[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    50 โอกาสมาถึง

    “ลุงโจว ลุงเป็นอย่างไรบ้าง”


    ชายสวมชุดสีเหลืองเดินเข้ามาในหอประมูลโคมกระจ่างด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นเดิม ผิดจากชายร่างอ้วน แม้มันจะพยายามปั้นใบหน้าให้กลับมายิ้ม รอยยิ้มของมันกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกโกรธจากการถูกเล่นงาน ด้วยการนำชาวบ้านมากล่าวหามันว่าขายยาไม่ได้คุณภาพ 


    ตอนนี้ทั่วเมืองต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหอประมูลของมันนำของไม่ได้คุณภาพออกมาขาย  ในสถานการณ์หอประมูลของมันกำลังประสบปัญหาหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้ากลับได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น จากเม็ดยาคุณภาพ 10 ส่วน


    “นายน้อยกู่ไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้ข้าป่าวประกาศไปทั่วเมืองแล้วว่าหอประมูลโคมกระจ่างได้จ้างนักหลอมยาระดับ 5 มาจากเมืองหลวง  เรื่องนี้น่าจะทำให้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานซบเซาลงได้บ้าง”


    “อย่างนั้นเหรอ นับว่าแก้สถานการณ์ได้ดี”


    “แล้ววันนี้ท่านมาเพราะสาเหตุอันใด”


    “ข้าก็แค่แวะมาจิบน้ำชาเท่านั้น อีกสักพักข้าก็จะไปแล้ว”


    —--------------------------------


    “พี่สาวสุดสวย พี่สาวเซ็กซี่ พี่สาวหุ่นดี หน้าคล้ำ หน้าเทา หน้าขาว หน้าลอย เชิญทางนี้ ร้านยาน้อยหน่าของเราเปิดแล้ว รับประกันว่าวันนี้ไม่มีเรื่องชกต่อยแน่นอน”


    เสียงของเป่าร้องตะโกนก้องในช่วงเช้า หลังจากพวกเขากลับมาขายยาอีกครั้งหนึ่ง แม้แขนจะหักไปข้างหนึ่งกลับไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกเขาเลยสักนิดเดียว ทันทีที่ร้องตะโกนก้องส่งเสียงร้องออกไปไกล ลูกค้าคนแรกที่เดินเข้ามากลับไม่ใช่ใครที่ไหน กลับเป็นผู้ดูแลร้านยาจงกู่ลำดับที่ 5 ที่มาพร้อมใบหน้าโกรธจัดจนทุกคนหันมอง


    “แก พวกแกขโมยยาของฉันไปซ่อนไว้ที่ไหน นำมันออกมาซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าพวกแก”


    ความโกรธปะทุออกมาพร้อมพลังระดับก่อตั้งวิญญาณขั้น 5 เข้าไปบดขยี้ร่างของคนในร้านน้อยหน่าจนล้มตัวลงไปนอนกองบนพื้นดิน สร้างความรู้สึกตกใจให้กับผู้คนที่เดินทางมายังเส้นทางการค้าในช่วงเช้าไม่น้อย เพราะร้านค้ามากมายพึ่งเปิดกลับมีการชกต่อยกันเกิดขึ้นแล้ว


    “ตงฟาง ไม่ไหวแล้วโว๊ย” ลู่จิวร้องบอกตงฟางให้รีบหาวิธีรับมือ พวกเขาเป็นเพียงระดับสัมผัสวิญญาณขั้น 2 ไม่สามารถต้านทานพลังของระดับก่อตั้งวิญญาณได้ ทันใดนั้นตงฟางก็ได้ใช้พลังฝืนตัวเองลุกขึ้นมาจากแรงกดดันที่ถาโถมเข้าใส่ พร้อมกับเรียกเอาอิฐก้อนหนึ่งออกมาจากแหวนเก็บของ โยนเข้าใส่หัวของชายที่ปลดปล่อยพลังใส่ตัวพวกเขาทันที


    “ไอ้ชั่วช้าสารเลวเอ๊ย ใครขโมยยาของแกกัน เอานี่ไปกินหน่อย”


    ฟิ้ว~!


