ตอนพิเศษที่ 1 ผู้ทำผิดกฎแห่งสวรรค์
ในกลางเมืองอันเป็นหนึ่งในหัวใจหลักของเมืองเศรษฐกิจแห่งประเทศที่มีประเพณีหนึ่งที่ยังคงเอาไว้และแม้เวลาจะผ่านมานับร้อยปี
งานประเพณีของดินแดนฝั่งตะวันออกหรือเรียกกันว่างานเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยวอันเป็นการขอบคุณบรรพบุรุษที่ได้จากไปแล้ว
และที่ประเพณีนี้ยังคงเป็นที่นิยมไม่ใช่เฉพาะคนรุ่นเก่ามีอายุแต่รวมไปถึงเด็กๆ นั่นก็เพราะตำนานของที่นี่
ว่ากันว่ายุคสมัยหนึ่งที่ตระกูลจ้าวผู้เป็นเศรษฐีของเมืองเข้าสู่ยุครุ่งเรืองอย่างแท้จริงในฐานะพ่อค้าบุตรีของตระกูลผู้หนึ่งได้ฆ่าตัวตายเพื่อหนีจากคำสั่งแต่งงานที่นางไม่ต้องการด้วยหัวใจที่ยังรักมั่นกับบุรุษผู้หนึ่งอย่างแท้จริง
โดยหลังจากนั้นตระกูลของคนรักของนางได้พานางมาฝังที่อารามห่างไกลที่นางเรียกได้ว่าบ้านอย่างแท้จริงและเป็นสถานที่แรกที่ชายหญิงได้พบกันว่ากันว่าร่างของชายหนุ่มผู้นั้นก็ได้ถูกย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยกันอย่างสงบสุขโดยเชื่อว่าในชาติต่อๆ ไป ทั้งคู่จะได้เกิดมาเพื่อรักกันโดยไร้อุปสรรค
ซึ่งตระกูลจ้าวได้ทำการบูรณะศาลแห่งนั้นขึ้นมาหลายช่วงอายุคนว่ากันว่าบรรพบุรุษผู้นั้นยังคงอยู่เพื่อดูแลสถานที่แห่งนั้น
ไม่นานนักทางการก็ได้เข้ามาดูแลแทนและพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้วยสถานที่ที่มีธรรมชาติ และความสวยงามของประวัติศาสตร์
หากแต่ก็มีเรื่องเล่าลี้ลับต่างก็เล่าขานกันต่อมาผู้ดูแลรวมไปถึงพระในวัดนั้นก็มักจะเจอเข้ากับสตรีผู้หนึ่งที่ใส่ชุดสีแดงราวกับชุดแต่งงานสมัยโบราณเดินไปเดินมาจนใครต่อใครต่างก็พากันมาไหว้บูชา
ว่ากันว่าสตรีผู้นั้นคือบุตรีแห่งตระกูลจ้าวที่สังเวยชีวิตเพื่อพิสูจน์รักแท้หนุ่มสาวทั้งหลายจึงค่อยๆ แห่กันมาขอพรเรื่องความรัก บ้างก็ได้บ้างก็ไม่ได้จนมีเรื่องเล่าขานกันต่อไป ผิดเพี้ยนจนปัจจุบันว่าหากคู่รักใดมาที่งานเทศกาลและมอบดอกไม้ให้กัน ก็มักจะเป็นคู่รักที่มีความสุขสมหวังหากมิใช่คู่แท้กันแล้วก็จะพลัดพรากกันอย่างรวดเร็วที่สุด
งานเทศกาลเช่นวันนี้ผู้คนจึงพากันมาที่นี่ เพื่อมากราบขอพรกันอย่างแน่นหนา จนกระทั่ง...
สตรีผมสั้นผู้หนึ่งเดินเข้ามาภายในศาลเจ้านั้นด้วยท่าทางเรียบนิ่งการแต่งกายนับว่าเป็นคนที่ยังมีความทันสมัยอยู่มาก
สวีเจียฉีอาจารย์สาวนักดนตรีระดับโลกที่ได้การว่าจ้างให้มาแสดงในงานเทศกาลร่างเล็กเดินเข้ามาไหว้ที่นี่เพื่อขอพร ให้การแสดงของเธอผ่านไปอย่างง่ายดายและไม่รู้เลยว่าเธอได้เจอเข้ากับอะไรบางอย่างที่จะทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปตลอดกาล
...ในที่สุด ข้าก็หาพบ วิญญาณอีกครึ่งหนึ่ง ...
ในมิติที่ไม่มีใครเห็นสตรีชุดแดงใบหน้าสวยมองหญิงสาวผมสั้นด้วยสายตาโศกเศร้า นางรอคอยเวลานี้มานานวันที่นางจะได้พบกับคนที่จะสามารถช่วยเหลือเหล่าผู้คนของนางในอดีตได้
...ข้าแต่สวรรค์ชั้นฟ้า ขอเพียงครั้งนี้เท่านั้น แม้มันจะผิด ข้ารู้แต่ข้ารอเพื่อวันนี้ หลังจากที่ทุกอย่างสำเร็จหากสตรีผู้นี้ได้ช่วยเฉินจือหานเอาไว้ จะลงโทษข้าเช่นไรก็ยอมทั้งนั้น ...
