่รู้ว่าคือความจริงหรือความฝัน แต่ในฝันเฮียช่างอ่อนโยน ทั้งเช็ดตัวให้กัน ทั้งป้อนยาให้กัน นอนกอดกันทั้งคืน

    แต่พอตื่นขึ้นมาในตอนเช้ากลับพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในห้องนอนที่คอนโดเฮีย แต่กลับเป็๞เตียงของโรงพยบาลเอกชนที่ไหนสักแห้ง มือบางที่ห้อยสายน้ำเกลือไว้ แหละข้างเตียงที่ยังมีกะละมังกับผ้าเช็ดตัวอยู่ ร่างเล็กหันมองรอบห้องก็ไม่มีใครอยู่ข้างใน ก่อนจะได้ยินเสียงน้ำในห้องน้ำ

    แต่เมื่อคนที่เปิดประตูออกมากลับไม่ใช่คนที่อยู่ในตวามคิด

    “พี่รักษ์” ร่างแบบบางของพี่ชายตนเดินเข้ามาหา มือบางยกขึ้นมาอังหน้าผากมลก่อนจะยิ้มออกมา

    “ตัวไม่ร้อนแล้ว” แขนเล็กยกขึ้นมากอดเอวบางของพี่ชายเอาไว้ แล้วซบหน้าลงกับหน้าท้องแบนราบ

    “งือ น้องคิดถึงพี่รักษ์ ฮือ ๆ” 

    “ค๊าบ รู้ว่าคิดถึง เด็กดีของพี่ไม่ร้องไห้นะคับ” มือบางยกขึ้นมายีผมน้องอย่างเอ็นดู

    “คุณหมอบอกว่ารอน้ำเกลือหมดถุงก็กลับบ้านได้ แล้วน้องหิวหรือยังทานข้าวต้มไหม เดียวพี่ป้อน” 

    “ยังก่อนดีกว่าคับ หนูยังไม่หิว” เงยหน้ามองพี่ชายส่ายหน้าเบาๆ ไปกับหน้าอ้อมกอดคนพี่

    สายตาของคนพี่มองเห็นรอยแดงที่ลำคอขาวของคนน้อง มือบางแตะไปเบาๆ บนรอยสีกุหลาบจางๆ บนลำคอระหงส์สองพี่น้องสบตากัน มือเล็กยกขึ้นมาจับไปบนคอตัวเอง กำลังจะพูดบอก

    เสียงเปิดประตูทำลายความเงียบในห้อง

    แล้วร่างสูงของคิมหันษ์ก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับอาหารในมือ

    “มาแล้วเหรอ ทำไมนายไปนานจัง นี่เราหิวจะแย่แล้วนะ ” รักษ์ หันไปคุยกับคนตัวสูงที่ยืนอยู่ในห้อง แล้วเดินเข้าไปรับอาหารจากมือของคิมหันษ์ ไปใส่จาน คิมหันมองคนตัวเล็กที่ค่อยๆ นอนลงหันหลังให้กัน

    “คิม มาทานข้าว” เสียงของรักษ์เรียกคิมทำให้ต้องเดินออกมาจากเตียงคนไข้

    ผ่านไปราว 20 นาที รักษ์ก็เดินกลับมาหาน้องชายพร้อมกับผลไม้ในจาน แล้วนั่งลงข้างกับเตียงคนไข้ โดยมีคิมหันษ์เดินตามมาติดๆ

    “น้องรินทร์ ลุกขึ้นมาทานอะไรรองท้องก่อนเร็ว เดียวพี่ป้อน” 

    “น้องยังไม่หิว ขอไม่กินกินก่อนนะค๊าบ” สายหน้ากับหมอนไม่อยากหันไปมองคิมหันที่ยืนอยู่ใกล้

    “ดื่อ ถ้าไม่กินแล้วเมื่อไหร่จะหาย” เสียงนิ่งๆ ของคิมหันษ์พูดแทรกขึ้นมาเมื่อเห็นว่าคนป่วยปฏิเสธ

