บ้านตระกูลโจว...
ท่านผู้เฒ่าฉีซื่อ อ๋องจินอู่และคนของเขา พากันเดินเข้ามาด้านในห้องโถงใหญ่ของบ้านรวมไปถึงการเรียกคนทั้งตระกูลออกมารวมตัวทั้งหมด เพื่อทำการสอบถามเื่ราวต่างๆและจะได้รับรู้เื่ราวที่เกิดขึ้นไปพร้อมๆกัน ฉีซื่อให้ท่านผู้เฒ่าไปหยิบสมุดบัญชีของตระกูลมาให้ตนก่อนจะเริ่มทำการสอบถาม
“ซิ่นเผิง วันนี้เราเพิ่งจะเจอกันครั้งแรกข้าเองก็รู้สึกเสียดายที่เราต้องมาทำความรู้จักกันในสถานการณ์เช่นนี้” ฉีซื่อเอ่ยขึ้น
“นายน้อย ข้ารู้ว่าข้าผิด แต่ข้าอยากจะขอโอกาสท่านข้าจะไม่ทำอีกแล้ว ไม่กล้าอีกแล้วขอรับ” ซิ่นเผิงยังคงขอร้องฉีซื่อไม่หยุด
“ตามกฏของตระกูลคือต้องไล่เ้าไป และต้องติดประกาศให้คนทั่วไปรับรู้กันแต่ตามกฏหมายเ้าต้องโทษใหญ่หลวงนัก เพราะอาจจะผิดฐานยักยอกทรัพย์ได้เลยซึ่งข้าเองก็ไม่อยากจะคิดว่าจุดจบของเ้าจะเป็เช่นไร”ฉีซื่อยังคงพูดย้ำจากที่เคยพูดมา
“เ้าเลือกมาจะให้ทำเช่นไร” อ๋องจินอู่เริ่มลำคาญขึ้นมาแล้วที่ฉีซื่อยังไม่รีบจัดการอะไรสักที
“ซิ่นเผิง นอกจากเื่นี้แล้วเ้ายังทำเื่อื่นอีกหรือไม่” ฉีซื่อถามคำถามใหม่พร้อมกับหยิบสมุดบัญชีของตระกูลโยนไปที่หน้าของซิ่นเผิง
แน่นอนว่าซื่นเผิงหยิบขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้เปิดออกแต่อย่างใด เขานั่งคุกเข่ากำหมัดแน่นก่อนจะตัดสินใจเอ่ยออกมาในที่สุดว่านอกจากการแอบเอาบ้านมาปล่อยเช่าแล้วเขายังแอบปรับแต่งบัญชีเื่รายได้ในการทำการค้าของตะกูลในแถบชายนี้อยู่บ่อยๆไม่ว่าจะเป็ค่าเช่าเทียบท่าเรือ กิจการค้าชา กิจการค้าหนังสัตว์แต่เขาไม่ได้ปรับแต่งบัญชีทุกเดือน บางเดือนก็ทำ บางเดือนก็ไม่ได้ทำเพื่อความแเีนั้นเอง
ส่วนฉีซื่อก็นั่งฟังเงียบๆไม่ได้แสดงอารมณ์ใดใดออกมา ต่างจากอ๋องจินอู่ที่ตอนนี้ยืนกำกระบี่ในมือแน่นแล้ว อยากจะชักมันออกมาเต็มทีแต่ก็ต้องรอสัญญาณจากฉีซื่อก่อนส่วนทางด้านท่านผู้เฒ่าตอนนี้ทั้งเสียใจ ทั้งโกรธลูกชายตน จนเป็ลมหมดสติไปเสียแล้วแถมยังเอาแต่พูดว่าทั้งหมดเป็ความผิดของตนทั้งสิ้นที่สะเพร่าเกินไป
“เ้าดูเอาเถิดว่าบิดาเ้าเป็เช่นไร” อ๋องจินอู่กัดฟันพูดเพื่อบอกให้ซิ่นเผิงหันไปมองที่ท่านผู้เฒ่าซึ่งตอนนี้ร้องไห้ทุบ-อก เสียใจ จนเป็ลมล้มพับไปครั้งแล้วครั้งเล่า
“นายน้อย ข้าน้อยขอโอกาสท่านเถอะขอรับ ขอไม่อยากไปจากที่นี่เพราะข้าน้อยเองก็ห่วงบิดาที่ตอนนี้แก่ชรามากแล้ว ภรรยาของกระหม่อมก็กำลังตั้งครรภ์ข้าน้อยขอสาบานต่อท่าน ข้าไม่กล้าทำอีกแล้ว และจะไม่ทำอีก” ซิ่นเผิงยังคง-วอแวไม่เลิก
“พอทำผิดก็ขอให้อาฉีละเว้นโทษ ทำเป็มาอ้างความกตัญญูแต่ตอนที่เ้าคิดจะทำความกตัญญูไม่ได้ช่วยดึงสติเ้าไว้บ้างเลยหรือไร” อ๋องจินอู่เริ่มเหลืออดเหลือทน
