“ได้ ข้าขอบคุณที่เ้าช่วยชีวิตข้าเอาไว้”
หว่านอิ๋งอิ๋งยิ้มน้อยๆ “นับว่าท่านรู้สถานการณ์ นอกจากจะขอบคุณข้าแล้ว ท่านยังต้องยอมให้ข้าติดตามไปค่ายต้าเฉาด้วย”
“ไม่ควร เหตุผลข้าก็ให้เ้าไปแล้ว เ้าเป็คนสกุลโม่ไม่ควรจะมาเสี่ยงด้วยธุระของสกุลชิง”
“ข้าว่าเหตุผลของข้าน่าจะสำคัญกว่าเหตุผลของท่านนะ?”
“เหตุผลของเ้าจะสำคัญกว่าข้าด้วยเหตุผลใด?”
“นั่นเป็เพราะ.....นอกจากพวกโจรูเาที่ตายไปหมดพวกนั้นก็ยังมีข้าอีกคนที่ได้เห็น....” นางกวาดตามองเรือนร่างของเขาอย่างมีความหมาย
หลิวเฉิงหน้าแดงก่ำ “เ้ากำลังข่มขู่ข้า”
“ข้ามิได้ข่มขู่ แค่กำลังใคร่ครวญว่าเื่ในป่าละเมาะข้างทางนั่น เหมาะจะเล่าให้ผู้อื่นฟังหรือไม่?”
หัวหน้าองครักษ์หนุ่มเมินหน้าจากใบหน้าของนาง มือของเขากำด้ามกระบี่แน่น...ความอัปยศนี้ยากจะจบสิ้น ตราบใดที่พบหน้านางอยู่
“หยุดพูด! เ้าอยากจะไปก็เื่ของเ้า ไปขออนุญาตคุณหนูสี่เองก็แล้วกัน”
“อืม...แค่นี้ค่อยฟังเหมือนพวกเราเคยร่วมเป็ร่วมตายกันหน่อย”
หลิวเฉิงเดินลงส้นตึงๆ จากไป หว่านอิ๋งอิ๋งยกมือขึ้นลูบหน้าอก ความจริงพอพูดถึงเหตุการณ์นั้น ใจของนางเองก็สั่นระทึกเมื่อนึกถึงรูปร่างกำยำที่มีเพียงเตี่ยวตัวเดียวของเขา ผิวแก้มของนางก็พลันร้อนขึ้นอีกครา
‘ไม่ได้ๆ ข้าต้องไม่คิดถึงเื่นี้อีก’
ในตอนหัวค่ำ คนทั้งหมดก็พากันขึ้นไปบนเนินเขาสูงในป่าแห่งนั้นมีค่ายโจรูเาตั้งอยู่ ูเาละแวกนี้ไม่ค่อยสูงมากนักแต่มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น ทีแรกหว่านอิ๋งอิ๋งต้องเฝ้าคุณหนูและคุณชายตัวน้อยอยู่กับหลินเต๋อที่นอกค่ายโจร แต่พอเห็นว่าข้างในเริ่มมีเสียงต่อสู้ นางก็เริ่มอยู่ไม่เป็สุข
คุณหนูสกุลซิวกับคุณชายสกุลฉีถูกพาขึ้นไปซ่อนอยู่บนกิ่งแข็งแรงของต้นไม้ใหญ่ที่พอจะบังร่างพวกเขาเอาไว้ได้ เด็กทั้งสองมีอาวุธอยู่ในมือเป็หน้าไม้และเกาทัณฑ์
“หลินเต๋อ ข้าจะเข้าไปข้างใน เ้าพอจะดูแลคุณหนูกับคุณชายเองได้หรือไม่?”