หลังจากการแสดงบนเวทีของงานเทศกาลจบลงสตรีชุดแดงก็ตัดสินใจทำมัน... นางดึงเอาวิญญาณของ สวีเจียฉี ออกมาและใช้พลังเฮือกสุดท้าย ส่งหญิงสาวไปยังร่างของนางในวัยเด็ก ยามที่กึ่งเป็นกึ่งตาย
โดยที่ตัวนางเองก็ไม่รู้เช่นกันว่ามิใช่เพียงสวีเจียฉี แต่ตัวนางเองก็จะมีชะตาที่เปลี่ยนไปเช่นกัน
... ... ...
10เดือนต่อมา
พรึบ!
แรงดึงจากอะไรบางอย่างกระชากแขนเรียวเล็กของนางอย่างรุนแรงทั้งที่นางเป็นเพียงวิญญาณ
หลังจากเวลาในโลกนี้ผ่านไปสิบเดือนอีกโลกก็ผ่านไปสิบกว่าปี นางมิอาจใช้พลังได้เป็นระยะเวลาหนึ่งจนกระทั่งไม่นานนี้จึงได้มีโอกาสพูดคุยกับสวีเจียฉีในร่างของจ้าวซินเยว่และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่นางตัดสินใจบอกเหตุการณ์หลังจากเวลานั้นทั้งหมดหากแต่เมื่อนางพูดจบ ก็ถูกอะไรบางอย่างดึงกลับมายังห้วงเวลาปัจจุบัน
ติ๊ด!
เสียงของอุปกรณ์รักษาร่างหญิงสาวที่นอนไม่ได้สติมาตลอดสิบเดือนดังยาวอันเป็นสัญญาณของชีพจรที่ขาดห้วงไปสตรีในชุดแดงหันใบหน้าไปมองร่างนั้นด้วยความตกใจ
สิบเดือนมานี้นางใช้พลังที่มีประคองไม่ให้ร่างกายนี้เป็นอะไรเพื่อรอให้เจ้าของร่างกลับคืน แต่ทำไมกัน ทำไมถึง...
...เพราะเจ้าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ
เสียงของผู้ชายคุ้นหูดังขึ้นในหัวโดยไม่รู้ทิศทางชุดสีแดงสะบัดตามแรงหันของร่างบางที่แตกตื่นด้วยความรู้สึกกระวนกระวาย
“ใคร!” เสียงหวานตะหวาดออกไป หากแต่ไม่มีสิ่งใดตอบกลับมา
“อาจารย์สวี!/สวีเจียฉี!” จ้าวจือถงลูกชายคนโตของตระกูลจ้าวในปัจจุบันและเป็นศิลปินที่เชิญสวีเจียฉีขึ้นแสดงในคืนนั้นร้องเรียกพร้อมกับ จ้าวฮุ่ยหมิง บุตรชายคนรองของตระกูลจ้าวที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นที่สวีเจียฉีหมดสติ และเป็นคนขับรถให้สวีเจียฉีมาถึงโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองคนมักจะมาเยี่ยมหญิงสาวบ่อยๆโดยเฉพาะคนน้อง ที่มักจะมาเฝ้าไข้ทุกครั้งที่มีเวลา
“ตามหมอ!”จ้าวฮุ่ยหมิงตะโกนบอกคนเป็นพี่ที่ก็ทำหน้าเครียดไม่ต่างกันจ้าวจือถงแม้จะไม่ค่อยสบอารมณ์แต่ก็รีบเดินไปที่ประตูแต่พอดีกับเหล่าบุรุษและสตรีชุดขาวที่ถูกเรียกว่ามหอและพยาบาลเข้ามา
“เชิญญาติคนไข้ออกไปก่อนนะครับ”คนเป็นหมอสั่ง พยายามจึงรีบดันคนตัวสูงทั้งสองออกไปจากห้องอย่างยากลำบาก
แต่วินาทีนั้นทุกอย่างก็หยุดนิ่ง...
“เพราะเจ้าทำผิดกฎซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้เส้นเวลามันเปลี่ยน อดีตที่สตรีผู้นั้นสร้างขึ้นได้กลายเป็นเส้นทางที่แตกต่างกับเจ้าแล้ว” เสียงนั้นดังขึ้นต่อ โดยที่หญิงสางยังคงงุนงงด้วยเหตุการณ์รอบข้างนั้นกลับนิ่งสงบ
“เมื่อเส้นเวลาถูกเปลี่ยนสวีเจียฉีผู้นี้ก็ต้องตาย”
“ตาย?”
“เพราะนางมิใช่คนของกาลเวลานี้อีกแล้ว”
สตรีในชุดแดงทรุดตัวลงกับพื้น นางไม่รู้เรื่องพวกนี้เลยนางเพียงคิดว่าจะให้สวีเจียฉีไปช่วยเหลือเหล่าผู้คนที่สูญเสียไปของนางแล้วจะพานางกลับมาในเวลาที่เหมาะสม แต่ทำไมถึง...