    ต่างคนต่างมองไปยังก้อนอิฐของตงฟาง พวกเขาไม่มีใครคิดว่ามันจะพุ่งไปถึงชายผู้เป็นเจ้าของระดับก่อตั้งวิญญาณได้เลยสักนิดเดียว ในช่วงที่ทุกคนคิดว่าอิฐคงจะร่วงลงสู่พื้นกลับเป็นความคิดที่ผิด เพราะอิฐก้อนสีแดงพุ่งเข้าหาศรีษะของระดับก่อตั้งได้อย่างแม่นยำฝังลงไปกลางหน้าผากด้วยเหลี่ยมของอิฐ แม้มันจะฝังไปเพียงน้อยนิดกลับสามารถทำให้ระดับก่อตั้งวิญญาณเลือดไหลออกมาได้


    “แก~!”


    “อะไร แกอะไร คิดว่าระดับก่อตั้งวิญญาณฉันจะกลัวหรือไง ถามหน่อยเหอะแกมีหลักฐานไหม จู่ๆก็มากล่าวหาว่าฉันขโมยยาไปจากร้านของแก หลักฐานล่ะมีไหม”


    ตงฟางรีบตะโกนร้องเพื่อให้คนมามุงดูเยอะๆ เขาอยากให้เรื่องที่จะเกิดมันอยู่ในความทรงจำของทุกๆคน


    “ฉันบอกว่าเป็นแกก็ต้องเป็นแกไง”


    “เห็นไหม หลักฐานก็ไม่มียังหน้าด้านหน้าทน หน้าหนา หน้าไม่อายมาใส่ร้ายกัน แล้วก็นะ ร้านจงกู่ของพวกแกโง่มากมั๊ง ถึงปล่อยให้ถูกขโมยยาออกไปได้ 2 วันติดๆกัน ถ้าฉันรู้ทางเข้าร้าน ป่านนี้ฉันมอบให้คนอื่นไปแล้ว”


    “แก!”


    “อะไร เอาแต่ร้อง แก แก ฉันหน้าเหมือนพ่อของแกหรือไงกัน เอาสิ ฆ่าฉันสิ ฉันไม่เชื่อหรอกว่ากฎของสถาบันนี้ไม่ทำงาน หากแกอยากถูกไล่ออกก็ฆ่าเลย ถรุย แกมันก็ไอ้กระจอกคนหนึ่งล่ะ จับโจรไม่ได้ก็มาโทษพวกเรา”


    “แกขู่ฉัน จากนั้นยาของฉันก็หายไปอย่างที่แกขู่ แล้วแบบนี้จะไม่ให้คิดว่าเป็นฝีมือของแกอีกเหรอ”


    “ถรุย ฉันขู่แกตอนไหน”


    “วันที่คนของฉันมาเก็บค่าคุ้มครอง แกก็บอกลูกน้องฉัน ให้ฉันระวังยา เมื่อวานแกก็บอกให้ฉันระวังยา ทั้ง 2 ครั้งที่แกบอกให้ระวัง ยาของพวกฉันก็หายไป หากไม่ใช่ฝีมือแกจะเป็นฝีมือใคร”


    “ควากถรุย~! ฉันเนี๊ยนะข่มขู่แก วันที่ลูกน้องแกเข้ามาเก็บค่าคุ้มครอง ฉันจิกหัวมันกลิ้งบนพื้นดิน จะเอาเวลาไหนไปข่มขู่ ลองถามคนที่มาดูไหม เห็นฉันข่มขู่หรือฝากคำพูดไปเตือนแกหรือเปล่า แล้วเมื่อวาน ฉันไปเตือนแกตอนไหน ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคนที่มุงดูจะเห็นตอนที่ฉันเตือนแก ถรุย คิดจะใส่ร้ายก็หัดมีหลักฐานหน่อย”


