“สามร้อยล้านหรอ มันไม่ใช่เงินก้อนใหญ่อะไร ฉันจะโทรขอเช็คทันที” เถิงเฟยพูดอย่างใจเย็น
เห็นเถิงเฟยพูดแบบนั้น โจวเหวินเชากับต่งเทียนปาก็ผงะ พวกเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าผู้จัดการสาวงามคนนี้ถึงขนาดตัดสินใจเบิกเงินสามร้อยล้านได้ทันที ต้องรู้ว่าแม้แต่คนอย่างพวกเขา สามร้อยล้านก็ถือเป็นเงินจำนวนมหาศาล พวกเขาไม่คิดเลยว่าเถิงเฟยจะตอบรับข้อเสนอทันที
เมื่อเห็นแบบนั้นต่งเทียนปาก็กลอกตา ความโลภของเขาก็เพิ่มขึ้นเขาพูดด้วยน้ำเสียงล้ำลึกว่า “คุณเถิงสามร้อยล้านเป็นแค่ราคาที่ดินเท่านั้น ถ้าคุณต้องการพัฒนาที่ดินต่อเกรงว่าสามร้อยล้านคงไม่พอ”
เถิงเฟยยิ้มเบาๆ “คุณต้องการตัวเลขเท่าไหร่ล่ะ”
ต่งเทียนปาไม่ได้ตอบ เขามองไปยังโจวเหวินเชาเขารู้ว่าโจวเหวินเชาไหวพริบดีกว่าเขา
โจวเหวินเชา ไม่ได้คิดว่าเถิงเฟยที่ดูเฉลียวฉลาด จะไม่มีความลังเลเรื่องจ่ายเงินแม้แต่น้อย นี่คือแกะตัวอ้วนอย่างแน่นอนถ้าเขาไม่ขูดเลือดขูดเนื้ออีกฝ่าย คงจะต้องเสียใจที่พลาดโอกาสนี้ เขาจึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “ผู้จัดการเถิง พวกเราไม่ได้โลภอะไรหรอก รวมทั้งหมด สี่ร้อยล้านเราสามารถทำงานร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ที่พวกเราต้องการได้”
เถิงเฟยได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า “อืม เงินสี่ร้อยล้านไม่ใช่ปัญหา แค่โทรกริ๊งเดียวดิฉันก็นำออกมาได้แล้ว”
ได้ยินอย่างนี้โจวเหวินเชา กับ ต่งเทียนปาก็ตื่นเต้นพวกเขาเหมือนเห็นภูเขาทองคำตั้งอยู่ตรงหน้า
แต่หลังจากเถิงเฟยพูดจบ เขาพูดต่อทันที “อย่างไรก็ตามถึงแม้ดิฉันจะเอาเงินออกมาได้ง่ายๆ แต่ดิฉันก็ให้คุณไม่ได้”
"อะไรนะ? "โจวเหวินเชา และต่งเทียนปาต่างเบิกตากว้าง แล้วมองไปยังเถิงเฟิงด้วยความขุ่นเคือง
เถิงเฟยยิ้มแล้วพูดว่า “แน่นอน ดิฉันให้คุณไม่ได้ ถึงแม้สำหรับเราเงินแค่นั้นมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เงินก็ไม่ได้เสกมาจากลม เราจึงไม่สามารถใช้จ่ายกับสิ่งที่เราไม่ควรจ่าย โครงการของเรามีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาภูเขาชุ่ยผิงเท่านั้น เราไม่จำเป็นต้องสนใจที่ดินรอบนอก นอกจากมูลค่าที่ดินรอบนอกเพิ่มนิดหน่อยแต่มันจะสร้างประโยชน์อะไรให้กับเราได้ ถ้าคุณต้องการนำมันไปพัฒนา ทางเราก็ยินดีมาก ดังนั้นเชิญพวกคุณพัฒนาไปได้เลย แทนที่จะควักเงินซื้อที่ดินเหล่านั้น สู้เรานำงบไปพัฒนาต่อยอดจุดชมวิวภูเขาชุ่ยผิงให้มีระดับสูงขึ้นไปไม่ดีกว่าหรอ ถ้าหากไม่มีธุระอะไรแล้ว เชิญพวกคุณกลับไปได้เลย ดิฉันมีงานต้องทำต่อ”