“ไปเถิด ข้าเองก็ร้อนใจเช่นกัน ฝากดูไห่ฮ่าวให้ข้าด้วย”
หว่านอิ๋งอิ๋งสวมชุดดำปกปิดใบหน้ามิดชิด บุกเข้าไปได้ไม่ไกลก็เห็นหัวหน้าหลิวกำลังจะถูกลอบแทงจากข้างหลัง นางรีบขว้างมีดสั้นออกไปทันที
หลิวเฉิงหันกลับมาดู แม้จะรู้ว่านางได้ช่วยเหลือต้นไม้แต่อดไม่ได้ที่จะเป็กังวล
“เ้าไม่ควรเข้ามา จะกลายเป็ภาระของข้าเปล่าๆ”
“ผู้ใดกันแน่ที่เป็ภาระ?” นางผละจากไปต่อสู้กับโจรอีกวงที่กำลังรุมล้อมไห่ฮ่าวด้วยความขัดเคือง
หลิวเฉิงไม่มีเวลาสนใจนาง เขาต้องเร่งมือจัดการกับพวกโจรูเารอบนอกให้เร็วที่สุด ส่วนไต้เส้าจวินกับจงกว้านซีบุกเข้าไปด้านใน หว่านอิ๋งอิ๋งล้มโจรูเาได้หลายรายแล้วก็พุ่งไปตามหาชิงเว่ยเว่ย
คุณหนูสกุลชิงผู้นั้นบุกเข้ามาพร้อมไห่ฮ่าว หว่านอิ๋งอิ๋งรู้ว่าเด็กหญิงผู้นั้นมีวรยุทธ์เพราะเคยเห็นฝีมือแต่ก็ไม่วางใจ ถึงอย่างไรนางก็เป็เพียงเด็กผู้หนึ่ง เกรงว่าจะพลาดท่าเสียทีให้พวกโจร
พอหว่านอิ๋งอิ๋งไปถึงเรือนกลางของค่ายต้าเฉาก็ได้เห็นไต้เส้าจวิน อาจารย์ของชิงเว่ยเว่ยที่ดวงตาแดงก่ำต่อสู้คนยอดฝีมือในค่ายโจรอย่างดุเดือด
‘อาจารย์ไต้ผู้นี้ ในยามต่อสู้เหมือนกับปีศาจนัก ดวงตาแดงอย่างนี้มิใช่ว่าเขาเคยฝึกวิชามารมาหรอกหรือ?’
เมื่อเห็นว่าชิงเว่ยเว่ยมีไต้เส้าจวินคอยดูแล หว่านอิ๋งอิ๋งจึงกระโจนกลับไปช่วยไห่ฮ่าวอีกครา ทว่าเหตุการณ์หลังค่ายสงบลงแล้ว
นายอำเภอเหลียงถึงกับตกตะลึงเมื่อได้รับแจ้งว่าค่ายต้าเฉาถูกคนบุกเข้าไปถล่มจนราบคาบ เสมียนเหยาที่เป็นายหน้าคอยติดต่อรีดไถทรัพย์สินเงินทองจากค่ายโจรแห่งนั้นก็เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
“นายอำเภอ ข้าได้ยินว่าค่ายต้าเฉาเคยมีประกาศให้รางวัลนำจับด้วยนะ ท่านคงจะยินดีที่พวกเรานำคนขึ้นไปถล่มพวกเขาได้” หลิวเฉิงเอ่ยอย่างเคร่งขรึม
ขุนนางกังฉินถึงกับอึ้งไป เขาได้อาศัยเงินทองจากค่ายต้าเฉาจับจ่ายใช้สอยมานานปี แค่ยอมหลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่งเพื่อให้พวกมันปล้นพ่อค้าที่ผ่านไปผ่านมาเสียหน่อยแลกกับเงินแบ่งสรรปันส่วนก็แสนจะสุขสบาย ไม่คิดว่าจะมีขบวนของคุณหนูบุตรีเ้ากรมกลาโหมบุกมากวาดล้างค่ายโจร
...เื่นี้ มันบ้าเสียจริง!
“เอาเถิด หัวหน้าหลิว เื่นี้ข้าต้องจัดการอย่างเหมาะสมแน่ พวกโจรที่ถูกจับได้ ครั้งนี้ข้าจะตัดสินคดีอย่างเด็ดขาด ขอบคุณคุณหนูสี่ที่มาช่วยชาวบ้านให้พ้นจากความหวาดกลัวจากโจรร้ายขอรับ”
เด็กหญิงยิ้มน้อยแล้วหันไปหาไต้เส้าจวิน
“เชิญท่านอาจารย์หารือเื่นี้กับท่านนายอำเภอเถิดเ้าค่ะ”
“ท่านนายอำเภอ ข้ากับสหายได้สืบอย่างชัดเจนแล้ว เสมียนเหยาคนของท่านได้ลักลอบติดต่อกับหัวหน้าค่ายต้าเฉาและรับส่วยเป็เวลานาน ข้าจะนำหลักฐานทั้งหมดนำไปกราบทูลท่านอ๋องสิบห้าให้ทรงทราบ”
ได้ยินชื่อของท่านอ๋องสิบห้า นายอำเภอเหลียงก็ถึงกับเข่าอ่อน เื้ัของใต้เท้าชิงยังมีพระชายาชิงหลานของท่านอ๋องสิบห้า
...ตีสุนัขยังต้องดูเ้าของ....
ครั้งนี้เขาจะกล้าแตะต้องคุณหนูสี่สกุลชิงได้อย่างไร? ในเมื่อสกุลของนางมีอำนาจหนุนหลังหลายส่วน
หว่านอิ๋งอิ๋งมองดูอาการกระวนกระวายของนายอำเภอเหลียงแล้วได้แต่ส่ายหน้า พอกลับไปถึงที่พักนางก็ถูกหลินเต๋อเรียกให้ไปช่วยขนหีบเงินทองที่แอบขนออกมาจากค่ายโจรไปซุกเอาไว้ในรถม้าอีกคัน
“ของพวกนี้ ได้ยินคุณหนูชิงบอกว่าจะเอาไปส่งที่สำนักมือปราบเมืองหลวงเพื่อให้ท่านอ๋องสิบห้าจัดการหาเ้าของ คดีค่ายต้าเฉาคงมีหลายปึกเลยทีเดียว พวกที่เคยโดนปล้นไม่รู้ป่านนี้ตกยากอย่างไรบ้าง?”