“เอาละ! ข้าปวดหัวจะะเิแล้วเอาเป็ว่าข้าจะให้เ้าทำคุณไถ่โทษก็แล้วกัน ที่ข้ายอมแบบนี้เพราะข้าเห็นท่านผู้เฒ่าหรอกน่ะ” ฉีซื่อยอมให้เื่นี้ผ่านไปในที่สุด เพราะยังไงก็คนเก่าคนแก่
“ขอบคุณ ขอบคุณขอรับนายน้อย ต่อไปข้าจะตั้งใจทำงานให้ดีไม่ให้นายน้อยต้องผิดหวังเลยขอรับ” ซิ่นเผิงคุกเข่าก้มทำความเคารพขอบคุณเป็การใหญ่
“แต่! ก็ไม่ได้หมายความว่าเ้าไม่มีความผิดนะเื่ในครั้งนี้ข้าจะคาดโทษเ้าเอาไว้ก่อน”
“ขอรับ...” ซิ่นเผิงตอบรับแต่โดยดี
“ดี! ข้าถือว่าข้าพูดชัดเจนแล้วงั้นเื่ตัวเลขในบัญชีไปจัดการให้เรียบร้อย รวมถึงของที่เ้ายักยอกไปทั้งหมดมีคืนเท่าไหร่ก็คืนมา บันทึกลงไปให้เรียบร้อย เ้าเข้าใจแล้วใช่ไหม” ฉีซื่อเอ่ยอย่างใจเย็น
“ขอรับนายน้อย ข้าจะรีบทำให้ท่านให้เสร็จก่อนท่านกลับขอรับ”
“ดี!งั้นข้าจะพูดเื่ต่อไป....”
“......”ซื่นเผิงเงยหน้ามองฉีซื่อทำท่าทางตั้งใจฟัง
“ข้าจะให้เ้าดูแลคลังสินค้าของข้า ทั้งการรวบรวมและนำส่งให้ข้าข้าจะ้าใช้คนทั้งหมดหกคนเ้าไปหามา เ้าทำได้หรือไม่” ฉีซื่อพูดจบตอนนี้เริ่มมีเสียงซุบซิบกันเกิดขึ้น แต่ฉีซื่อก็ไม่ได้สนใจ ก่อนจะสั่งให้คนที่ไม่เกี่ยวออกไปให้หมดจนตอนนี้เหลืออยู่เพียง ฉีซื่อ อ๋องจินอู่(คนนี้ไล่ก็ไม่ยอมออกไป) ท่านผู้เฒ่าและซิ่นเผิงเท่านั้นโดยฉีซื่อได้อธิบายรายละเอียดและวิธีการทำงานของตน โดยเขาจะให้ซิ่นเผิงรวบรวมตรวจนับและลงบัญชี แล้วนำมาส่งให้ฉีซื่อเมืองหลวง โดยของที่ได้รับ จำนวนในบัญชีต้องตรงกันทั้งหมดทั้ง3 ใบรายการ ดังนี้ ใบรายการที่ฉีซื่อสั่ง ใบรายการการส่งจากเ้าของร้าน และใบรายการจากผู้นำส่ง(ที่มากับขบวนสินค้า) และพอตกลงกันได้ทุกคนต่างก็พากันแยกย้ายไปทำงานของตนซิ่นเผิงเองก็เร่งนำคนไปทำสะอาดบ้านหลังนั้นทันที เพราะเดี๋ยวตกบ่ายจะเริ่มมีสินค้าทยอยมาส่งแล้ว
“นายน้อยขอรับ ท่านจะไปนั่งพักที่เรือนพักชั่วคราวของนายหญิงก่อนหรือไม่ขอรับเรือนนั้นท่านสามารถไปนั่งพักผ่อนได้เลยขอรับ เพราะข้าน้อยให้คนไปทำความสะอาดไว้แล้วขอรับ”ซิ่นเผิงเอ่ยถามก่อนตัวเขาจะออกไปทำงานของตน
“อื้ม ก็ดี เดี๋ยวข้าจะแวะไปเสียหน่อย แล้วเดี๋ยวค่ำๆข้าจะแวะมาดูของก็แล้วกัน”
“ขอรับงั้นข้าน้อยจะเอาของว่างนำหน้าท่านไปก่อนนะขอรับ” พูดจบซิ่นเผิงก็ไปทำภารกิจของตนรวมถึงฉีซื่อด้วยที่ตอนนี้ เดินออกไปจากบ้านตระกูลโจวทันที แล้วเดินเล่นเตร็ดเตร่ไปเรื่อยๆ
“พี่จิน...ท่านมีอะไรจะพูด ท่านก็พูดมาเถิดท่านเอาแต่ทำหน้าแบบนี้ คนอื่นไม่รู้ เขาจะคิดว่าท่านมาเดินตามฆ่าคนได้น่ะ” ฉีซื่อเอ่ยเย้าแหย่ เพราะเห็นอ๋องจินอู่อารมณ์ไม่ดีนัก
“ทำไมเ้าต้องทำแบบนี้ ข้าไม่เข้าใจ ทำไมต้อง...ฮึ่ย!! เ้าทำให้ข้าผิดหวังนัก” อ๋องจินอู่พูดอย่างอารมณ์เสีย
“ข้าไม่ใช่ท่านที่ใหญ่คับฟ้ามีฝ่าาคอยหนุนหลัง ชี้เป็ชี้ตายไม่สนลูกใคร แต่ข้าคนธรรมดา ข้าแซ่ฉีไม่ใช่แซ่โจว คนพวกนั้นเป็คนของท่านแม่ข้า ข้าจะทำอะไรย่อมต้องไว้หน้าท่านแม่ข้าด้วยแล้วอีกอย่าง เื่นี้ ข้าคิดว่า ท่านแม่ของข้าอาจจะรู้แล้วก็ได้ แต่ท่านคงมีเหตุผลบางอย่างดังนั้นข้าจะตัดสินโทษแทนท่านแม่ข้าเลย เห็นทีจะไม่เหมาะ”ฉีซื่อพยายามอธิยายอ๋องจินอู่ไป ระหว่างกำลังเดินทางไปยังเรือนรับรองชั่วคราว
“เ้าก็เลยคาดโทษเขาเอาไว้ก่อนอย่างนั้นหรือ”
“ใช่แล้วอย่างน้อยคนทั้งบ้านก็รู้ว่ามีเื่นี้เกิดขึ้น หากต่อไปภายภาคหน้า เกิดขึ้นอีกข้าจะให้ท่านจัดการเลย ดีหรือไม่” ฉีซื่อยื่นข้อเสนอเป็การปลอบใจอ๋องจินอู่
“ก็ได้ ครั้งนี้ข้าจะยอมให้เ้าก็แล้วกัน...แต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจ ทั้งที่เกิดเื่ขนาดนี้เ้าก็ยังจะกล้าใช้งานเขาอีกนะอาฉี”
“พี่จิน ข้าเพียงแต่คิดว่า คนนี้ยังมีประโยชน์ตอนที่เขาพูดว่า ตระกูลโตวมีบ้านว่างตั้งหลายหลัง ปีปีนึงต้องเอาเงินไปซ่อมบำรุงแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์...ประโยคนี้ ทำให้ข้าคิดได้ ว่าคนนี้หากได้มาช่วยทำการค้าคงจะดี” ฉีซื่อยิ้มร่าอธิบายอย่างมีความสุข
“ก็นับว่าเขาเป็คนฉลาด แต่เ้าต้องระวัง” อ๋องจินอู่ยังคงเสียงเข้มใส่ฉีซื่อ
... ทำไมเ้าถึงได้มองคนในแง่ดีได้ขนาดนี้กันน่ะอาฉี...
“ทำไมข้าต้องระวัง ก็ในเมื่อท่านเป็คนพูดกับข้าเองมิใช่หรือว่ามีท่านอยู่ข้าไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น” ฉีซื่อพูดเย้าแหย่พร้อมกับยื่นจอกน้ำชาให้อ๋องจินอู่เพราะตอนนี้ พวกได้เดินมาถึงเรือนรับรองนี้แล้ว
“เ้าพูดแบบนี้ เห็นทีข้าต้องให้รางวัลเสียแล้ว” พูดจบอ๋องจินอู่ก็กระชับเอว ดึงฉีซื่อมาโอบกอดแล้วให้นั่งลงบนตัก
“พี่จิน...น... ท่าน...อย่าน่ะ!” ฉีซื่อรีบร้องห้ามทันที เพราะที่นี้ไม่ใช่ที่พักของตน
“ฮ่าๆๆ เ้ากลัวอะไร ที่นี่เรือนรับรองของแม่เ้าไม่ใช่หรือทำไมเ้ายังต้องระแวงอีกละอาฉี”
“พี่จิน เพียงแต่ว่า ข้า...อื้มมม!!” อ๋องจินอู่ไม่รอช้าดึงหน้าฉีซื่อเข้ามาจูบทันที จูบทั้งๆที่ยังมีขนมอยู่ในปากของฉีซื่อ
“หวาน...น... อร่อยจริงๆ ขนมของเ้า” อ๋องจินอู่ถอนจูบแล้วเลียที่ริมฝีปากตนเองต่อหน้าฉีซื่อ ที่ตอนนี้กำลังชะงักงันหน้าแดงผ่าวก่อนจะค่อยๆตั้งสติได้ในเวลาต่อมา
“งั้นข้าจะป้อนท่านอีกคำก็แล้วกัน” พูดจบฉีซื่อก็เอาขนมเข้าปากแล้วตามด้วยการประกบปากของอีกคน ทั้งคู่จูบแลกลิ้นจูบกันอย่างดูดดื่มช่วยกันเคี้ยวขนม แบ่งกันกิน แบ่งกันกลืน เป็การจูบที่เนิ่นนาน นานจนตอนนี้สายคาดเอวของฉีซื่อได้ถูกใครอีกคนปลดออกอย่างไม่รู้ตัว แล้วทิ้งลงพื้นเอาไว้อยู่ทางด้านนอกระเบียงก่อนตัวเ้าของนั้นจะถูกอุ้มเข้าไปไปห้องด้านใน