ส่งแขก เถิงเฟยถึงกับไล่กลับไปโดยตรง
โจวเหวินเชา และต่งเทียนปา รู้สึกเจ็บปวดอย่างหนักพวกเขาถูกหลอกล่อด้วยความงามและใสซื่อ ในเวลานั้นต่งเทียนปา ก็ทนไม่ไหวจึงตบโต๊ะแล้วพูดด้วยความโกรธว่า “เถิงเฟิง คุณกล้าล้อเล่นกับผมงั้นหรอ คุณไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่มั้ย”
โจวเหวินเชาไม่ได้หยุดต่งเทียนปา เขาเองก็โมโหเช่นกัน
เมื่อเผชิญหน้ากับความบ้าของต่งเทียนปา เถิงเฟิยก็ยิ้มแล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “ต่งเทียนปา คุณควรควบคุมพฤติกรรมวาจาของคุณให้ดี มิฉะนั้นอย่าหาว่าดิฉันไม่สุภาพ”
“ฉันอยากรู้นักว่าแกจะทำ...” ก่อนที่ต่งเทียนปาจะพูดจบ มือของเถิงเฟยก็ตบเข้าไปที่ปากของต่งเทียนปาอย่างรุนแรง จนทำให้ต่งเทียนปาเวียนหัวตาลาย
เขาโกรธมาก ก่อนหน้านี้เขาถูกหลิวชิงหยู่ทำร้าย เขาก็สู้ไม่ได้ เขาถูกเฉาฉูหุ้ยล่อลวงและจัดการต่อหน้าคนอื่นๆ และตอนนี้หญิงสาวที่ดูอ่อนแอยังกล้าตีเขา เขาจะทนได้อย่างไร
เขากำลังจะเสียสติ
แต่ทันใดนั้น ประตูห้องของเถียนเซียนเฟิงก็เปิดขึ้น เถียนเซียนเฟิงเดินออกมาพร้อมไม้เบสบอลในมือแล้วพูดกับเถิงเฟยว่า “สาวน้อย เราไปเล่นเบสบอลกันเถอะ”
โจวเหวินเชา เห็นเถียนเซียนเฟิงถือไม้เบสบอลออกมาใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป เขาคว้าแขนกระชากต่งเทียนปากลับมาแล้วกระซิบว่า “เหล่าตง อย่าได้ลงมือเชียวล่ะ มิฉะนั้นเราจะแพ้ทันที”
ต่งทียนปาก็ไม่ได้โง่ เมื่อเห็นเถียนเซียนเฟิงถืออาวุธออกมา เขารู้ว่าถ้าเขาลงมือไป เขาต้องเสียท่าแน่นอน หนำซ้ำเขายังอยู่ในถิ่นของอีกฝ่าย
โจวเหวินเชาหันกลับมาแล้วมองไปยังเถียนเซียนเฟิงแล้วพูดว่า “คุณเถียน ที่คุณเถิงทำมันเกินไปแล้วนะ นี่คงไม่ใช่วิธีรับแขกของคุณใช่ไหม”
เถียนเซียนเฟิงยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า “ประธานโจว คุณเคยได้ยินประโยคนี้ไหม ถ้ามาในฐานะมิตรเราย่อมต้อนรับด้วยสุราและอาหารเลิศรส แต่ถ้ามาร้ายเราก็มีกระบองและลูกซองให้ แม้ว่าเซียนเฟิงกรุ๊ปจะไม่ใช่บริษัทที่โด่งดังด้านการลงทุนโครงการระดับประเทศ แต่เราก็ไม่ใช่ไก่อ่อนที่จะให้ใครมาข่มเหงได้ เงินทุกหยวนของเรามีค่า มันเป็นผลจากการทำงานหนักของบริษัทเรา”