“เจ้าต้องรับผิดชอบ...ตามคำสัตย์ที่เจ้าได้เคยกล่าวเอาไว้”
เหอะ...สวรรค์ช่างน่ารังเกียจ
“ทำตามคำสัตย์? ข้ากล่าวว่า หากสวีเจียฉีทำสำเร็จ... หรือว่า...”หญิงสาวประมวลผลทุกอย่างในหัว ถ้าหากนี่คือการลงโทษตามคำต่อรองของนางแสดงว่าสวีเจียฉีสามารถช่วยทุกคนได้แล้ว แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อเฉินจือหานผู้นั้น
“และนี่คือคำตัดสินโทษจากข้าจ้าวซินเยว่” เสียงของบุรุษเมื่อครู่ชัดขึ้น ร่างเล็กได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนจนนางมองไปตามเสียง ทำให้นางได้สบตากับใครบางคนที่หยุดนิ่งแต่กลับมองมาที่นางอย่างเห็นได้ชัด
วินาทีที่นางเหมือนจะกำลังรู้อะไรบางอย่างแต่กลับถูกใครบางคนดึงแขนบางให้ลุกขึ้นพร้อมกับจ้องใบบหน้านางและสิ่งที่นางเห็นคือหน้ากากที่คุ้นเคยความแค้นที่ถูกฝังกลับไปนานแล้วก็ปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว
หวงจือเหว่ย!
พอดีกับที่เวลาของโลกคนเป็นเดินต่อแววมาด้วยเสียงของหมอที่กำลังจะปั๊มหัวใจคนไข้
“จงมีชีวิตอยู่ต่อในฐานะสวีเจียฉีเสีย!”
พรึบ!
ราวกับร่างกายของนางบางเบาหญิงสาวถูกดึงถอยหลังไปอย่างไม่ทันตั้งตัวในยามนั้นมีคำถามมากมายเกิดขึ้นในหัวสมอง แต่เมื่อนางกำลังจะรู้เรื่องอะไรบางอย่างสติของนางดับลงไปหลังจากที่นางได้ยินเสียงบางอย่าง
“ข้ารอเจ้ามาตลอดจ้าวซินเยว่... ได้โปรด อภัยให้ข้า”
... ... ...
“อือ...”
ทำไมมันถึงรู้สึกไปทั่วทั้งร่างขนาดนี้กันนะ...
ดวงตาคู่สวยค่อยๆบรือตาขึ้นสัมผัสกับแสงที่ถูกสาดส่อง ความรู้สึกของอากาศที่เย็นเล็กน้อยกระทบดวงตาคู่สวยคอยๆ กระพริบตาช้าๆ เพื่อปรับให้เข้ากับบรรยากาศรอบข้าง
ที่ไหนกันนะ...
...จงมีชีวิตอยู่ต่อ ในฐานะสวีเจียฉีเสีย!...
เฮือก!
เสียงของใครบางคนยังดังก้องในหัวอย่างชัดเจนจนร่างเล็กลุกขึ้นอย่างไม่ทันระวัง ก็รู้สึกได้ถึงความหนักและอ่อนแรงของร่างกายแทบจะทันทีหากแต่มันก็ไม่ได้ทำให้เธอหยุด
… ใช้ชีวิตในฐานะสวีเจียฉีหรอ? เรื่องบ้าอะไร!
ขาเรียวพยายามก้าวลงจากเตียงทันทีที่เท้าของเธอแตะพื้นและเตรียมจะยืนขึ้น ร่างเล็กก็ร่วงลงนั่งกับพื้นทันที
ร่างกายที่ไม่ได้ขัยบไปไหนเลยตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาจะไม่มีแรงทำอะไรก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ความรู้สึกที่ร่างกายไม่ใช่ของเธอนี่มันเป็นแบบนี้นี่เองแล้วเธอจะทำยังไงต่อ
“อาจารย์สวี?” เสียงของผู้ชายคนนึงดังขึ้นจากทางประตูทางเข้าออกหญิงสาวเงยหน้าขึ้นไปมองตามเสียงก็พบกับผู้ชายคนหนึ่งที่เดินเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าเหมือนเช่นทุกวัน
แต่ความรู้สึกของเธอมันแตกต่างจากทุกครั้งที่เห็นในร่างวิญญาณเพราะแรกเริ่มเดิมที เธอก็รู้ว่าใบหน้าและท่าทางของเขาช่างเหมือนกับคนๆ นั้น
หากแต่หัวของเธอตอนนี้ปวดไปหมดจนยากจะครองสติจนทำให้เธอเผลอเรียกชื่อผู้ชายคนนั้นที่หน้าเหมือนกับคนๆนี้ออกมา
“เฉินจือหาน?”
สิ้นเสียงเรียกร่างเล็กก็หมดสติไปทันที และสิ่งที่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นความทรงจำของเจ้าของร่างไหลเข้าสมองมากมาย
...ถือว่าเป็นความช่วยเหลือสุดท้ายจากข้า
...จงมีชีวิตต่อเสีย จ้าวซินเยว่...
#####