    “โอ้ยยยย รักษ์เราเจ็บนะ” คิมหันษ์ ร้องขึ้นมาเมื่อโดนมือบางของรักษ์ยกขึ้นมาดึงใบหูเข้าให้ มือหนาจับเอามือบางให้ปล่อยออก แล้วกุมมือบางเอาไว้ด้วยกลัวว่าจะโดนอีกรอบ

    “สมน้ำหน้า พูดกับน้องเราดีๆ หน่อย” รินทร์ได้แต่มองสองคนที่กำลังจะทะเลาะกัน แล้วค่อยๆ ปิดตาลง ฟังแค่เสียงรอบข้าง

    “ปล่อยก่อน ปล่อยมือเราก่อน” รักษ์ดึงมืออกจากมือใหญ่ของคิมหันษ์ แต่คนตรงหน้าไม่ยอมปล่อยมือกันง่ายๆ

    “ได้ คิมถ้านายไม่ปล่อยเรากัดนะ” ใบหน้าหวานที่ยื่นหน้ามาจะกัดมือคนเป็๞เพื่อน แต่ไม่ไวเท่าคนเป็๞เพื่อนที่รีบปล่อยมือออกทันที

    “ชอบแกล้งนักนะวันไหนเราจะแกล้งนายคืนบ้างรักษ์” คนตัวสูงได้แต่บ่นแล้วพละออกมาจากร่างบางแล้วเดินไปนั่งลงตรงโซฟา

    เมื่อเห็นว่าคนน้องหลับไปแล้ว และไม่มีทีท่าว่าจะหิวก็ถอดใจแล้วเดินกลับไปนั่งข้างคนตัวโตที่นั้งมองกันอยู่ มือบางวางจานผลไม้ลงบนโต๊ะ แล้วเหลือบไปเห็นแผลที่นิ้วของคิมหันษ์ ก่อนจะควานหาพลาสเตอร์ยาในกระเป๋าของตัวเองออกมา

    “ยื่นมือมา” 

    “แผลนิดเดียวเอง ไม่ต้องแปะพลาสเตอร์หร่อก” แผลบนมือที่ได้จากการปอกผลไม้ให้คนป่วยบนเตียง

    “นิดเดียวก็ต้องแปะ” พูดพรางดึงมือของคิมหันมาวางบนตักก่อนจะฉีกพลาสเตอร์ยาเผื่อปิดแผลให้

    “เจ็บไหม” รักษ์ถามขึ้นก่อนจะเงยหน้ามองคนตัวโตที่กำลังนั่งมองกันอยู่

    “มือนายเบาไม่เจ็บเลย” เผลอสบตากันอีกครั้ง

    “เหรอไม่เจ็บเหรอ นี่แน่” คิมหันษ์ร้องขึ้นเบาๆ เมื่อรักษ์กดมือลงบนแผลของตน

    “ขี้แกล้ง” ส่วนคนแกล้งก็กลั้นขำเมื่อเห็นว่าคิมหันษ์เหมือนจะง่อนตน

    “ไม่ต้องมาง่อนเลย เราไม่ง้อหร่อก” คิมหันษ์เอามือขึ้นมายีผมรักษ์อย่างหมั่นเขี้ยว

    สักพักเสียงข้อความในมือถือของรักษ์ก็ดังขึ้น ร่างบางจึงขยับลุกขึ้นก่อนจะหยิบกระเป๋าของตนเองมาถือไว้

    “นายจะกลับแล้วหร่อ” คิมหันษ์ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าร่างบางข้างๆ ลุกขึ้นหยิบกระเป๋า

    “อืม พี่ฟ้ารออยู่ข้างล่างนะ ฝากน้องเราด้วยนะ นายนะเบาๆ มือหน่อย ถนอมน้องเราด้วย เราเห็นนะรอยที่คอน้องอะ” พูดพรางพร้อมกับส่งสายตาคาดโทษไปให้ ก่อนจะเดินไปที่เตียงคนไข้แล้วก้มลงหอมหน้าผากน้องชาย

    “พี่กลับก่อนนะคับ” มือบางยกขึ้นยีผมน้องแล้วเดินออกไป โดยมีสายตาของคิมหันษ์ที่มองตามไป