    ตงฟางร้องตะโกนบอกด้วยเหตุและผล การกล่าวเตือนของเขาทำผ่านพลังจิต ไม่มีใครได้ยินเสียงของเขาแน่นอน


    “ฉันไม่เห็นเจ้าของร้านน้อยหน่าพูดอะไรเลยนะ เห็นแต่เขาด่า”


    “ใช่ ฉันเห็นเหตุการณ์ทั้ง 2 วันเจ้าของร้านน้อยหน่าด่าทุกวัน เขาไม่ได้ฝากคำเตือนอะไรไปถึงร้านยาจงกู่เลย”


    “ใช่ๆ ฉันก็ไม่เห็นเลย”


    ศิษย์ทั่วไปเริ่มร้องตะโกนเพื่อให้ปากคำ จนทำให้ผู้ดูแลร้านจงกู่ลำดับที่ 5 โกรธมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก มันรู้สึกโกรธมากที่ไม่สามารถเอาผิดตงฟางได้ ทั้งๆที่รู้ว่าตงฟางต้องเป็นหนึ่งในผู้ทำให้ยามันหายไปแน่นอน


    ซึ่งตงฟางเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดจริง เพียงแค่เขาไม่ได้ลงมือเอง ชายทั้ง 20 ที่มาเก็บค่าคุ้มครอง พวกมันถูกเขาต่อยกันทุกคนแล้วทุกการต่อยเขาทำการฝังคำสั่งสะกดจิตพวกมันทุกๆคน ทำให้ในช่วงที่คนในร้านไม่อยู่ พวกมันจะเป็นคนลงมือขโมยยาไปเททิ้งแทนเขาเอง


    แม้ร้านจงกู่จะมีการจับตามองและมีคนเฝ้ามากมายขนาดไหนก็ตาม หากคนเฝ้าเป็นหัวขโมยยาไปเอง ก็ไม่มีใครตามจับได้ 


    “ใส่ร้าย ทุกคนพูดพร้อมกัน เขากำลังใส่ร้ายคนอยู่~!”


    “ใส่ร้าย ใส่ร้าย ใส่ร้าย” ฉาน เป่า จ้าน ลู่จิว ทั้ง 4 คนที่อยู่ข้างหลังตะโกนออกมาเป็นเสียงเดียวกัน หลังจากนัดแนะกับตงฟางพวกเขาก็พร้อมจะเป็นกระบอกเสียง ด้วยการร้องตะโกนของ 4 คนนี้เอง ทำให้ศิษย์ที่อยู่รอบๆตะโกนตามๆกันจนทำให้ผู้ดูแลร้านยาจงกู่โกรธเป็นอย่างมาก


    “เอาสิ ด้วยระดับพลังของแก หากลงมือกับพวกเราได้พิการแน่ ด้วยกฎของสถาบันหากทำให้พิการแกก็มีโทษหนักไม่ต่างจากฆ่าศิษย์ด้วยกัน”


    “แก~!”


    “โกรธล่ะสิ นี่แหละสิ่งที่แกต้องจ่าย หากใส่ร้ายคนอื่นโดยไม่มีหลักฐาน”


    “แก ฉันขอท้าแกให้มาสู้กับฉันในสนามประลองเป็นตาย”


    ความตะลึงเผยบนใบหน้าของศิษย์ที่อยู่รอบๆ หลังจากได้ยินเกี่ยวกับการท้าประลองเป็นตายระหว่างศิษย์สายนอกและศิษย์ทั่วไป


    “ลูกพี่ อย่ารับ!”


    “ตงฟาง อย่า!”