“จริงของคุณหนู ปล่อยให้นายอำเภอเหลียงผู้นี้เก็บเอาไว้ไม่ได้ ขุนนางกังฉินเช่นนี้ อันที่จริงควรตายไปพร้อมกับเสมียนเหยาเลยด้วยซ้ำ”
“เ้าวางใจเถอะ เดี๋ยวคุณหนูชิงก็จัดการเองล่ะ”
ไห่ฮ่าวกับองครักษ์อีกสามคนช่วยกันขนหีบของมีค่าขึ้นบนรถม้าคันที่สี่ที่ชิงเว่ยเว่ยให้ไปซื้อมาเพิ่มเพื่อขนของจากค่ายโจรโดยเฉพาะ
“แม่นางหว่าน ข้าได้ยินว่าครั้งนี้เ้าได้ช่วยเหลือหัวหน้าหลิวต่อสู้กับโจรหรือ?”
“อืม...ก็แค่ขว้างมีดฆ่าคนร้าย มันงานถนัดของข้าอยู่แล้ว”
“น่าเสียดายจริง ข้าเองก็อยากจะไปช่วยไห่ฮ่าวเหมือนกัน”
หว่านอิ๋งอิ๋งยิ้มน้อยๆ “เ้าห่วงเขาเสียจริง”
หลินเต๋อยิ้มเขินๆ “อืม...แต่เขาน่ะสิเอาแต่เมินข้า”
“ไม่จริงหรอก ข้าเห็นเขาแอบมองเ้าอยู่นะ ตอนที่จับพวกโจรลงมาจากูเาน่ะ บางคนก็อาจจะไม่ถนัดในการแสดงออก หากเขาไม่ชอบเ้าจริงๆ ก็คงจะไล่เ้าอย่างรุนแรงไปแล้ว แต่นี่ก็แค่ทำฮึดฮัดใส่เท่านั้น”
หลินเต๋อได้ยินก็พยักหน้าแววตาเป็ประกายด้วยความพอใจ
“แค่เขาไม่ได้รำคาญข้าจริงๆ ข้าก็พอใจแล้ว”
“ข้าว่าไม่นะ เ้าแหย่เขาบ่อยเช่นนี้ หากรำคาญคงชักกระบี่มาไล่ฟันเ้าไปแล้ว ข้าได้ยินแต่ว่าเ้าชอบไปท้าเขาประลอง”
หลินเต๋อหน้าม้าน “ก็ก่อนหน้านี้ เขาชอบทำหน้ายโสโอหัง ในสายตาเขาไม่มีข้า ในฐานะองครักษ์เช่นกันข้าจะยอมได้อย่างไร?”
“เ้าก็เลยคิดอยากจะสู้ให้รู้แพ้รู้ชนะ” สายตาของหว่านอิ๋งอิ๋งหยั่งเชิง
“ก็ทำนองนั้น แต่พวกเราก็ไม่เคยสู้กันจนชนะเด็ดขาดเลยสักคราว”
“ข้าว่าเขายั้งมือเสียมากกว่า”
“นี่เ้า! เ้าคิดว่าข้าสู้เขามิได้หรือ?”
“มิได้ๆ หลินเต๋อเ้าใจเย็นหน่อยสิ ข้าแค่จะบอกว่าเขาไม่อยากทำร้ายเ้า ไม่อยากให้เ้ามีาแต่างหาก ในทางกลับกันเขาก็ไม่อยากจะได้รับาแจากคมกระบี่ของเ้า ความรู้สึกดีต่อกันเช่นนี้เ้ายังไม่ซาบซึ้งอีกหรือ?”
ดวงตาขององครักษ์หนุ่มมีประกายประหลาดขึ้นมาแว่บหนึ่ง
“แล้วเ้าเล่า? เ้ากับหัวหน้าองครักษ์หลิวมีหนี้รักอันใดหรือ? ข้าเห็นนะว่าก่อนจะออกไปค่ายต้าเฉา เ้ากับเขากำลังยืนโต้เถียงกันอยู่”
หว่านอิ๋งอิ๋งแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อน
“ข้าจะกล้าไปมีเื่กับหัวหน้าหลิวได้อย่างไร?”
“หากเป็คนอื่นข้าว่าคงไม่กล้าไปก่อกวนความเคร่งขรึมของเขาแน่แต่องครักษ์หญิงผู้องอาจอย่างเ้าก็ไม่แน่”
*******************