โจวเหวินเชายิ้มอย่างเย็นชาแล้วพูดขึ้นว่า “คุณเถียน คุณคงลืมไปว่าที่นี่ไม่ใช่หยานจิงของคุณ ที่นี่คือชางชาน ผมพูดแค่ประโยคเดียว คุณเชื่อไหมว่าคุณไม่สามารถดำเนินโปรเจกต์ต่อไปได้เลย”
“ไม่เชื่อ” เถียนเซียนเฟิงกล่าวอย่างใจเย็นว่า “ผมเชื่อว่าคณะกรรมาธิการเมืองชางชาน จะไม่ยอมทำตามเพราะพฤติกรรมหน้าด้านไร้ยางอายของพวกคุณ เพราะมันเป็นการเอาเปรียบนักลงทุนเกินไป ผมเชื่อว่าทางเทศมณฑลและตำบลกวนซานเองก็จะไม่ทำตามเช่นกัน”
“ผายลม ที่แกพูดมันผายลมชัดๆ คุณเถียน ฉันอยากบอกว่าในสายตาของฉันนักลงทุนก็แค่กระต่ายตัวหนึ่ง ดังนั้นไปเอาเงินมาซื้อที่ดินอย่างเชื่อฟังซะ มิฉะนั้นฉันไม่ปล่อยพวกแกไปแน่” แม้ว่าโจวเหวินเชาจะสงบนิ่ง แต่ต่งเทียนปาถูกตบไปอย่างแรงมันทำให้เขาโกรธมาก ยิ่งเขาโดนพูดใส่แบบนี้ทำให้เขาหมดความอดทน ดังนั้นเขาจึงโยนท่าทีสุภาพทิ้งไปอย่างสิ้นเชิงแล้วพูดสบถใส่เถียนเซียนเฟิง และบอกให้รู้ว่าที่นี่คือถิ่นของเขา
อย่างไรก็ตามหลังจากนั้น เถียนเซียนเฟิงก็ยิ้มบางๆ แล้วพูดขึ้นว่า “คุณชายโจว ทำไมคุณถึงพูดแบบนั้นล่ะ โครงการเราเป็นโครงการที่มีมูลค่าสูงถึงขนาดที่เทศบาลเมืองต้องให้ความสำคัญ แล้วน้ำหน้าอย่างคุณจะจัดการกับเรายังไงมิทราบ”
โจวเหวินเชายิ้มเย้ยหยัน “เจ้าคนแซ่เถียน รอฉันก่อน ฉันจะระงับโครงการของแกภายในหนึ่งวัน” หลังจากพูดจบเขาก็ออกไปทันที
เถียนเซียนเฟิง มองดูแผ่นหลังของทั้งสองที่เดินออกไป เขาก็วางไม้เบสบอลลงแล้วแสยะยิ้มขึ้นมา
เถิงเฟยพูดขึ้นเบาๆ ว่า “คุณเถียน สิ่งที่เขาพูดเขาน่าจะทำได้จริงๆ นะ”
เถียนเซียนเฟิงหัวเราะแล้วพูดว่า “ฉันรอให้เขาพูดแบบนี้อยู่แล้ว คุณหลิวคาดเดาไว้แล้วว่าพวกเขาต้องมาไม้นี้”
ในตอนเช้าของวันถัดไปสำนักงานใหญ่สำหรับการพัฒนาภูเขาชุ่ยผิง ได้รับแจ้งจากทางตำบลและทางหน่วยงานด้านความปลอดภัยเทศมณฑลและหน่วยงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมวโดยจะมีการเข้ามาสำรวจประเมิน ตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยและตรวจสอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
หลังจากได้รับแจ้ง เถียนเซียนเฟิง กับ เถิงเฟยก็ขึ้นรถออฟโรด ออกจากกวนซานทันที