    คนในกลุ่มน้อยหน่าต่างแสดงสีหน้าเป็นกงวัล ถึงอย่างนั้นภายในใจของพวกเขาทุกคนกลับกำลังยิ้มแก้มปริเพราะวันนี้น่าจะเป็นวันสุดท้ายที่พวกเขาโดนกระทืบเพราะอีกฝ่ายท้าประลองเร็วเกินไป ผิดจากการคาดการณ์ของตงฟางที่บอกเอาไว้ว่าต้องใช้เวลา 2 - 3 วัน


    “อะไร จะท้าสู้กับฉันเหรอ บ้าหรือเปล่า เข้ามาหาเรื่องฉัน แล้วยังมาท้าฉันสู้อีก แกไม่เห็นเหรอว่าระดับตัวเองสูงขนาดไหน เป็นถึงศิษย์สายนอกมาท้าสู้ศิษย์ทั่วไปในการประลองเป็นตาย ศิษย์สายนอกทำแบบนี้กันเหรอ หน้าไม่อาย~!”


    “แก!”


    เสียงร้องซ้ำๆยังคงส่งมาให้ตงฟาง เขากลับพยายามกลั้นขำเพราะตอนนี้อีกฝ่ายโกรธจัดๆไปแล้ว แต่ความโกรธของมันกำลังอยู่ในช่วงขาลง เขาจึงต้องรีบเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากมัน


    “เอางั้นก็ได้ ถ้าแกทำให้ระดับของแกเหลือเท่าๆฉัน ฉันจะยอมสู้กับแก”


    “งั้นแกก็อย่าคิดว่าจะได้เปิดร้านขายยาอีกต่อไปเลย”


    “นี่แกกำลังขู่ฉันเหรอ ไอ้หน้าหนา ไอ้หน้าไม่อาย ล้างเครื่องแต่งหน้าออกหน่อย ตอนนี้หน้าแกหนากว่าพี่สาวคนที่อยู่ข้างๆแกอีก”


    กรอด~! เสียงฟันขบกันดังขึ้นเล็กน้อย


    “เอาล่ะ เห็นแก่ระดับน้อยนิดของแก ฉันมีทางให้แกเลือก หนึ่งสู้กับฉันในการประลองเป็นตาย สอง อยู่แบบนี้ต่อไป ฉันสัญญาเลยว่าหากแกเดินออกจากสถาบันไป ฉันจะทำให้แกหายไปตลอดกาล”


    “ได้~!” ตงฟางตอบรับอย่างรวดเร็ว


    “แต่ฉันจะประลองเป็นตายกับแกในวันสอบเลื่อนระดับศิษย์เท่านั้น แกคิดว่ายังไง”


    “ตกลง แกอยากจะทำอะไรก็ทำในช่วงที่ยังมีลมหายใจ อีก 7 วันเราจะเจอกันที่สนามต่อสู้ ครั้งนั้นแกเตรียมเลือดเอาไว้ด้วย จะได้ทำสัญญาการประลองเป็นตาย”


    “เดี๋ยวก่อน ด้วยระดับของแกที่มากกว่า คงไม่ให้ฉันต่อสู้ด้วยมือเปล่าหรอกใช่ไหม” ตงฟางมองไปยังผู้ดูแลร้านจงกู่ที่กำลังหันหลังจากไป หลังจากได้รับคำตอบที่มันพอใจ


    “แกจะใช้งานอะไรก็เรื่องของแก หากคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ทำให้แกรอดตายแต่ฉันสัญญาว่าวันนั้น แกจะไม่มีทางรอดแน่นอน”


    ศิษย์มากมายที่ได้ยินเรื่องราวการต่อสู้เป็นตายล้วนแล้วตื่นเต้น หนำซ้ำมันยังเป็นการต่อสู้เลื่อนระดับศิษย์อีก ทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ทันใดนั้นตงฟางก็ให้ยารักษากับคนของเขาแล้วเปิดร้านยาต่อ ทำตัวเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อนเลยสักนิดเดียว


    “พี่สาวสุดสวย พี่สาวเซ็กซี่ พี่สาวหุ่นดี หน้าคล้ำ หน้าเทา หน้าขาว หน้าลอย เชิญทางนี้ ร้านยาน้อยหน่าของเราเปิดแล้ว รับประกันยาคุณภาพ 10 ส่วนทุกเม็ดเช่นเดิมจ้า!”