ระหว่างทาง เถียนเซียนเฟิงก็ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรหาหลิวชิงหยู่ “ลูกพี่หลิว คุณเดาได้แม่นจริงๆ เจ้าสองคุณชาย ซ่อนแผนชั่วร้ายไว้จริงๆ พวกเขามาเสนอขายที่ดินในราคา400ล้าน ซึ่งพวกเราก็ปฏิเสธ ตอนนี้พวกเขาใช้อำนาจของทางตำบลและเทศมณฑลเพื่อหยุดโครงการเราด้วยการตรวจสอบประเมิน ตอนนี้เรากำลังไปหยานจิง เราควรดำเนินแผนการต่อไปเลยไหม”
หลิวชิงหยู่พูดด้วยใบหน้าโหดเหี้ยมว่า “อืม ในเมื่อพวกมันเลือกที่จะเพิกเฉยต่อประชาชน และหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง แม้แต่ผลประโยชน์ของนักลงทุนพวกมันก็กล้าที่จะเบียดเบียนดังนั้นเราควรตอบโต้พวกมันขัดเด็ดขาด ใครที่กล้าทำร้ายประชาชนละเมิดผลประโยชน์ฉันจะหักเขี้ยวเล็บให้หมด ดังนั้นเราจะเริ่มแผนจัดการพวกมัน”
“เข้าใจแล้วลูกพี่” เถียนเซียนเฟิงพูดด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับประกายแสงเย็นชาในดวงตา ในฐานะเพื่อนสนิทของหลิวชิงหยู่เขารู้ถึงมันสมองของหลิวชิงหยู่เป็นอย่างดี เมื่อหลิวชิงหยู่ตัดสินใจแล้วมีอะไรบ้างที่เขาทำไม่ได้ หลิวชิงหยู่คุ้นเคยกับตำราพิชัยยุทธ์ และ36กลยุทธ์ของซุนวู มาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นแผนของเขาจึงเป็นการผสมผสานที่ยากจะหาช่องโหว่
ในตอนนี้ภายใน ไห่เยว่เทียนตี้ โจวเหวินเชากับต่งเทียนปา กำลังนั่งอยู่ในห้องVIP และเพลิดเพลินกับสาวงามและไวน์
ต่งเทียนปาโอบแขนกอดสาวงามพร้อมยกแก้วไวน์ขึ้นแล้วมองไปยังโจวเหวินเชาด้วยรอยยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “เหล่าโจว ฉันได้ยินมาว่าเถียนเซียนเฟิง กับ เถิงเฟยได้กลับไปยังหยานจิงแล้ว คุณคิดว่าพวกเขาจะต้องปวดหัวแค่ไหนกันล่ะ นอกจากนี้คุณคิดว่าพวกเขาจะโทรกลับมาง้อพวกเราเมื่อไหร่”
โจวเหวินเชายิ้มอย่างภาคภูมิใจแล้วพูดว่า “ไม่ต้องกลัว นี่พึ่งวันเดียวเอง พวกเขายังไม่แกร่งพอหรอก หลังจากเราบีบคอได้สองสามวันพวกเขาจะต้องร้อนใจมาคุยกับเราแน่นอน แล้วครั้งนี้พวกเขาก็ต้องใช้เงินจำนวนเพิ่มมากขึ้นในการเจรจากับเรา มิฉะนั้นพวกเขาก็ไม่สามารถดำเนินโครงการภูเขาชุ่ยผิงต่อได้”
แต่ทว่า โจวเหวินเชาและต่งเทียนปายังไม่รู้ตัว ว่าหลังจากนี้สามวันพายุลูกใหญ่ที่มีพวกเขาสองคนเป็นคนเริ่ม ก็ได้ก่อตัวขึ้นในหยานจิง