    “น้องชาย พี่นับถือใจแกเลยว่ะที่ยังกล้าขายต่อ งั้นขอซื้อยา 10 กล่องเลยแล้วกัน ดูท่าจะไม่มีโอกาสได้ซื้อมันจากที่นี่อีก”


    “เฮ่ยๆ ฉันเอา 20 กล่อง”


    “ฉันขอซื้อ 15 กล่อง”


    เมื่อทุกคนได้ยินเสียงชายคนแรกที่มาซื้อยาบอกทุกคนให้รู้ว่ายายี่จงคุณภาพ 10 ส่วนอาจจะไม่มีให้ซื้ออีกเพราะเจ้าของร้านถูกท้าประลองเป็นตาย พวกเขาจึงแห่กันมาซื้อจนหน้าร้านเต็มไปด้วยผู้คน ทำเอาตงฟางฉีกยิ้มกว้างไม่น้อย ตอนนี้ต่อให้ศิษย์ทั่วไปจะซื้อเป็นพันกล่อง เขาก็มีขายให้ทุกๆคน


    “ไม่ต้องแย่งกัน ผมหลอมยาไว้มากมาย ผมยังจะขายที่นี่อีก 7 วัน หากผมไม่รอดแล้วล่ะก็ ร้านน้อยหน่าก็จะยุบไปเพราะงั้นไม่ต้องรีบ”


    ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง ด้วยคำพูดของเขาทำให้หลายคนตื่นตระหนก เดิมทีพวกเขาคิดว่ากลุ่มน้อยหน่ารับยามาขายต่อ แต่เมื่อรู้ว่าตงฟางคือคนที่หลอมยายี่จงต่างก็เร่งรีบมาซื้อยา กลัวว่ามันจะไม่มีให้ซื้อ


    “เร่เข้ามา เร่เข้ามา~!”


    “ลู่จิว ทุกๆ 1 ชั่วโมงแกจงรวบรวมเงินที่ได้ไปให้ฉันที่ห้องนะ”


    “อ้าว แล้วแกจะไปไหน”


    “ไปหลอมยาเพิ่ม ตอนนี้เป็นโอกาสที่เราจะขายยา ห้ามปล่อยมันหลุดมือเด็ดขาด”


    “ได้ๆ”


    ลู่จิวพยักหน้าพลางตื่นเต้น กลุ่มคนเก็บค่าคุ้มครองก็เงียบหาย ทำให้พวกเขาขายยาได้ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก แม้จะมีร้านยาอีกหลายแห่งเกลียดชังพวกเขาก็ตาม การท้าประลองของตงฟาง กลับทำให้ร้านยาเหล่านั้นยิ้มเยาะปล่อยให้ตงฟางได้ขายยาในช่วงสุดท้ายของชีวิตของเขา


    เนื่องจากว่าคู่ต่อสู้ของเขาเป็นถึงระดับก่อตั้งวิญญาณขั้น 5 เขาเป็นเพียงระดับสัมผัสวิญญาณเท่านั้น ต่อให้เขาจะกลายเป็นระดับก่อตั้งวิญญาณ การก้าวข้ามที่รวดเร็วก็ทำให้เขาเป็นเพียงระดับก่อตั้งวิญญาณเพียงขั้น 1 ซึ่งพลังของมันก็ไม่มากจะทำให้ตงฟางรอดจากการประลองได้


    “ขายไปเถอะ แล้วก็นำเงินของแกไปใช้ที่โลกหน้าด้วยแล้วกัน”


    “น้องชาย~! พี่เอา 20 กล่อง”


    “น้องชายๆ พี่เอา 10 กล่องเร็วเข้า”


    —----------------------


    “ตกดึกเราแวะไปหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเพื่อดูดซับพลังดีกว่า อย่างน้อยๆมันน่าจะทำให้การชนะดูเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น” ตงฟางหลอมยาในห้องของเขาต่อไป พลางมีลู่จิววิ่งนำเงินมาเก็บแล้วนำยาออกไปขายด้วยท่าทางดีใจ




    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน